เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

อาณาจักร ฮาร์ดี้ 1945 ตอนที่ 213 สงครามฝาขวด

อาณาจักร ฮาร์ดี้ 1945 ตอนที่ 213 สงครามฝาขวด

อาณาจักร ฮาร์ดี้ 1945 ตอนที่ 213 สงครามฝาขวด


บทที่ 213 สงครามฝาขวด

ยอดขายของเป๊ปซี่ที่พุ่งสูงขึ้นได้ดึงดูดความสนใจจากคู่แข่งอย่างโคคาโคล่าทันที และท่านประธานของบริษัทโคคาโคล่าก็ได้มีการเรียกประชุมผู้บริหารในไม่ช้า

บนโต๊ะประชุมเวลานี้มีเป๊ปซี่วางอยู่หลายขวด...

ซึ่งตอนแรกพวกเขานั้นไม่ได้ให้ความสนใจต่อเป๊ปซี่มากนัก แต่หลังจากเห็นยอดขายล่าสุดของเป๊ปซี่มันก็กระตุ้นความสนใจของพวกเขาทันที

ประธานมองไปที่ผู้บริหารเหล่านี้และพูดอย่างเคร่งขรึม

"สองสัปดาห์ที่ผ่านมาเป๊ปซี่มียอดขายถึง 10 ล้านขวด ซึ่งเป็นสิบเท่าของยอดขายก่อนหน้านี้ และผลกระทบจากการที่ยอดขายของเป๊ปซี่นั้นเพิ่มขึ้น มันก็ทำให้ยอดขายของเราลดลงอย่างมากในช่วงนี้ โดยมันลดลงเหลือเพียงแค่ 18.6 ล้านขวดคิดเป็น 30% ของทั้งหมด!"

ต้องบอกว่าตลาดของทั้งสองบริษัทนั้นมีความทับซ้อนกันอย่างมากและการที่ยอดขายของเป๊ปซี่นั้นเพิ่มขึ้น

มันก็เลยเป็นปกติที่ยอดขายของโคคาโคล่าจะลดลง

"แล้วยอดขายของพวกเขาในสัปดาห์นี้ก็ยังคงร้อนแรงอยู่ แม้ว่าสัปดาห์นี้จะยังไม่มีรายงานออกมา แต่ถ้าเทียบกับยอดขายในสัปดาห์ที่ผ่านมาตัวเลขมันก็อาจจะดีกว่าเดิมก็ได้ และแน่นอนว่ายอดขายของเราก็ยังคงลดลง แน่นอนถ้าหากยังเป็นแบบนี้ต่อไปฉันก็กลัวว่าพวกเราคงจะถูกแซงหน้าในไม่ช้า"

ซึ่งการถูกแซงหน้าโดยเป๊ปซี่ที่ลอกเลียนแบบพวกเขามาตลอดนั้น มันเป็นเรื่องยากมากที่จะยอมรับจริงๆ

แถมเดือนที่แล้วเป๊ปซี่ยังมาขอร้องให้ซื้อพวกเขาเลย

ท่านประธานชี้ไปที่เป๊ปซี่บนโต๊ะ

"พวกเขานั้นเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์และกลยุทธ์การขายใหม่ทั้งหมด แล้วขวดบนโต๊ะก็คือเป๊ปซี่ของพวกเขา ดังนั้นเรามาศึกษามัน พร้อมกับหาทางรับมือกับมันสิ"

ผู้บริหารหยิบขวดเป๊ปซี่ขึ้นมา

"บรรจุภัณฑ์ของเขาและรูปร่างของขวดนั้นเหมือนกับเรามาก และพวกเขาก็แค่เปลี่ยนฝาขวดกับมีการสุ่มรางวัลเพิ่มขึ้นมาเท่านั้นเอง"

ชายคนนี้พูดจบเขาก็ดึงฝาขวดออกเบาๆ และมันก็พร้อมที่จะดื่มแล้ว

ซึ่งมันไม่มีอะไรต้องพูดอีกเลย…

สำหรับการที่ได้ดึงฝาขวดออกเบาๆ นั้นมันรู้สึกดีมากจริงๆ

จากนั้นเขาก็หันฝาขวดออกมาดู

'ถูกรางวัล 1 ดอลลาร์'

"โอ้ขวดนี้ได้รับรางวัลหนึ่งดอลลาร์แหนะ" ผู้บริหารพูดด้วยความตื่นเต้นและหยิบฝาขวดไปอวดคนข้างๆ

ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่าบรรยากาศในห้องประชุมค่อนข้างแปลกไปอยู่บ้าง

เขามองไปรอบๆ และก็เห็นว่าผู้บริหารทุกคนต่างก็มองมาที่เขาพร้อมกับดวงตาที่เหมือนกับว่าเห็นคนบ้าคนหนึ่งที่ตื่นเต้นกับเงินแค่นี้

ซึ่งประธานนั้นก็มองมาที่เขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธ

ผู้บริหารก็ใช้ความฉลาดของเขาพูดขึ้นมาว่า

"ผมคิดว่าเมื่อพวกคุณรู้สึกถึงจุดแข็งของฝ่ายตรงแล้ว คุณน่าจะเข้าใจว่าพวกเขาดึงดูดลูกค้าได้ยังไง และมันก็อาจจะมีวิธีจัดการกับมันได้"

เมื่อฟังคำอธิบายนี้ดวงตาของประธานก็ผ่อนคลายลง

"แล้วคุณรู้สึกยังไง?" ท่านประธานถาม

ผู้บริหารคนหนึ่งก็พูดขึ้นมาทันทีว่า "ผมได้เห็นโฆษณาของเป๊ปซี่ผ่านสถานีโทรทัศน์เอบีซีแล้ว มันดูมีความคิดสร้างสรรค์มากจริงๆ ซึ่งพวกเขานั้นก็ได้เปลี่ยนกลยุทธ์การขายโดยที่ไม่ได้มุ่งเน้นไปที่รสชาติและราคาที่ถูกแล้ว แต่พวกเขาโฟกัสไปที่วัยรุ่นเหล่านั้นมากกว่า"

"อีกอย่างหนึ่งก็คือพวกเขานั้นโฆษณาเกี่ยวกับฝาขวดที่ดึงง่าย ซึ่งมันแตกต่างจากโคคาโคล่าและผลลัพธ์ที่ได้นั้นมันก็สุดยอดเช่นกัน"

"มีอะไรอีกไหม?" ท่านประธานถาม

"การสุ่มรางวัลนี่คือความคิดที่ทรงพลังมากที่สุดของเป๊ปซี่ โดยที่ผ่านมานั้นเป๊ปซี่โฆษณาว่าพวกเขาขายแบบราคาถูก โดยคุณสามารถซื้อเป๊ปซี่ได้ถึง 2 ขวดถ้าเทียบกับโค้ก แต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรกับพวกเขาสักเท่าไหร่"

"แล้วในเวลานี้พวกเขาก็ใช้กลยุทธ์การมีฝาขวดแบบใหม่ในการดึงดูดลูกค้าแทนที่จะใช้การลดราคา"

"แล้วด้วยวิธีนี้พวกเขาก็สามารถประหยัดเงินค่าอื่นๆ ไปได้เยอะมากและยังนำเงินส่วนนั้นมาทำเป็นรางวัลสุ่มได้ แน่นอนว่าอย่าประมาทกับเงินรางวัลแค่ 10 เซ็นต์ 20 เซ็นต์ เพราะถ้าลองคิดดูกับเด็กๆ ที่ไม่ค่อยมีเงินมากนัก พวกเขานั้นจะต้องสนใจกับเงินรางวัลนี้และพวกเขาก็ยังได้รับความรู้สึกของการชนะรางวัลด้วย"

ประธานพยักหน้าหลังจากที่ได้ยินผู้บริหารคนนี้พูด

การวิเคราะห์ของเขานั้นดีมากจริงๆ

เมื่อเห็นประธานพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของเขา ผู้บริหารคนนี้ก็แอบถอนหายใจอย่างโล่งอกที่เขาไม่ได้ทำอะไรโง่ๆ ลงไป

"แล้วพวกคุณช่วยบอกผมได้ไหมว่าเราจะทำยังไงถึงจะรับมือกับกลยุทธ์ของเป๊ปซี่ในครั้งนี้ และดึงดูดลูกค้ากลับมาได้?" ประธานมองไปที่ผู้บริหารและถามกับพวกเขา

"เพิ่มการลงทุนกับโฆษณาให้มากขึ้นไปอีก โดยเอามันไปโฆษณากับสถานีโทรทัศน์เพิ่มและก็ออกโปรโมชั่นส่งเสริมการขายด้วย ซึ่งผมก็คิดว่าการโฆษณาทางโทรทัศน์นั้นจะมีอิทธิพลต่อโค้กมากทีเดียว" ผู้บริหารตอบ

ประธานพยักหน้า แต่เขาก็คิดว่าใครๆ ก็สามารถเสนอข้อคิดนี้ได้

"งั้นทำไมเราไม่มาทำฝาขวดแบบเขากับกิจกรรมสุ่มรางวัลบ้างละ?" ผู้บริหารคนหนึ่งพูดขึ้นมา

แต่ใครบางคนก็ส่ายหัวให้เขา "เป๊ปซี่ต้องยื่นขอจดสิทธิบัตรไปแล้วแน่ๆ และถ้าเราต้องการใช้แท็บดึงฝาขวด เป๊ปซี่ก็จะฟ้องเราแน่นอน ส่วนการสุ่มรางวัลก็ไม่ต้องไปถามพวกเขาน่าจะจัดการเรียบร้อยแล้ว"

"การสุ่มรางวัลเรายังสามารถใช้วิธีอื่นได้ เพราะตราบใดที่รูปแบบการออกรางวัลแตกต่างกันพวกเขาก็ไม่สามารถทำอะไรเราได้หรอก" ใครบางคนกล่าวขึ้น

"งั้นวิธีไหน?"

"โอ้ ผมยังไม่ได้คิดมันเลย"

หลายคนมองไปที่ผู้ชายคนนี้อย่างดูถูก เพราะสิ่งที่เขาพูดนั้นมันไม่มีค่าอะไรเลย

'ป๊อกป๊อก'

มีคนหยิบขวดเป๊ปซี่ขึ้นมาเปิดอีกสองสามขวดเพื่อดูฉลากใต้ฝาและเขาก็บ่นพึมพำว่า "ไอเดียสำหรับการสุ่มรางวัลนี้น่าทึ่งมากจริงๆ ฉันไม่รู้ว่าใครเป็นคนคิด แต่คนหนุ่มสาวเหล่านี้จะต้องซื้อเป๊ปซี่เหล่านี้แน่นอน แล้วฉันก็ยังรู้สึกสนุกด้วยที่ได้เปิดมัน ในเวลานี้ก็ยังอยากจะเปิดอีกหลายๆ ขวดเลยด้วยซ้ำ"

ประธานของโคคาโคล่ามองไปที่ฝาขวดในมือและพูดว่า "ฉันได้ยินข่าวมาว่าไอเดียนี้คิดโดยเจ้าของฮาร์ดี้กรุ๊ป นายทอมฮาร์ดี้ และตอนนี้เขาก็ถือว่าเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของเป๊ปซี่ด้วย"

"งั้นเจ้าของสถานีโทรทัศน์เอบีซีนั่นก็คือทอมฮาร์ดี้?"

"ใช่เขาเอง"

"เฮ้อ มันก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ เพราะนายทอมฮาร์ดี้คนนี้นั้นมีไอเดียแปลกใหม่อยู่เสมอ…"

"ลองดูลอตเตอรี่ในคาสิโนที่ลาสเวกัสสิเวลานี้มันได้รับความสนใจจากนักพนันทั่วประเทศไปแล้ว และก็ยังมีข่าวออกมาว่าค่าธรรมเนียมโฆษณาของสถานีโทรทัศน์ลาสเวกัสนั้นแซงหน้าสถานีโทรทัศน์หลักอีกสองแห่งไปแล้วด้วย" ผู้บริหารคนหนึ่งกล่าว

"แล้วการที่ทอมฮาร์ดี้นั้นเอาการสุ่มรางวัลมาใช้ด้วย มันก็ไม่น่าแปลกใจสักเท่าไหร่"

ประธานมองไปที่คนเหล่านี้ด้วยความโกรธ "ฉันบอกให้พวกนายศึกษาหาวิธีจัดการกับฝ่ายตรงข้าม ไม่ใช่ให้พวกนายมาบอกว่าฝ่ายตรงนั้นมีพลังมากแค่ไหน!"

ทุกคนเงียบลงทันที

ในขณะนั้นชายคนที่ถูกประธานมองแรงตอนที่เขานั้นได้รางวัล 1 ดอลลาร์ก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า "ท่านประธาน ผมมีไอเดียอยู่อย่างหนึ่ง!"

"เล่าให้ผมฟังสิ"

"เราอาจจะทำการสุ่มรางวัลนี้ขึ้นมาได้ แต่แน่นอนว่ารูปแบบของเรานั้นจะต้องแตกต่างจากเป๊ปซี่ โดยฝาขวดของเรายังคงใช้แบบเดิมเพียงแต่เราจะเพิ่มอะไรบางอย่างไว้ที่ใต้ฝาด้วย"

"สำหรับไอเดียของผมก็คือการใส่ 12 กลุ่มดาวไว้ที่ด้านหลังของฝา เช่น อาจจะเป็น ราศีเมษ ราศีพฤษภ ราศีเมถุนและราศีกันย์ พร้อมกับถ้ารวบรวม 12 กลุ่มดาวนี้ครบมันสามารถเอามาแลกเป็นเงินรางวัลได้ 1 ดอลลาร์"

ประธานขมวดคิ้วก่อนจะพูดว่า "รวบรวมกลุ่มดาวทั้ง 12 ดวงเพื่อเอามาแลก 1 ดอลลาร์? รู้ไหมว่าปีที่แล้วโคคาโคล่าขายได้ 600 ล้านขวดและถ้าทำตามที่นายพูดมันก็จะถูกแบ่งออกมา 50 ล้านขวด…แสดงว่านายอยากจะเอาโบนัส 50 ล้านเพื่อแลกกับกิจกรรมสะสมรางวัลนี้เหรอ?!"

ผู้บริหารคนนี้ส่ายหัวทันที "มันไม่ได้มากขนาดนั้นครับ เพราะประการแรกมันไม่ใช่ทุกขวดที่จะมีภาพอยู่ เราอาจจะกำหนดไว้ว่าสามหรือสี่ขวดเจอหนึ่งครั้งก็ได้"

"แล้วฝาขวดก็จะมีเวลาจำกัดการแลกที่หนึ่งปีเท่านั้น ตัวอย่างก็ราศีพฤษภที่จะมีการพิมพ์พร้อมกับปี 1948 ไว้ด้านหลัง ซึ่งมันจะแลกได้แค่ในปีนั้นและเมื่อถึงปี 1949 มันก็จะไม่สามารถเอามาแลกได้อีก"

"นอกจากนี้เราจะต้องจัดการวาดกลุ่มดาว 12 ดวงในแบบของเรา ซึ่งเราอาจจะใส่ให้มากขึ้นหรือจะควบคุมปริมาณบางส่วนก็ได้ และถ้าให้ยกตัวอย่างก็อาจจะมีแค่ราศีกันย์เท่านั้นที่จะถูกจำกัดปริมาณ เมื่อใช้วิธีนี้รางวัลทั้งหมดก็จะถูกแลกออกไปได้แค่ 1 ล้านรางวัลเท่านั้น"

"สำหรับความคิดของผมก็คือการเลือกสองกลุ่มดาวมาใส่เข้าไปแค่ 500,000 ภาพในแต่ละปี ซึ่งมันก็จะมีรางวัลที่ออกไปแค่ 500,000 รางวัลเท่านั้น แต่แน่นอนการที่จะเก็บทั้งสองภาพให้ครบนั้นเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นรางวัลมันก็จะน้อยลงไปอีกเยอะมาก ผมก็คิดว่าในแต่ละปีจะมีรางวัลที่ออกไปแค่สองหรือสามแสนดอลลาร์ต่อปีเท่านั้น"

ประธานที่เห็นว่ามีรางวัลเพียงสองหรือสามแสนดอลลาร์เขาก็รู้สึกว่ามันยอมรับได้แล้ว "แล้วคุณมีความคิดอื่นอีกไหม?"

เอ่อ…คิดว่าไอเดียดีๆ แบบนี้จะคิดออกง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ?

แค่ไอเดียการสุ่มรางวัลของฮาร์ดี้กับการที่เราแตะต้องมัน เราก็ถือว่าขาเข้าคุกไปครึ่งหนึ่งแล้ว

ยังจะให้คิดไอเดียอื่นๆ ออกมาอีกงั้นหรือ?

ขนาดไอเดียของฮาร์ดี้เขาก็ยังเอามาจากอนาคตที่มีคนนับพันช่วยกันคิด

ดังนั้นคนจำนวนแค่นี้มันจะเหนือไปกว่าฮาร์ดี้ได้ยังไง?

คนอื่นๆ พูดอะไรไม่ออกอยู่พักหนึ่ง

เมื่อท่านประธานรู้ว่ามันไม่มีอะไรแล้ว เขาก็ประกาศจบการประชุมและบอกกับเหล่าผู้บริหารถ้ามีความคิดอื่นๆ ให้รีบมาบอกเขาทันที

พร้อมกับที่ท่านประธานก็ยังบอกอีกว่าความคิดของการสะสม 12 กลุ่มดาวนั้นดีมาก

เขาก็เลยบอกให้โคคาโคล่าจัดทำกิจกรรมนี้ได้เลย

ไม่กี่วันต่อมา

โคคาโคล่าก็ถ่ายทำโฆษณาชิ้นใหม่ออกอากาศทางเอนบีซีและซีบีเอส

ใช่แล้ว

โคคาโคล่าไม่ได้เลือกสถานีโทรทัศน์เอบีซีที่มีความนิยมสูงสุดในเวลานี้

แต่เลือกอีกสองสถานีแทน…

เหตุผลแรกก็คือฮาร์ดี้นั้นเป็นเจ้าของสถานีโทรทัศน์เอบีซีกับเป๊ปซี่ และอีกอย่างโคคาโคล่าก็ไม่เต็มใจที่จะจ่ายค่าโฆษณากับให้สถานีโทรทัศน์เอบีซีสักเท่าไหร่

ส่วนอีกข้อก็คือโคคาโคล่านั้นอยู่ใกล้กับสถานีโทรทัศน์เอนบีซีและซีบีเอสมากกว่า

ดังนั้นมันก็สมเหตุสมผลแล้วพวกเขาจะพึ่งพันธมิตรที่ใกล้ชิดแทน

เวลานี้ 'กลุ่มดาว 12 ดวง' ของโค้กได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ

ซึ่งเดิมที่ผู้คนก็ชอบโคคาโคล่ามากกว่าอยู่แล้ว แต่แค่พวกเขานั้นได้รับความสนใจจากการสุ่มรางวัลของเป๊ปซี่เท่านั้นเอง

แล้วเมื่อเวลานี้โคคาโคล่ามีกิจกรรมสะสมรางวัลออกมา…

ผู้คนก็รีบไปซื้อโค้กมาดื่มกันทันที และกิจกรรมนี้พวกเขาก็คิดว่ามันน่าสนใจมาก

โดยมีหลายคนที่สนุกกับการเก็บสะสมกลุ่มดาว ซึ่งในอนาคตมันก็มีเกมการ์ดที่นิยมเช่น อุลตร้าแมนที่เกือบทุกครอบครัวที่มีเด็กผู้ชายยังต้องมีสิ่งนี้

แม้กระทั่งเกมไพ่ที่เป็นที่นิยมในอนาคตอย่างการ์ดทองคำ 'บลูอายไวน์ดราก้อน' รุ่นฉลองครบรอบ 20 ปีที่มีราคาอยู่หลายแสนดอลลาร์ มันก็ยังมีความต้องการสูงอยู่เลย

ต้องบอกเลยว่ากลยุทธ์การขายของโคคาโคล่านั้นประสบความสำเร็จอย่างมาก และมันก็ยังแย่งส่วนแบ่งของตลาดจากเป๊ปซี่ได้อย่างรวดเร็ว

ซึ่งความรู้สึกนี้มันก็ทำให้ประธานของเป๊ปซี่วอลเตอร์ไมค์รู้สึกเป็นกังวลอย่างมาก

เขาก็เลยไปหาฮาร์ดี้เพื่อรายงานสถานการณ์นี้

ฮาร์ดี้หยิบฝาขวดโคคาโคล่าจากบนโต๊ะขึ้นมาและมองไปที่มัน

มันยังคงเป็นฝาขวดดีบุกและก็ยังมีโลโก้ด้านบนที่ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงยกเว้นว่ามีแผนที่กลุ่มดาวอันสวยงามอยู่ด้านหลังฝา

"โอ้ มันค่อนข้างสวยงามเลยทีเดียว" ฮาร์ดี้กล่าว

วอลเตอร์ไมค์พูดอย่างกังวลว่า "คุณฮาร์ดี้ การเปิดตัวโคคาโคล่าครั้งนี้สำหรับกิจกรรมแลกของรางวัล ผมถือว่ามันดึงดูดลูกค้ากลับไปได้จำนวนมากเลยทีเดียว ซึ่งตอนนี้ยอดขายของเป๊ปซี่ก็ลดลงไปมากเลย แล้วคุณคิดว่าเราจะทำยังไงกันต่อดีครับ?"

"คุณได้คิดวิธีแก้ไขไว้บ้างหรือยัง?" ฮาร์ดี้ถาม

วอลเตอร์ส่ายหัวและพูดอย่างหมดอารมณ์ "ฝ่ายบริหารได้จัดการประชุมขึ้นมาแล้ว แต่ในเวลานี้พวกผมก็ยังคิดวิธีแก้ไขอะไรไม่ได้เลย แต่ผมคิดว่าเราควรเพิ่มการออกรางวัลและโฆษณาเข้าไปอีก"

ฮาร์ดี้ส่ายหัวของเขา "วิธีการแบบนั้นมันไม่ดีสักเท่าไหร่ มันจะมีการแข่งขันที่โหดร้ายตามมาและการลงทุนมากกว่านั้นฉันก็คิดว่ามันไม่ดีเลย"

"งั้นมันก็ตรงตามที่พวกผมนั้นวิเคราะห์กันไว้ ดังนั้นผมก็เลยมาที่นี่เพื่อถามว่าคุณมีวิธีที่ดีกว่านี้หรือไม่"

ฮาร์ดี้ยิ้ม "วิธีจัดการกับโคคาโคล่านั้นมีหลายวิธี แต่คุณได้สังเกตไหมว่าฝาของพวกเขานั้นมีอะไรหายไป?"

วอลเตอร์ไมค์หยุดชะงักไปแปปหนึ่ง เพราะเขาไม่ได้สนใจเรื่องนี้มาก่อนเลย

ดังนั้นเขาก็รีบพลิกฝาขวดทั้งหมดทีละขวด ก่อนจะพบว่ามีกลุ่มดาวหายไป 2 กลุ่มดาว

"ขาดพรหมจรรย์และฝาแฝด?" วอลเตอร์พูดจบเขาก็มองไปที่ฮาร์ดี้

"ใช่แล้ว" ฮาร์ดี้พยักหน้าให้กับคำตอบของเขา

จบบทที่ อาณาจักร ฮาร์ดี้ 1945 ตอนที่ 213 สงครามฝาขวด

คัดลอกลิงก์แล้ว