เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

อาณาจักร ฮาร์ดี้ 1945 ตอนที่ 211 แผนสามปี

อาณาจักร ฮาร์ดี้ 1945 ตอนที่ 211 แผนสามปี

อาณาจักร ฮาร์ดี้ 1945 ตอนที่ 211 แผนสามปี


ตอนที่ 211 แผนสามปี

ฮาร์ดี้กรุ๊ปได้ก่อตั้งขึ้นแล้ว

และงานแรกของพวกเขาก็คือการสร้างโรงแรมที่มีคาสิโนอยู่คือ 'ซีซาร์พาเลซ' กับ 'เวเนเชี่ยน'

เมื่อไม่นานบริษัทออกแบบที่ดีที่สุดทั้งหมดในสหรัฐอเมริกาต่างก็เข้าร่วมงานเสนอราคาประมูลการออกแบบทั้งสองโรงแรม

ทำให้เวลานี้แบบร่างทั้งหมดก็เสร็จสิ้นแล้วพร้อมกับที่ผู้ถือหุ้นทำการอนุมัติ

โดยซีซาร์พาเลซนั้นจะเลียนแบบสถาปัตยกรรมของยุคโรมันที่บรรยากาศรอบๆ นั้นมีความสวยงามและภายในนั้นจะมีความยิ่งใหญ่อย่างมาก

มันจะประกอบไปด้วยน้ำพุขนาดใหญ่ด้านนอกที่เลียนแบบน้ำพุของเทรวีในกรุงโรม

ซึ่งน้ำพุเทรวีหรือที่รู้จักกันในนามน้ำพุของหญิงสาวหรืออีกชื่อหนึ่งว่า 'น้ำพุแห่งความปรารถนา' ที่เป็นผลงานชิ้นเอกของนักศิลปะและผสมผสานด้วยสถาปัตยกรรมแบบบาโรก

มันเป็นน้ำพุที่ใหญ่ที่สุดและเป็นที่รู้จักมากที่สุดในกรุงโรมพร้อมกับเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของกรุงโรมด้วย พร้อมกับที่ภาพยนตร์ 'โรมรำลึก' ก็เคยถูกถ่ายทำที่นี่

ส่วน 'โรงแรมเวเนเชี่ยน' นั้นเลียนแบบเมืองในน้ำของเวนิส ซึ่งคล้ายกับภาพถ่าย PPT ที่ฮาร์ดี้เคยไปหลอกเอามาจากแก๊งอันธพาล

สำหรับการก่อสร้างคาสิโนทั้งสองแห่งนี้ โรงแรมซีซาร์พาเลซจะถูกส่งมอบให้กับบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เหมยตง ส่วนโรงแรมเวเนเชี่ยนนั้นจะถูกมอบให้กับบริษัทก่อสร้างขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง

แน่นอนว่าการก่อสร้างสองแห่งนี้นั้นจะเริ่มขึ้นในเวลาเดียวกัน

ในขณะเดียวกันอาคารสำนักงาน 'ฮาร์ดี้' ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ของฮาร์ดี้กรุ๊ปก็ถูกก่อสร้างไปพร้อมกันด้วย และการก่อสร้างนี้ก็อยู่ในการดูแลของบริษัทเหมยตง

แต่แนวคิดและการออกแบบทั้งหมดจะมาจากฮาร์ดี้

ซึ่งมันจะคล้ายๆ กับทรงของเหรียญที่จะหมายถึงตัวแทนของเงินจำนวนมาก

มันเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าฮาร์ดี้นั้นชอบอะไรนั้นเอง

โดยเวลานี้พวกเขาจะมีสำนักงานชั่วคราวอยู่ที่ลอสแอนเจลิสและหลังจากอาคารฮาร์ดี้สร้างเสร็จ

มันก็จะย้ายทั้งหมดไปยังลาสเวกัสและอาคารลอสแอนเจลิสก็จะกลายเป็นอีกสาขาหนึ่งของสำนักงานใหญ่ฮาร์ดี้กรุ๊ปแทน

ที่ห้องของประธาน

ฮาร์ดี้กำลังโทรหาแอนดี้ "แอนดี้ฉันคิดว่าเราจะต้องจัดทำแผนพัฒนาสำหรับฮาร์ดี้กรุ๊ปในอนาคต นายคิดว่าไง?"

เพราะยังไงการที่เรานั้นมีเป้าหมายและทิศทางที่จะเดิน มันก็จะทำให้รู้สึกมีแรงจูงใจอะไรอยู่บ้าง

และไม่ว่าจะเป็นประเทศหรือจะเป็นรายบุคคล มันก็ต้องมีการวางแผนสำหรับอนาคตเพื่อกันไม่ให้มีความผิดพลาดต่างๆ ขึ้นมา

มันก็เหมือนกับแผนของจีนที่เป็นแผนห้าปีและเติบโตไปทีละขั้น

"บอสเดี๋ยวพวกเราไปหาคุณดีกว่า เวลานี้ผมกำลังทำแผนอะไรบางอย่างให้เสร็จและผมก็ยังต้องการขอคำแนะนำจากคุณในบางที่ เพราะสิ่งนี่เกี่ยวข้องกับทิศทางการพัฒนาของฮาร์ดี้กรุ๊ป" แอนดี้กล่าว

"ก็ดี เพราะฉันก็มีความคิดบางอย่างอยู่ในใจเหมือนกัน ดังนั้นในวันนี้เรามาคุยเกี่ยวกับอนาคตกันเถอะ" ฮาร์ดี้กล่าว

ซึ่งในความคิดของฮาร์ดี้…อนาคตของฮาร์ดี้กรุ๊ปนั้นจะมีธุรกิจหลักอยู่หลายแห่ง

แต่ธุรกิจสื่อนั้นจะเป็นอันดับหนึ่ง

เพราะเวลานี้ธุรกิจสื่อของฮาร์ดี้กรุ๊ปนั้นมีบริษัทออกอากาศเอบีซี เอชดีฟิล์ม โกลบอลไทมส์ เพลย์บอย สถานีวิทยุ บริษัทเอชดีเรคคอร์ด และบริษัทนายหน้า

มันอาจกล่าวได้ว่าธุรกิจสื่อของเขานั้นครอบคลุมแทบทุกอย่างแล้ว

มันจึงไม่น่าแปลกใจที่ฮาร์ดี้นั้นจะให้ความสำคัญเกี่ยวกับธุรกิจสื่อก่อน ซึ่งแอนดี้ก็เคยบอกเรื่องนี้กับเขาแล้ว

แถมสิทธิการพูดนั้นก็สามารถแบ่งออกได้หลายอย่าง เช่นอำนาจวาทกรรมทางทหาร อำนาจวาทกรรมทางการเมือง อำนาจวาทกรรมทางเศรษฐกิจ อำนาจวาทกรรมทางวัฒนธรรม อำนาจวาทกรรมทางสื่อ และสุดท้ายคืออำนาจวาทกรรมทางการทูต

โดยธุรกิจสื่อนั้นสามารถควบคุมสิทธิในการพูดสาธารณะและสิทธิในการพูดของประชาชนได้

ดังนั้นมันก็คืออาวุธที่ทรงพลังมาก

เพราะลองคิดดูถ้าคุณสามารถควบคุมสิทธิในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนได้ แล้วนักการเมืองจำนวนมากจะกลัวคุณแค่ไหน?

แน่นอนว่าการที่เรารับฟังความคิดเห็นของประชาชนมันก็ถือว่าเป็นการสร้างรายได้ด้วยเหมือนกัน

"แผนของฉันคือการขยายจำนวนสถานีโทรทัศน์เอบีซีต่อไป แม้ตอนนี้มันจะครอบคลุมไปทั่วสหรัฐอเมริกาแต่ในพื้นที่ห่างไกลนั้นมันไม่มีเลยสักนิด และจำนวนสถานีปัจจุบันของเราก็คือ 118 สถานี ซึ่งฉันจะทำให้มันมีมากถึง 200 สถานีภายใน 5 ปี"

"เราต้องพยายามเปิดตลาดต่างประเทศเช่น แคนาดา เม็กซิโก พื้นที่รอบๆ ที่อยู่ใกล้เคียงและทำการก่อตั้งสถานีวิทยุกับสถานีโทรทัศน์ในที่เหล่านี้ให้ได้ ซึ่งแน่นอนว่ามันยังมีตลาดต่างประเทศเช่นฮ่องกงและญี่ปุ่นอยู่ด้วย แล้วถึงมันจะไม่สามารถถ่ายทอดสดได้มันก็ไม่เป็นไร เพราะยังไงเราก็สามารถนำรายการบางส่วนไปออกอากาศได้เหมือนกัน"

"สำหรับบริษัทโกลบอลไทมส์นั้นเราจะเพิ่มการสนับสนุนเข้าไปอีก เพื่อให้มันครอบคลุมไปทั่วโลกภายในเวลาสองปี และแน่นอนว่าจะมีบางที่ที่เราอาจจะส่งไปได้ไม่เยอะ แต่มันก็ยังดีที่เรานั้นมีช่องทางส่งเสียงไป"

"สำหรับนิตยสารตอนนี้เรานั้นมีแต่เพลย์บอย ซึ่งฉันคิดว่ามันยังเข้าถึงผู้ชมได้น้อยเกินไป ฉันก็เลยวางแผนที่จะสร้างนิตยสารเล่มใหม่ที่เลียนแบบรีดเดอร์สไดเจสท์ โดยมันจะเรียกว่า 'รีดเดอร์ส' หรืออีกชื่อ 'ยูสไดเจสท์' ส่วนราคาของมันก็จะไม่สูงจนเกินไป มันจะราคาเดียวกับรีดเดอร์สไดเจสท์ที่ 30 เซนต์ต่อเล่ม เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเราก็คือการขยายกลุ่มเป้าหมาย"

"มาที่บริษัทภาพยนตร์กันบ้าง ซึ่งเวลานี้เรานั้นจะไม่ผลิตภาพยนตร์ให้เยอะมากเกินไป แต่เราจะเน้นไปที่คุณภาพของภาพยนตร์มากกว่า โดยเราจะมุ่งเน้นไปที่การผลิตละครโทรทัศน์กับรายการวาไรตี้ให้มากขึ้น "

สุดท้ายฮาร์ดี้ก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ก่อนที่เขาจะไปพูดกับแอนดี้ "แอนดี้นายรู้จักคดีของ 'พาราเมาท์' ไหม?"

"บอสหมายถึงคดีเกี่ยวกับการต่อต้านการผูกขาดของแปดบริษัทภาพยนตร์รายใหญ่ที่ถูกระงับไปอย่างนั้นเหรอ?" แอนดี้ถามด้วยความประหลาดใจ

ฮาร์ดี้ส่ายหัว "ฉันพอมีข้อมูลภายในอยู่บ้าง และพระราชบัญญัติพาราเมาท์จะมีผลบังคับใช้ในปีนี้ หากคำพิพากษาของศาลนั้นมีผลบังคับใช้ บริษัทจัดจำหน่ายภาพยนตร์รายใหญ่และโรงภาพยนตร์ของพวกเขาเหล่านี้จะต้องถูกแยกออกจากกัน แล้วนายคิดว่าตอนนั้นจะเกิดอะไรขึ้น?"

ข่าวนี้ไม่ใช่ข่าวภายในแต่มันเป็นความทรงจำในชีวิตที่ผ่านมาของฮาร์ดี้ และแอนดี้ก็ไม่มีทางรู้เลยว่ามันมาจากไหน

แถมด้วยเวลาปัจจุบันนี้ฮาร์ดี้ก็บอกได้เลยว่าข่าวพวกนี้ถือเป็นข่าวระดับสูงอย่างไม่ต้องสงสัย

"ถ้าอย่างนั้นเราก็สามารถเตรียมตัวชอร์ตหุ้นได้ล่วงหน้านะสิ?" แอนดี้กล่าวด้วยความตื่นเต้น

"ถูกต้อง ดังนั้นนายก็จับตาดูเรื่องนี้และหาเวลาทำเงินในเวลาที่เหมาะสมให้ได้แล้วกัน" ฮาร์ดี้ยิ้ม

"แล้วบอสครับ คุณไม่ได้วางแผนที่จะซื้อบริษัทหรืออะไรบางอย่างเลยเหรอ?" แอนดี้ถาม

ฮาร์ดี้ยิ้มและส่ายหัว

"ลองดูเอชดีฟิล์มของฉันสิ ฉันไม่เคยให้มันมีส่วนร่วมในอุตสาหกรรมโรงภาพยนตร์เลย เพราะฉันรู้ดีว่าจะมีเรื่องการต่อต้านการผูกขาดและฉันก็ไม่ได้เข้าไปแทรกแซงเลยสักนิด ซึ่งในอนาคตบทบาทที่สำคัญที่สุดของเอชดีฟิล์มนั้นจะเป็นฐานผลิตรายการให้สถานีโทรทัศน์แทน"

หลังจากพูดถึงธุรกิจสื่อแล้ว ฮาร์ดี้ก็พูดถึงเสาหลักที่สองของกลุ่ม

นั้นก็คือบริษัทเอชดีซีเคียวริตี้

ถ้าหากธุรกิจสื่อนั้นเป็นลูกสาวของฮาร์ดี้ บริษัทรักษาความปลอดภัยก็คือลูกชายของเขานั้นเอง

โดยตั้งแต่ต้นเริ่มต้นฮาร์ดี้นั้นไม่อนุญาตให้ใครหรือกองกำลังภายนอกเข้าร่วมกับบริษัทรักษาความปลอดภัยเลย

ส่วนพี่น้องสองสามคนในเวลานั้นอันที่จริงเขาสามารถให้ตำแหน่งที่สูงกับพวกเขาได้…

แต่ฮาร์ดี้ก็ไม่ทำแบบนั้นเพราะพวกเขาทั้งหมดเป็นคนที่ไว้ใจได้สำหรับเขา

อย่าคิดว่าริชาร์ด เฮนรี่ แมทธิว นีล คนเหล่านี้เป็นแค่หัวหน้าทีมของบริษัทรักษาความปลอดภัย

เพราะพวกเขานั้นมีเงินเดือนที่สูงกว่าคนข้างนอกมากและยังมีกำไรจากเงินปันผลด้วย

แล้วอันที่จริงบริษัทรักษาความปลอดภัยฮาร์ดี้ก็ไม่เคยคาดหวังว่ามันจะทำเงินได้ แต่ตามธรรมชาติแล้วสิ่งที่ดีที่สุดนั้นก็คือการสนับสนุนตัวเองและพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพราะถึงแม้เขานั้นจะต้องสูญเสียเงิน ฮาร์ดี้ก็ยังเอาเงินส่วนอื่นมาบริหารกลุ่ม

ซึ่งการดำรงอยู่ของบริษัทรักษาความปลอดภัยนั้นมันก็ช่วยรับประกันว่าบริษัทอื่นๆ ของฮาร์ดี้นั้นจะปลอดภัย

ฮาร์ดี้พูดกับแอนดี้

"ตอนนี้บริษัทเอชดีซีเคียวริตี้ได้ทำความร่วมมือกับลอสแอนเจลิส ซานฟรานซิสโก และสุดท้ายก็คือหน่วยงานตำรวจสถานีลาสเวกัส ดังนั้นฉันก็เลยคิดว่าจะหยุดขยายไปยังเมืองอื่นๆ ชั่วคราวก่อน เพราะถ้ารัฐบาลรู้สึกว่าเราเป็นภัยคุกคามมันก็อาจจะมีปัญหาตามมา ตอนนี้ฉันคิดว่าเราต้องใช้เวลานี้คิดหาทางที่หยุดปัญหาที่จะเกิดขึ้นก่อน"

"สำหรับงานต่อไปที่ต้องทำก็คือการฝึกฝนคนเพื่อที่จัดตั้งแผนกรักษาความปลอดภัยสำหรับโรงงานขึ้นมา เพราะยังไงตอนนี้เราก็อยู่ในสมาคมแคลิฟอร์เนียที่มีกลุ่มบริษัทมากมายและเราก็สามารถสื่อสารกับพวกเขาได้"

"แล้วลองคิดดูถ้าเราสามารถรับงานรักษาความปลอดภัยกับพวกเขาได้มันจะเป็นธุรกิจใหญ่แค่ไหน?"

"นอกจากนี้ยังมีแผนกรักษาความปลอดภัยเหล่าดารา ที่มันจะให้ความปลอดภัยสำหรับเหล่าดาราคนดังภาพยนตร์หรือคนใหญ่คนโต แน่นอนว่าธุรกิจนี้จะต้องมีคนต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ"

"อีกงานก็คือการจัดตั้งแผนกขนส่ง เพราะฉันเพิ่งอ่านหนังสือพิมพ์เมื่อไม่กี่วันก่อน มันบอกว่ามีโจรสลัดกำลังแพร่หลายในบางพื้นที่ของทะเล พร้อมกับถล่มเรือสินค้าของผู้ใช้เส้นทางแถวนั้น"

สำหรับธุรกิจที่สาม

ก็คือธนาคารเวลส์ฟาร์โกที่ถือว่าเป็นแกนหลักของธุรกิจหลายอย่างในกลุ่ม

โดยในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าเขามีความคิดที่จะพัฒนามันให้กลายเป็นธนาคารแห่งชาติที่มันจะมีสาขามากกว่าหนึ่งแห่งในแต่ละเมือง

ซึ่งแผนนี้ได้รับการคิดขึ้นหลังจากที่เขานั้นซื้อธนาคารเวลส์ฟาร์โก

ความคิดล่าสุดของฮาร์ดี้ก็คือการให้ธนาคารเวลส์ฟาร์โกจัดตั้งแผนกการลงทุนขึ้นมา

เพราะยังไงข้อได้เปรียบที่ใหญ่ที่สุดของเขาก็คือการมีความรู้เรื่องอนาคต แถมในตอนนี้บริษัทขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงหลายแห่งก็ยังไม่ปรากฏตัว

ลองคิดดูถ้าหากคุณก่อตั้งบริษัทเพื่อการลงทุนขึ้นมา

บริษัทขนาดใหญ่อื่นๆ ในอนาคตก็จะมาหาคุณและเลือกลงทุนในบริษัทเหล่านั้น

ซึ่งคุณจะมีรายได้เพิ่มขึ้นเป็นพันเท่าในอนาคต

แล้วฮาร์ดี้ก็ต้องการสร้างเวลส์ฟาร์โกให้เป็นเหมือนกับโกลด์แมนแซคส์

ธุรกิจหลักที่สี่

ธุรกิจการพนัน

มันไม่จำเป็นต้องพูดถึงเลยว่าเวลานี้ลาสเวกัสนั้นเป็นสิ่งสำคัญแค่ไหน ที่นั่นมีฮาร์ดี้โฮเทลตั้งอยู่รวมทั้ง 'ซีซาร์พาเลซ' และ 'เวเนเชี่ยน' ที่กำลังก่อสร้างอยู่หลายแห่ง

ซึ่งธุรกิจเหล่านี้ทำเงินได้ไม่ยากด้วย

แต่ยังไงก็ตามระยะเวลาก่อสร้างนั้นกินเวลามากถึงสองปี ดังนั้นกิจกรรมอื่นๆ จะต้องรอไปก่อน

เวลานี้สิ่งที่ควรให้ความสำคัญก็คือการส่งคนไปดูสถานการณ์เกี่ยวกับการก่อสร้าง

สำหรับธุรกิจที่ห้าก็คือ

"ธุรกิจในเครือของฮาร์ดี้ซูเปอร์มาร์เก็ต"

มันทำให้แอนดี้แปลกใจ เพราะเขาไม่ได้คาดหวังว่าบอสนั้นจะมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจเกี่ยวกับการค้าปลีก

"บอสคุณต้องการเปิดซูเปอร์มาร์เก็ตอย่างนั้นเหรอ?" แอนดี้ถาม

"ในอนาคตมันคือยุคของการบริโภค และผู้คนก็จะให้ความสนใจกับการบริโภคมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นธุรกิจเกี่ยวกับการค้าปลีกมันก็จะเติบโตได้ง่าย นอกจากนี้ธุรกิจค้าปลีกก็ยังมีข้อได้เปรียบอีกประการหนึ่งก็คือ 'คลังเงินสด' ซึ่งแผนของฉันก็คือการสร้างเครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ตในเมืองใหญ่ๆ ทั่วสหรัฐอเมริกาแล้วเลือกสักที่ที่อยู่ในใจกลางเมืองติดอยู่กับย่านผู้คนพลุกพล่าน"

"ฉันจะทำการซื้อที่ดินและสร้างซูเปอร์มาร์เก็ตสไตล์คลังสินค้าหรืออาจจะเอาสินค้าของเราเองเข้าสู่ซูเปอร์มาร์เก็ตแทนก็ได้ และมันก็จะเป็นการดึงดูดคนอื่นๆ ให้มาสนใจด้วยเหมือนกัน ซึ่งในอนาคตจะเป็นการให้ความสำคัญกับการพัฒนาเมือง มันก็อาจจะทำให้ทีดินนั้นมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นด้วย"

แอนดี้คิดอยู่พักหนึ่งและพูดว่า "บอสถ้าซูเปอร์มาร์เก็ตจำนวนมากถูกสร้างขึ้น และที่ผมลองคิดดูมันก็จะมีหมวดหมู่สินค้ามากกว่า 10,000 ชิ้น เมื่อถึงตอนนั้นผมเกรงว่าจำนวนเงินของเราน่าจะไม่พอ"

ฮาร์ดี้ส่ายหัวและพูดด้วยรอยยิ้ม "ไม่หรอก ฉันจะไม่ให้เงินกับพวกเขา แต่พวกเขาจะเอาเงินมาให้ฉันต่างหาก ถ้าจะให้พูดก็คือซูเปอร์มาร์เก็ตของฉันนั้นไม่ได้จะซื้อสินค้าจากพวกเขา แต่มันจะเป็นสถานที่สำหรับพ่อค้ามาขายของ"

"ง่ายๆ ถ้ามีคนมาขายสินค้ากับเรา มันก็ถือว่าเรานั้นได้ทำเงินแล้ว เพราะซูเปอร์มาร์เก็ตจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือลงนามความร่วมมือกับบริษัทเพื่อเก็บค่าคอมมิชชั่น ดังนั้นซูเปอร์มาร์เก็ตของฉันก็จะไม่มีแรงกดดันด้านเงินใดๆ"

แอนดี้มองไปที่ฮาร์ดี้ด้วยความประหลาดใจ "มันทำแบบนี้ได้ด้วยเหรอ?"

"ทำไมมันจะทำไม่ได้ล่ะ? เพราะเราก็ยังรับผิดชอบต่อการขายสินค้าผ่านทางทีวีช้อปปิ้งอยู่แล้ว และเราก็ยังได้ส่วนแบ่งจากขายด้วยไม่ใช่เหรอ? แล้วมันจะแตกต่างกันยังไงระหว่างวางสินค้าเหล่านั้นไว้ที่ซูเปอร์มาร์เก็ต? แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะให้พ่อค้าเหล่านั้นมาวางขายสินค้ากับเรา แต่อย่าลืมว่าเรานั้นมีสถานีโทรทัศน์เอบีซีที่เป็นเครื่องมือโฆษณาอันทรงพลัง ดังนั้นพ่อค้าที่มาวางขายกับซูเปอร์มาร์เก็ตก็จะสามารถใช้สิทธิผลประโยชน์จากทีวีช้อปปิ้งได้"

"อ่า เมื่อถึงตอนนั้นมันยังมีเวลาเพียงพอสำหรับทีวีช้อปปิ้งอยู่ใช่ไหม?"

"ฮ่าๆ ถ้าอย่างนั้นเราก็มาเปิดช่องทั่วประเทศกันเถอะ เรามาทำให้ช่องนี้มีสินค้าโฆษณาทุกวันและเราก็จะเอาโปรโมชั่นจากห้างซูเปอร์มาร์เก็ตมาโชว์ด้วย พร้อมกับแนะนำสินค้า วิธีการใช้งาน และอื่นๆ เข้าไปอีก"

"ส่วนชื่อของมันก็คือ 'ช้อปปิ้งสตรีท' ดีไหม?"

แอนดี้ชื่นชมความคิดของบอสมากจริงๆ ต้องบอกเลยว่าความคิดบอสนั้นยอดเยี่ยมมาก แต่แน่นอนว่าแนวคิดเหล่านี้ก็ต้องการสนับสนุนจากธุรกิจอื่นๆ เช่นกัน

ไม่อย่างนั้นฮาร์ดี้คงไม่เอาธุรกิจสื่อเป็นแกนนำสำหรับฮาร์ดี้กรุ๊ปหรอก

จบบทที่ อาณาจักร ฮาร์ดี้ 1945 ตอนที่ 211 แผนสามปี

คัดลอกลิงก์แล้ว