- หน้าแรก
- ฮอกวอตส์: จากนักเรียนศิลปะตกอับ สู่นักสร้างการ์ดเวทมนตร์
- บทที่ 170 พระอาทิตย์ขึ้น ณ ฮอกวอตส์
บทที่ 170 พระอาทิตย์ขึ้น ณ ฮอกวอตส์
บทที่ 170 พระอาทิตย์ขึ้น ณ ฮอกวอตส์
“อีธาน วินเซนต์!!!”
“อยู่ตรงนี้ครับ~”
อีธานตอบเสียงใส
ศาสตราจารย์สเนปถึงกับสะอึกอีกครั้ง
เขาอยากจะจับเจ้าตัวแสบจอมกวนตรงหน้า เปลี่ยนให้กลายเป็นคางคก แล้วจับไปดองในหม้อปรุงยา!
สเนปหลับตาลง หอบหายใจ ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตา
สิ่งแรกที่เห็นคือ…นักเรียนมากมาย นอนระเนระนาดไปทั่วทางเดิน…
“?!!!”
เขาเบิกตากว้าง
เกิดอะไรขึ้น?!
ความทรงจำสุดท้ายของเขาคือวิ่งออกจากห้องทำงานเพราะรู้สึกได้ถึงบางอย่างผิดปกติ…
แล้วทุกอย่างก็มืดสนิท
แค่สลบไปแป๊บเดียว…
ฮอกวอตส์พังยับ???
เขารีบลุกขึ้น กุมหลังที่เจ็บ หันไปตรวจชีพจรของเด็กบ้านสลิธีรินที่อยู่ใกล้สุด
โชคดี… ยังมีชีวิตอยู่
“แค่หลับอยู่ครับ”
เสียงนุ่ม ๆ ดังขึ้นจากด้านหลัง
“!!!”
หัวใจที่เพิ่งสงบของสเนปกระโจนขึ้นมาอีกครั้ง
แม้จะเป็นน้ำเสียงนุ่มนวลแต่กลับให้ความรู้สึกเย็นเฉียบเสียจนสั่นสะท้าน
เขาหันไปมองพบว่า อีธานยืนอยู่ใต้แสงจันทร์สีเงินในทางเดินมืดสลัว
ใบหน้าขาวซีดราวงาช้าง แววตานิ่งสงบเหมือนภูตผี
เพียงชั่ววูบเดียว สเนปก็เข้าใจทั้งหมด
เขาพึมพำเสียงแผ่ว: “…นาบทำอะไรลงไปแล้วทำไมต้องทำทั้งหมดนี้?”
อีธานเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย อดีตผู้เสพความตายนี่ช่างตาแหลมจริง ๆ
เขายิ้มบาง ๆ: “ผมไม่ได้ทำอะไรเลยครับ… ถ้าจะพูดให้ถูก ผมกำลัง ‘ช่วย’ ทุกคนต่างหาก”
มีประสบการณ์แบบนี้ไว้บ้าง พอเจอการโจมตีจากโวลเดอมอร์จริง ๆ จะได้ไม่ตื่นตูม
“ช่วย?”
สเนปแทบจะหลุดสบถออกมา
ถ้าหมอนี่ไม่ได้ทำอะไร งั้นเขานี่แหละคือรัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์!
เขาอยากจะคว้าตัวอีธานมาเขย่าจนหัวโยก แล้วตะโกนว่า “เจ้าทำอะไรลงไปกันแน่?!”
เฮ้อ…
สเนปถอนหายใจยาว พยายามระงับอารมณ์ จ้องหน้าเด็กนรกตรงหน้า หวังจะเห็นรอยสำนึกผิดสักนิด
แต่… ไม่มีเลย หน้าตายิ้มแย้มเหมือนทำความดีถวายฟ้า
….หรือนี่คือมาตรฐานศีลธรรมของยมโลกกันแน่?
“ฉันคงไม่มีทางเลือก นอกจากจะรายงานทั้งหมดให้ดัมเบิลดอร์รู้”
สเนปเอ่ยเสียงกร้าว
“ให้ผมช่วยพยุงไหมครับ?”
อีธานเสนออย่างใสซื่อ
สเนป: “…ไสหัวไป!!”
เขาสะบัดผ้าคลุมเดินกระแทกพื้นดังปัง ๆ เดินกะเผลกจากไปด้วยความโมโหสุดขีด
อีธานมองตามหลัง พลางยิ้มบาง ๆ: “แก่แล้วก็แบบนี้~”
สเนปหันขวับ แม้ไม่ได้ยินแต่เหมือนรู้ว่าโดนกัด
เขาหรี่ตา ก่อนกล่าวเสียงแหบต่ำ
“ฉันจะจับตาดูเธออย่างใกล้ชิด… ถ้าทำอะไรผิดแม้แต่นิดเดียวล่ะก็….”
พูดจบสเนปมองอีธานนิ่ง ๆ อีกครั้ง ถึงจะเกลียดเจ้าเด็กนี่ขนาดไหน…
แต่เขาก็ยอมรับว่า "อีธาน วินเซนต์คือผู้วิเศษที่พรสวรรค์สูงที่สุดเท่าที่เคยเห็น"
จ้าวแห่งศาสตร์มืดโวลเดอมอร์?
แม้แต่เขายังไม่ทำให้คนขนลุกได้เท่านี้
อีธานที่มีท่าทีสงบนิ่ง ราวกับตกลงอะไรบางอย่างกับดัมเบิลดอร์แล้ว
“ฮึ่ม… ยิ่งกว่าผึ้งแก่เสียอีก”
สเนปเดินจากไปโดยไม่หันกลับ
ทิ้งให้ "ปีศาจในคราบเด็กนักเรียน" ยืนยิ้มอยู่คนเดียวในเงามืด
“น่าเสียดายที่ใกล้ปิดเทอมซะแล้ว…”
อีธานยิ้มละไม “ไว้เทอมหน้าเจอกันใหม่นะครับ ศาสตราจารย์สเนป~”
ว่าแล้วเขาก็เดินฮัมเพลง “สะพานลอนดอนกำลังพังลง” มุ่งหน้าไปปลุกศาสตราจารย์คนถัดไปอย่างรื่นเริง
เมื่อฮอกวอตส์ตื่นขึ้นจากฝันร้าย
ฟ้าก็เริ่มสว่าง ท้องฟ้ามืดครึ้มเปลี่ยนเป็นสีเทาอ่อน หมู่ดาวจางหาย เหลือเพียงเส้นแสงจาง ๆ ริมขอบฟ้า
“อีธาน!”
เสียงตะโกนดังขึ้น พร้อมกับอ้อมกอดแรงมหาศาล
“อึก… เพเนโลพี… ผมหายใจไม่ออกครับ…”
เด็กหนุ่มหน้าบี้ถูกโอบแน่นจนแทบแบน
“ฉันนึกว่า… ฉันนึกว่าเธอจะเป็นอะไรไป! ฮือ… ดีแล้วที่ปลอดภัย!”
เพเนโลพีร้องไห้สะอึกสะอื้น กอดอีธานแน่นราวกับจะไม่ยอมปล่อยอีกเลย
เด็กคนอื่น ๆ ที่ฟื้นแล้วก็วิ่งมาล้อมอีธาน
เรียกชื่อเขารัว ๆ เหมือนลูกนกหาแม่
อีธานผลักเพเนโลพีออกเบา ๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“การโจมตีครั้งนี้… เป็นแค่เรียกน้ำย่อย”
ทุกคน: “………”
แค่โรงเรียนระเบิด นักเรียนสลบทั้งร้อย รัฐมนตรีต้องบุกมาถึง…
นี่แค่ ‘เรียกน้ำย่อย’ เองเหรอ???
“เราต้องแข็งแกร่งขึ้น”
อีธานกล่าว
“ไม่ใช่เพื่อพึ่งคนอื่น แต่เพื่อยืนหยัดสู้เมื่อภัยร้ายมาถึง!”
ราวกับแสงเทียนจุดกลางความมืด
คำพูดของอีธาน จุดประกายความหวังในใจนักเรียน
“ใช่! เราต้องลุกขึ้น ไม่ใช่รอให้คนอื่นมาช่วยตลอด!”
“อีธานนี่แหละ คือจิตวิญญาณของเรเวนคลอ!”
เสียงพูดคุยชื่นชมดังขึ้นรอบตัวอีธาน
เขายิ้มมุมปากอย่างพอใจ
ทันใดนั้น….
“อีธาน!”
แฮร์รี่พุ่งเข้ามาหา
ข้าง ๆ เขาคือด็อบบี้ที่เห็นหน้าอีธานแล้วถึงกับกรี๊ดก่อนหายวับไป
“แปลก… หน้าผมดูน่ากลัวขนาดนั้นเหรอ?”
อีธานงงเล็กน้อย
แฮร์รี่: “อีธาน! ผมมีเรื่อง…”
ทันใดนั้น…
สายตาเย็นชารอบห้องก็พุ่งมาที่เขา
…อีกแล้วเหรอ? แฮร์รี่อีกแล้ว?
สายตากดดันจนน้ำแข็งเกาะกลางอก ทั้งที่เขาเป็นคนสู้กับคุณเติ้ง… แต่กลับถูกมองด้วยความระแวง
เป็นเพราะเขาพูดภาษางูเหรอ?
แฮร์รี่กำหมัดแน่น ก้มหน้าลงอย่างเจ็บใจ
แล้วจู่ ๆ…มืออบอุ่นข้างหนึ่งแตะไหล่เขา เป็นอีธาน… ที่ส่งยิ้มอบอุ่นให้เขา
“แฮร์รี่ กินอะไรหน่อยสิ นายต้องเหนื่อยมากแน่ ๆ”
ในมือนั้นคือแอปเปิลสีแดงสด
แฮร์รี่เงยมอง
ภายใต้แสงจันทร์ ใบหน้าอีธานขาวเนียนดุจเครื่องปั้นดินเผา รอยยิ้มของเขา… สมบูรณ์แบบราวภาพวาด
แต่…กลับทำให้แฮร์รี่ขนลุก
“…เหมือนคุณเติ้งไม่มีผิด”
“ไม่ ไม่ใช่! อีธานคือคนที่ต่อสู้เพื่อพวกเรา!”
แฮร์รี่สลัดหัวแรง ๆ ไล่ความคิด
เขารับแอปเปิลนั้นด้วยเสียงเบา: “ขะ..ขอบคุณ…”
“มันคือแอปเปิลเวทมนตร์ กินแล้วฟื้นพลังทั้งหมด”
แฮร์รี่ก้มมองแอปเปิลสีแดงใสราวอัญมณี
แล้วกัดลงไป
“กร๊วบ”
ดวงตาเบิกกว้าง!
“หือ! เย็นเฉียบ! หวานเหมือนน้ำผึ้ง!”
ทันใดนั้น บรรยากาศเงียบงัน
ก่อนจะมีเสียงกระซิบ: “ขอโทษนะ แฮร์รี่…”
“ที่สงสัยนาย…”
เสียงสารภาพผิดทยอยดังขึ้น
แฮร์รี่ยืนอึ้งเขาไม่ได้ทำเพื่อคำชื่นชม
แต่…การที่มีคนเข้าใจและยอมรับ มันก็ทำให้อบอุ่นหัวใจอย่างประหลาด
เขาเงยหน้า มองตามสายตาอีธานที่จ้องออกไปนอกหน้าต่าง
ดวงตาสีโคบอลต์ของอีธาน จ้องผ่านกระจก… ไปยังโลกกว้างเบื้องหน้า
“ดูสิ แฮร์รี่…”
“พระอาทิตย์ขึ้นแล้ว”
แสงอ่อน ๆ ทะลุขอบฟ้า
สาดแสงสว่างลงบนฮอกวอตส์
จับต้องได้ทั้งแสงและเงาบนใบหน้าอีธาน
แฮร์รี่ยิ้มบาง ๆความกังวลในใจ ค่อย ๆ สลายไปกับแสงแรกของวันใหม่
เหตุการณ์ห้องแห่งความลับ… จบลงโดยไร้คนตาย
ข่าวดีคือยกเลิกการสอบปลายภาค
ข่าวร้ายคือ… ประธานสภาโต๊ะกลมอาเธอร์ ถูกพบในห้องน้ำหญิงชั้นสาม
อยู่ในสภาพ…ไม่เหมือนมนุษย์เท่าไร
แม้โรงเรียนจะไม่เอาผิดอย่างเป็นทางการ แต่ใคร ๆ ก็รู้ว่าเขาต้องเกี่ยวพันกับศาสตร์มืด
และเมื่อวันเลี้ยงอำลาใกล้สิ้นเทอมมาถึง…
“ก๊อง”
ประตูเปิดออก
อาเธอร์ก้าวเข้ามา ในสภาพพันผ้าพันแผลทั้งตัว หน้าซีดเซียว แขนขากะเผลก
ทุกคนเงียบกริบ
เขากวาดตามอง ก่อนจะเดินตรงไปที่…อีธาน วินเซนต์
สมาชิกสภาโต๊ะกลมแทบจะร้องไห้: “อย่าเดินไป… จะตายหมู่กันหมด!!”
แต่อาเธอร์… กลับจ้องอีธานด้วยแววตาเคียดแค้น แต่ภายในแววตานั้นก็ปนไปด้วยความหวาดกลัว
เขาสูญเสียทุกอย่าง…
ชื่อเสียง เกียรติยศ อนาคต หมดสิ้นเพราะอีธาน วินเซนต์
แต่เขาลืมไปแล้วว่า…ตอนที่เผชิญหน้ากับอีธาน
เขาคือคนที่ ตอบว่า “ใช่” กับคำถามทุกข้อด้วยตัวเอง