เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 45 จ้าวแห่งศาสตร์มืดแห่งฮอกวอตส์… แต่ละรุ่นแข็งแกร่งกว่ารุ่นก่อน

บทที่ 45 จ้าวแห่งศาสตร์มืดแห่งฮอกวอตส์… แต่ละรุ่นแข็งแกร่งกว่ารุ่นก่อน

บทที่ 45 จ้าวแห่งศาสตร์มืดแห่งฮอกวอตส์… แต่ละรุ่นแข็งแกร่งกว่ารุ่นก่อน


ศาสตราจารย์มักกอนากัลถึงกับตัวสั่นเล็กน้อย เธอไม่เคยเห็นดัมเบิลดอร์มีท่าทางลนลานแบบนี้มาก่อน

ตอนเกิดเรื่องกับมัลฟอย เธอยังพอปลอบตัวเองได้ว่า มันก็แค่เรื่องเด็ก ๆ เล่นกันเกินเหตุเท่านั้น

แต่เหตุการณ์คืนฮาโลวีน ทำให้มักกอนนากัลตระหนักขึ้นมาทันที อันตรายที่ซ่อนอยู่ในตัวอีธาน เธอมองข้ามไปเสมอมา

ความชั่วร้ายติดตัวที่ชัดเจนขนาดนั้น ทำให้เธอนึกถึง คนที่ไม่ควรเอ่ยนาม ซึ่งหายสาบสูญไปหลายปีก่อน…

“ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ ถ้าเราไม่เข้าไปจัดการ เด็กคนนี้ วินเซนต์อาจจะได้จบชีวิตที่อัซคาบันจริง ๆ ก็ได้นะคะ!”

เมื่อได้ยินคำกล่าวหาที่เร่งร้อน ภาพเหมือนศาสตราจารย์ใหญ่รุ่นก่อน ๆ ที่แขวนอยู่รอบห้องก็เริ่มฮือฮาขึ้นมา

“อัซคาบันรึ? ฮึ่ม! ฮอกวอตส์นี่ช่างผลิตยอดฝีมือจริง ๆ”

ฟีเนียส ไนเจลลัส แบล็ก อดีตศาสตราจารย์ใหญ่เอ่ยอย่างดูแคลน

แต่ดัมเบิลดอร์กลับไม่สนใจเสียงนินทาเหล่านั้น

เขายกแก้วนมร้อนที่ใส่น้ำตาลจนหวานจัดขึ้นจิบช้า ๆ ความอบอุ่นไหลผ่านลำคอ ก่อนความคิดจะย้อนกลับไปหลายสิบปีก่อน

ครั้งนั้น…ก็เคยมีนักเรียนคนหนึ่ง ที่มีพรสวรรค์ไม่แพ้อีธาน แต่ต่างออกไป เขาเก่งกว่ามากในการปกปิดตัวเองเหมือนงูพิษที่ใช้เปลือกนอกอันสวยงามซ่อนพิษร้ายเอาไว้

ดัมเบิลดอร์ไม่รู้กี่ครั้งที่เคยครุ่นคิด ถ้าในวันแรกที่พบกัน เขาไม่เลือกกดขี่อีกฝ่ายด้วยพลัง แต่หันไปโอบอุ้มดูแลแทน… อะไรจะเปลี่ยนแปลงบ้างหรือไม่?

…ทว่าตอนนี้ มันก็สายเกินไปแล้ว

สิ่งเดียวที่เขาทำได้ ก็คือหาวิธีสอนอีธานในแบบที่ต่างออกไป เพื่อกันเด็กคนนี้ไม่ให้เดินซ้ำรอยอีกเส้นทาง

“เท่าที่ฉันรู้นะ มินเนอร์วา” ดัมเบิลดอร์เอ่ยเสียงช้า “อีธานยังไม่ได้ทำอะไรที่เป็นอันตรายจริง ๆ เลยสักครั้ง”

“ถ้าการโต้กลับคนที่มาหาเรื่องก่อน ยังถือเป็นความผิดใหญ่โทษประหาร… งั้นฉันเกรงว่า กริฟฟินดอร์คงถูกปิดบ้านไปนานแล้ว”

แม้อีธานจะเป็นเด็กเรเวนคลอก็ตามที

“ว่าอะไรนะคะ?”

มักกอนนากัลเบิกตากว้าง ไม่อยากเชื่อในหูตัวเอง

“มัลฟอยน่ะไม่ว่า เพราะเขาไปหาเรื่องเองก็สมควรแล้ว แต่ศาสตราจารย์ควีเรลล์ล่ะ? ถึงการสอนของเขาจะ…อธิบายยากสักหน่อย แต่เขาก็ไม่ได้ไปยั่วโมโหอีธานเลยนะคะ!”

“ฮึ่ม..บางทีนั่นอาจเป็นการตอบโต้เล็ก ๆ ของอีธาน ที่ไม่พอใจกับท่าทีการสอนก็ได้นะ”

ดัมเบิลดอร์ตอบด้วยรอยยิ้มบาง

“……”

มักกอนนากัลถึงกับพูดไม่ออกนาน ถ้าเธอไม่มั่นใจว่าอีธานมีพ่อแม่จริง ๆ เธอคงคิดไปแล้วว่าเด็กนี่คือ ลูกชายที่หายไปของดัมเบิลดอร์!

นี่มันลำเอียงชัด ๆ!

“แถมอีธานก็ยังเป็นฝ่ายออกไปช่วยเกรนเจอร์กับเพื่อน ๆ ไม่ใช่เหรอ?”

แม้ว่า เด็กคนนั้นคงอยากลองคาถาใหม่ซะมากกว่าเถอะ…

“แต่.”

“เอางี้สิ มินเนอร์วา” ดัมเบิลดอร์ขัดขึ้น

“พอศาสตราจารย์ควีเรลล์ฟื้นขึ้นมา เรามาคุยกันเรื่องโทษของอีธาน โดยอิงจากความเห็นของเขา ดีไหม?”

ได้ยินอย่างนั้น มักกอนนากัลขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ ก่อนพยักหน้าช้า ๆ

“ถ้าเป็นอย่างนั้น…ก็คงพอรับได้ค่ะ ควีเรลล์เองก็เป็นผู้เสียหายโดยตรง การให้เขาตัดสินก็สมเหตุสมผลที่สุด”

เธอไม่ได้เอะใจเลยว่า ทำไมเรื่องถึงเบี่ยงไปแบบนั้น?

ต่อให้ศาสตราจารย์ควีเรลล์ขี้เกรงใจแค่ไหน เขาก็ไม่มีทางยอมปล่อยเด็กที่ทำให้อับอายต่อหน้าคนทั้งโรงเรียนไปได้ง่าย ๆ แน่

อย่างน้อย มักกอนนากัลเองก็นึกไม่ออกเลยว่าจะมีเหตุผลอะไรที่ควีเรลล์จะยอมอภัยในครั้งนี้

หนนี้ อีธานจะได้รู้ซะทีว่าฮอกวอตส์ยังมีกฎระเบียบอยู่จริง!

เธอเองก็ไม่ได้เกลียดอีธาน ตรงกันข้าม เธอคิดว่าเด็กคนนี้ยังมีหวัง

พฤติกรรมโหดร้ายและชวนให้มองว่าเป็นพลังชั่วร้าย… อาจแค่เป็นเพราะเขายังเด็ก ยังไม่เข้าใจโลก

ถ้าเข้มงวดหน่อย ลงโทษให้เข็ดบ้าง อีธานก็อาจปรับปรุงตัว ไม่ก้าวพลาดจนกลายเป็นหายนะใหญ่ในอนาคต

“อ้อ จริงสิ” ดัมเบิลดอร์พูดขึ้นต่อ “ฉันได้ยินมาว่าไม้กายสิทธิ์ของอีธานสามารถแปลงร่างเป็นพู่กันได้แล้วนะ ถึงฉันจะยังไม่ได้เห็นกับตา แต่ได้ยินมาว่าสวยมากทีเดียว”

“ขอแสดงความยินดีด้วย ศาสตราจารย์มักกอนนากัล วิชาแปลงร่างของคุณกำลังจะได้ผลผลิตคนเก่งอีกคนแล้ว”

“……”

สีหน้ามักกอนนากัลที่เคร่งเครียดพลันอ่อนลงทันที ดวงตาเปล่งประกายความภาคภูมิใจเล็กน้อย

แต่พริบตาถัดมา เธอก็กลับมาจริงจังอีกครั้ง

ไม่ได้!

เธอไม่สามารถอ่อนโยนได้อีกต่อไปแล้ว!

“ฮะ ฮะ ฮะ..”

เห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาของศาสตราจารย์มักกอนนากัล ดัมเบิลดอร์ก็หัวเราะเบา ๆ

“เอาล่ะ ถ้าไม่มีธุระอะไรแล้ว มินเนอร์วา คนแก่แบบฉันคงต้องไปพักแล้วล่ะ”

“แกร๊ก”

ประตูปิดลง ความเงียบกลับมาอีกครั้งในห้องทำงานศาสตราจารย์ใหญ่

“ฮอกวอตส์จะไม่สร้างจ้าวแห่งศาสตร์มืดขึ้นมาอีกรายหรอกนะ? แถมแข็งแกร่งกว่าคนก่อน ๆ อีก?”

ฟีเนียส ไนเจลลัส แบล็ก แค่นหัวเราะเยาะ

“ใครว่ามีแต่ความดีเท่านั้นที่จะปราบความชั่วได้?”

ดัมเบิลดอร์ไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย ยิ้มบางอย่างมีนัย

“บางครั้ง…ความชั่วร้ายที่ยิ่งใหญ่กว่าสามารถกลืนกินความชั่วที่มีอยู่แล้วได้”

ทั้งแสงสว่างและความมืดโจมตีพร้อมกัน

โวลเดอมอร์ หากนายกล้าหวนกลับมาอีกครั้ง… วันเวลาที่สุขสบายของนายคงถึงจุดจบแล้ว

“ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ..”

เห็นรอยยิ้มของดัมเบิลดอร์ ฟีเนียสถึงกับขนลุก รีบถอยหลังไป

เฮ้อ… ฮอกวอตส์นี่มันกำลังจะกลายเป็นโรงเพาะพ่อมดศาสตร์มืดเต็มตัวแล้ว

ถึงขั้นไม่คิดจะปิดบังอะไรอีกแล้วด้วยซ้ำ

รู้งี้ตอนนั้นควรเชื่อเขา ควรรับแต่นักเรียนเลือดบริสุทธิ์เท่านั้นสิ

ช่างเถอะ… โลกใบนี้มันกำลังเสื่อมจริง ๆ ~

【ถึงอีธานผู้เปี่ยมพรสวรรค์】

【ฉันนึกว่าฮาโลวีนปีนี้ฉันเตรียมตัวมาดีแล้ว การแกล้งทำเป็นผู้คุมวิญญาณก็น่ากลัวพอใช้ ได้เสียงกรี๊ดดังที่สุดตั้งแต่เคยทำมา】

【แต่ทันทีที่ได้รับจดหมายจากเธอ ฉันก็รู้เลยว่าจินตนาการของฉันยังอ่อนนัก】

【ก่อนอื่น ขอแสดงความยินดีที่นิทรรศการภาพของเธอได้รับอนุญาตให้จัดแสดงต่อที่ฮอกวอตส์】

【แม้พวกเขาจะให้เธอถอดภาพ “ความฝันแห่งลวงตา” ออก แต่นั่นเองทำให้เธอส่งภาพนั้นมาให้ฉันได้ชม】

【ในภาพ ฉันเห็นก็อบลินหมวกแดงเต้นรำ เห็นฝูงปลาลูกบอลหลากสีบินว่ายในสายรุ้ง และเห็นเธสตรอลโบยบินกลางฟ้า】

【และฉันก็เห็นเธอ อีธาน】

【เธอนั่งวาดรูปบนสนามหญ้า ใบหน้าและมือเปรอะไปด้วยสีสัน】

【ความรู้สึกแบบนั้น…มันยอดเยี่ยมจริง ๆ !】

【ฉันวางคางพิงมือตัวเอง นั่งอยู่บนหญ้าที่นุ่มราวพรม แล้วหลับตา ราวกับสัมผัสได้ถึงลมอ่อนพัดผ่านแก้ม และได้ยินเสียงสิ่งมีชีวิตร้องขับขานด้วยความสุข】

【พอลืมตาขึ้นมาอีกที ฉันก็กลับสู่ความจริงเสียแล้ว】

【มันเหมือนความฝันอันงดงามที่ยังคงอยู่ในใจ ยังหวานชื่นแม้ยามตื่น】

【จดหมายนี้อาจจะยาวไปหน่อย แต่ฉันคิดว่าภาพของเธอช่างยอดเยี่ยมจริง ๆ ! มันจะมอบประสบการณ์ที่งดงามให้ทุกคนได้แน่นอน!】

【เธอยินดีไหม ถ้าฉันจะตีพิมพ์มันลงใน เดอะควิบเบลอร์ ฉบับหน้า?】

【รอคำตอบอยู่นะ】

【ลูน่าผู้ห่วงใย】

【ลูน่าที่รัก】

【ไม่ต้องถามเลย คำตอบของฉันจะไม่มีวันเปลี่ยน】

【ฉันยินดีเสมอ】

【จากเพื่อนผู้ภักดี อีธาน】

อีธานมองนกฮูกที่บินหอบจดหมายของเขาลับไป พลันหัวใจลอยตามมันไปด้วย

ลูน่าช่างเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเขาจริง ๆ

ใครจะคาดคิดว่า หลังจากทะลุมายังโลกแฮร์รี่ พอตเตอร์ เขากลับได้สนิทใจที่สุดกับ “สาวเพี้ยน” ที่เคยอยู่แค่ขอบเวทีในเรื่องต้นฉบับ

อีธานเก็บของแล้วมุ่งหน้าไปห้องโถงใหญ่เพื่อกินมื้อเช้า

หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปหลังคืนฮาโลวีน แต่ตลอดทาง เขายังคงสัมผัสได้ถึงสายตาของผู้คนที่จับจ้องมา

ไม่ว่าเขาจะเดินไปที่ไหน ก็เหมือนเทวดาเดินลงมาจากท้องฟ้า ดึงดูดสายตาชื่นชมจากทุกทิศ

และเมื่อเขาก้าวเข้าห้องโถงใหญ่

เขายิ่งเหมือนโน้ตดนตรีที่ทำให้ทุกเสียงหยุดลงทันที

บทสนทนาขาดห้วง ทุกสายตาเต็มไปด้วยอารมณ์หลากหลาย หันมาจับจ้องที่เขาเพียงคนเดียว

ทั้งชื่นชม หวาดกลัว ระแวง หรือแม้แต่เคารพ…

ชื่อ อีธาน วินเซนต์ ถึงกับบดบังชื่อเสียงของผู้กอบกู้ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ไปอย่างเงียบ ๆ

“รู้มั้ย?” ไมเคิลพูดขึ้นข้าง ๆ ยิ้มกว้าง “มีคนลับ ๆ ตั้งฉายาให้นายว่า ‘จ้าวแห่งศาสตร์มืดคนต่อไป’ ฮ่า ๆ น่าสนุกดีนะ!”

อีธานแค่ยิ้ม ไม่ตอบอะไร

“…”

สองวินาทีผ่านไป ไมเคิลก็รีบเปลี่ยนเรื่องทันที

“แล้วก็มีสาว ๆ คลั่งนายยกใหญ่เลยนะ เกือบตั้งเป็นชมรมแฟนคลับอยู่แล้ว!”

“นายไม่สังเกตเหรอ ว่าทุกเช้าโต๊ะข้างเตียงนายเต็มไปด้วยจดหมายหอม ๆ กลิ่นน้ำหอม กับการ์ดเล็ก ๆ น่ารัก?”

“สาวรุ่นพี่สวย ๆ พวกนั้น อยากรีบลงมือก่อนใคร! นี่เขาเรียกอะไรนะ... รักวัยเด็กใช่ไหม?! ผู้หญิงนี่น่ากลัวจริง ๆ!”

ไมเคิลทำท่าปวดใจแทน อยากรับกรรมนี้แทนเพื่อนให้เลยด้วยซ้ำ

“ฉันแค่คิดว่า…ความปลอดภัยในฮอกวอตส์ควรจะเข้มขึ้นนะ”

อีธานพูดเสียงเรียบ

ทำเอาไมเคิลถึงกับหงุดหงิดใจ

เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ทุกเช้าอีธานเขียนจดหมายโต้ตอบกับใครอยู่ตลอด

ต๊ายตาย… อีกไม่กี่ปี คงมีคนอกหักกันระนาวแน่ ๆ ~

น่าอิจฉาชะมัด

จบบทที่ บทที่ 45 จ้าวแห่งศาสตร์มืดแห่งฮอกวอตส์… แต่ละรุ่นแข็งแกร่งกว่ารุ่นก่อน

คัดลอกลิงก์แล้ว