เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

อาณาจักร ฮาร์ดี้ 1945 ตอนที่ 209 ธุรกิจก็คือธุรกิจ

อาณาจักร ฮาร์ดี้ 1945 ตอนที่ 209 ธุรกิจก็คือธุรกิจ

อาณาจักร ฮาร์ดี้ 1945 ตอนที่ 209 ธุรกิจก็คือธุรกิจ


ตอนที่ 209 ธุรกิจก็คือธุรกิจ

เมื่อวิคเตอร์พูดจบมันก็ถึงเวลาที่ปาร์ตี้ค็อกเทลจะเข้าสู่ช่วงการพูดคุย

ซึ่งเดิมทีวิคเตอร์นั้นก็เป็นคนดูดีคนหนึ่งอยู่แล้ว และเขานั้นยังชอบพูดคุยกับคนอื่น

มันก็เลยเป็นเรื่องง่ายที่เขานั้นจะหลอกลวงคน แถมที่นี่เขาจะทำอะไรก็ทำได้

มันก็เลยทำให้เขารู้สึกดีมากจริงๆ

เขาถือแก้วไวน์ก่อนจะเดินไปคุยกับเลขาของผู้ว่าราชการ จากนั้นก็ไปคุยกับหัวหน้าสถานีตำรวจก่อนจะไปเริ่มคุยกับประธานและตัวแทนบริษัทต่างๆ ที่มางานนี้

ซึ่งปัจจุบันบริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านี้ได้ครอบครองอุตสาหกรรมการผลิตเกือบทั้งหมดของฮ่องกง ตั้งแต่ไฟฟ้าไปจนถึงน้ำประปา เสื้อผ้า อาหาร ที่อยู่อาศัย และการขนส่ง

โดยพวกเขานั้นกังวลว่าธุรกิจที่ฮาร์ดี้กรุ๊ปจะเข้ามาลงทุนนั้นจะกระทบกับธุรกิจของตัวเองหรือไม่

"คุณวิคเตอร์ครับ ผมไม่รู้เลยจริงๆ ว่าธุรกิจที่ฮาร์ดี้กรุ๊ปนั้นจะเข้ามาลงทุนที่นี่นั้นเป็นธุรกิจอะไร ผมขอถามได้ไหม?" ประธานของจาร์ดีนแมธสันถาม

คนอื่นๆ ก็มองมายังวิคเตอร์เพื่อรอฟังคำตอบจากเขา

วิคเตอร์ยิ้ม "บอกตามตรงว่าผมก็เพิ่งมาฮ่องกงได้ไม่ถึงเดือนเลยและก็ยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับที่นี่มากนัก แต่ผมนั้นต้องการเปิดบริษัทประมูลและบริษัทรับซื้อขายของโบราณ ส่วนสิ่งที่จะทำต่อไปนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับว่าฮ่องกงเวลานี้ขาดอะไร"

"และฮาร์ดี้กรุ๊ปเองก็มีบริษัทลูกอยู่ในมือมากมาย พร้อมกับบริษัทของสมาคมแคลิฟอร์เนียที่อยู่เบื้องหลังเราอีก ซึ่งถ้านับรวมทั้งหมดธุรกิจของเราก็จะครอบคลุมทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น บริษัทการเงิน บริษัทน้ำมัน ไปจนถึง โรงงานโลหะ บริษัทรับเหมา โรงงานรถยนต์หรือแม้แต่เครื่องบินและปืนใหญ่..."

"นอกจากนี้เรายังมีธุรกิจที่เกี่ยวกับการขนส่ง อสังหาริมทรัพย์ บริษัทสื่อ สถานีโทรทัศน์ สถานีวิทยุ หนังสือพิมพ์กับนิตยสาร"

"แล้วถ้าหากคุณต้องการเครื่องบิน รถถังหรือแม้แต่เรือบรรทุกเครื่องบินผมก็สามารถหาให้พวกคุณได้ และถ้าที่นี่ขาดยากับหมากฝรั่งผมก็สามารถหามาให้คุณได้เหมือนกัน"

สิ่งที่วิคเตอร์พูดไปนั้นเขาไม่ได้โม้เลยสักนิด เพราะถ้ามีคนกล้าซื้อเครื่องบิน รถถัง เรือ เขาก็สามารถเอามันมาได้จริงๆ

ประธานของบริษัทเหล่านี้ต่างตั้งใจฟังที่วิคเตอร์พูดและพวกเขาก็คิดว่าฮาร์ดี้กรุ๊ปช่างเป็นฉลามตัวใหญ่จริงๆ

เพราะมันไม่มีใครรู้เลยว่าเขานั้นจะไปกัดใครในอนาคต

แต่แน่นอนมันอย่างมีหนทางอื่นๆ อีกเช่น ทำความร่วมมือ

ยังไงธุรกิจจะเกิดขึ้นได้มันก็ต้องมีความร่วมมือไม่ใช่เหรอ?

ผลตอบรับของงานปาร์ตี้นี้ให้ผลดีมาก โดยวิคเตอร์นั้นใช้เวลาที่สั้นที่สุดและเสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุดเพื่อให้วงการธุรกิจในฮ่องกงได้รู้จักฮาร์ดี้กรุ๊ป พร้อมกับที่เขานั้นก็ได้ยกย่องตัวเองให้เป็นตัวแทนของฮาร์ดี้กรุ๊ปในฮ่องกงได้แล้ว

วันนี้วิคเตอร์ได้รับนามบัตรกองใหญ่มากจริงๆ

แต่มันก็ไม่เป็นไรเพราะเขานั้นสามารถใช้ได้ในอนาคต ซึ่งเขานั้นอาจจะไปเยี่ยมชมบริษัทเหล่านี้หรือติดต่อสื่อสารกับรัฐบาลได้โดยตรงเลยก็ได้

ปาร์ตี้ค็อกเทลจบลงในวันถัดไป

วิคเตอร์ก็เรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยแปดคนที่มากับเขาให้มาคุยกัน เพราะงานตอนนี้ของพวกเขานั้นไม่ใช่บอดี้การ์ดแล้ว และวิคเตอร์ก็ไม่อยากให้ความสามารถของพวกเขาเสียไปเปล่าๆ

โดยตอนนี้ตัวตนของพวกเขาทั้งหมดจะเป็นผู้จัดการของสาขาฮ่องกง

วิคเตอร์แบ่งพวกเขาออกเป็นสี่กลุ่มและส่งพวกเขาออกไปติดต่อโรงพยาบาลใหญ่ๆ ในฮ่องกง

'ติดตามข่าวสารก่อนใครได้ที่ 'หลับมาแปล' นะครับ'

...

โรงพยาบาลควีนแมรี่ฮ่องกง

คนของบริษัทฮาร์ดี้สองคนเดินเข้าไปขอพบผู้อำนวยการโรงพยาบาลและพูดกับเขาว่าพวกเรานั้นมีเพนิซิลลินมาขาย ซึ่งสีหน้าของผู้อำนวยการนั้นเต็มไปด้วยความไม่เชื่อสิ่งที่ทั้งสองพูด และถ้าพวกเขาทั้งสองนั้นไม่ใช่คนอเมริกันเขาก็คงคิดว่าพวกเขาโกหกจริงๆ

"พวกคุณมีเพนิซิลลินอยู่ในมืองั้นเหรอ?" ผู้อำนวยการถาม

หนึ่งในนั้นหยิบกล่องเพนิซิลลินออกมาจากกระเป๋าแล้วเอาไปวางบนโต๊ะ และเมื่อผู้อำนวยการเห็นว่าอีกฝ่ายนั้นมีเพนิซิลลินออกมาจริงๆ เขาก็ตกใจมาก

มีจริงเหรอเนี่ย?

เขารีบหยิบกล่องขึ้นมาดูทันที และก็ได้เห็นฉลากที่มีวันที่ติดอยู่ 'ผลิตเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว' ผู้ผลิตคือบริษัทอเมริกันเมอร์ซี่ฟาร์มาซูติคอล

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองเมอร์ซี่ฟาร์มาซูติคอลเป็นผู้ผลิตเพนิซิลลินรายใหญ่เป็นอันดับสองรองจากไฟเซอร์

ดังนั้นเพนิซิลลินของเมอร์ซี่ก็ถือว่าไว้ใจได้

เมื่อเห็นว่ายาเป็นของจริงผู้อำนวยการก็รู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย

"พวกคุณได้มายังไง? ลักลอบเหรอ? แล้วพวกคุณมีเท่าไหร่และราคามันล่ะ?" ผู้อำนวยการถามอย่างตื่นเต้น

ทีมรักษาความปลอดภัยเลียริมฝีปากของเขา "พวกเราได้มาจากช่องทางปกติและยาในมือของเราก็มีเยอะมาก  ดังนั้นพวกเราก็ไม่ใช่แอบซื้อมาแค่สองสามขวดเหมือนพวกลักลอบนำเข้าเหมือนหนูตัวหนึ่ง"

"ซึ่งเราสามารถขายให้คุณได้ 5,000 ขวด แล้วคุณยินดีที่จะจ่ายเท่าไหร่?"

5,000 ขวด?

ผู้อำนวยการถูมือของเขาด้วยความตื่นเต้น

ต้องบอกก่อนว่ายาตัวนี้นั้นสามารถช่วยชีวิตคนได้เยอะจริงๆ

โดยในการรักษาคนในปัจจุบันนั้นสาเหตุที่ทำให้คนเสียชีวิตมากที่สุดก็คือการติดเชื้อ และเพนิซิลลินก็มีผลรักษาอาการติดเชื้อให้หายอย่างน่าอัศจรรย์

"งั้นคิดยังไงถ้าอันละ 6 ดอลลาร์ล่ะ?" ผู้อำนวยการถาม

ซึ่งทีมรักษาความปลอดภัยก็กำลังเอื้อมมือเอากล่องยากลับไปทันที มันก็เลยทำให้ผู้อำนวยการรู้สึกกังวลมากจึงรีบคว้ากล่องและถามอย่างรีบร้อนว่า "พวกเรามาคุยกันอีกครั้งดีกว่านะ มาคุยกันก่อน"

"เวลานี้ตลาดมืดขายยาอยู่ขวดละ 25 หรือ 30 ดอลลาร์ และราคาที่เจ้านายของเราบอกมาก็คือ 15 ดอลลาร์ ซึ่งมันก็ต่ำกว่าในตลาดมืดมากแล้ว"

อันที่จริงราคา 30 ดอลลาร์นั้นมันไม่จริงเลย เพราะราคาในตลาดมืดตอนนี้จะอยู่ที่ 16-18 ดอลลาร์และในบางครั้งเมื่อสินค้าหมดสต๊อกราคามันก็จะเพิ่มเป็นครั้งคราวเท่านั้นเอง

ผู้อำนวยการเอากล่องมาถือไว้แล้วส่ายหัวอย่างไว "มันแพงเกินไป แพงมากจริงๆ และยาชนิดนี้ที่โรงพยาบาลในสหรัฐอเมริกานั้นแค่ 3 ดอลลาร์เท่านั้น ส่วน 15 ดอลลาร์นั้นแพงเกินไปมาก มันจะมีแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่จ่ายได้ แล้วลองคิดดูว่าใครจะมาซื้อ? ถูกไหม?"

"เมื่อกี้คุณพูดว่ามันอยู่ในสหรัฐอเมริกาใช่ไหม? เวลานี้ที่นั่นก็ยังหายากเลย และการขนส่งมาที่นี่ระยะทางมันก็ไกลเป็นพันๆ ไมล์ คุณคิดว่ามันไม่มีความเสี่ยงเหรอ? อย่าลืมว่าเราก็ต้องได้กำไรเหมือนกัน!"

"และเราก็เป็นนักธุรกิจด้วย"

หลังจากโต้เถียงกันอยู่สักพักราคาสุดท้ายก็ตั้งไว้ที่ 11 ดอลลาร์และผู้อำนวยการก็กัดฟันซื้อทั้ง 5000 ขวดไว้อย่างไม่เต็มใจ

ซึ่งตอนนี้โรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในฮ่องกงก็คือโรงพยาบาลที่ได้รับเงินลงทุนจากประเทศอังกฤษ เช่น โรงพยาบาลควีนแมรี โรงพยาบาลเอลิซาเบธ โรงพยาบาลปรินซ์ออฟเวลส์ โรงพยาบาลเซนต์เทเรซา โรงพยาบาลอินเวสชั่น สุดท้ายคือโรงพยาบาลที่ได้รับทุนจากจีน

โรงพยาบาลเหล่านี้ก็มีเพนิซิลลินอยู่ในมือพร้อมกับที่พวกเขาอยากได้เท่าไหร่ก็ได้ เพราะยังไงพวกเขาก็มีช่องทางของตัวเอง

แต่เพนิซิลลินก็ยังถือว่าขาดแคลนอยู่ในขณะนี้

ถึงแม้พวกเขาจะไม่ได้เข้าไปขายให้โรงพยาบาลเหล่านี้พวกเขาก็ยังถือว่าทำเงินได้

โดยในเวลานี้วิคเตอร์ขายออกไปแล้วถึง 50,000 ขวด อย่างรวดเร็ว และราคาที่ถูกที่สุดก็อยู่ที่ 10 ดอลลาร์ส่วนแพงสุดก็คือ 12 ดอลลาร์ ทำให้เวลานี้พวกเขามีรายได้รวมมากกว่า 500,000 ดอลลาร์

ซึ่งยาในมือของเขาตอนนี้เหลือแค่ 40,000 ขวดเท่านั้น และวิคเตอร์ก็ไม่ได้รีบร้อนอะไรด้วย

เมื่อเร็วนี้ๆ ได้มีข่าวลือว่าฮาร์ดี้กรุ๊ปนั้นมีเพนิซิลลินขาย มันก็เลยทำให้พวกเขานั้นเป็นที่รู้จักกันในฮ่องกงทันทีโดยเฉพาะในหมู่บุคคลระดับสูง

ซึ่งวิคเตอร์นั้นเคยพูดในตอนแรกที่พบกับพวกเขาไว้ว่าบริษัทนั้นขายทุกอย่าง และสิ่งแรกที่พวกเขาขายนั้นก็คือเพนิซิลลินที่กำลังขาดตลาดอยู่ในเวลานี้

แน่นอนว่าหลายคนก็รู้ว่าการส่งออกเพนิซิลลินจากสหรัฐอเมริกานั้นถูกจำกัดอยู่ ถึงแม้มันจะไม่ได้รับการตรวจสอบแต่มันก็มีเพียงไม่กี่คนที่สามารถหายาตัวนี้จากโรงงานผลิตยาได้ และแน่นอนว่าสินค้าลักลอบนำเข้าบางรายการก็จะมีราคาสูงมากๆ โดยพวกเขานั้นต้องแอบซื้อทีละกล่องสองกล่องเพื่อนำมาฮ่องกง

แต่เวลานี้ฮาร์ดี้กรุ๊ปกลับนำออกมาขายอย่างเปิดเผย

สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าฮาร์ดี้กรุ๊ปนั้นมีเบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่แค่ไหนในสหรัฐอเมริกา

แล้วตอนนี้ก็ยังมีสำนักงานอยู่ที่ฮ่องกงอีก ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ก็จะแพร่กระจายออกไปในไม่ช้า

ซึ่งเวลานี้มันก็คือปี 1948 และสถานการณ์ต่างๆ มันก็ยังไม่ปกติสักเท่าไหร่

มันยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากสนามรบเป็นจำนวนมากและต้องใช้ยาเฉพาะอย่างเพนิซิลลินเพื่อช่วยยื้อชีวิตไว้

แน่นอนว่าเมื่อข่าวแพร่กระจายออกไป พวกเขาก็ส่งคนไปที่ฮ่องกงเพื่อทำการขอซื้อทันที

วิคเตอร์กำลังทานอาหารอยู่ในร้านแห่งหนึ่ง ในขณะนั้นชายวัยกลางคนในชุดสูทก็เดินเข้าไปหาวิคเตอร์

ฟืบ!

ชายที่ดูแข็งแรงสองคนที่นั่งข้างๆ คนหนึ่งยืนขึ้นแล้วสอดมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อจ่อไปที่ข้างหลังของชายวัยกลางคนทันที

"อย่าเข้าใจผมผิด ผมแค่ต้องการมาคุยธุรกิจกับคุณวิคเตอร์เท่านั้น" ชายวัยกลางคนพูดโดยไม่มีความเกรงกลัวใดๆ บนใบหน้าของเขา

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งสองมองไปที่วิคเตอร์และวิคเตอร์ก็พยักหน้าให้

เมื่อเห็นดังนี้ชายวัยกลางคนก็เดินไปที่โต๊ะอาหารของวิคเตอร์อีกครั้ง

"สวัสดีครับคุณวิคเตอร์ ผม..."

ทันใดนั้นวิคเตอร์ก็เอื้อมมือออกไปเพื่อขัดจังหวะอีกฝ่าย "ผมไม่อยากรู้ว่าคุณชื่ออะไร มาจากไหนหรือจะอยู่ฝ่ายสังกัดพรรคการเมืองอะไร เพราะยังไงเรื่องพวกนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผม ผมเป็นแค่นักธุรกิจเท่านั้น"

ชายวัยกลางคนชะงักไปครู่หนึ่ง

เขาหยุดคิดสักพักก่อนจะพยักหน้า

"อ่า ตรงนี้ไม่ใช่สถานที่ที่เราจะพูดคุยเกี่ยวธุรกิจ แต่ผมก็อิ่มแล้วพอดีงั้นทำไมเราไปคุยกันที่บริษัทของผมกันละ? นั่งดื่มชาสักถ้วยเพื่อที่เราจะได้นั่งคุยกันอย่างสบายใจ" วิคเตอร์พูดพร้อมกับเช็ดปากของเขา

"ได้เลย!" ชายวัยกลางคนกล่าว

เมื่อทั้งสองออกไปจากร้านอาหารและเดินไปที่รถคนขับก็เปิดประตูให้พวกเขาก่อนที่วิคเตอร์จะเข้าไปในรถพร้อมกับชายวัยกลางคน

ซึ่งเวลานี้รถกำลังจะขับไปที่บริษัทประมูลฮาร์ดี้

เมื่อชายวัยกลางคนลงจากรถเขาก็เงยหน้าขึ้นไปมองที่แผ่นป้าย

'บริษัทประมูลฮาร์ดี้'

บริษัทประมูลฮาร์ดี้งั้นเหรอ?

ต้องบอกว่าชั้นแรกนั้นเป็นบริษัทประมูลก็จริงแต่ถ้าให้พูดตรงๆ มันเหมือนบริษัทรับซื้อของโบราณมากกว่า

เพราะเวลานี้ไม่มีการประมูลอะไรเลยมีแต่ซื้อเข้าและไม่ขาย

ซึ่งที่นี่ก็มีห้องนั่งเล่นอยู่ชั้นสอง และวิคเตอร์กับคนของเขาก็อาศัยอยู่ที่นี่ด้วย

เมื่อขึ้นมาวิคเตอร์ก็บอกให้เขานั่งลง "ผมไม่รู้ว่าคุณผู้ชายอยากจะให้ผมช่วยอะไร หรือคุณจะเอาของโบราณมาขาย?"

วิคเตอร์ถามอย่างอยากรู้

"ไม่ ผมต้องการซื้อยาเพนิซิลลิน" อีกฝ่ายพูดอย่างตรงไปตรงมา

"แน่นอนตราบใดที่ราคาเหมาะสมผมก็ขายให้คุณได้ แล้วคุณอยากซื้อเท่าไหร่?" วิคเตอร์ถาม

"ราคาที่พวกคุณขายล่ะ?" ชายวัยกลางคนถาม

วิคเตอร์ยิ้ม "15 ดอลลาร์ต่อขวดไม่มีการต่อรองราคาอะไรทั้งนั้น"

ชายวัยกลางคนตกตะลึง "ไม่ใช่ว่าแพงกว่าราคาของโรงพยาบาลอีกงั้นเหรอ?"

"ที่โรงพยาบาลนั้นมันถือว่าเป็นการซื้อขายปกติ แต่กับคุณนั้นมันไม่ใช่และราคาที่เราขายให้กับโรงพยาบาลมันก็เพื่อที่จะเอาไว้ช่วยเหลือมนุษย์ ง่ายๆ ก็คือเพื่อมนุษย์ธรรมพร้อมกับได้ทำการซื้อขายและยังได้ทำดียังไงละ" วิคเตอร์พูดล่อลวงอย่างชำนาญ

"ขอให้ราคามันถูกกว่านี่ได้ไหม ตอนนี้มันแพงเกินไปจริงๆ" ชายวัยกลางคนส่ายหัว

"อ่า แล้วคุณรู้ไหมว่าราคาของเพนิซิลลินในตลาดมืดนั้นราคาเท่าไหร่? ตอนนี้ราคาของมันนะอยู่ระหว่าง 16 ถึง 18 ดอลลาร์และยังมีปริมาณน้อยมากด้วย ซึ่งในเวลาที่หายากราคาของมันก็พุ่งขึ้นไปสูงถึง 30 ดอลลาร์เลยทีเดียว ดังนั้นราคาที่ 15 ดอลลาร์ของผมนั้นก็เป็นราคาที่ดีมากแล้ว "วิคเตอร์กล่าว

"คุณวิคเตอร์ ผมต้องการซื้อยาพวกนี้ไปช่วยคนจากสนามรบ"

วิคเตอร์ยกมือขึ้นอีกครั้งเพื่อขัดจังหวะอีกฝ่าย

"สุภาพบุรุษผมบอกไปแล้วว่านี่คือธุรกิจมันก็ต้องคุยแค่เรื่องธุรกิจ ไม่ต้องบอกเรื่องอื่นกับผมหรอก ถ้าพูดมากไปอาจส่งผลเสียต่อการซื้อขายได้คุณคิดว่ายังไง?" วิคเตอร์พูดด้วยสีหน้าจริงจัง

เมื่อได้ยินชายวัยกลางคนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ทันที

"คุณวิคเตอร์พอจะลดราคาให้ถูกกว่านี้ได้ไหม เพราะผมต้องการมันเยอะมากจริงๆ" ชายวัยกลางคนถามอย่างกังวล

"เท่าไหร่?"

"ทั้งหมดที่คุณมีตอนนี้" ชายวัยกลางคนกล่าว

วิคเตอร์คิดอยู่พักหนึ่งก่อนพูดว่า "ถ้าอย่างนั้นก็ 13 ดอลลาร์ ไม่มีราคาน้อยกว่านี้แล้วนี่แหละราคาสุดท้าย"

ชายวัยกลางรู้ว่านี่คือราคาที่พวกเขาให้ได้แล้ว "ก็ได้แค่ 13 ดอลลาร์เท่านั้นนะ แล้วคุณวิคเตอร์อยากได้การชำระเงินแบบไหนหรือครับ?"

"อะไรก็ได้แต่ต้องเป็นเงินที่ถูกต้องตามกฎหมาย"

"เงินดอลลาร์ ปอนด์ สเตอร์ลิง ทอง ทั้งหมดนี้ล้วนใช้ได้หมด แต่ถ้าพวกคุณไม่มีสิ่งเหล่านี้พวกเราก็ยินดีที่รับซื้อของโบราณทุกประเภทเช่นกัน…ยังไงที่นี่ก็เป็นบริษัทประมูล ผมสามารถประเมินราคาให้คุณได้เลย" วิคเตอร์กล่าว

"เวลานี้ผมมียาทั้งหมดที่ 46,000 ขวด ส่วนราคาก็ 600,000 ดอลลาร์ตกลงไหม?"

"ตกลง แล้วคุณพอให้เวลาผมหาเงินสักสองสามวันได้ไหม?" ชายวัยกลางคนถามด้วยความเคารพ

"ไม่มีปัญหา แต่ผมก็หวังว่าพวกคุณนั้นจะรีบมาหน่อย ไม่อย่างนั้นคนอื่นๆ อาจจะมาซื้อไปก่อน และผมก็ไม่จำเป็นต้องเก็บไว้ให้คุณ" วิคเตอร์พูดด้วยสีหน้านักธุรกิจ

ชายวัยกลางคนเม้มริมฝีปากแล้วก็ลุกขึ้นยืนพยักหน้าให้กับวิคเตอร์ก่อนเดินจากไป

จบบทที่ อาณาจักร ฮาร์ดี้ 1945 ตอนที่ 209 ธุรกิจก็คือธุรกิจ

คัดลอกลิงก์แล้ว