- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญลำดับหนึ่ง
- ตอนที่ 166 ลูกพี่ทรงพลัง
ตอนที่ 166 ลูกพี่ทรงพลัง
ตอนที่ 166 ลูกพี่ทรงพลัง
นกฉงหมิงบินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเสิ่นเยียน แล้วด่ากราดใส่หน้านางทันที
"ตาเจ้ามีปัญหาหรืออย่างไร? ข้านกฉงหมิงดีกว่าไป๋เจ๋อตั้งเยอะ! ทำไมมันถึงเป็นสัตว์ในพันธสัญญาของเจ้าได้? แล้วทำไมข้าถึงเป็นไม่ได้?"
"เจ้าดูถูกข้าขนาดนี้เชียวหรือ!"
เสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวของมันแหลมสูงและดุดัน ราวกับจะเจาะทะลุแก้วหู
เสิ่นเยียนขมวดคิ้ว
"ข้าไม่ได้ดูถูกเจ้า"
นกฉงหมิงตะคอกถามอย่างอวดดี
"งั้นทำไมเจ้าถึงเลือกมัน? ไม่เลือกข้า?"
เสิ่นเยียนเริ่มปวดหัวกับเสียงตะโกนของมัน สีหน้าขรึมลง มองมันด้วยแววตาเย็นชาอย่างที่สุด
"ข้าชอบไป๋เจ๋อมากกว่า"
นกฉงหมิงได้ยินคำนี้ก็เหมือนถูกฟาดหน้าอย่างจัง มันทำท่าทางเหมือนสัตว์ขี้อิจฉาที่เต็มไปด้วยความแค้นเคือง ทันใดนั้นมันก็เริ่มคุ้มคลั่ง หมายจะพุ่งเข้าไปเล่นงานไป๋เจ๋อ
นกฉงหมิงปลดปล่อยแรงกดดันออกมา พลังอันแข็งแกร่งทำให้มิติจิตวิญญาณสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ประกอบกับการที่มันโจมตีไป๋เจ๋ออย่างบ้าคลั่ง ทำให้เหล่าวิญญาณผีและสัตว์อสูรที่อยู่ในเหตุการณ์พลอยโดนหางเลขไปด้วย
"ท่านนกฉงหมิงไว้ชีวิตด้วย!"
"อย่าตีกัน! อย่าตีกัน!"
"ให้นางทำสัญญากับพวกท่านทั้งสองตัวเลยก็สิ้นเรื่อง!"
"ลูกพี่! ท่านจัดการนกฉงหมิงหน่อยเถอะ!"
เหล่าสัตว์อสูรและวิญญาณผีต่างเรียกขานเสิ่นเยียนว่า ลูกพี่
เสิ่นเยียนใช้พลังจิตกดข่มนกฉงหมิงโดยตรง ในถิ่นของนาง ยังกล้าก่อเรื่องอีกหรือ?
นกฉงหมิงสัมผัสได้ถึงแรงกดดันทันที มันคำรามลั่น
"ปล่อยข้านะ!"
เสิ่นเยียนกระโดดลอยตัวขึ้นไปขี่บนหลังมันทันที จากนั้นก็ง้างหมัดทุบมันหมัดแล้วหมัดเล่า ผัวะ ผัวะ ผัวะ หมัดนี้ห่อหุ้มด้วยพลังจิต ดังนั้นทุกหมัดที่ฟาดลงไปจึงทำให้นกฉงหมิงเจ็บปวดรวดร้าว
"เจ้าบ้าพอหรือยัง!"
นกฉงหมิงพยายามจะสะบัดนางให้หลุด แต่กลับถูกนางกระชากขนไว้แน่น
นกฉงหมิงแค้นจนฟันแทบหัก หากที่นี่ไม่ใช่มิติจิตวิญญาณของเสิ่นเยียน มันก็คงไม่ถูกนางกดข่มเช่นนี้ หากอยู่โลกภายนอก แค่มันถ่มน้ำลายใส่ทีเดียว มนุษย์ผู้นี้ก็แหลกสลายไปแล้ว!
นางกล้าดียังไงที่ไม่ชอบมัน!
เรื่องนี้ทำให้มันนึกถึงประสบการณ์ในอดีต!
มันคือนกฉงหมิง อาศัยอยู่ในมิติต่างแดนมาเนิ่นนานหลายปี มีเพียงสองคนเท่านั้นที่สามารถอัญเชิญมันออกมาจากมิติต่างแดนได้ คนแรกมองไม่เห็นหัวมัน ดูถูกมัน ไม่ยอมทำสัญญากับมัน
และคนที่สอง ก็คือเสิ่นเยียน
คิดไม่ถึงว่ามนุษย์ร่างกายอ่อนแอที่สมควรตายผู้นี้ จะไม่เห็นมันอยู่ในสายตาเช่นกัน!
มันมีตรงไหนเทียบเจ้าไป๋เจ๋อไม่ได้กันฮะ?
นกฉงหมิงเต็มไปด้วยความคับแค้นใจ เสิ่นเยียนเทียบไม่ได้เลยกับคนแรกที่อัญเชิญมันออกมา สองคนนี้แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
คนแรกนั้นแข็งแกร่งจนทำให้มิติต่างแดนสั่นสะเทือนได้
ส่วนเสิ่นเยียน นางอ่อนแอจะตายชัก!
เมื่อเห็นว่านกฉงหมิงยังคงจะอาละวาดต่อไป เสิ่นเยียนจึงเอ่ยเสียงเย็น
"ข้าจะทำสัญญากับเจ้า"
นกฉงหมิงได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะเยาะออกมา
"เจ้าคู่ควรเหรอ? ข้าขอปฏิเสธที่จะทำสัญญากับเจ้า!"
เหล่าผีและสัตว์อสูรที่ได้ยินประโยคนี้ มุมปากต่างกระตุกยิกๆ
นี่มันวอนหาเรื่องเจ็บตัวชัดๆ ไม่ใช่หรือ?
เป็นเจ้าเองที่จะอาละวาด แล้วก็เป็นเจ้าเองที่จะปฏิเสธ ช่างไร้สาระสิ้นดี
เสิ่นเยียนสีหน้าไม่เปลี่ยน กล่าวเรียบๆ ว่า
"ข้าเข้าใจแล้ว ต่อไปข้าจะไม่ทำสัญญากับเจ้าอีก"
ความจริงแล้ว นางรู้ว่านกฉงหมิงดูถูกนาง ที่มันอาละวาดใหญ่โตขนาดนี้ เป็นไปได้มากว่าเพราะคนแรกที่อัญเชิญมันออกมาได้ทำร้ายจิตใจมัน เรื่องนี้เปรียบเสมือนหนามที่ปักอยู่ในใจมัน พอถูกสะกิดเข้าหน่อย มันก็เจ็บเจียนตาย
เสิ่นเยียนพลิกตัวลงจากหลังมัน เดินตรงไปหาไป๋เจ๋อทันที
เสิ่นเยียนยิ้ม เอ่ยถามอีกครั้ง
"เจ้ายินดีทำสัญญากับข้าหรือไม่?"
นัยน์ตาของไป๋เจ๋อฉายแววอ่อนโยนจางๆ จากนั้นมันก็ก้มศีรษะอันสูงส่งลง เอ่ยภาษามนุษย์ว่า
"ข้ายินดี"
นกฉงหมิงที่เห็นภาพนี้ สติแตกอีกรอบ มนุษย์ผู้นี้ไม่คิดจะง้อข้าเลยรึไง! ถ้านางยอมลดตัวลงมาอ้อนวอนข้าสักหน่อย ข้าก็อาจจะยอมตกลงทำสัญญากับนางแล้วแท้ๆ!
นกฉงหมิงได้แต่เบิกตามองเสิ่นเยียนและไป๋เจ๋อแลกเปลี่ยนเลือดกัน จากนั้นค่ายกลพันธสัญญาก็ทำงาน แสงแห่งพันธสัญญาปกคลุมร่างของพวกเขา สว่างไสวเจิดจ้า
"เจ้า..."
นกฉงหมิงเหมือนมีก้างปลาติดคอ อารมณ์เสียถึงขีดสุด
ในขณะเดียวกัน เสิ่นเยียนกำลังตกอยู่ในสภาวะมหัศจรรย์ เพราะไป๋เจ๋อสามารถมอบการตอบสนองพลังด้านบวกให้กับนางได้
เสิ่นเยียนสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าพลังวิญญาณในร่างกายของนางกำลังอยู่ในสภาวะเปี่ยมล้นจนถึงขีดสุด ถึงจุดวิกฤตแล้ว พูดอีกอย่างก็คือ นางกำลังจะเลื่อนขั้น
เสียง วิ้ง ดังขึ้นเบาๆ ระดับพลังของเสิ่นเยียนทะลวงผ่านจากขั้นเร้นลับระดับหก ขึ้นสู่ขั้นเร้นลับระดับเจ็ด!
นางกำหนดลมหายใจ ปรับพลังวิญญาณที่พลุ่งพล่านในร่างกายให้กลับคืนสู่ความสงบ
นางค่อยๆ ลืมตาขึ้น สิ่งที่ปรากฏในครรลองสายตาคือชายหนุ่มผู้หนึ่ง ใบหน้าหล่อเหลาราวหยก ผมยาวดำขลับทิ้งตัวลงมา ปลายผมมัดรวบด้วยวงแหวนทองคำ มีหยกประดับห้อยระย้า สวมชุดคลุมยาวปักลวดลายสีขาว ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
เสิ่นเยียนตะลึงไปชั่วครู่
"ไป๋เจ๋อ?"
"นายท่าน"
ชายหนุ่มชุดขาวพยักหน้ารับ น้ำเสียงของเขาทรงพลังและมั่นคง ทำให้ผู้ฟังรู้สึกอยากพึ่งพิง หรือพูดง่ายๆ คือให้ความรู้สึกปลอดภัย
"นามของข้าคือไป๋เจ๋อ"
เสิ่นเยียนแววตาใสกระจ่าง พยักหน้า
"ข้าชื่อเสิ่นเยียนนับจากนี้ไป ข้าคือเจ้านายของเจ้า และเป็นสหายของเจ้าด้วย"
ไป๋เจ๋อยิ้มละมุน
"ตกลง"
ตอนนั้นเอง ผีสาวชุดแดงก็ลอยเข้ามา นางใช้แขนข้างหนึ่งโอบไหล่เสิ่นเยียน ท่าทางสนิทสนม ริมฝีปากแดงสดยกโค้งขึ้น เอ่ยชมว่า
"เยียนเยียนน้อย เจ้าเก็บไป๋เจ๋อมาได้ ตาถึงจริงๆ"
นกฉงหมิงที่อยู่ไม่ไกล รู้สึกว่าผีสาวตนนี้น่าจะกำลังเหน็บแนมตนอยู่
เหอะ ข้าไม่เห็นจะอยากทำสัญญากับมนุษย์อ่อนแอพรรค์นี้เลยสักนิด!
เสิ่นเยียนนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ นางเม้มริมฝีปาก มองไปที่ไป๋เจ๋อ
"ที่ที่พวกเจ้าจากมา มีจิ้งจอกขาวเก้าหางหรือไม่?"
สีหน้าของไป๋เจ๋อชะงักไปเล็กน้อย คิ้วขมวดมุ่น
ทว่าผีสาวชุดแดงข้างกายเสิ่นเยียนกลับหรี่ตาลงวูบหนึ่ง แววตาไหวระริก แต่เมื่อเสิ่นเยียนหันไปมองนาง นางก็ปรับสีหน้ากลับเป็นปกติ
หงหลิงถามด้วยความอยากรู้
"เยียนเยียนน้อย เจ้าถามถึงจิ้งจอกเก้าหางทำไม? หรือว่าเจ้ารู้จักจิ้งจอกเก้าหางตัวไหน?"
ไป๋เจ๋อส่ายหน้า
"ที่ นั่น ของพวกเราไม่มีจิ้งจอกเก้าหาง"
เสิ่นเยียนหลุบตาลง ซ่อนอารมณ์ความรู้สึกทั้งหมด น้ำเสียงราบเรียบ
"ข้าไม่รู้จักจิ้งจอกเก้าหางที่ไหนหรอก แค่เคยเห็นคำบรรยายเกี่ยวกับจิ้งจอกเก้าหางในหนังสือ เลยอยากลองอัญเชิญจิ้งจอกเก้าหางดูบ้าง..."
เสียงแหลมสูงของนกฉงหมิงดังแทรกขึ้นมา แฝงแววเย้ยหยัน
"เผ่าพันธุ์จิ้งจอกเก้าหางน่ะ สูญพันธุ์ไปตั้งนานแล้ว! เจ้าอยากจะอัญเชิญจิ้งจอกเก้าหาง ก็ฝันไปเถอะ!"
เสิ่นเยียนได้ยินดังนั้น ตวัดสายตาเย็นเยียบมองไปที่นกฉงหมิง ราวกับเกล็ดน้ำแข็งระเบิดออก ก่อให้เกิดไอหนาวเหน็บเสียดแทง นางเอ่ยเสียงขรึม
"นกฉงหมิง ในเมื่อเจ้าดูถูกข้า ก็อย่ามาสอดปากในวงสนทนาของพวกข้า เจ้าทำตัวแบบนี้ เหมือนพวกร้ายกาจปากตลาด น่าสะอิดสะเอียน"
นกฉงหมิงเบิกตากว้าง เหมือนถูกบีบคออย่างแรงจนหายใจไม่ออก ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ มันกลับถูกสายตาของมนุษย์ผู้นี้ข่มขวัญไปชั่วขณะหนึ่ง
"เจ้าด่าข้า?!"
เสิ่นเยียนยิ้ม น้ำเสียงเย็นยะเยือก
"แล้วจะทำไม? เจ้าอยู่ในถิ่นของข้า จะสู้ข้าได้หรือ? นกฉงหมิง อย่าให้ข้าได้ยินคำพูดท้าทายจากปากเจ้าอีก ไม่งั้นข้าจะฉีกปากเจ้าซะ!"
เหล่าผีและสัตว์อสูรในมิติจิตวิญญาณต่างพากันตื่นตะลึง
เชี่ย ลูกพี่โคตรทรงพลังเลยว่ะ!