- หน้าแรก
- ฮอกวอตส์: จากนักเรียนศิลปะตกอับ สู่นักสร้างการ์ดเวทมนตร์
- บทที่ 105 ควีเรลล์ "ประตูเปิดจากด้านนี้ไม่ได้" หมายความว่าไงฟะ!?
บทที่ 105 ควีเรลล์ "ประตูเปิดจากด้านนี้ไม่ได้" หมายความว่าไงฟะ!?
บทที่ 105 ควีเรลล์ "ประตูเปิดจากด้านนี้ไม่ได้" หมายความว่าไงฟะ!?
ม่วงมหากาพย์!!
ดวงตาของอีธานเบิกกว้าง หายใจสะดุดไปหนึ่งจังหวะ
พอเห็นผลประเมินตรงหน้า เขาก็อึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรู้สึกดีใจจนแทบบินได้!
ที่ทุ่มเทไปขนาดนั้น ที่เผาเงินไปเป็นตั้ง ไม่เสียเปล่าเลย!
เขารวมทุกสิ่งที่มี สร้างมันออกมาเป็นจิตรกรรมฝาผนังชิ้นนี้!
อีธานหันกลับไปมองและสิ่งที่เขาเห็นคือภาพวาดที่กินพื้นที่ทั้งผนัง!
มีประตูเหล็กดำแขวนอยู่สูง พื้นหินปูสีเทาเหลืองทอดยาวสู่ห้วงลึกมืดมิด กลิ่นอายประวัติศาสตร์เก่าแก่โชยมา พร้อมกลิ่นอับชื้นเหม็นเน่าเล่นงานจมูกอย่าแรง
แม้มันจะเป็นแค่พื้นเรียบ แต่เมื่อเพ่งมองเข้าไป ก็เหมือนถูกดูดเข้าไปในทางเดินวนเวียนนั้น ขาแทบก้าวเข้าไปโดยไม่รู้ตัว
นี่แหละ สวนสนุกเซห์นของเรา สนุกสุดเหวี่ยงแน่นอน! คุณมีสวนสนุกเซห์นแบบนี้หรือเปล่า~
【เมืองโบราณเซห์น】
【ประเภท: จิตรกรรมฝาผนัง】
【ระดับ: ขั้น 2 · สีม่วง ตำนาน】
【คำอธิบาย: เส้นทางกลับบ้านในวัยเด็กของมิยาซากิ ฮิเดทากะ】
【เอฟเฟกต์: ให้ผู้คนเข้าไปได้จริง สัมผัสกับความเจ็บปวดและทรมาน จะคงอยู่ตลอดไปจนกว่าผืนผ้าใบจะถูกทำลาย ไม่สามารถดึงกลับหรือย้ายได้】
【การประเมิน: คุณได้จำลองประวัติศาสตร์ออกมาอีกครั้ง】
【เงื่อนไขในการอัปสกิลวาดภาพเป็นระดับ 3 บรรลุ 1 อย่างแล้ว!】
【ระดับการรวมวิญญาณเพิ่มขึ้น 1%】
จาก 44% → 45%
“ฟู่ววว” อีธานหลับตาครึ่งหนึ่งอย่างสบายใจ
รู้สึกได้ว่าความเหนื่อยล้าหายไปทันทีหลังจากค่ารวมวิญญาณเพิ่มขึ้น
พลังเวทในตัวเหมือนเติมเต็ม เหมือนตัวละครในเกมเวลอัปแล้วเลือดเต็มหลอด
...สุดยอด!
ไม่ใช่แค่รู้สึกดีเท่านั้น
เขายังบรรลุหนึ่งในเงื่อนไขเพื่ออัปสกิลวาดภาพเป็นขั้น 3 อีกด้วย!
คิดว่าอีกไม่นานพลังของเขาจะเพิ่มขึ้นอีกขั้น อีธานก็อดตื่นเต้นไม่ได้
อยากจับสัตว์ประหลาดยัดเข้าเมืองเซห์นเพิ่มอีกสักสิบตัวเลยด้วยซ้ำ!เสียดายที่รอบนี้ไม่ได้ทำหีบกับดักไว้…
อีธานยังหาสิ่งมีชีวิตเหมาะๆ ไม่ได้
บางที... ถึงเวลาที่เขาต้องให้แฮกริดเริ่มเพาะพันธุ์ “สครูตหางระเบิด” ก่อนกำหนดแล้วล่ะ...
แน่นอนว่า... มันจะนำความสุขให้โลกอย่างแน่นอน :)
“ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ครับ คุณชอบภาพวาดนี้ไหม?”
อีธานถามด้วยน้ำเสียงจริงใจ ดวงตาเป็นประกาย:
“ตราบใดที่ฮอกวอตส์ยังไม่ถล่ม ภาพวาดนี้ก็จะยังอยู่ที่นี่ตลอดไป เป็นมรดกนิรันดร์ของโรงเรียนเลยนะ”
“อยากเข้าไปเล่นดูไหม?”
ดัมเบิลดอร์: “...ขอบคุณสำหรับคำชวนสุดอบอุ่นนะ คุณวินเซนต์ แต่ลุงแก่ๆ แบบฉัน ขอบายดีกว่า... ปล่อยให้เด็กๆ ไปสนุกเถอะ ฮะฮะ”
เขาหัวเราะเบาๆ ขณะพูด
ดูเหมือนโรงเรียนจะมีพื้นที่ต้องห้ามเพิ่มอีกที่แล้วสิ
แต่กับพวกเด็กสิงโตที่นิสัยซนตลอดกาล ยิ่งห้ามก็ยิ่งอยากทำ
เหมือนแฝดวีสลีย์ ที่วันๆ เอาแต่หาทางแหกกฎ
เมืองโบราณแห่งนี้... ในอนาคตอาจกลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ประจำฮอกวอตส์ก็เป็นได้หรือจริงๆ ตอนนี้มันก็เป็นไปแล้ว
ดัมเบิลดอร์มองจิตรกรรมฝาผนังอันยิ่งใหญ่ตรงหน้า ที่เขาได้เห็นกับตาตั้งแต่ยังเป็นผนังเปล่า
รู้สึกประทับใจอยู่ลึกๆ
“…ฉันยินดีมอบเงินรางวัลห้าพันเกลเลียน ให้กับผลงานชิ้นเอกนี้ของเธอ เพื่อเป็นเกียรติแก่การมีส่วนร่วมต่อฮอกวอตส์นะ คุณวินเซนต์”
ดัมเบิลดอร์ขยิบตาให้เล็กน้อย
ห้าพันเกลเลียน!!!
อีธานหันขวับ ดวงตาเป็นประกาย
รู้สึกทันทีว่ารอบๆ ตัวคุณปู่ดัมเบิลดอร์เปล่งแสงสีทองระยิบระยับ มองแทบไม่เห็นหน้า!
“ผมเริ่มเคารพคุณแล้วล่ะครับ ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์” อีธานพูดเสียงจริงจัง
...เพิ่งเริ่มเคารพเรอะ!?
ดัมเบิลดอร์หน้าแข็งไปนิด คำในหัวล้านคำอยากพูด
แต่สุดท้ายก็แค่ส่ายหัวแล้วยิ้ม “ขอบใจมาก คุณวินเซนต์ เวลาที่ดีที่สุดในการเริ่มต้นอะไรซักอย่างนอกจากเมื่อวาน... ก็คือตอนนี้นี่แหละ”
เขามองเด็กชายหน้าตาหล่อเหลาแต่ใจเย็นตรงหน้า ดวงตาอ่อนโยน
ในหัวเขานึกถึงเพื่อนเก่าคนหนึ่ง
...เหมือนกันมาก
แต่ต่างจากอีกคนนั้นตรงที่ อีธานไม่มีความกระหายอำนาจ
เขาแค่เป็นเด็กคนหนึ่งที่รักศิลปะ
อีธาน: “ว่าแต่ ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ครับ ผมขออีกอย่างนึงได้ไหม”
เขาเงยหน้าขึ้น ถามด้วยน้ำเสียงบริสุทธิ์:
“คุณให้ศิลาอาถรรพ์ผมได้ไหมครับ? ผมอยากมีพลังมากกว่านี้”
รอยยิ้มใจดีของดัมเบิลดอร์...
...แข็งค้าง
—
วันต่อมา
“ห้าพันเกลเลียน?!!!”
น้ำฟรุตพันช์ของรอนพุ่งออกจากปากเหมือนน้ำพุ
เขามองอีธานตาค้างอย่างเหลือเชื่อ ในขณะที่อีกฝ่ายพูดลอยๆ ว่า “ก็แค่ขายภาพวาดได้ห้าพันเกลเลียนน่ะ”
รอนรู้สึกเหมือนอีกฝ่ายเป็นสิ่งมีชีวิตระดับเทพ มองตรงๆ ไม่ได้
แฮร์รี่ดันแว่นพลางเสริมว่า “จริงๆ ไม่ใช่ขายหรอกนะ แค่ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์เขาชื่นชมผลงานของอีธานเลยให้เป็นทุนสนับสนุนเฉยๆ”
เฮอร์ไมโอนี่คิดในใจ: แบบนี้แหละ... โครงการฝึกผู้มีพรสวรรค์แน่นอน... จะเข้ายังไงล่ะเนี่ย?
แฝดวีสลีย์: “รอนนี่จ๋า~ ไปกอดขาอีธานด่วน!”
“กอดสองข้างเลย”
“คุกเข่ากอดด้วย!”
หน้ารอนแดงแปร๊ด โวยลั่น: “หยุดเลยนะ!”
“ชู่!” ฝาแฝดหันมาแอบก้มตื่นเต้น “เขามาแล้ว!”
‘เขา’ ที่ว่าก็คือ... ศาสตราจารย์ควีเรลล์
ควีเรลล์เดินฝ่าหิมะมาช้าๆ
ร่างผอมซีดเหมือนโดนตำแหน่งศาสตราจารย์วิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มือดูดพลังชีวิตไปจนหมดแล้ว
แต่วันนี้... ใบหน้าเขากลับเต็มไปด้วยความสุขแบบปิดไม่มิด
เหมือนสิ่งที่รอมานานกำลังจะเกิดขึ้นจริง
จนกระทั่ง “ปั้ก!”
แฝดวีสลีย์ขว้างก้อนหิมะไปโดนหลังหัวควีเรลล์ที่พันผ้าโพกไว้เป๊ะ!
เสียงหัวเราะดังลั่น
อีธานส่งก้อนหิมะให้เพิ่มอย่างใจดี
“ขอบใจนะน้องชาย!”
พอรับก้อนหิมะ ฝาแฝดก็สวมวิญญาณบีตเตอร์ คว้างเข้าเป้าอีกดอก ปั้ก!
เสียงแน่นๆ ก่อนควีเรลล์ร่วงหลังคะมำ
มีของเหลวสีแดงคล้ำไหลซึมออกจากผ้าโพกหัว...
ฝาแฝดวีสลีย์: ???
ทั้งคู่หยุดค้างทันที
รีบก้มดูหิมะที่อีธานส่งให้ ข้างในมีก้อนหินแข็งขนาดพอดีฝ่ามือห่อไว้!
พอหันไปดูอีกที อีธานกำลังห่อก้อนหินในหิมะอย่างตั้งใจ เหมือนเชฟกำลังทำพาย
ฝาแฝดวีสลีย์: !!!
พวกเขาแค่จะเล่นซน ไม่ได้ตั้งใจฆ่าคนนะเฟ้ย!
“ทำไมไม่ห้ามอีธานล่ะ?!” จอร์จกับเฟรดหันไปโวยใส่แฮร์รี่ รอน และเฮอร์ไมโอนี่ “พวกนายยืนดูเฉยๆ ได้ไง?!”
แฮร์รี่พูดตะกุกตะกัก “ฉะ ฉันนึกว่าพวกนายตกลงกันแล้ว...”
เฮอร์ไมโอนี่พูดเสียงลึก: “อีธานต้องมีเหตุผลของเขาแน่นอน”
รอนพยักหน้าแรงข้างๆ
ฝาแฝดวีสลีย์: “…”
แต่สิ่งที่เหนือความคาดหมายคือ ควีเรลล์ไม่เอาเรื่อง!
เขาแค่ลุกขึ้นมาอย่างทุลักทุเล มองพวกเขาอย่างอาฆาตแวบหนึ่ง แล้วรีบวิ่งหนีไปทันที
อีธานลุกขึ้น ปัดหิมะออกจากถุงมือ
มองแผ่นหลังของควีเรลล์ที่รีบวิ่งหายไป แล้วพูดเสียงเรียบ:
“รู้ไหม? วันนี้ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ไม่อยู่ เขาโดนเรียกไปกระทรวงเวทมนตร์”
เขาหันไปมองเฮอร์ไมโอนี่ที่ขมวดคิ้วเล็กน้อยและคนอื่นๆ ที่เริ่มสงสัย ก่อนยิ้มมุมปาก:
“แปลว่า... คืนนี้ พวกเรามีเวลาสำหรับการผจญภัยครั้งใหญ่ที่ ‘น่าสนใจมาก’”
—
คืนนั้น
บริเวณต้องห้ามชั้นสี่
เสียงพิณดังแผ่วขับกล่อมเจ้าฟลัฟฟี่ให้หลับสนิท
ควีเรลล์เดินเลี่ยงโทรลล์หมดสติ กับดักที่เขาวางไว้เองแล้วเดินต่ออย่างสบายอารมณ์
สีหน้าเขาเยือกเย็น ฉลาดเฉียบ ไม่มีร่องรอยความตะกุกตะกักที่เคยมี
“การป้องกันแบบนี้เหรอ? ง่ายจะตาย... ตอนนี้เหลือแค่บททดสอบของค้างคาวดำจอมจุ้นเท่านั้น... นายท่านครับ ศิลาอาถรรพ์อยู่ไม่ไกลแล้ว!”
“ว่าแต่... ไอ้ภาพวาดนี่มันโผล่มาตั้งแต่เมื่อไหร่?”
ควีเรลล์จ้องภาพจิตรกรรมเมืองโบราณตรงหน้า รู้สึกทั้งกลัวและหงุดหงิดขึ้นมาทันที
“อีธาน วินเซนต์... ไอ้เด็กเวร... ถ้าฉันได้ศิลาอาถรรพ์ แล้วคืนชีพให้นายท่านได้เมื่อไหร่ ฉันจะทำให้นายร้องขอให้ฉันฆ่าทิ้งเองเลยคอยดู...!”
ควีเรลล์เริ่มฝันกลางวัน ยิ้มกว้างอย่างเพ้อฝัน
...แต่พริบตานั้นเอง
เขาสังเกตว่าประตูจริงที่เคยอยู่ตรงนี้ กลายเป็น "ประตูที่ถูกวาดไว้"
“...อะไรเนี่ย?”
เขาขมวดคิ้ว ลายเส้นภาพที่คุ้นเคยเกินไป ทำเอาเหงื่อเย็นๆ ซึมออกมา
เขายื่นมือไปดันเบาๆ
ทันใดนั้นข้อความหนึ่งก็ลอยขึ้นมา:
【ประตูนี้เปิดจากด้านนี้ไม่ได้】
ควีเรลล์: ???
วินาทีต่อมา..
“อ๊ากก!!”
เขากรีดร้อง ก่อนจะโดนดูดเข้าไปในภาพวาด!
กลิ่นสีฉุนๆ กระแทกจมูก เขาร่วงลงพื้นหินแข็งเย็นเฉียบ
เงยหน้าขึ้นมา เห็นประตูเหล็กยักษ์ติดหนามเหมือนเครื่องประหารอยู่เบื้องหน้า
ด้านในเป็นโพรงมืดชื้น ส่งกลิ่นเหม็นเน่าคล้ายท่อระบายน้ำร้างๆ
เขาก้มลงและเห็นข้อความสลักไว้ที่พื้นหินตรงหน้า:
【ยินดีต้อนรับสู่เมืองโบราณเซห์น】
【ศิลาอาถรรพ์อยู่ข้างหน้า】