- หน้าแรก
- ฮอกวอตส์: จากนักเรียนศิลปะตกอับ สู่นักสร้างการ์ดเวทมนตร์
- บทที่ 265 การแข่งขันควิดดิชเวิลด์คัพเปิดฉาก! อีธานอยากก่อเรื่องแล้ว
บทที่ 265 การแข่งขันควิดดิชเวิลด์คัพเปิดฉาก! อีธานอยากก่อเรื่องแล้ว
บทที่ 265 การแข่งขันควิดดิชเวิลด์คัพเปิดฉาก! อีธานอยากก่อเรื่องแล้ว
“ดีมาก”
อีธานพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
เขาปิดสมุดโน้ตดัง แปะ
ดวงตาเป็นประกาย ขณะมองไปที่มู้ดดี้ ตาเดียว
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างจริงจัง
“คุณให้แรงบันดาลใจกับฉันเยอะมาก ไม่ต้องห่วง ถึงคุณจะไม่ได้อยู่แล้ว แต่ฉันจะสืบทอดเจตนารมณ์ของคุณต่อไปเอง”
มู้ดดี้สำลัก
น้ำเสียงแบบนี้ฟังแล้วขมยิ่งกว่ากลืนลูกมะกรูดทั้งสวน
พอเห็นสีหน้าฮึกเหิมของอีธาน มู้ดดี้ก็เริ่มรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาเล็กน้อย
หมอนี่จะเอาคำพูดเพ้อเจ้อเมื่อกี้ไปใช้ที่ฮอกวอตส์จริงๆ งั้นเหรอ?
ไม่สิ เป็นไปไม่ได้หรอก
ดัมเบิลดอร์ไม่ได้มีพ่อใหม่จะปล่อยให้พลังชั่วร้ายอาละวาดได้ยังไง!
ไม่มีทาง… เป็นไปไม่ได้แน่นอน!
คิดได้แบบนั้น มู้ดดี้ก็ผ่อนคลายลง
ถือว่าเป็นแค่นักเวทศาสตร์มืดสติไม่ปกติ พูดอะไรเลอะเทอะไปเองก็แล้วกัน ก่อนควิดดิชเวิลด์คัพจะเปิดฉาก
อีธานที่กำลังเล่นกับลูกแก้วเวทมนตร์ ไม่สิดวงตาเวทมนตร์…ก็ได้รับจดหมายจากบาร์ตี้
ลายมือกดหนักจนแทบทะลุกระดาษ บิดเบี้ยวอ่านได้ว่า
“ฉันสวมรอยเป็นมู้ดดี้เรียบร้อยแล้ว และพยายามกลบเรื่องสุดความสามารถคราวหน้าหยุดเวอร์ซะที!”
“อีกอย่างตามที่คุณขอ เรารวบรวมนักเวทศาสตร์มืดมาให้มากที่สุด ทุกคนกระตือรือร้นจะสร้างเรื่องใหญ่ในควิดดิชเวิลด์คัพกันทั้งนั้น”
จากนั้นก็เป็นเสียง
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
ยาวเหยียดอย่างเสียสติ
เหมือนอยากส่งเสียงหัวเราะผ่านจดหมายมาถึงอีธานโดยตรง
“ชั่วร้ายจริงๆ…”
อีธานใช้นิ้วเคาะโต๊ะเบาๆ สีหน้าดูเคร่งขรึมขึ้นเล็กน้อย
“มีอะไรเหรอ?”
ลูน่าถามจากข้างๆ ดวงตาใสแจ๋วมองไปที่จดหมาย
“ไม่มีอะไรหรอก”
อีธานพับจดหมาย คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วถอนหายใจ
“ฉันแค่คิดว่า ผ่านมาตั้งสามปีแล้ว แต่ฉันยังไม่เคยวาดภาพทำลายล้างขนาดใหญ่เลย รู้สึกละอายใจจริงๆ”
ไม่ว่าจะเป็นหมานรก นกแห่งความตายหรือแม้แต่กวางตะกละกับราชาหนูที่เพิ่งวาด
ทั้งหมดล้วนทำให้ศัตรูเจ็บปวดด้วยวิธีโบราณทั้งนั้น
แม้แต่ “งูบาสิ..” แบบห้าในหนึ่งก็แค่ทำให้หลับไม่ได้คร่าชีวิต
“เมื่อก่อนฉันใจดีเกินไป”
อีธานกำหมัดความสำนึกผิดเอ่อล้นในใจ
“มัวแต่เพลิดเพลินกับความสบายของฮอกวอตส์ จนลืมไปว่านักเวทศาสตร์มืด
มันโหดร้ายและชั่วช้ายแค่ไหน!”
“เฮ้อ แม้แต่ฉันที่คิดว่าตัวเองมีสติก็ยังเป็นแบบนี้เลย”
อีธานกำมือแน่น แววตาเปล่งประกายเจิดจ้า
“คนอื่นก็ยิ่งจมอยู่ในภาพลวงตาอันสวยงาม พวกเขาต้องการค้อนหนักๆ
เพื่อให้เห็นว่าความมืดกำลังคืบคลานมาแล้ว”
ควิดดิชเวิลด์คัพที่ลือกันว่าจะมีผู้ชมถึงแสนคนคือโอกาสที่สมบูรณ์แบบที่สุด
ในฐานะ “คุณโคม” เขาจะทำให้ทุกคนตระหนักว่าอันตรายจากโวลเดอมอร์
กำลังใกล้เข้ามา
เมื่อความโกลาหลถึงขีดสุด ก็จะเป็นเวลาล้มล้างระเบียบเก่าแล้วสร้างกฎใหม่ขึ้นมา
อีธานนึกถึงซีเรียสที่ถูกขังอย่างไม่ยุติธรรมในอัซคาบันกว่าสิบปีและประสบการณ์ของตัวเองที่เคยยืนขึ้นศาล
คลื่นอารมณ์พลุ่งพล่านในใจ
แม้ต้องถูกขังในอัซคาบันการปฏิวัตินี้ก็คุ้มค่า!
“เมื่อความจริงถูกเปิดเผย โลกทั้งใบจะต้องสะเทือนใจจนพูดไม่ออกแน่นอน”
อีธานเช็ดหางตา
ลูน่า: “อืม ฉันก็คิดว่าพวกเขาน่าจะซาบซึ้งจนร้องไห้เลยนะ”
เพราะว่านักเวทศาสตร์มืดมีเยอะก็จริง
แต่ปลาหมึกไม่มี….
อีธาน: “ขอคิดหน่อยสิ มีภาพทำลายล้างขนาดใหญ่ แบบช็อกโลก จำไม่ลืม อะไรดีนะ…”
เขามองดวงตาเวทมนตร์ในมือ
“การมองเห็น คือ ช่องทาง”
มองเห็นทุกสิ่งก็หมายถึงช่องทางที่มั่นคง
“รวมประตูในดวงตาเข้ากับประตูมิติ เพิ่มคาถาในดวงตาเวทมนตร์แล้วสร้างภาพใหม่เรียกชั่วคราวว่า ‘กล้องโทรทรรศน์’ ละกัน”
“จากนั้นก็เล็งไปที่ ‘จักรวาลในตู้เสื้อผ้า’ มองผ่านภาพจักรวาลสีดวงดาวอันยิ่งใหญ่”
จะมีอะไรถูกอัญเชิญออกมา ผ่านช่องทางการมองเห็นที่มั่นคงนี้กันนะ?
แค่คิดก็ทำให้ตื่นเต้นสุดๆ แล้ว~!
ในดวงตาสีน้ำเงินโคบอลต์ของอีธานเปลวไฟสีฟ้าอ่อนลุกวาบ
ปลายปากกาขยับไม่หยุดลากเส้นบนสมุดสเก็ตช์
ลูน่ามองอีธานที่กลับจมอยู่ในโลกของตัวเองอีกครั้ง
ผ่านไปสักพักเธอก็ก้มหน้า พลิกอ่านหนังสือในมืออย่างเงียบๆ
เสียงพลิกหน้ากระดาษเบาๆผสานกับเสียงปากกาขีดเขียน
ลูน่านั่งขดตัวอยู่บนโซฟาฝั่งซ้าย อีธานก้มตัวอยู่ที่โต๊ะฝั่งขวา
สายลมอ่อนพัดผ่านหน้าต่างลูบไล้เส้นผมสีทองของเด็กสาวและพัดกระดาษข้างมือเด็กหนุ่มให้ปลิวไหว
ช่วงเวลานี้ราวกับถูกหยุดไว้ชั่วนิรันดร์
วันเปิดการแข่งขันควิดดิชเวิลด์คัพ
เพราะไม่ต้องซื้อตั๋วแบบมาก่อนได้ก่อน เหล่าพ่อมดแม่มดในหมู่บ้านอัตเทอรี่ เซนต์แคตช์โพลจึงนัดกันไปสนามพร้อมๆ กัน
เมื่อครอบครัวของรอนกับแฮร์รี่หอบแฮ่กขึ้นมาถึงยอดเขา พวกเขาก็เห็นอีธานที่กำลังเล่นมีดสั้นอยู่พอดี
“อ้อ ในที่สุดก็มาถึงกันสักที”
อีธานยืดตัวขึ้น รอยยิ้มสดใสประดับบนใบหน้า ใบมีดคมในมือสะท้อนแสงอาทิตย์เป็นประกายสีเงิน
ครอบครัวรอนกับแฮร์รี่: ‘… อีธาน เดี๋ยวอธิบายก่อน’
“อีธาน! ไม่เจอกันนานเลย!”
เฮอร์ไมโอนี่จูงจินนี่ วิ่งเหยาะๆ เข้ามาอย่างตื่นเต้น
เธอยิ้มกว้างแล้วพูดไม่หยุด
“ปิดเทอมเป็นยังไงบ้าง? ควิดดิชเวิลด์คัพครั้งนี้ พ่อแม่พาฉันไปดูสถานที่กำเนิดการแข่งขันควิดดิชด้วยนะ!”
“รู้ไหม เดิมทีโกลเด้นสนิช เคยเป็นสัตว์ที่เรียกว่า ‘โกลเด้นสนิดเจ็ต’ มาก่อน…”
อีธานไม่ขัดยืนฟังอย่างใจเย็นจนเธอพูดจบ
จากนั้นสายตาเขาคมขึ้นเล็กน้อยแล้วส่งยิ้มให้จินนี่ที่หลบอยู่ด้านหลังเฮอร์ไมโอนี่
ทำให้แก้มกระของเธอแดงขึ้นอีกระดับ จนกระทั่งเฮอร์ไมโอนี่หยุดพูดเพราะหายใจไม่ทัน
อีธานถึงเอ่ยขึ้น
“ปิดเทอมของฉัน ก็เต็มอิ่มเหมือนกัน”
“ฉันไปเยือนสถานที่ที่รวมคนเก่งๆ เอาไว้ นำความอบอุ่นไปมอบให้ชายชราผู้สันโดษแล้วเขาก็มอบของวิเศษล้ำค่ากลับมาให้ฉัน”
เฮอร์ไมโอนี่เลิกคิ้วลังเลเล็กน้อย
“ว้าว… ฟังดู… เต็มอิ่มจริงๆ นะ”
ทำไมฟังแล้วเหมือนเรียงความ ‘ความดีประจำวัน’ ของเด็กประถมยังไงไม่รู้
แปลกนิดหน่อย…
ตอนนั้นเองอีธานก็สังเกตได้ว่า บรรยากาศในครอบครัววีสลีย์ตึงเครียดผิดปกติ
ฝาแฝดวีสลีย์ที่ปกติเหมือนประทัดคู่ตอนนี้กลับเงียบสนิท
รอนแอบกระซิบ
“พวกเขาทะเลาะกับแม่หนักมาก!”
“แม่ไม่ชอบของประดิษฐ์ที่พวกเขาทำ ก่อนออกมาเลยยึดแล้วก็ทำลายทิ้งหมด!”
หลังจากอธิบายเพิ่มอีธานก็เข้าใจเรื่องทั้งหมด ความขัดแย้งระหว่างพ่อแม่สายอนุรักษ์กับลูกชายสายก้าวหน้า
จอร์จ: “จบเห่แล้ว! ของขายที่เตรียมไว้ทั้งฤดูร้อน หายหมด!”
เฟร็ด: “แล้วจะเอาเงินที่ไหนไปเปิดร้านล่ะ!”
สีหน้าหงุดหงิดแบบนี้ แทบไม่เคยเห็นบนใบหน้าที่เหมือนกันราวกับพิมพ์เดียว
ทั้งสองคนมองอีธาน โดยสัญชาตญาณฝากความหวังไว้กับประธานชมรมที่อายุน้อยกว่าพวกเขา
อีธานกะพริบตาแล้วถามอย่างเป็นธรรมชาติ
“หืม? ฉันไม่ได้บอกเหรอว่า เพราะบรรพบุรุษตระกูลวีสลีย์ เป็นคนค้นพบดอกจันทร์”
“ดังนั้น อย่างน้อยสามสิบเปอร์เซ็นต์ของกำไร ต้องเป็นของพวกคุณสิ?”
เงินของศาสตราจารย์สเนป อย่างเดียวก็กองเป็นภูเขาเล็กๆ ได้แล้ว
ฝาแฝดวีสลีย์:!!!
ไม่ใช่แค่พวกเขา..แม้แต่รอนเองก็อึ้ง
เหมือนเดินอยู่ดีๆแล้วมีฝนเกลเลียนตกใส่หัว!
มีแค่คุณอาเธอร์ วีสลีย์ ที่มาถึงทีหลังยังถามซื่อๆ
“เกิดอะไรขึ้นๆ อย่าทะเลาะกันสิ!”
ผ่านไปพักใหญ่ จอร์จกับเฟร็ดกลืนน้ำลายตั้งสติได้ พวกเขามองหน้ากันแล้วพูดอย่างกระอักกระอ่วน
“เรื่องนี้… เรารับไม่ได้จริงๆ…”
พวกเขาแค่บังเอิญเจอถุงเมล็ดพันธุ์ในห้องใต้ดิน
ดอกจันทร์ไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเขาเลย ต่อให้ต้องการเงินแค่ไหนผลประโยชน์จากดอกจันทร์มันมากเกินไปจริงๆ
แต่….อีธานยกมุมปาก ใบหน้าหล่อเหลาอาบด้วยแสงยามเช้าอ่อนๆเสียงของเขาดังขึ้น
“ไม่ต้องกังวล”
“ตระกูลวีสลีย์เต็มไปด้วยคนซื่อสัตย์ นี่คือสิ่งที่พวกคุณสมควรได้รับ”
ฝาแฝดวีสลีย์นิ่งงัน
ปัญหาใหญ่เมื่อมาอยู่ตรงหน้าอีธานกลับสลายหายไปในพริบตาให้ความรู้สึกไม่สมจริง
“โอ้! อีธาน!!”
อีธานถอยครึ่งก้าวหลบอ้อมกอดแบบหมีที่สื่อว่าจะยอมอุทิศตนให้ของฝาแฝด
เขาหรี่ตายิ้มอย่างมีนัย
“ยิ่งไปกว่านั้น…”
“หลังควิดดิชเวิลด์คัพ คุณนายวีสลีย์จะไม่สนใจอีกแล้วว่าพวกคุณทำอะไร”
แค่มีชีวิตรอดก็พอแล้ว ฝาแฝดมองหน้ากัน มีเพียงซีเรียสที่เคยอยู่ในมืออีธานตลอดเทอมก่อนที่สั่นสะท้านโดยสัญชาตญาณ
ซีเรียสวางมือบนไหล่แฮร์รี่
“ถ้าอย่างนั้น ครั้งนี้เราไม่เข้าร่วม”
คุณอาเธอร์: “เมอร์ลิน! สายขนาดนี้แล้ว! เร็วเข้า เด็กๆ เราจะไปสายแล้ว”
อีธาน: “ประตูมิติ”
“อ๊ากกกกกก!!!”
ในมือของอีธานไม่เคยมีคำว่า
“ไปสาย”
แน่นอนก็ไม่เคยมีคำว่า “หนีรอด” เช่นกัน
หลังจากไปรวมกับครอบครัวของเซดริก พวกเขาก็ผ่านพอร์ทคีย์รูปบูต
ทั้งกลุ่มพุ่งเข้าสู่ เสียงโห่ร้องดังกึกก้องราวกับคลื่นทะเลซัดสาด
ท่ามกลางเสียงหัวเราะ เสียงเชียร์และธงที่โบกสะบัด
อีธานมองเห็นกลุ่มเมฆดำลอยอยู่บนขอบฟ้า เขายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย
ควิดดิชเวิลด์คัพฝได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว