- หน้าแรก
- ฮอกวอตส์: จากนักเรียนศิลปะตกอับ สู่นักสร้างการ์ดเวทมนตร์
- บทที่ 45 จ้าวแห่งศาสตร์มืดแห่งฮอกวอตส์… แต่ละรุ่นแข็งแกร่งกว่ารุ่นก่อน
บทที่ 45 จ้าวแห่งศาสตร์มืดแห่งฮอกวอตส์… แต่ละรุ่นแข็งแกร่งกว่ารุ่นก่อน
บทที่ 45 จ้าวแห่งศาสตร์มืดแห่งฮอกวอตส์… แต่ละรุ่นแข็งแกร่งกว่ารุ่นก่อน
ศาสตราจารย์มักกอนากัลถึงกับตัวสั่นเล็กน้อย เธอไม่เคยเห็นดัมเบิลดอร์มีท่าทางลนลานแบบนี้มาก่อน
ตอนเกิดเรื่องกับมัลฟอย เธอยังพอปลอบตัวเองได้ว่า มันก็แค่เรื่องเด็ก ๆ เล่นกันเกินเหตุเท่านั้น
แต่เหตุการณ์คืนฮาโลวีน ทำให้มักกอนนากัลตระหนักขึ้นมาทันที อันตรายที่ซ่อนอยู่ในตัวอีธาน เธอมองข้ามไปเสมอมา
ความชั่วร้ายติดตัวที่ชัดเจนขนาดนั้น ทำให้เธอนึกถึง คนที่ไม่ควรเอ่ยนาม ซึ่งหายสาบสูญไปหลายปีก่อน…
“ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ ถ้าเราไม่เข้าไปจัดการ เด็กคนนี้ วินเซนต์อาจจะได้จบชีวิตที่อัซคาบันจริง ๆ ก็ได้นะคะ!”
เมื่อได้ยินคำกล่าวหาที่เร่งร้อน ภาพเหมือนศาสตราจารย์ใหญ่รุ่นก่อน ๆ ที่แขวนอยู่รอบห้องก็เริ่มฮือฮาขึ้นมา
“อัซคาบันรึ? ฮึ่ม! ฮอกวอตส์นี่ช่างผลิตยอดฝีมือจริง ๆ”
ฟีเนียส ไนเจลลัส แบล็ก อดีตศาสตราจารย์ใหญ่เอ่ยอย่างดูแคลน
แต่ดัมเบิลดอร์กลับไม่สนใจเสียงนินทาเหล่านั้น
เขายกแก้วนมร้อนที่ใส่น้ำตาลจนหวานจัดขึ้นจิบช้า ๆ ความอบอุ่นไหลผ่านลำคอ ก่อนความคิดจะย้อนกลับไปหลายสิบปีก่อน
ครั้งนั้น…ก็เคยมีนักเรียนคนหนึ่ง ที่มีพรสวรรค์ไม่แพ้อีธาน แต่ต่างออกไป เขาเก่งกว่ามากในการปกปิดตัวเองเหมือนงูพิษที่ใช้เปลือกนอกอันสวยงามซ่อนพิษร้ายเอาไว้
ดัมเบิลดอร์ไม่รู้กี่ครั้งที่เคยครุ่นคิด ถ้าในวันแรกที่พบกัน เขาไม่เลือกกดขี่อีกฝ่ายด้วยพลัง แต่หันไปโอบอุ้มดูแลแทน… อะไรจะเปลี่ยนแปลงบ้างหรือไม่?
…ทว่าตอนนี้ มันก็สายเกินไปแล้ว
สิ่งเดียวที่เขาทำได้ ก็คือหาวิธีสอนอีธานในแบบที่ต่างออกไป เพื่อกันเด็กคนนี้ไม่ให้เดินซ้ำรอยอีกเส้นทาง
“เท่าที่ฉันรู้นะ มินเนอร์วา” ดัมเบิลดอร์เอ่ยเสียงช้า “อีธานยังไม่ได้ทำอะไรที่เป็นอันตรายจริง ๆ เลยสักครั้ง”
“ถ้าการโต้กลับคนที่มาหาเรื่องก่อน ยังถือเป็นความผิดใหญ่โทษประหาร… งั้นฉันเกรงว่า กริฟฟินดอร์คงถูกปิดบ้านไปนานแล้ว”
แม้อีธานจะเป็นเด็กเรเวนคลอก็ตามที
“ว่าอะไรนะคะ?”
มักกอนนากัลเบิกตากว้าง ไม่อยากเชื่อในหูตัวเอง
“มัลฟอยน่ะไม่ว่า เพราะเขาไปหาเรื่องเองก็สมควรแล้ว แต่ศาสตราจารย์ควีเรลล์ล่ะ? ถึงการสอนของเขาจะ…อธิบายยากสักหน่อย แต่เขาก็ไม่ได้ไปยั่วโมโหอีธานเลยนะคะ!”
“ฮึ่ม..บางทีนั่นอาจเป็นการตอบโต้เล็ก ๆ ของอีธาน ที่ไม่พอใจกับท่าทีการสอนก็ได้นะ”
ดัมเบิลดอร์ตอบด้วยรอยยิ้มบาง
“……”
มักกอนนากัลถึงกับพูดไม่ออกนาน ถ้าเธอไม่มั่นใจว่าอีธานมีพ่อแม่จริง ๆ เธอคงคิดไปแล้วว่าเด็กนี่คือ ลูกชายที่หายไปของดัมเบิลดอร์!
นี่มันลำเอียงชัด ๆ!
“แถมอีธานก็ยังเป็นฝ่ายออกไปช่วยเกรนเจอร์กับเพื่อน ๆ ไม่ใช่เหรอ?”
แม้ว่า เด็กคนนั้นคงอยากลองคาถาใหม่ซะมากกว่าเถอะ…
“แต่.”
“เอางี้สิ มินเนอร์วา” ดัมเบิลดอร์ขัดขึ้น
“พอศาสตราจารย์ควีเรลล์ฟื้นขึ้นมา เรามาคุยกันเรื่องโทษของอีธาน โดยอิงจากความเห็นของเขา ดีไหม?”
ได้ยินอย่างนั้น มักกอนนากัลขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ ก่อนพยักหน้าช้า ๆ
“ถ้าเป็นอย่างนั้น…ก็คงพอรับได้ค่ะ ควีเรลล์เองก็เป็นผู้เสียหายโดยตรง การให้เขาตัดสินก็สมเหตุสมผลที่สุด”
เธอไม่ได้เอะใจเลยว่า ทำไมเรื่องถึงเบี่ยงไปแบบนั้น?
ต่อให้ศาสตราจารย์ควีเรลล์ขี้เกรงใจแค่ไหน เขาก็ไม่มีทางยอมปล่อยเด็กที่ทำให้อับอายต่อหน้าคนทั้งโรงเรียนไปได้ง่าย ๆ แน่
อย่างน้อย มักกอนนากัลเองก็นึกไม่ออกเลยว่าจะมีเหตุผลอะไรที่ควีเรลล์จะยอมอภัยในครั้งนี้
หนนี้ อีธานจะได้รู้ซะทีว่าฮอกวอตส์ยังมีกฎระเบียบอยู่จริง!
เธอเองก็ไม่ได้เกลียดอีธาน ตรงกันข้าม เธอคิดว่าเด็กคนนี้ยังมีหวัง
พฤติกรรมโหดร้ายและชวนให้มองว่าเป็นพลังชั่วร้าย… อาจแค่เป็นเพราะเขายังเด็ก ยังไม่เข้าใจโลก
ถ้าเข้มงวดหน่อย ลงโทษให้เข็ดบ้าง อีธานก็อาจปรับปรุงตัว ไม่ก้าวพลาดจนกลายเป็นหายนะใหญ่ในอนาคต
“อ้อ จริงสิ” ดัมเบิลดอร์พูดขึ้นต่อ “ฉันได้ยินมาว่าไม้กายสิทธิ์ของอีธานสามารถแปลงร่างเป็นพู่กันได้แล้วนะ ถึงฉันจะยังไม่ได้เห็นกับตา แต่ได้ยินมาว่าสวยมากทีเดียว”
“ขอแสดงความยินดีด้วย ศาสตราจารย์มักกอนนากัล วิชาแปลงร่างของคุณกำลังจะได้ผลผลิตคนเก่งอีกคนแล้ว”
“……”
สีหน้ามักกอนนากัลที่เคร่งเครียดพลันอ่อนลงทันที ดวงตาเปล่งประกายความภาคภูมิใจเล็กน้อย
แต่พริบตาถัดมา เธอก็กลับมาจริงจังอีกครั้ง
ไม่ได้!
เธอไม่สามารถอ่อนโยนได้อีกต่อไปแล้ว!
“ฮะ ฮะ ฮะ..”
เห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาของศาสตราจารย์มักกอนนากัล ดัมเบิลดอร์ก็หัวเราะเบา ๆ
“เอาล่ะ ถ้าไม่มีธุระอะไรแล้ว มินเนอร์วา คนแก่แบบฉันคงต้องไปพักแล้วล่ะ”
“แกร๊ก”
ประตูปิดลง ความเงียบกลับมาอีกครั้งในห้องทำงานศาสตราจารย์ใหญ่
“ฮอกวอตส์จะไม่สร้างจ้าวแห่งศาสตร์มืดขึ้นมาอีกรายหรอกนะ? แถมแข็งแกร่งกว่าคนก่อน ๆ อีก?”
ฟีเนียส ไนเจลลัส แบล็ก แค่นหัวเราะเยาะ
“ใครว่ามีแต่ความดีเท่านั้นที่จะปราบความชั่วได้?”
ดัมเบิลดอร์ไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย ยิ้มบางอย่างมีนัย
“บางครั้ง…ความชั่วร้ายที่ยิ่งใหญ่กว่าสามารถกลืนกินความชั่วที่มีอยู่แล้วได้”
ทั้งแสงสว่างและความมืดโจมตีพร้อมกัน
โวลเดอมอร์ หากนายกล้าหวนกลับมาอีกครั้ง… วันเวลาที่สุขสบายของนายคงถึงจุดจบแล้ว
“ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ..”
เห็นรอยยิ้มของดัมเบิลดอร์ ฟีเนียสถึงกับขนลุก รีบถอยหลังไป
เฮ้อ… ฮอกวอตส์นี่มันกำลังจะกลายเป็นโรงเพาะพ่อมดศาสตร์มืดเต็มตัวแล้ว
ถึงขั้นไม่คิดจะปิดบังอะไรอีกแล้วด้วยซ้ำ
รู้งี้ตอนนั้นควรเชื่อเขา ควรรับแต่นักเรียนเลือดบริสุทธิ์เท่านั้นสิ
ช่างเถอะ… โลกใบนี้มันกำลังเสื่อมจริง ๆ ~
…
【ถึงอีธานผู้เปี่ยมพรสวรรค์】
【ฉันนึกว่าฮาโลวีนปีนี้ฉันเตรียมตัวมาดีแล้ว การแกล้งทำเป็นผู้คุมวิญญาณก็น่ากลัวพอใช้ ได้เสียงกรี๊ดดังที่สุดตั้งแต่เคยทำมา】
【แต่ทันทีที่ได้รับจดหมายจากเธอ ฉันก็รู้เลยว่าจินตนาการของฉันยังอ่อนนัก】
【ก่อนอื่น ขอแสดงความยินดีที่นิทรรศการภาพของเธอได้รับอนุญาตให้จัดแสดงต่อที่ฮอกวอตส์】
【แม้พวกเขาจะให้เธอถอดภาพ “ความฝันแห่งลวงตา” ออก แต่นั่นเองทำให้เธอส่งภาพนั้นมาให้ฉันได้ชม】
【ในภาพ ฉันเห็นก็อบลินหมวกแดงเต้นรำ เห็นฝูงปลาลูกบอลหลากสีบินว่ายในสายรุ้ง และเห็นเธสตรอลโบยบินกลางฟ้า】
【และฉันก็เห็นเธอ อีธาน】
【เธอนั่งวาดรูปบนสนามหญ้า ใบหน้าและมือเปรอะไปด้วยสีสัน】
【ความรู้สึกแบบนั้น…มันยอดเยี่ยมจริง ๆ !】
【ฉันวางคางพิงมือตัวเอง นั่งอยู่บนหญ้าที่นุ่มราวพรม แล้วหลับตา ราวกับสัมผัสได้ถึงลมอ่อนพัดผ่านแก้ม และได้ยินเสียงสิ่งมีชีวิตร้องขับขานด้วยความสุข】
【พอลืมตาขึ้นมาอีกที ฉันก็กลับสู่ความจริงเสียแล้ว】
【มันเหมือนความฝันอันงดงามที่ยังคงอยู่ในใจ ยังหวานชื่นแม้ยามตื่น】
【จดหมายนี้อาจจะยาวไปหน่อย แต่ฉันคิดว่าภาพของเธอช่างยอดเยี่ยมจริง ๆ ! มันจะมอบประสบการณ์ที่งดงามให้ทุกคนได้แน่นอน!】
【เธอยินดีไหม ถ้าฉันจะตีพิมพ์มันลงใน เดอะควิบเบลอร์ ฉบับหน้า?】
【รอคำตอบอยู่นะ】
【ลูน่าผู้ห่วงใย】
—
【ลูน่าที่รัก】
【ไม่ต้องถามเลย คำตอบของฉันจะไม่มีวันเปลี่ยน】
【ฉันยินดีเสมอ】
【จากเพื่อนผู้ภักดี อีธาน】
—
อีธานมองนกฮูกที่บินหอบจดหมายของเขาลับไป พลันหัวใจลอยตามมันไปด้วย
ลูน่าช่างเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเขาจริง ๆ
ใครจะคาดคิดว่า หลังจากทะลุมายังโลกแฮร์รี่ พอตเตอร์ เขากลับได้สนิทใจที่สุดกับ “สาวเพี้ยน” ที่เคยอยู่แค่ขอบเวทีในเรื่องต้นฉบับ
อีธานเก็บของแล้วมุ่งหน้าไปห้องโถงใหญ่เพื่อกินมื้อเช้า
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปหลังคืนฮาโลวีน แต่ตลอดทาง เขายังคงสัมผัสได้ถึงสายตาของผู้คนที่จับจ้องมา
ไม่ว่าเขาจะเดินไปที่ไหน ก็เหมือนเทวดาเดินลงมาจากท้องฟ้า ดึงดูดสายตาชื่นชมจากทุกทิศ
และเมื่อเขาก้าวเข้าห้องโถงใหญ่
เขายิ่งเหมือนโน้ตดนตรีที่ทำให้ทุกเสียงหยุดลงทันที
บทสนทนาขาดห้วง ทุกสายตาเต็มไปด้วยอารมณ์หลากหลาย หันมาจับจ้องที่เขาเพียงคนเดียว
ทั้งชื่นชม หวาดกลัว ระแวง หรือแม้แต่เคารพ…
ชื่อ อีธาน วินเซนต์ ถึงกับบดบังชื่อเสียงของผู้กอบกู้ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ไปอย่างเงียบ ๆ
“รู้มั้ย?” ไมเคิลพูดขึ้นข้าง ๆ ยิ้มกว้าง “มีคนลับ ๆ ตั้งฉายาให้นายว่า ‘จ้าวแห่งศาสตร์มืดคนต่อไป’ ฮ่า ๆ น่าสนุกดีนะ!”
อีธานแค่ยิ้ม ไม่ตอบอะไร
“…”
สองวินาทีผ่านไป ไมเคิลก็รีบเปลี่ยนเรื่องทันที
“แล้วก็มีสาว ๆ คลั่งนายยกใหญ่เลยนะ เกือบตั้งเป็นชมรมแฟนคลับอยู่แล้ว!”
“นายไม่สังเกตเหรอ ว่าทุกเช้าโต๊ะข้างเตียงนายเต็มไปด้วยจดหมายหอม ๆ กลิ่นน้ำหอม กับการ์ดเล็ก ๆ น่ารัก?”
“สาวรุ่นพี่สวย ๆ พวกนั้น อยากรีบลงมือก่อนใคร! นี่เขาเรียกอะไรนะ... รักวัยเด็กใช่ไหม?! ผู้หญิงนี่น่ากลัวจริง ๆ!”
ไมเคิลทำท่าปวดใจแทน อยากรับกรรมนี้แทนเพื่อนให้เลยด้วยซ้ำ
“ฉันแค่คิดว่า…ความปลอดภัยในฮอกวอตส์ควรจะเข้มขึ้นนะ”
อีธานพูดเสียงเรียบ
ทำเอาไมเคิลถึงกับหงุดหงิดใจ
เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ทุกเช้าอีธานเขียนจดหมายโต้ตอบกับใครอยู่ตลอด
ต๊ายตาย… อีกไม่กี่ปี คงมีคนอกหักกันระนาวแน่ ๆ ~
น่าอิจฉาชะมัด