- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญลำดับหนึ่ง
- ตอนที่ 39 ตราบใดที่ภูเขายังอยู่
ตอนที่ 39 ตราบใดที่ภูเขายังอยู่
ตอนที่ 39 ตราบใดที่ภูเขายังอยู่
ส่วนผู้เข้าแข่งขันบางส่วนยังไม่ทันมองเห็นสถานการณ์ ก็แย่งกันพุ่งเข้าไปในเขตแดนของเถาวัลย์วิญญาณสลายก่อนแล้ว กลัวว่าคนอื่นจะชิงลงมือก่อน
“ธงเยอะมาก!”
ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ เห็นดังนั้น ก็เริ่มใจร้อน รีบตามขึ้นไป
มีเพียงสิบกว่าคนที่ยังคงสงบนิ่งอยู่ได้ ไม่ได้สูญเสียสติไปเพราะธงจำนวนมากเหล่านั้น แต่พวกเขาก็เร่งฝีเท้าไปข้างหน้าเช่นกัน คิดจะสังเกตการณ์สถานการณ์ก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ
ส่วนหนานกงอวี๋หยุดยืนอยู่กับที่ มุมปากเผยรอยยิ้มสมใจ
เข้าไปกันให้หมดเลย!
ขอเพียงแค่พวกเจ้าสามารถดึงดูดความสนใจของเถาวัลย์วิญญาณสลายได้ เสวี่ยเอ๋อร์ก็จะปลอดภัย อีกอย่าง จนกว่าจะถึงวินาทีสุดท้าย ก็ยังไม่รู้ว่าสิทธิ์ในการครอบครองธงจะเป็นของผู้ใด
ผู้เข้าแข่งขันจำนวนมากก้าวเข้าสู่เขตแดนของเถาวัลย์วิญญาณสลาย เมื่อพวกเขาล่วงลึกเข้าไปในเขตแดนเพื่อแย่งชิงธง ทันใดนั้นก็พบว่าบนเถาวัลย์มีศพที่แหลกเหลวและเลือดสดๆ ติดอยู่ พวกเขาเปล่งเสียงร้องด้วยความตกใจ และในวินาทีต่อมา พวกเขาก็ถูกโจมตีจากเถาวัลย์วิญญาณสลาย
“ศะ... ศพ!”
“มีการซุ่มโจมตี!”
ในตอนนั้นเอง ผู้เข้าแข่งขันจำนวนไม่น้อยก็มองเห็นภาพในระยะไกล จูเก่อเวยหรานและโอวหยางหงแทบจะถูกเถาวัลย์พันเกี่ยวไว้ทั้งร่าง ไม่อาจขยับเขยื้อนได้เลยแม้แต่น้อย รูม่านตาของพวกเขาหดเล็กลงทันใด
“นั่นมันจูเก่อเวยหรานพวกเขา...”
“รีบออกจากที่นี่เร็ว!”
ใบหน้าของจูเก่อเวยหรานอาบไปด้วยเลือด เขาตะโกนเตือนเสียงแหบแห้ง
แต่ว่า ก็สายเกินไปแล้ว!
ผู้เข้าแข่งขันเจ็ดแปดสิบคนติดอยู่ในเขตแดนของเถาวัลย์วิญญาณสลาย และในตอนนั้นเอง ร่างหลักของเถาวัลย์วิญญาณสลายก็เคลื่อนไหว ในชั่วพริบตานั้น เถาวัลย์นับไม่ถ้วนก็พุ่งออกมาจากใต้ดินและกลางอากาศ โจมตีเข้าใส่ผู้เข้าแข่งขันเหล่านั้น!
“ช่วยด้วย!”
ผู้เข้าแข่งขันจำนวนไม่น้อยยังคงเป็นเด็กหนุ่มที่ไร้ประสบการณ์ ใบหน้าที่อ่อนเยาว์เหล่านั้นเต็มไปด้วยความหวาดผวา เพราะพวกเขาไม่เคยเห็นอะไรเช่นนี้มาก่อน!
“ข้าอยากกลับบ้าน!”
“ข้าไม่เข้าร่วมการแข่งขันแล้ว รีบหยุดเร็ว!”
เหล่าเด็กหนุ่มตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก ชูดาบและกระบี่ขึ้นปัดป้องอย่างสะเปะสะปะ สมองพลันขาวโพลนไปชั่วขณะ ชั่วขณะหนึ่งถึงกับลืมเคล็ดวิชาและทักษะต่อสู้ที่ตนเองเรียนมา
และพวกเขาย่อมไม่อาจต้านทานการโจมตีจากเถาวัลย์วิญญาณสลายได้ เพียงชั่วครู่ ก็มีเด็กหนุ่มหกเจ็ดคนถูกเถาวัลย์รัดสังหารไปแล้ว
ทุกคนต่างก็ตื่นตระหนก
พวกเขาทั้งหมดอยากจะหนี!
แต่ยิ่งวิ่งเร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งตายเร็วเท่านั้น
ส่วนเสิ่นเยียนเมื่อเห็นภาพนี้ สีหน้าก็เย็นชา นางไม่ได้อวดเก่งเข้าไปช่วยพวกเขา เพราะด้วยพลังของนางในตอนนี้ หากเข้าไปในเขตแดนของเถาวัลย์วิญญาณสลาย ก็คงมีชีวิตอยู่ได้ไม่นานเช่นกัน
แต่ในตอนนี้ นางกำลังจับจ้องไปที่หนานกงอวี๋
นางค่อยๆ กำมีดสั้นเพลิงชาดในมือแน่น นางจะแก้แค้นให้เจ้าของร่างเดิม
ขณะที่นางกำลังคิดจะกระโจนลงจากต้นไม้ใหญ่ยักษ์ ทันใดนั้น แรงกดดันอันแข็งแกร่งสายหนึ่งก็จู่โจมเข้ามา ทำให้นางแทบจะยืนทรงตัวบนต้นไม้ใหญ่ยักษ์ไม่มั่นคง นางมองลอดผ่านช่องว่างระหว่างใบไม้ไปทันที
ปรากฏร่างของชายชราสูงผอมในชุดคลุมสีคราม พาศิษย์สิบคนที่สวมชุดสำนักชิวเทียนปรากฏตัวขึ้นที่บริเวณรอบนอกของเถาวัลย์วิญญาณสลาย
เปลือกตาของเสิ่นเยียนกระตุกวูบ
ในที่สุดก็ปรากฏตัวออกมาแล้ว!
ผู้เข้าแข่งขันที่ติดอยู่ในเขตแดนของเถาวัลย์วิญญาณสลายมีสีหน้ายินดี ตะโกนขอความช่วยเหลือ
“ท่านผู้อาวุโสอวี๋ รีบช่วยพวกเราด้วย!”
“ใจเย็นๆ ไว้ก่อน”
สีหน้าของผู้อาวุโสอวี๋เคร่งขรึมลงเล็กน้อย ค่อยๆ ยกมือขึ้น
จากนั้น เขาก็บอกกับศิษย์สำนักชิวเทียนสิบคนที่ตามหลังมาว่า
“พวกเจ้าทั้งหมดเข้าไปช่วย!”
ศิษย์สำนักชิวเทียนทั้งสิบคนนั้นสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย พวกเขามองไปยังผู้อาวุโสอวี๋
“แล้วท่านผู้อาวุโสเล่าขอรับ?”
ผู้อาวุโสอวี๋กล่าวอย่างจริงจัง
“พวกเจ้าช่วยผู้เฒ่าถ่วงเวลาเถาวัลย์วิญญาณสลาย ให้ผู้เฒ่ามีเวลาเตรียมการค่ายกลสลายวิญญาณ เหล่าอัจฉริยะจากเก้าแคว้นอ่อนแอกว่าที่ผู้เฒ่าคิดไว้มาก ผู้เฒ่าคิดว่าพวกเขาจะสามารถชิงธงในเขตแดนของเถาวัลย์วิญญาณสลายมาได้ ดูท่าผู้เฒ่าจะประเมินพวกเขาไว้สูงเกินไปแล้ว”
ศิษย์สำนักชิวเทียนทั้งสิบคนได้ยินดังนั้น ก็สบตากันแวบหนึ่ง สีหน้าหลบเลี่ยง ไม่อยากจะเสี่ยงภัยเพื่อผู้เข้าแข่งขันเหล่านี้
ยิ่งไปกว่านั้น เถาวัลย์วิญญาณสลายต้นนี้เป็นพืชวิญญาณระดับปฐพี เทียบเท่ากับยอดฝีมือขั้นปฐพีได้เลยทีเดียว!
ต่อให้เป็นผู้อาวุโสอวี๋ ก็ใช่จะสามารถกำจัดเถาวัลย์วิญญาณสลายต้นนี้ได้ คิดดูก็น่าแปลก เหตุใดผู้อาวุโสอวี๋ถึงได้เจาะจงนำธงจำนวนมากขนาดนี้มาวางไว้ในเขตแดนของเถาวัลย์วิญญาณสลายด้วย?
นี่มันไม่ใช่การส่งผู้เข้าแข่งขันจากเก้าแคว้นไปตายหรอกหรือ?
เหล่าศิษย์ของสำนักชิวเทียนยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกไม่ชอบมาพากล ในตอนนั้นเอง ผู้อาวุโสอวี๋ก็กล่าวด้วยสีหน้ามืดครึ้ม
“ว่าอย่างไร? พวกเจ้าคิดจะไม่ฟังคำสั่งของผู้เฒ่าแล้วรึ?”
แรงกดดันที่แผ่ออกมาจากผู้อาวุโสอวี๋อย่างซ่อนเร้น ทำให้ขาของศิษย์สำนักชิวเทียนทั้งสิบคนนั้นอ่อนยวบลง
หนานกงอวี๋เดินขากะเผลกพุ่งเข้ามา จากนั้นก็รีบคุกเข่าลงครึ่งหนึ่งต่อหน้าผู้อาวุโสอวี๋ อ้อนวอนด้วยขอบตาแดงก่ำ
“ท่านผู้อาวุโสอวี๋ ท่านรีบช่วยพวกเขาเถอะขอรับ!”
ผู้อาวุโสอวี๋และเหล่าศิษย์ของสำนักชิวเทียนต่างก็มองมาที่เขา
แววตาของพวกเขาดูแปลกๆ
อันที่จริง ตั้งแต่แรกเริ่ม พวกเขาก็คอยสังเกตการณ์พวกเขาอยู่ลับๆ แล้ว และได้เห็นถึงความเจ้าเล่ห์สองหน้าและความร้ายกาจของหนานกงอวี๋แล้วเช่นกัน
เขาจะมาอ้อนวอนเพื่ออยากจะช่วยผู้เข้าแข่งขันเหล่านั้นงั้นรึ?
เห็นได้ชัดว่ามีจุดประสงค์อื่นแอบแฝง!
หนานกงอวี๋เห็นสีหน้าแปลกๆ ของพวกเขา ในใจก็พลันเต้นกระตุกวูบ
หรือว่าเรื่องที่เขาทำ จะถูกพวกเขารู้หมดแล้ว?
ผู้อาวุโสอวี๋ยืนกอดอก กล่าวอย่างชอบธรรม
“ไม่ต้องเจ้าบอก พวกเราก็จะช่วยผู้เข้าแข่งขันเหล่านี้อยู่แล้ว”
ขณะที่หนานกงอวี๋กำลังคิดจะกล่าวคำยกยอปอปั้นสองสามคำ ผู้อาวุโสอวี๋ก็ออกคำสั่งอย่างเด็ดขาด ให้ศิษย์สำนักชิวเทียนทั้งสิบคนนั้นเข้าไปเพื่อถ่วงเวลาให้เขาสร้างค่ายกลสลายวิญญาณ
ศิษย์ทั้งสิบคนนั้นไม่กล้าขัดขืนคำสั่งของผู้อาวุโสอวี๋โดยสิ้นเชิง ทำได้เพียงกัดฟันฝืนใจเข้าไป
พวกเขาคือศิษย์สายนอกของสำนักชิวเทียน ระดับพลังส่วนใหญ่อยู่ราวๆ ขั้นเร้นลับระดับที่สองเท่านั้น ดังนั้น พวกเขาจึงแข็งแกร่งกว่าพวกจูเก่อเวยหรานเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ศิษย์สำนักชิวเทียนทั้งสิบคนเข้าสู่เขตแดน แม้จะไม่สามารถพลิกสถานการณ์ได้อย่างสิ้นเชิง แต่ก็เห็นได้ชัดว่าช่วยลดสถานการณ์การบาดเจ็บล้มตายของผู้เข้าแข่งขันลงได้
ส่วนผู้อาวุโสอวี๋ก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าว จากนั้นก็เริ่มผสานผนึกมือ เริ่มร่ายเขตแดนค่ายกล
ในชั่วพริบตา แรงกดดันอันแข็งแกร่งก็พลันถาโถมลงมา สั่นสะเทือนไปทั่วทุกทิศทาง
หนานกงอวี๋ที่อยู่ใกล้ที่สุดถูกซัดกระเด็นล้มลงกับพื้นโดยตรง
แสงแห่งค่ายกลสีแดงฉานพลันห่อหุ้มเถาวัลย์วิญญาณสลายทั้งต้นไว้ทันที
ส่วนเถาวัลย์วิญญาณสลายเมื่อสัมผัสได้ถึงอันตราย ก็ดูเหมือนจะโกรธเกรี้ยวขึ้นมา
มันโบกสะบัดเถาวัลย์ ฟาดเข้าใส่ทิศทางของผู้อาวุโสอวี๋อย่างแรง
แต่กลับถูกเขตแดนไร้ลักษณ์ชั้นหนึ่งขวางกั้นไว้
มุมปากของผู้อาวุโสอวี๋ปรากฏรอยยิ้มเย็นชาขึ้นเล็กน้อย เขามองเถาวัลย์วิญญาณสลายด้วยสายตาละโมบ เขาต้องการได้ลูกแก้วกลืนเลือด!
และใช้โลหิตจำนวนมากเป็นตัวล่อ!
ก็จะสามารถล่อลูกแก้วกลืนเลือดออกมาจากร่างของเถาวัลย์วิญญาณสลายได้อย่างสิ้นเชิง!
ในขณะนี้ เถาวัลย์วิญญาณสลายก็โกรธเกรี้ยวถึงขีดสุด บนร่างหลักของมันปรากฏใบหน้ามนุษย์อันน่าประหลาดขึ้น มันคำรามใส่ทิศทางของผู้อาวุโสอวี๋
เสียงที่แหลมคมแสบแก้วหูนี้มาพร้อมกับแรงกดดันอันแข็งแกร่ง ทำให้ผู้เข้าแข่งขันทุกคนที่อยู่ในเขตแดน รวมถึงเหล่าศิษย์ของสำนักชิวเทียนต่างก็บาดเจ็บจากแรงสั่นสะเทือน!
เสิ่นเสวี่ยกระอักเลือดออกมาคำโต ใบหน้างดงามนั้นซีดเผือด
นางตื่นตระหนกแล้ว
นางรีบส่งเสียงบอกชายชรา
“ท่านอาจารย์ เร็วเข้า พาข้าออกไป! ข้าไม่เอาลูกแก้วกลืนเลือดอะไรนั่นแล้ว!”
ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงราวกับผิดหวังในตัวนาง
“เจ้าทนต่อไปอีกหน่อยไม่ได้รึ?”
“ท่านอาจารย์ ตราบใดที่ยังมีภูเขาเขียวอยู่ ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีฟืนเผา”
(หมายถึง ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ ย่อมมีโอกาสเสมอ)
เสิ่นเยียนกล่าวอย่างร้อนรน
ชายชราดูเหมือนจะนิ่งเงียบไป และเห็นด้วยกับคำพูดของนาง
เสิ่นเสวี่ยเหลือบมองเห็นหนานกงจิ้นและหลุ่ยเส้าหวยต่างก็สลบไปแล้ว นางกัดฟันแน่น นางยังไม่อาจสูญเสียกำลังเสริมทั้งสองคนนี้ไปได้!