- หน้าแรก
- ฮอกวอตส์: จากนักเรียนศิลปะตกอับ สู่นักสร้างการ์ดเวทมนตร์
- บทที่ 55 ความศรัทธาของศาสตราจารย์มักกอนนากัลกำลังถูกทดสอบ
บทที่ 55 ความศรัทธาของศาสตราจารย์มักกอนนากัลกำลังถูกทดสอบ
บทที่ 55 ความศรัทธาของศาสตราจารย์มักกอนนากัลกำลังถูกทดสอบ
สายลมหนาวพัดแรง หอบเสียงหอนก้องลอดผ่านระหว่างอีธานกับเหล่าศาสตราจารย์ พัดเส้นผมและชายเสื้อคลุมให้สะบัดพลิ้วไปมา
ศาสตราจารย์มักกอนนากัลสั่นสะท้าน สมองที่เหนื่อยล้าพยายามดึงสติกลับมาสายตาของเธอผ่านเลยเพเนโลพีที่ยังดูงงงันไม่แพ้กันแล้วไปหยุดที่อีธาน
เธอพยายามจะหาคำตอบจากใบหน้าที่ไร้เดียงสาและดูสะอาดหมดจดของเขา แต่ก็ไร้ผล
สุดท้าย เธอทำได้เพียงถามเสียงแหบพร่า
“นี่มัน…เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
การสอบคัดเลือกที่ควรจะราบรื่น ทำไมถึงกลายเป็นหายนะเละเทะแบบนี้?
อีธาน…ทำไมเธอถึงได้ยืนดูเฉย ๆ แบบนั้น?!
ทันทีที่ได้ยินคำถาม รอยยิ้มบนริมฝีปากของอีธานกลับยิ่งลึกขึ้น
เขาไม่ได้ตอบ แต่ล้วงหยิบแหวนหินดำออกมาจากถุงหนัง ที่ร่ายคาถาขยายภายในเอาไว้
อีธานรู้สึกว่าหรือเขาแค่คิดไปเอง…
แหวนวงนี้เหมือนจะหม่นหมองลงกว่าตอนแรกที่ได้มาเสียอีก ประกายพลังเวทมนตร์ที่เคยกะพริบอ่อน ๆ ก็แทบจะหายไปจนหมด
ในถุงหนังของอีธาน มีภาพวาดล้ำค่าของเขาอยู่เช่น “งานเลี้ยงของภูตผี” หรือ “เกลียวคลื่นแห่งการปลดเปลื้อง” อะไรทำนองนั้น
ถ้าแหวนมีจิตใจจริง ๆ มันคงเหนื่อยกับการ “เสพงานศิลป์” ของเขาไปแล้วล่ะ
อีธานคิด พลางไหล่สั่นนิด ๆ อย่างไม่ใส่ใจ
เขายกแหวนขึ้นให้ศาสตราจารย์มักกอนนากัลดู แล้วพูดว่า
“ศาสตราจารย์ครับ นี่คือถ้วยรางวัลที่ผมเอามาจากถ้ำ”
!!
ดวงตาของศาสตราจารย์มักกอนนากัลเบิกกว้างทันที จ้องแหวนหินดำด้วยความไม่อยากเชื่อ
เธอสะบัดไม้กายสิทธิ์ แสงเล็ก ๆ พุ่งออกมา เป็นตราที่พวกเขาเคยทำเครื่องหมายไว้บนสมบัติทุกชิ้น!
แต่เป็นไปได้ยังไง?!
อีธานไม่ได้ก้าวออกไปไหนเลยสักนิด!
เขาไม่เคยแม้แต่จะเข้าไปในถ้ำ!
แล้วแหวนวงนี้มาอยู่ในมือเขาได้ยังไง?!
ไม่ใช่แค่ศาสตราจารย์มักกอนนากัล ศาสตราจารย์คนอื่น ๆ ก็พึมพำกันอย่างตกตะลึง
“เมอร์ลินเป็นพยาน ความจำฉันไม่ได้เพี้ยนใช่ไหม? คุณวินเซนต์ไม่เคยแม้แต่จะก้าวเข้าไปในถ้ำเลยนี่นา!”
“เวทที่เด็กคนนั้นใช้…แม้แต่พวกเราเองยังคิดไม่ถึงเลย…อาา… การเรียนรู้ไม่มีวันสิ้นสุดจริง ๆ”
“ศาสตราจารย์ฟลิตวิก หอของคุณสร้างอัจฉริยะแล้วนะ! ดูแลให้ดี วันหน้าบางทีเขาอาจเป็นดัมเบิลดอร์คนต่อไปก็ได้!”
“ฮะ ฮะ ฮ่า”
ศาสตราจารย์ฟลิตวิกหัวเราะแหะ ๆ เกาหัวด้วยใบหน้าขึ้นสีแดง
หลังคำชมรัว ๆ เขารู้สึกเหมือนอีธานกำลังจะคว้ารางวัลพิเศษของโรงเรียน และขึ้นแท่นตำนานในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า
พร้อมลากหอเรเวนคลอขึ้นสู่จุดสูงสุดไปพร้อม ๆ กัน
“เดี๋ยวก่อน..แบบนี้ คุณวินเซนต์ก็สอบผ่านใช่ไหม?!”
ศาสตราจารย์คนหนึ่งอุทานตกใจ
“โอ้ สาบานต่อก็อร์กอนผู้โลดแล่น! ตามกฎแล้ว แค่ได้ถ้วยรางวัลมาก็ถือว่าผ่านแล้วนะ…”
แต่ตามกระบวนการปกติ นักเรียนต้องฝ่าทดสอบจากคางคก เข้าไปในถ้ำ แล้วกว่าจะได้สมบัติก็ต้องฝ่าด่านอีกหลายชั้น
ตอนวางกฎ ไม่มีใครคิดเลยว่าจะมีเด็กไม่เข้าไปในถ้ำ แต่กลับเอาถ้วยรางวัลออกมาได้ตรง ๆ!
นี่มัน…กดข้ามเลเวลชัด ๆ!
ศาสตราจารย์มักกอนนากัลหรี่ตา จ้องอีธานด้วยสายตาคมกริบ พูดเสียงช้า ๆ ออกมา
“คุณวินเซนต์ ความวุ่นวายทั้งหมดนี่…เป็นฝีมือคุณหรือเปล่า?”
เพเนโลพีมองอีธานด้วยสีหน้ากังวล
อีธานเอียงหัว คิ้วขมวด แสดงสีหน้าลำบากใจ เหมือนเด็กที่ถูกเข้าใจผิด ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี
เห็นแบบนั้น ศาสตราจารย์มักกอนนากัลก็ชะงักไป เม้มปากแน่น หรือเมื่อกี้น้ำเสียงเธอจะรุนแรงเกินไป…?
ใช่สิ ต่อให้อีธานน่าหวั่นใจแค่ไหน เขาก็ไม่บ้าระห่ำถึงขั้น “ระเบิดสนามสอบ” หรอก
มันยากเกินไปแน่
เขาเป็นแค่เด็กปีหนึ่งเอง
เป็นไปไม่ได้หรอก…เป็นไปไม่ได้!
อีธานพูดด้วยท่าทางเขิน ๆ ว่า
“ไม่ต้องชมผมหรอกครับ เดี๋ยวผมจะอายเอา”
ศาสตราจารย์มักกอนนากัล: “……”
เวรเอ๊ย เด็กนี่…มันใช่ฝีมือแกจริง ๆ ใช่ไหม?!
แล้วไอ้เรื่อง “น่าชม” นี่มันตรงไหนกันวะ!!!
“คุณ..แค่ก ๆ ๆ!”
ศาสตราจารย์มักกอนนากัลสำลัก ไอจนตัวงอ ชี้นิ้วสั่น ๆ ไปที่อีธาน
เหล่าศาสตราจารย์กับนักเรียนรีบเข้ามาช่วยลูบหลังเธออย่างตื่นตระหนก ทางด้านศาสตราจารย์ฟลิตวิก รีบหดตัว หลบสายตาอย่างเงียบ ๆ
อย่ามองมาทางนี้เลย อย่ามองมาทางนี้ที…
ภายใต้สายตาทุกคู่ อีธานยกมือขึ้นประกาศด้วยท่าทีเอ็นจอยเต็มที่
“การสั่นสะเทือนโลก…เริ่มต้นที่นี่แล้ว!”
“พลุเวทที่พวกศาสตราจารย์เห็นเมื่อครู่ จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของโลกใหม่!”
ทุกคน: “……”
นี่…คิดจะระเบิดโลกใช่ไหม?!
แล้วที่ว่า “พลุเวท” นั่นมันก็คาถาของพวกเราทั้งนั้นนะโว้ย!
ตอนนี้ พวกเขาไม่รู้จะบ่นยังไงแล้วจริง ๆ
แสงจันทร์นวลราวงาช้างส่องบนใบหน้าอีธาน เหมือนมีผ้าขาวโปร่งศักดิ์สิทธิ์คลุมร่างเขา ทำให้ดูสูงส่งราวเทวทูต
แต่เมื่อดวงตาสีน้ำเงินเข้มคู่นั้นกวาดผ่าน ทุกคนก็อดตัวสั่นไม่ได้
…การกำเนิดของปีศาจ
“อีกอย่าง…” อีธานเอ่ยต่อ “ผมไม่ได้ทำผิดกติกาสักหน่อย ถ้วยรางวัลนี่ผมหามาเองเต็ม ๆ”
“ไม่ใช่เรื่องน่าภูมิใจเหรอครับ?”
อีธานยิ้มบาง ๆ
“……”
เหล่าศาสตราจารย์พากันเงียบสนิท
…ก็จริงของเขา
เขาไม่ได้ก้าวออกไปสักก้าวเดียว แต่กลับมีถ้วยรางวัลอยู่ในมือเฉยเลย
ทั้งที่อีธานเป็นเพียงพ่อมดน้อย ที่เพิ่งมาอยู่ฮอกวอตส์ไม่กี่เดือนเท่านั้นเอง
ในขณะที่เพื่อนรุ่นเดียวกันยังคงนั่งหัดร่ายอะโลโฮโมรากันอยู่ แต่อีธานกลับสร้างคาถาประหลาดอย่าง “ประตูมิติ” ขึ้นมาได้แล้ว
เมื่อเวลาผ่านไป ผลงานนี้คงถูกบันทึกลงในพงศาวดารของฮอกวอตส์แน่นอน
ไม่แน่ว่าอาจถึงขั้นเขียนใหม่ทั้งตำราเวทมนตร์เพื่อเขาก็ได้
เหล่าศาสตราจารย์หลายคนเข้าใจตรงกัน ถึงพวกเขาจะอยู่ในหอคอยงาช้างอย่างฮอกวอตส์ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่รู้จักโลกภายนอก
อัจฉริยะย่อมแตกต่างเสมอ ต่อให้เขาระเบิดสนามสอบขึ้นมา…ก็เถอะ
ก็ไม่มีใครตายไม่ใช่เหรอ…
เอ่อ..ยกเว้นไอ้หนุ่มเรเวนคลอชื่อฌอน ไมค์ ที่โชคร้ายโดนก้อนหินหล่นใส่หัวจนสลบยาวอยู่โรงพยาบาลประจำโรงเรียน
“คุณวินเซนต์ไม่ได้ทำผิดกฎจริง ๆ …แม้แต่กฎพวกนี้เราก็ไม่ได้เขียนไว้ด้วยซ้ำ”
“เขามีถ้วยรางวัล ก็ต้องถือว่าผ่านการคัดเลือกสิ”
“นักเรียนธรรมดายังระเบิดสนามสอบไม่ได้ด้วยซ้ำ การที่เขาทำได้ แปลว่าเด็กนี่มีฝีมือ”
“ถูกต้องแล้ว ความสามารถแบบนี้ควรเอาไปอวดให้โรงเรียนอื่นเห็นด้วย”
ใช่แล้ว ให้เด็กนี่ไปแข่งชาเลนจ์แล้วค่อยไปก่อเรื่องวุ่นที่โรงเรียนอื่นเถอะ!
เหล่าศาสตราจารย์หันมองหน้ากันด้วยแววตารู้ทัน
ศาสตราจารย์มักกอนนากัลกลับรู้สึกรำคาญใจ เห็นเพื่อนร่วมงานปล่อยผ่านให้เด็กนี่ง่ายดายเกินไป
ทุกคนพูดเหมือนกันว่า
“อีธานจะก่อปัญหาอะไรได้กัน? เขาจะไปเป็นจ้าวแห่งศาสตร์มืดงั้นเหรอ?”
แรกเริ่มศาสตราจารย์มักกอนนากัลก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน
แต่พอเวลาผ่านไปหรือพูดให้ตรงกว่านั้นคือ เมื่อความวุ่นวายที่อีธานก่อเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆความไม่สบายใจของเธอก็ยิ่งหนักขึ้นทุกที
แต่ก็ยังดี…ศาสตราจารย์ควีเรลล์ใกล้จะออกจากโรงพยาบาลแล้ว คงจะเป็นคนลงโทษอีธานอย่างยุติธรรมเอง
ศาสตราจารย์มักกอนนากัลได้แต่ภาวนาเช่นนั้น
อีธาน: “แสดงว่าผมสอบคัดเลือกผ่านแล้วใช่ไหมครับ?”
หลังจากเงียบกันไปพักหนึ่ง และปรึกษากันครู่หนึ่ง ในที่สุดศาสตราจารย์มักกอนนากัลก็พยักหน้า
“ใช่ ยินดีด้วย คุณวินเซนต์…คุณมีคุณสมบัติร่วมการแข่งท้าทายล่าขุมทรัพย์ แล้ว”
“เย้ ~”
รอยยิ้มสดใสของอีธานทำเอาศาสตราจารย์มักกอนนากัลรู้สึกเหมือนความศรัทธาที่เธอยึดมั่นถูกสั่นคลอน
ไม่! นี่มันการโจมตีด้วยความน่ารักชัด ๆ!
เธอรีบหันหน้าหนี แล้วไปช่วยยกนักเรียนที่บาดเจ็บกับศาสตราจารย์คนอื่น ๆ มุ่งหน้ากลับฮอกวอตส์
แผ่นหลังพวกเขาดูคล้ายการ “ถอยอย่างเร่งรีบ” มากกว่าการเดินกลับ
อีธานสังเกตว่า ระหว่างที่พวกเขาเดินออกไป เด็กสาวในชุดสลิธีรินที่มัดหางม้าสีทองเข้ม หันกลับมามองเขาแวบหนึ่ง
สายตานั้นลึกและนิ่ง ก่อนเธอจะหันไปเดินต่อ
แม้ร่างกายจะเปื้อนเมือกคางคก แต่ท่าทางยังสูงศักดิ์ไม่เปลี่ยน
เธอคนนั้น…ก็น่าจะเป็นพรีเฟ็กต์สลิธีริน เจมม่า ฟาร์ลีย์ ใช่ไหม?
อีธานคิดอย่างเฉยเมย
เขาเก็บแหวนใส่ถุงหนังอีกครั้ง
【ไม่】
เสียงคำรามแผ่วเบาหลุดออกมา ก่อนจะหายไปในความมืดของถุงหนัง
“ฟู่ว”
อีธานถอนหายใจยาว รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาก
การที่ได้รับการยืนยันว่า “ผ่านคัดเลือก” ทำให้เขาสบายใจขึ้นพอสมควร
แม้จะน่าเสียดาย ที่ไม่สามารถได้ “หลอมรวมวิญญาณ”
แม้พวกศาสตราจารย์จะได้ชมพลุเวทสุดตระการตา แต่ก็ยังไม่ได้เห็นเสน่ห์ที่แท้จริงของภาพวาดเลย
เขายัง “ออมฝีมือ” เกินไปหน่อย
อีธานวางแผนจะโชว์เต็มกำลังในศึกชาเลนจ์ครั้งจริง
หวังว่าจะทำให้หลอมรวมวิญญาณเพิ่มขึ้นในคราวเดียว แล้วบรรลุเงื่อนไขการเลื่อนขั้นครั้งที่สองได้สำเร็จ!