- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญลำดับหนึ่ง
- ตอนที่ 41 กำจัดผู้อาวุโส
ตอนที่ 41 กำจัดผู้อาวุโส
ตอนที่ 41 กำจัดผู้อาวุโส
ผู้อาวุโสอวี๋เห็นดังนั้น ก็รีบหลบหลีกหมัดเพลิงของนางอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นเขาก็ตวัดดาบพุ่งเข้าใส่เสิ่นเยียน
แรงกดดันอันแข็งแกร่งอย่างยิ่งถาโถมเข้ามา ทำให้เสิ่นเยียนหายใจติดขัด นางใช้ท่าร่างอันคล่องแคล่วหลบหลีกดาบของเขาไปได้ แต่กลับคาดไม่ถึงว่าด้านหลังจะมีเถาวัลย์วิญญาณสลายเลื้อยมาพันข้อเท้าของนางไว้ตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่รู้
ขณะที่มันคิดจะลากนางไป
ห้านิ้วมือขวาของเสิ่นเยียนพลันกำแน่น เปลวไฟห่อหุ้มหมัดของนางไว้ในทันที
ซัดหมัดลงไป!
ปัง เสียงระเบิดดังสนั่น
หมัดเพลิงที่ราวกับดาวตกถล่มลงมาสายหนึ่ง พลันกระแทกเถาวัลย์วิญญาณสลายจนขาดสะบั้น!
เถาวัลย์วิญญาณสลายและผู้อาวุโสอวี๋ต่างก็จ้องเขม็งมาที่นาง แม้ว่าพวกเขาทั้งคู่จะบาดเจ็บสาหัส พลังก็ถูกใช้ไปเกือบหมดแล้ว แต่สำหรับนางที่ยังไม่มีพลังวิญญาณในตอนนี้ ก็ยังคงเป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง
และลูกแก้วกลืนเลือด นางไม่มีทางคืนให้แน่นอน
เช่นนั้นก็มีเพียงต้องสู้!
แววตาของเสิ่นเยียนเย็นเยียบ
วินาทีต่อมา ทั่วร่างของนางกลับถูกเปลวไฟห่อหุ้ม ราวกับถือกำเนิดมาจากกองเพลิง
ผู้อาวุโสอวี๋ตกใจ สีหน้ายิ่งมืดครึ้มมากขึ้น เขาไม่มีทางยอมให้ความพยายามสูญเปล่าเด็ดขาด เขาจะต้องชิงลูกแก้วกลืนเลือดกลับมาให้ได้!
ผู้อาวุโสอวี๋กล่าวเสียงเย็นชา
“ไม่ว่าเจ้าจะเป็นใคร วันนี้ก็ต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่!”
“เช่นนั้นก็ลองดู”
เสิ่นเยียนค่อยๆ เงยหน้าขึ้น
สิ้นเสียง เสิ่นเยียนก็รวบรวมหมัดเพลิงอีกครั้ง ซัดเข้าใส่ทิศทางของผู้อาวุโสอวี๋
ผู้อาวุโสอวี๋ยกดาบขึ้นฟัน คมดาบที่แหวกอากาศออกมาห่อหุ้มไว้ด้วยวายุปราณอันเฉียบคม พุ่งเข้าใส่หมัดเพลิงที่เสิ่นเยียนซัดออกมา
ตูม!
คมดาบทะลวงผ่านเปลวไฟ ในขณะที่คมดาบอันเฉียบคมกำลังจะฟันลงบนร่างของเสิ่นเยียน เสิ่นเยียนก็พลันยกมือขึ้น พลันปรากฏเจดีย์โบราณสีดำองค์หนึ่งขึ้นมา
แคร๊ง เสียงหนึ่งดังขึ้น
นางถือเจดีย์โบราณสีดำปัดป้องคมดาบไว้ได้ แต่กลับถูกกระแทกจนถอยหลังไปหลายก้าว
ในขณะนี้ จิ่วจ่วนซึ่งอยู่บนเจดีย์สะกดอสูรเก้าเลี้ยว กำลังคลุ้มคลั่งอย่างยิ่ง
ฉันไม่ใช่อาวุธป้องกันนะ ฉันเป็นอาวุธควบคุมและโจมตีต่างหาก!
เมื่อผู้อาวุโสอวี๋เห็นเจดีย์โบราณสีดำในมือของเสิ่นเยียน แววตาก็พลันหรี่ลงทันที ด้วยสัญชาตญาณของเขา เจดีย์โบราณสีดำองค์นี้ไม่ใช่ของธรรมดา
สาวน้อยสวมหน้ากากผู้นี้เป็นใครกันแน่?
ทั่วร่างของเสิ่นเยียนถูกเปลวไฟห่อหุ้ม ดังนั้นเถาวัลย์วิญญาณสลายที่บาดเจ็บสาหัสอยู่แล้วจึงไม่กล้าเข้าใกล้เลยแม้แต่น้อย อีกทั้งมันยังฉลาดพอที่จะไม่จู่โจมต่อไปอีก เพราะมันคิดจะรอให้เสิ่นเยียนและผู้อาวุโสอวี๋สู้กันจนบาดเจ็บทั้งสองฝ่าย แล้วมันค่อยฉวยโอกาสทีหลัง
ผู้อาวุโสอวี๋ยังไม่ทันได้มีปฏิกิริยา ก็เห็นเสิ่นเยียนพลันขว้างเจดีย์โบราณสีดำในมือมาทางตนเอง
ผู้อาวุโสอวี๋เห็นดังนั้น สัญญาณเตือนภัยในใจก็ดังลั่น
เขายกดาบขึ้นฟันเข้าใส่เจดีย์โบราณสีดำ
แคร๊ง เสียงหนึ่งดังขึ้น เจดีย์โบราณสีดำถูกฟันกระเด็นตกพื้น ขณะเดียวกันเจดีย์องค์นี้กลับส่งเสียงกรีดร้องอันแหลมคมออกมา ดึงดูดความสนใจของผู้อาวุโสอวี๋ไปในทันที
ส่วนเสิ่นเยียนก็ฉวยโอกาสนี้ พุ่งเข้าไปอยู่ตรงหน้าเขาอย่างรวดเร็ว นางชักมีดสั้นเพลิงชาดออกมา แทงเข้าใส่ลำคอของผู้อาวุโสอวี๋!
ผู้อาวุโสอวี๋ได้สติกลับมาอย่างรวดเร็ว เขารีบยกดาบขึ้นปัดป้องทันที
แต่ว่า สิ่งที่ทำให้เขาไม่อยากจะเชื่อก็คือ ต่อให้เขาจะยกดาบขึ้นปัดป้องแล้ว เสิ่นเยียนก็ยังไม่เคยหยุดความเร็วในการโจมตีลงเลยแม้แต่น้อย
อาวุธของทั้งสอง ฝ่ายหนึ่งเป็นรุก ฝ่ายหนึ่งรับ
ผู้อาวุโสอวี๋เกือบจะถูกบีบให้ถอยหลัง เพราะเปลวไฟที่พวยพุ่งออกมาจากทั่วร่างของเสิ่นเยียนทำให้เขารู้สึกร้อนระอุราวกับถูกแผดเผา แทบจะหายใจไม่ออก แววตาของเขาอำมหิต เขากล่าวเสียงเข้มประกาศฐานะของตน
“ผู้เฒ่าคือผู้อาวุโสสายนอกแห่งสำนักชิวเทียน เจ้าคิดจะแย่งชิงลูกแก้วกลืนเลือดกับผู้เฒ่า คิดถึงผลที่จะตามมาแล้วรึยัง?”
“ผลที่จะตามมาก็คือ…..”
“ข้าได้ลูกแก้วกลืนเลือด!”
แววตาของเสิ่นเยียนพลุ่งพล่านไปด้วยไอสังหาร นางยกขาขึ้นด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ เตะเข้าใส่ขาข้างที่เคยถูกเถาวัลย์วิญญาณสลายแทงทะลุของเขาอย่างแรง
ปัง เสียงหนึ่งดังขึ้น
ผู้อาวุโสอวี๋เจ็บปวดจนใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวไปหมด
แรงที่เขาใช้ดาบยาวปัดป้องพลันอ่อนลง และในขณะเดียวกัน เจดีย์โบราณสีดำองค์นั้นกลับปรากฏตัวขึ้นด้านหลังผู้อาวุโสอวี๋อย่างเงียบเชียบตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่รู้
จากนั้นภายใต้คำสั่งของเสิ่นเยียน เจดีย์โบราณสีดำก็พุ่งเข้ากระแทกท้ายทอยของผู้อาวุโสอวี๋อย่างรุนแรง
ในขณะนี้ ผู้อาวุโสอวี๋ก็สัมผัสได้ถึงอันตรายเช่นกัน แววตาของเขาเปลี่ยนไป
เขาปลดปล่อยแรงกดดันอันแข็งแกร่งออกมาทันที ราวกับลมพายุพัดโหม ซัดเสิ่นเยียนกระเด็นล้มลงกับพื้นโดยตรง
มุมปากของเสิ่นเยียนมีเลือดไหลซึมออกมา
ทั่วร่างบังเกิดความรู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรง ทำให้นางรู้สึกทรมานอย่างยิ่ง
เจดีย์สะกดอสูรเก้าเลี้ยวไม่ได้ถูกผู้อาวุโสอวี๋ซัดกระเด็นไป กลับเร่งความเร็วพุ่งเข้าใส่ทิศทางของผู้อาวุโสอวี๋
ผู้อาวุโสอวี๋ตวัดดาบออกไป พยายามจะปัดป้องเจดีย์สะกดอสูรเก้าเลี้ยว!
ตูม!
เจดีย์สะกดอสูรเก้าเลี้ยวหลบหลีกอย่างรวดเร็วกลางอากาศ
ผู้อาวุโสอวี๋ใช้กระบวนท่าต่อเนื่องหลายท่าก็ยังไม่อาจจัดการเจดีย์สะกดอสูรเก้าเลี้ยวได้ ดังนั้น ขณะที่เขากำลังเตรียมจะเปลี่ยนเป้าหมายไปยังเสิ่นเยียน ก็กลับพบอย่างประหลาดใจว่า
เสิ่นเยียนหายตัวไปแล้ว!
และในวินาทีต่อมา เจดีย์โบราณสีดำองค์นี้ก็หายตัวไปในอากาศเช่นกัน!
สีหน้าของผู้อาวุโสอวี๋เปลี่ยนไปอย่างมาก
คนเล่า?
ลูกแก้วกลืนเลือดของเขาไปไหนแล้ว?!
ผู้อาวุโสอวี๋กวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างบ้าคลั่ง สุดท้ายสายตาของเขาก็จับจ้องไปที่เถาวัลย์วิญญาณสลายซึ่งหลบอยู่ด้านข้าง เขากล่าวเสียงดังด้วยความโกรธ
“เป็นแกรึ?!”
ผู้อาวุโสอวี๋สีหน้าบิดเบี้ยว สติสัมปชัญญะของเขาพังทลายลงพร้อมกับการหายไปของลูกแก้วกลืนเลือด เขายกดาบยาวขึ้นฟันเข้าใส่เถาวัลย์วิญญาณสลาย
เถาวัลย์วิญญาณสลายเองก็งุนงงเช่นกัน
มันคอยสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวของเสิ่นเยียนอยู่ตลอดเวลา
เมื่อครู่นี้นางจู่ๆ ก็หายตัวไปในอากาศ มันเองก็ตะลึงงันไปเลย
ผู้อาวุโสอวี๋ใช้กระบวนท่ารุนแรงโจมตีเข้าใส่มัน มันก็เดือดดาลขึ้นมาเช่นกัน และในใจคิดอย่างลับๆ ว่า
เดิมทีก็เป็นเจ้าเฒ่าสารเลวนี่ที่มาแย่งลูกแก้วกลืนเลือดของข้า ตอนนี้ลูกแก้วกลืนเลือดหายไปแล้ว ยังจะมาระบายความโกรธใส่ข้าอีก คิดว่าข้ารังแกง่ายนักรึไง?
หากมันไม่ฆ่าเจ้าเฒ่าสารเลวนี่ให้ตาย มันก็ไม่ขอแซ่ต้วนหุน!
ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันอย่างดุเดือด ราวกับต้องการจะระบายความโกรธของตนเองใส่ฝ่ายตรงข้าม
สู้กันไปหลายสิบกระบวนท่า ก็ยังไม่รู้ผลแพ้ชนะ
ส่วนผู้เข้าแข่งขันและเหล่าศิษย์ของสำนักชิวเทียนที่เดิมทีบาดเจ็บสาหัสล้มอยู่บนพื้นก็ค่อยๆ ขยับตัวได้แล้ว พวกเขามีแววตาหวาดผวา
ผู้อาวุโสอวี๋แห่งสำนักชิวเทียนมีเจตนาร้ายอย่างแน่นอน! เขาเพียงแค่คิดจะใช้ประโยชน์จากพวกเขา ไม่ได้คิดจะช่วยพวกเขาจริงๆ
หนีเร็ว!
ต้องหนีให้ได้!
เหล่าผู้เข้าแข่งขันหวาดผวาอย่างยิ่ง โซซัดโซเซคิดจะหนีออกจากที่นี่
ส่วนผู้อาวุโสอวี๋ขณะที่กำลังต่อสู้กับเถาวัลย์วิญญาณสลาย ก็พบว่าเหล่าผู้เข้าแข่งขันคิดจะหลบหนี สติสัมปชัญญะของเขาพลันถูกดึงกลับมาเล็กน้อย
เขาต้องฆ่าปิดปาก!
มิฉะนั้น หากเรื่องแพร่งพรายออกไป เขาจะไม่อาจอยู่ในสำนักชิวเทียนเป็นผู้อาวุโสสายนอกได้อีกต่อไป!
ผู้อาวุโสอวี๋รีบบีบให้เถาวัลย์วิญญาณสลายถอยกลับไป จากนั้นก็ไล่ตามผู้เข้าแข่งขันเหล่านี้ไปด้วยความเร็วที่สุด ตวัดดาบฟันออกไปโดยไม่ลังเล
ในชั่วพริบตา ก็มีคนหลายคนล้มลง
“อย่า อย่าเข้ามา!”
ผู้เข้าแข่งขันที่เหลือเปล่งเสียงร้องด้วยความตกใจ
ผู้อาวุโสอวี๋หน้าซีดเผือด เขาใกล้จะทนต่อไปไม่ไหวแล้ว เขามองผู้เข้าแข่งและกล่าวเสียงเย็นชา
“มีเพียงคนตายเท่านั้นที่จะไม่ปากพล่อย ดังนั้นพวกเจ้ามีเพียงต้องกลายเป็นคนตาย ผู้เฒ่าถึงจะวางใจได้”
ในตอนนั้นเอง รูม่านตาของผู้เข้าแข่งขันพลันหดเล็กลงทันใด
ผู้อาวุโสอวี๋นึกว่าพวกเขาหวาดกลัวตนเอง แต่กลับไม่ได้... แคว่ก เสียงหนึ่งดังขึ้น ลำคอของเขาถูกมีดสั้นอันแหลมคมเล่มหนึ่งแทงทะลุโดยตรง
รูม่านตาของผู้อาวุโสอวี๋สั่นสะท้าน ราวกับไม่อยากจะเชื่อ ขณะที่เขาอ้าปาก เลือดจำนวนมากก็ทะลักออกมาไม่หยุด
“ใคร...”
เคร้ง เสียงหนึ่งดังขึ้น ดาบยาวในมือของเขาร่วงหล่นลงพื้น
และด้านหลังของเขา คือเด็กสาวสวมหน้ากากในชุดสีม่วง นางถือมีดสั้นสีแดงฉานแทงเข้าที่ลำคอของเขา แววตาคมกริบเย็นเยียบ
วินาทีต่อมา นางกลับดึงมีดสั้นออกมาโดยตรง
ฟุ่บ เสียงหนึ่งดังขึ้น เลือดสดๆ สาดกระเซ็น