เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

อาณาจักร ฮาร์ดี้ 1945 ตอนที่ 218 บอสของเราถูกใจคุณ

อาณาจักร ฮาร์ดี้ 1945 ตอนที่ 218 บอสของเราถูกใจคุณ

อาณาจักร ฮาร์ดี้ 1945 ตอนที่ 218 บอสของเราถูกใจคุณ


ตอนที่ 218 บอสของเราถูกใจคุณ

หญิงสาวเดินเข้าไปในห้องออดิชั่น ซึ่งในห้องนี้นั้นมีกรรมการสามคนนั่งอยู่พร้อมกับกล้องที่อยู่รอบๆ และหญิงสาวก็มองไปที่กรรมการทั้งสามคน แล้วพูดด้วยความสงสัยว่า "เอ่อ...ไม่ใช่ว่าพิธีกรบอกว่ากรรมการคือเอวา การ์ดเนอร์และแครี่แกรนท์กับคนอื่นๆ เหรอค่ะ?"

หนึ่งในกรรมการวัยกลางคนยิ้มขึ้นมาก่อนจะพูดว่า "เราเป็นกรรมการสำหรับรอบออดิชั่นนะ และถ้าเธอต้องการพบคุณเอวากับคุณแกรนท์ เธอต้องเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศให้ได้ ซึ่งเธอคงไม่ได้มาที่นี่เพื่อที่จะดูทั้งสองคนนั้นหรอกใช่ไหม?"

"ฉันมาที่นี่เพื่อที่จะมาดูดาราสองคนนั้นแหละค่ะ"

หญิงสาวมองไปที่กรรมการทั้งสามคนพร้อมกับดวงตาของเธอที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง ซึ่งมันก็ทำให้ที่ปรึกษาทั้งสามคนเจ็บปวดมากจริงๆ

"แล้ววันนี้คุณจะมาร้องเพลงอะไร?" กรรมการคนหนึ่งถาม

หญิงสาวตอบกลับไปชื่อเพลงดังเพลงหนึ่ง และกรรมการก็ขอให้เธอนั้นร้องเพลงโดยไม่มีเพลงประกอบ ซึ่งพวกเขาก็พบว่าหญิงสาวนั้นมีเสียงและทักษะการร้องเพลงที่ดีมาก

โดยกรรมการทั้งสามนี้ก็ไม่ใช่คนธรรมดา บางคนนั้นเป็นผู้จัดการของเอชดีฟิล์มและบางคนก็เป็นอาจารย์จากบริษัทเอชีเรคคอร์ด ทั้งสามนั้นเก่งเรื่องดนตรีมาก

เมื่อได้ยินหญิงสาวร้องเพลงจบ กรรมการทั้งสามก็ให้เธอผ่านโดยไม่มีข้อกังขา

มันทำให้หญิงสาวมีความสุขมากๆ จริงเพราะเธอผ่านแล้ว

...ตอนนี้การออดิชั่นผ่านไปอย่างรวดเร็วมาก เพราะบางคนนั้นเข้าแค่เข้าไปร้องเพลงเพียงไม่กี่คำพวกเขาก็ถูกให้เชิญออกทันทีเนื่องจากพวกเขานั้นร้องเพลงได้แย่เกินไปและมันก็เหมือนเป็นการทรมาณกรรมการด้วย ซึ่งกรรมการบางคนนั้นถึงกับปิดหูของตัวเองไปเลย แต่พวกเขาก็แสดงออกให้มันตลกเท่านั้น

อยากโชว์ตัวเหรอ?

แน่นอนว่าทุกคนสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมการออดิชั่นได้

ส่วนจะผ่านหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของกรรมการ

และเมื่อตาของแพตตี เพจ หญิงสาวตัวอ้วนคนหนึ่งก็เดินเข้ามาในห้อง ซึ่งเธอนั้นเคยได้ขึ้นไปแสดงคอนเสิร์ตมาบ้างแล้ว มันก็เลยทำให้เธอนั้นมีความมั่นใจมาก

โดยเธอนั้นเลือกที่จะร้องเพลงแนวป๊อปสุดคลาสสิก และหลังจากที่เธอร้องเพลง กรรมการก็บอกได้เลยว่ามันไพเราะมาก น้ำเสียงไม่มีการเร่งรีบเต็มไปด้วยความสงบ พร้อมกับความไพเราะในเสียงสูงของเธอ กรรมการทั้งสามนั้นรู้สึกดีกับหญิงสาวคนนี้มาก พวกเขาก็เลยให้เธอผ่านอย่างเป็นเอกฉันท์

คนต่อไปเป็นเอลวิสที่เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับกีตาร์ที่อยู่ในมือ และเขาก็ก้มหัวให้กรรมการทั้งสามก่อนจะเริ่มร้องเพลง แถมมันก็ทำให้แปลกใจมากจริงๆ เพราะเพลงนี้เป็นเพลงที่แต่งเอง กรรมการทั้งสามก็เลยฟังอย่างตั้งใจ ต้องบอกเลยว่าเลยว่าเจ้าหนูน้อยคนนี้ร้องเพลงได้ดีมาก ทั้งจังหวะดนตรี การที่ถือกีตาร์ร้องเพลงพร้อมกับเต้นไปด้วย มันช่วยสร้างบรรยากาศได้ดีจริงๆ

"ผ่าน"

"ผ่าน"

"ผ่าน!"

หลังจากได้ยินเสียงโหวตทั้งสาม เด็กหนุ่มก็กระโดดดีใจอย่างตื่นเต้น "เยส! ขอบคุณครับ" ก่อนจะหันหลังและรีบวิ่งออกไปทันที

คนต่อไปก็คือแพทซี่ คลินที่เดินเข้ามาในห้อง โดยในสายตาของกรรมการทั้งสาม เธอก็คือป้าคนหนึ่ง และพวกเขาทั้งหมดก็สงสัยอีกว่าเธอนั้นโกหกอายุของตัวเองหรือเปล่า

เวลานี้แพทซี่ คลินรู้สึกตื่นเต้นมาก เธอนั้นรู้สึกกังวลใจเล็กน้อยเมื่อได้เข้าไปในห้อง

แต่เมื่อเธอเริ่มอ้าปากร้องเพลง มันก็ทำให้เธอกลายเป็นคนที่เต็มไปด้วยความมั่นใจในทันที เสียงของเธอนั้นเต็มไปด้วยความนุ่มนวลเสมือนกับแม่เหล็กที่ดูดทุกอย่างให้มองมาที่เธอ

ซึ่งกรรมการทั้งสามต่างก็อ้าปากค้าง เพราะยังไงพวกเขาก็ถือว่าเป็นคนที่อยู่ในวงการดนตรี พวกเขาทั้งหมดเข้าใจในการร้องเพลงและน้ำเสียงเป็นอย่างดี และเธอคนนี้ก็ทำให้พวกเขารู้สึกตะลึงออกมาได้ มันต้องยอมรับเลยว่าเสียงของผู้หญิงคนนี้มันไม่เหมือนใครเลย และการร้องเพลงของเธอมันก็ดึงอารมณ์ร่วมจนทุกคนถึงกับอินไปกับเสียงร้องของเธอ แถมเมื่อเธอได้ร้องเพลง มันก็ไม่มีความกังวลและความตื่นเต้นออกมาเลย

"แปะๆๆๆ"

เมื่อหญิงสาวร้องเพลงจบ กรรมการทั้งสามก็ลุกขึ้นปรบมือพร้อมกัน

"สุดยอดไปเลย! อ่า...มันเป็นเสียงที่ดีที่สุดสำหรับฉันในวันนี้เลยละ!"

"ไม่ว่าจะเป็นวิธีการร้องเพลงของเธอที่มีอารมณ์ร่วมไปกับมัน และฉันก็ยังมีอารมณ์ร่วมไปกับเสียงของเธอด้วย ราวกับว่าเธอนั้นเข้าสู่โลกแห่งเสียงดนตรีไปเลย! ซึ่งนี่แหละที่ทำให้เธอไม่เหมือนใคร"

"ฉันให้ผ่าน!"

"ฉันก็ให้ผ่านเหมือนกัน"

เมื่อได้ยินว่าผ่านสามครั้งหญิงสาวก็ก้มลงให้กับกรรมการทั้งสามด้วยความขอบคุณก่อนจะเดินออกจากห้องพร้อมกับน้ำตา

ตอนนี้มาริลีน มอนโรกำลังยืนรออย่างกระวนกระวายใจ โดยเธอนั้นยืนอยู่ไม่ไกลจากห้องออดิชั่นมากนัก และเธอก็ได้ยินเสียงของผู้เข้าร่วมอย่างชัดเจน ซึ่งบางคนก็มีเสียงที่ไพเราะจนเธอคิดว่าเธอนั้นสู้ไม่ไหว

มันก็เลยทำให้เธอกังวลว่าเธออาจจะไม่ผ่านการออดิชั่น

และหลังจากที่ผู้เข้าแข่งขันคนก่อนออกไปพนักงานก็เรียกคนต่อไปเข้ามาทันที "คุณมาริลีนมอนโรอยู่ที่นี่หรือเปล่าครับ? ถึงเวลาคุณแล้ว"

มาริลีน มอนโรรู้สึกประหลาดใจและเธอก็ยกมือขึ้นทันที "ฉันอยู่นี่ค่ะ"

มาริลินมอนโรเดินเข้าไปในห้อง พร้อมกับที่กรรมการทั้งสามก็ตาเป็นประกายทันทีเมื่อได้เห็นหญิงสาวเดินเข้ามาในห้อง...

เธอนั้นมีผมบลอนด์และตาสีฟ้า เอวบาง สะโพกผาย ซึ่งถือว่าเป็นสาวงามของอเมริกันเลยก็ว่าได้ ดังนั้นไม่ว่าเธอจะร้องเพลงได้แย่แค่ไหนภาพลักษณ์ของเธอก็ควรค่าแก่การชื่นชมแล้ว

"สวัสดีค่ะ กรรมการทั้งสามคน"

"สวัสคุณมอนโร เริ่มร้องเพลงของคุณได้เลย"

มอนโรไอเล็กน้อยและเริ่มร้องเพลงอะแคปเปลลา เธอนั้นร้องเพลงยอดนิยมเมื่อสองสามปีก่อน แต่ถึงแม้ว่าเธอฝึกฝนอย่างหนักเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์มันก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก เพราะความสามารถและเสียงของเธอมันไม่ได้ใกล้เคียงกับคำว่านักร้องที่ยอดเยี่ยมเลย

มันไม่ได้ใกล้เคียงกับนักร้องดังแบบเอวาการ์ดเนอร์เลยสักนิด

หลังจากร้องเพลงจบ

มอนโรก็มองไปที่กรรมการทั้งสามด้วยความประหม่าเล็กน้อย

"กรรมการค่ะ ฉันร้องเพลงจบแล้ว..."

มอนโรมองไปที่กรรมการทั้งสามด้วยความเขินอาย

และกรรมการทั้งสามก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอยู่พักหนึ่ง...

"อ่า...ผมคิดว่ามันโอเครมาก ผมให้ผ่าน" กรรมการคนแรกพูดขึ้นทำลายความเงียบ

เมื่อมอนโรได้ยินว่ากรรมการให้ผ่าน ดวงตาของเธอก็เป็นประกายและแสดงอาการดีใจออกมาทันที

ทว่ากรรมการคนที่สองกลับส่ายหัวและพูดว่า "ฉันคิดว่าการร้องเพลงของคุณไม่ถึงมาตรฐานของนักร้องที่ดีเท่าไหร่ ผมไม่สามารถให้คุณผ่านได้"

มอนโรแสดงสีหน้าผิดหวังขึ้นมา ก่อนจะหันหน้าไปที่กรรมการคนที่สาม และแสดงสีหน้ากังวลพร้อมกับสายตาวิงวอนให้กับเขา

ซึ่งการแสดงออกของเธอนั้นเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยมันแสดงให้เห็นอารมณ์ในตอนนี้ของเธออย่างชัดเจน และกรรมการทั้งสามก็รู้สึกเขินอายเล็กน้อยเมื่อมองเข้าไปในดวงตาของมอนโร

"อ่า...ฉันคิดว่าฉันจำข้อกำหนดของรายการซูเปอร์ไอดอลได้อยู่นะ เห็นว่ามันต้องเสียงที่ไพเราะและรูปลักษณ์ที่น่าประทับใจใช่ไหม? ซึ่งตอนนี้การแสดงครั้งแรกของคุณอาจจะยังไม่สมบูรณ์ แต่ผมคิดว่าคุณมอนโรอาจทำได้ดีในรอบต่อไป ดังนั้นฉันให้คุณผ่าน!"

หลังจากมอนโรได้ยินคำพูดของกรรมการใบหน้าของเธอก็แสดงความดีใจและพูดขอบคุณทันที

ส่วนกรรมการที่กำลังมองไปที่มอนโรก็รู้สึกว่าการลงคะแนนของเขานั้นช่างคุ้มค่ามากจริงๆ แล้วเขาก็พยักหน้าก่อนจะยิ้มให้มอนโรและไม่ได้ปกปิดความตั้งใจของเขาเรื่องการให้คะแนนกับความงามของเธอเลย

"ผลโหวตผ่านสองคะแนน ดังนั้นคุณมอนโรจะได้เข้ารอบต่อไป ยินดีด้วยนะครับ!" กรรมการคนแรกกล่าว

"ขอบคุณกรรมการทั้งสามคนนะคะ"

เมื่อกล่าวจบ มอนโรก็เดินออกจากห้องด้วยรอยยิ้ม

ในวันนี้สถานีโทรทัศน์ได้บันทึกเนื้อหาไว้มากมาย และมันก็ถึงเวลาที่จะนำมันกลับไปตัดต่อแล้ว แต่ทว่าในยุคนี้การผลิตรายการขึ้นมาใหม่นั้นไม่ได้ประณีตหรือถ่ายออกมาได้ดูดีเหมือนกับในยุคปัจจุบันเลย แถมการตัดต่อก็แย่มากๆ ด้วย ซึ่งถ้าจะให้พูดก็คือพวกเขาจะใช้มันทั้งหมดนั้นแหละ...

ตอนกลางคืน

สถานีโทรทัศน์เอบีซีได้ออกอากาศรายการ 'ซูเปอร์ไอดอล' เป็นครั้งแรก

ตอนนี้ในจอนั้นมีเด็กหนุ่มอายุ 13 ปีกำลังร้องเพลงอย่างอย่างน่าหลงใหล

พร้อบกับเด็กสาวคนหนึ่งที่กำลังร้องเพลงด้วยเหมือนกัน

และเด็กสาวก็ถามกรรมการว่า 'ทำไมที่ตรงนี้ถึงไม่มีเอวาการ์ดเนอร์?'

แล้วยังมีชายหนุ่มที่ร้องเพลงได้แย่มากๆ ที่ถูกเชิญออกไปด้วย

ซึ่งการแสดงทั้งหมดนั้นเต็มไปด้วยความสนุก ความน่าสนใจ และความเร่าร้อน มันก็เรียกความสนใจของผู้คนทางบ้านได้ในทันที

เนื่องจากมันเป็นการออกอากาศครั้งแรก ฮาร์ดี้ก็เลยนั่งดูอยู่ที่บ้านในเวลานี้ เขานั้นอยากอยากรู้จริงๆ ว่ามันจะออกมาเป็นแบบไหน แต่จากการที่เห็นการแสดงของผู้เข้าร่วมไม่กี่คน ฮาร์ดี้ก็รู้สึกได้ว่าสถานีโทรทัศน์เอบีซีนั้นจับประเด็นสำคัญที่เขาบอกไปได้ มันก็เลยทำให้เขามันใจว่าโชว์ครั้งนี้จะได้รับความนิยมอย่างมาก

เพราะในยุคปัจจุบันที่มีรายการวาไรตี้เต็มไปหมด ผู้คนก็ยังชอบดูโชว์แบบนี้อยู่ และนับประสาอะไรกับในปี 1940 ที่ยังเป็นยุคเริ่มต้นของโทรทัศน์ละ ดังนั้นยังไงรายการแบบนี้มันก็ต้องดึงดูดผู้คนอยู่แล้ว

ผู้เข้าแข่งขันคนต่อไปนั้นเป็นหญิงสาวที่มีผมบลอนด์อันสวยงาม

ฮาร์ดี้เมื่อได้ยินหญิงสาวคนนี้ก็รู้สึกประหลาดใจมาก

และเมื่อเธอแนะนำตัวว่าชื่อมาริลีน มอนโร...หัวใจของฮาร์ดี้ก็เต้นไม่เป็นจังหวะทันที

มันเป็นเธอ

หญิงสาวที่เป็นความใฝ่ฝันของผู้ชายชาวอเมริกันนับไม่ถ้วน มอนโร...

ไม่คาดคิดว่าเธอจะมาปรากฏตัวที่นี่ เพราะฮาร์ดี้จำได้ว่าในช่วงชีวิตของมอนโรนั้นเธอกำลังโลดเลนอยู่ในฮอลลีวูด แต่ตอนนี้เธอกลับอยู่ในจุดตกต่ำของอาชีพการงานของเธอเอง...

ที่โทรทัศน์

มอนโรกำลังร้องเพลง และมันก็ไม่ได้ไพเราะมากนัก

แถมกรรมการก็มีความเห็นไม่ตรงกันว่าจะให้เธอผ่านดีหรือไม่

แต่มันก็ชัดเจนอยู่แล้ว

เพราะในครั้งนี้กรรมการสองคนนั้นถูกความงามของมาริลีนมอนโรดึงดูดอยู่ พวกเขาทั้งสองเลยให้เธอผ่าน และกรรมการคนสุดท้ายก็อธิบายว่าทำไมให้เธอผ่าน แต่ทุกคนก็รู้ว่าเขานั้นกำลังพยายามปกปิดอะไรบางอย่างอยู่

ซึ่งมันก็ช่วยไม่ได้เพราะการแสดงออก ท่าทางของมอนโรนั้นมีเสน่ห์มากจริงๆ

สีหน้ามีความสุข สีหน้าเศร้า และความปรารถนานั้นเขียนอยู่บนใบหน้าเธอไว้แล้ว ดังนั้นมันก็ช่วยไม่ได้ที่ชายคนนี้จะปฏิเสธมันไม่ได้

แล้วยังมีสิ่งที่น่าสนใจอยู่อีก

โดยช่างภาพนั้นได้บันทึกการแสดงของมอนโรตอนกำลังทำท่าอ้อนวอนกับกรรมการไว้อย่างเต็มที่ แถมส่วนนี้ก็ยังมีการตัดต่อที่ดูดีเป็นพิเศษอีก

ฮาร์ดี้นึกในใจว่าหลังจากกรรมการกลับบ้านไป เขานั้นจะโดนภรรยาที่บ้านดึงหูหรือเปล่านะ?

แน่นอนว่าถ้าฉากนี้ออกอากาศในที่อื่นมันก็อาจจะบอกว่าเป็นอุบัติเหตุได้

แต่ที่นี่ในสหรัฐอเมริกา ผู้คนก็จะคิดว่ามันเป็นแค่เรื่องสนุกและคิดว่ารายการนี้มันน่าสนใจดี พร้อมกับจะไม่มาวิจารณ์หรือคิดเล็กคิดน้อยกับสถานีโทรทัศน์เอบีซีว่าไม่เป็นมืออาชีพหรอก...

ฉากต่อไปก็เป็นตอนที่มอนโรผ่านเข้ารอบ และเดินออกไปอย่างมีความสุข ทว่าในผู้เข้าร่วมคนต่อไป ฮาร์ดี้ก็รู้สึกว่าโชว์นั้นดรอปลงไปเยอะมาก...

แน่นอนว่ามันก็เป็นเรื่องปกติของยุคนี้

ที่ถ้ามีคนออกมาพร้อมกับแสงสว่างและถ้าเขาออกไป...รอบๆ นั้นก็จะมืดลงหรือดับไป

ฮาร์ดคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเอ็ดเวิร์ด

"เอ็ดเวิร์ดนายกำลังดูโชว์ของรายการซูเปอร์ไอดอลอยู่หรือเปล่า?"

"ครับบอส ผมกำลังดูอยู่...เอ่อ ที่คุณโทรมาเพราะว่ามันมีบางอย่างไม่ดีเกิดขึ้นหรือครับ?" เอ็ดเวิร์ดถามอย่างระมัดระวัง

"ไม่ ไม่ มันทำออกมาได้ดี แต่ฉันมีอะไรบางอย่างจะบอกกับนายหน่อย"

เอ็ดเวิร์ดถอนหายใจอย่างโล่งอกที่บอสของเขาพอใจกับมัน

"บอกมาได้เลยครับ บอส"

"นายเห็นผู้หญิงที่ชื่อมาริลีน มอนโรในโชว์หรือเปล่า?"

"ครับ ผมเห็นเธอ"

"แล้วนายคิดว่าเธอมีความสามารถที่จะผ่านรอบต่อไปหรือเปล่า?" ฮาร์ดี้ถาม

"มันขึ้นอยู่กับความต้องการของบอสครับ! เพราะถ้าบอสต้องการให้เธอผ่านเข้ารอบต่อไป เธอก็จะได้เข้าสู่รอบต่อไปแน่ๆ" เอ็ดเวิร์ดกล่าว

ฮ่าๆๆ

คนของเขามันช่างรู้วิธีประจบสอพลอจริงๆ

"ฉันหมายถึงความสามารถโดยรวมของเธอ" ฮาร์ดี้กล่าว

"ถ้าบอสหมายถึงแบบนั้น ผมก็คิดว่ามันเพียงพอแล้ว เพราะเธอนั้นมีความงามที่ติดมากับตัว และยังมีความสามารถในการร้องเพลงที่อยู่ระดับปานกลางด้วย แต่ทว่าเสียงของเธอนั้นไม่มีลักษณะเฉพาะเลย แถมผู้ที่ผ่านเข้ารอบก็ยังร้องเพลงได้ดีกว่าเธอหลายคนด้วย ผมก็เกรงว่ามันยากเกินไปสำหรับเธอที่จะผ่านเข้าสู่รอบต่อไป" เอ็ดเวิร์ดตอบตามความจริง

"อ่า ฉันก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน ดังนั้นนายไปหาเธอและให้เธอเซ็นสัญญา พร้อมกับหาอาจาร์ให้เธอซะ แล้วก็ให้รายการออกไปถ่ายเรื่องราวชีวิตของผู้เข้ารอบบางคนด้วย"

"ตัวอย่างเช่นหญิงสาวหน้ากลมแพตตี เพจหรือจะเป็นแพทซี่ คลินฃกับลูกๆ ของเธอและชายหนุ่มอายุ 13 ที่มีชีวิตชีวา สุดท้ายก็คือมาริลีน มอนโร จากรายชื่อทั้งหมดนี้ฉันอยากให้ไปหาพวกเขาที่บ้าน พร้อมกับถ่ายทำชีวิตส่วนตัวของพวกเขาเพื่อที่จะได้นำมาฉายให้ผู้ชมเข้าใจในสถานการณ์ปัจจุบันของผู้เข้ารอบได้ดียิ่งขึ้น"

แน่นอนว่าตัวเอ็ดเวิร์ดนั้นมีไหวพริบที่ดีมาก เขาเข้าใจคำพูดของฮาร์ดี้ในทันที

"ผมเข้าใจแล้วครับบอส ผมจะให้บริษัทติดต่อไปหาผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนเพื่อทำสัญญา และจัดทำเรื่องราวของแต่ละคนมาให้ครับ"

หลังจากวางสายเอ็ดเวิร์ดก็เม้มปากครุ่นคิดกับตัวเอง

ต้องบอกว่าหญิงสาวที่ชื่อมอนโรนั้นโชคดีมาก ที่บอสของเขานั้นถูกใจเธอ

เพราะความฝันของหญิงสาวหลายๆ คนนั้นก็คือการได้เป็นผู้หญิงของบอส และในครั้งนี้บอสของเขาก็ถูกใจสาวหน้าหวานคนนี้เอง

แน่นอนว่าถ้าบอสของเขาต้องการนอนหลับกับผู้หญิง เขาก็เชื่อว่าหญิงสาวมากกว่าครึ่งฮอลลีวูดก็ยินดีที่จะอุ่นเตียงให้บอสของเขาอยู่แล้ว

แล้วในฮอลลีวูด

หรือในสหรัฐอเมริกา

มันก็ไม่มีใครจะมาสนใจเรื่องพวกนี้ด้วยซ้ำ

เพราะใครละอยากออกมาวิจารณ์ชีวิตส่วนตัวของดาราเหล่านี้

แล้วในความเป็นจริงหลายคนก็อิจฉา เอวา ไฮดี้ เทย์เลอร์ และเอเลน ที่พวกเธอนั้นสามารถโอบกอดภูเขาที่สูงใหญ่และดื่มน้ำจากลำธารใสสะอาดพร้อมกับกินผลไม้สดและเนื้อนุ่มๆ ได้

แล้วต้องบอกเลยว่าในตอนแรกบอสของเขานั้นชอบคุณเอวามากจนต้องลงทุนทำหนังพร้อมกับเขียนเพลงให้เธอเลย

ต่อมาก็เป็นเทย์เลอร์ที่ช่วยสอนเกี่ยวกับการแสดงและลงทุนทำหนังด้วยเหมือนกัน

สำหรับคุณไฮดี้เธอนั้นได้บทภาพยนตร์ วิญญาณ ความรัก ความรู้สึก ซึ่งตอนนี้ได้กลายภาพยนตร์ที่มีคนชื่นชอบมากที่สุดและยังกลายเป็นตัวเต็งสำหรับออสการ์ในปีนี้ด้วย

อีกคนก็คือเอเลนที่ถูกดันให้เป็นพิธีกรหญิงที่มีคุณรู้จักมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา

และในตอนนี้บอสของเขาก็ชื่อชอบหญิงสาวมาริลีน มอนโร มันก็อาจบอกได้เลยว่าเป็นเรื่องราวที่น่ายินดีสำหรับเธอหรือเธอนั้นกลายเป็นคนที่โชคดีสุดๆ นั้นเอง

เพราะด้วยการสนับสนุนของบอส อนาคตของเธอนั้นจะสดใสอย่างแน่นอน

เอ็ดเวิร์ดเคาะประตูห้องของมาริลีน มอนโร ซึ่งมันก็ทำให้มอนโรประหลาดใจมาก แต่เอ็ดเวิร์ดก็รีบเปิดเผยตัวตนก่อนว่าตัวเขานั้นเป็นประธานของบริษัทเอชดีฟิล์ม มันก็ทำให้มอนโรปิดปากของตัวเองด้วยความประหลาดใจขึ้นไปอีก แต่เมื่อมอนโรเห็นเอกสารสัญญาเธอกลับรู้สึกตืนเต้นแทน จนร่างกายเธอสั่นไปทั้งตัวเลยย

"คุณมอนโรครับ บอสของผมสนใจคุณมาก เขาก็เลยให้ผมมาพูดคุยและเซ็นสัญญากับคุณในเบื้องต้น ส่วนอันนี้คือสัญญาระดับซีโดยมีรายได้ต่อสัปดาห์ที่ 100 ดอลลาร์ พร้อมกับคุณจะได้รับส่วนแบ่งจากผลงานอีกด้วย และเพื่อที่คุณจะได้มีความสามารถมากขึ้น เราจะฝึกคุณไปด้วย ดังนั้นคุณคิดยังไงกับข้อเสนอนี้?" เอ็ดเวิร์ดถามด้วยรอยยิ้ม

มอนโรพอใจกับสัญญาตัวนี้อย่างแน่นอน

"เห็นว่าบอสมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับฉัน งั้นฉันขอถามได้ไหมว่าบอสเป็นใครเหรอค่ะ?" มอนโรถาม

เอ็ดเวิร์ดยิ้ม "บอสของผมจะเป็นใครล่ะครับ? แน่นอนว่าต้องเป็นประธานของฮาร์ดี้กรุ๊ป คุณทอม ฮาร์ดี้และเป็นเจ้าของสถานีโทรทัศน์เอบีซีกับบริษัทเอชดีฟิล์ม"

มอนโรนั้นเคยได้ยินชื่อทอม ฮาร์ดี้ว่าเป็นตำนานของฮอลลีวูดอยู่แล้ว เพราะเขานั้นเป็นมหาเศรษฐี เจ้าของบริษัทภาพยนตร์ ประธานของสหภาพนักแสดง แต่เขากลับมองโลกในแง่ดีกับเธองั้นเหรอ? มันช่างน่าแปลกใจมากจริงๆ

ซึ่งเธอก็รีบเซ็นสัญญาอย่างมีความสุขในทันที

และระยะเวลาของสัญญาคือ10 ปี

แล้วเมื่อเห็นว่าเธอเซ็นสัญญาแล้ว เอ็ดเวิร์ดก็เตรียมตัวจากไป มอนโรก็ยืนส่งเขา แต่ทันใดนั้นเธอก็พูดขึ้นมาว่า "คุณประธานค่ะ ฉันขออะไรบ้างอย่างหน่อยได้ไหมค่ะ"

"คุณต้องการอะไรเพิ่มหรือครับ"

"คุณช่วยจ่ายเงินเดือนให้ชั้นก่อนสองสัปดาห์ได้ไหมค่ะ พอดี...ชั้นค้างค่าเช่ากับเจ้าของบ้านไว้สองเดือนแล้ว" มอนโรกระซิบ

จบบทที่ อาณาจักร ฮาร์ดี้ 1945 ตอนที่ 218 บอสของเราถูกใจคุณ

คัดลอกลิงก์แล้ว