เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

อาณาจักร ฮาร์ดี้ 1945 ตอนที่ 200 กลุ่มแห่งการทำเงิน

อาณาจักร ฮาร์ดี้ 1945 ตอนที่ 200 กลุ่มแห่งการทำเงิน

อาณาจักร ฮาร์ดี้ 1945 ตอนที่ 200 กลุ่มแห่งการทำเงิน


ตอนที่ 200 กลุ่มแห่งการทำเงิน

ลุคเป็นผู้กำกับที่มีชื่อเสียงอยู่เหมือนกัน และทันทีที่เรื่องราวนี้ถูกเปิดเผยผู้คนก็ให้ความสนใจกับมันเป็นอย่างมาก

เพราะยังไงข่าวซุบซิบแบบนี้มันก็ต้องมีคนชอบอยู่แล้ว และหนังสือพิมพ์รายใหญ่เกือบทั้งหมดก็ไม่พลาดที่จะรายงานข่าวนี้

โดยจีน่าได้ฟ้องศาลและเปิดเผยเรื่องราวที่ได้พบเจอไปพร้อมกัน

ซึ่งเธอนั้นถูกข่มขู่และถูกทุบตีในระหว่างการถ่ายทำ แถมหลังจากกลับไปที่โรงแรมเธอก็ถูกคุกคามอีกครั้ง

โดยเขานั้นได้ขู่เธอว่าจะไม่ให้เธอได้แสดงอะไรอีกถ้าหากไม่เชื่อฟัง และถ้าเธอไม่เชื่อฟังเขาก็จะฟ้องร้องเธอจนทำให้เธอไม่มีกำลังที่จะต่อต้านอะไร

เธอก็ถูกบังคับแบบนี้ถึงสี่ครั้ง

และทันทีที่มีรายงานออกมา

ลุคก็ได้รับแรงกดดันเหมือนกัน โดยเมื่อก่อนนั้นเขากำลังถ่ายภาพยนตร์อยู่ และก็ถ่ายทำเสร็จไปแล้ว 1 ใน 3

แต่โคลัมเบียกลับเรียกเขาไปพบและให้ผู้กำกับคนอื่นมาแทนที่เขา

เพราะเวลานี้โคลัมเบียก็กำลังเดือดร้อนเช่นกัน และสหภาพนักแสดงยังส่งจดหมายมาหาพวกเขาสำหรับการเข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเข้มงวด

ไม่อย่างนั้นสมาชิกของสหภาพจะคว่ำบาตรโคลัมเบีย

ซึ่งมันก็ทำให้โคลัมเบียรู้สึกอับอายและอับจนหนทางเป็นอย่างมาก

เพราะถ้ายอมรับชื่อเสียงของพวกเขาก็จะเสียหาย

แต่ถ้าปฏิเสธสหภาพก็จะเข้ามาสร้างปัญหาให้พวกเขา และเดิมทีพวกเขานั้นต้องการหาทางออกสำหรับเรื่องนี้ให้ได้

แต่วันรุ่งขึ้น

กลุ่มผู้ประท้วงก็มารวมตัวกันที่หน้าบริษัทภาพยนตร์โคลัมเบีย โดยพวกเขาบอกว่าฝ่ายบริหารนั้นไม่มีการจัดการที่เด็ดขาดและโคลัมเบียก็ไม่ยอมรับผิดสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น

นักข่าวจากสถานีโทรทัศน์เอบีซีก็เดินทางมาถ่ายภาพฝูงชนขณะประท้วงกันอยู่ พวกเขานั้นจะนำมันไปออกอากาศข่าวเที่ยงวันที่จะถึงนี้

และหลังจากการรายงาน มันก็ทำให้ทั่วทั้งสหรัฐอเมริกาได้รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ หลายคนแสดงความคิดเห็นออกมาหลังจากได้ดูข่าว

ซึ่งพวกเขาก็หวังว่าฮอลลีวูดจะหาวิธีแก้ไขและป้องกันไม่ให้สิ่งเลวร้ายนี้เกิดขึ้นอีก

ผลกระทบดังกล่าวยังทำให้ราคาหุ้นของบริษัทภาพยนตร์โคลัมเบียดิ่งลง จนผู้ถือหุ้นรู้สึกไม่พอใจเลยรีบสั่งให้ประธานจัดการกับเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด

โดยประธานของโคลัมเบียก็เข้าไปขอพบฮาร์ดี้ในทันที

"คุณฮาร์ดี้ครับ ลุคเป็นเพียงแค่ผู้กำกับร่วมสัญญาของโคลัมเบียเท่านั้น ซึ่งตอนนี้เราได้ยกเลิกสัญญาเขาไปแล้ว และเราก็หวังว่าผู้ที่มาประท้วงจะถอนตัวออกไป"

ฮาร์ดี้ขมวดคิ้วและพูดว่า "ผมได้ยินมาจากทนายความว่าคุณนั้นได้ลงทุนสร้างภาพยนตร์ในโคลัมเบีย และพนักงานทั้งหมดก็มาจากบริษัทโคลัมเบียของคุณ ซึ่งทนายของเราต้องการเข้าไปหาหลักฐานที่นั่น แต่กลับได้เจอแต่แรงต่อต้านไม่ให้ทนายเข้าไปตรวจสอบ"

ข้อกล่าวหาที่นักแสดงหญิงจีน่าพูดออกมาว่าเธอนั้นถูกทำร้ายและถูกซ้อมในกองถ่ายนั้นลุคได้ปฏิเสธเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด แต่ในเวลานั้นก็มีคนของบริษัทโคลัมเบียจำนวนมากที่อยู่ในเหตุการณ์

แล้วถ้าหากทนายพบหลักฐานหรือมีคนออกมาให้ความเขาก็จะปฏิเสธอะไรไม่ได้อีก

ประธานของโคลัมเบียกัดฟันก่อนจะพูดว่า "เอาล่ะ เมื่อผมกลับไป ผมจะบอกลูกทีมของผมให้ความร่วมมือกับทนายสำหรับการให้ข้อมูลหลักฐานเอง"

ยังไงเพื่อประโยชน์ของบริษัทการที่ต้องสละผู้กำกับหนึ่งคนมันก็ถือว่าดีมากแล้ว

สองวันต่อมา

หลังจากการรวบรวมหลักฐานเสร็จสิ้นเจ้าหน้าที่โคลัมเบียก็ยืนยันว่าไม่มีเนื้อหาที่เกี่ยวกับการข่มขืนในเวลานั้น แต่ผู้กำกับเป็นคนบอกว่ามีฉากนี้เอง ซึ่งจีน่าก็ไม่ยอมรับและต่อต้านมัน

เพราะมันเป็นการถ่ายทำที่มีผู้คนอยู่เป็นจำนวนมากและยังเป็นการดูถูกตัวเธอด้วย

โดยเธอนั้นได้ไปประท้วงกับผู้กำกับลุค แต่ลุคกลับตบจีน่าถึงสองครั้งและทุกคนในทีมทั้งหมดก็เห็นฉากนี้

หลังจากโคลัมเบียให้ความร่วมมือกับสหภาพผู้ประท้วงหน้าบริษัทก็ถอยกลับไป และมันก็ทำให้พวกเขาสามารถหายใจออกมาได้สักที

จากเหตุการณ์นี้แอนดี้ก็กลับมารายงานกับฮาร์ดี้ว่าเขานั้นทำกำไรจากการปั่นหุ้นของโคลัมเบียได้ราวๆ 1.2 ล้านดอลลาร์

แน่นอนว่าไม่มีใครรู้เลย…

การสืบสวนยังคงดำเนินต่อไป

แต่เหตุการณ์บีบบังคับและข่มขืนที่เกิดในห้องพักของโรงแรมนั้นไม่มีหลักฐานมาแสดง

มันจึงเป็นเรื่องยากที่จะพิสูจน์แต่แค่หลักฐานที่เขานั้นข่มขู่และทำร้ายจีน่ามันก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ชื่อเสียงของผู้กำกับลุคเสียหาย

ต่อให้ไม่ถูกตัดสินให้รับโทษชื่อเสียงก็ของเขาก็เหมือนถูกทำลายไปแล้ว และหลังจากโดนสหภาพหมายหัว

มันก็เกรงว่าจะไม่มีใครกล้าจ้างเขาอีก

ซึ่งเหตุการณ์นี้ก็ยังเป็นเหมือนคำเตือนให้กับคนอื่นๆ และก็คาดว่าพวกเขาจะมีความยับยั้งชั่งใจกันมากขึ้นก่อนที่คิดจะทำเรื่องเลวร้ายต่างๆ

เวลานี้ชื่อเสียงของฮาร์ดี้ในสายตาของนักแสดงนั้นดูดีขึ้นกว่าเดิมเยอะมาก และพวกเขาก็รู้สึกชื่นชมฮาร์ดี้จากใจจริง

แล้วเมื่อเรื่องของสหภาพนักแสดงสิ้นสุดลง ฮาร์ดี้ก็กลับมาเริ่มยุ่งกับเรื่องของตัวเอง

โดยหลังจากการเตรียมการมานานกว่าสองเดือนแอนดี้ก็ได้นำทีมไปจัดระเบียบธุรกิจของฮาร์ดี้และการเตรียมจัดตั้งฮาร์ดี้กรุ๊ป

"บอส จากการที่เราคุยกันครั้งก่อน เวลานี้จะมี 8 บริษัทที่จะเข้าร่วมฮาร์ดี้กรุ๊ปคือ เอชดีซีเคียวริตี้ เอชดีฟิล์ม บริษัทนายหน้าเอชดี บริษัทเพลย์บอย เอชดีทอยส์ เอชดีแอร์ไลน์ บริษัทหนังสือพิมพ์โกลบอลไทมส์ สุดท้ายคือสถานีโทรทัศน์เอบีซี"

"สำหรับเอสเตลอเดอร์ เหมืองแร่วอลช์ โรงงานผลิตโทรทัศน์มิโบ บริษัทน้ำแร่ร็อคกี้เมาเท่น บริษัทประมูลและโรงผลิตไวน์อีกสองแห่งทั้งหมดนี้เป็นธุรกิจส่วนตัว มันจะไม่ได้รวมอยู่ในกลุ่มฮาร์ดี้ แต่ทั้งหมดนี้จะเป็นทรัพย์สินของคุณ"

"และผมจะจะตั้ง 'บริษัทจัดการทรัพย์สิน' ขึ้นมา เพื่อที่จะช่วยคุณจัดการทรัพย์สินของตัวเองได้ง่ายขึ้น"

"นอกจากนี้ยังมีโครงการลงทุนบางอย่างเช่น หุ้นที่เคยซื้อไว้ของโรงงานรถจักรยานยนต์ โรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า โรงงานช็อกโกแลต ซึ่งผมก็จะจัดตั้ง 'บริษัทการลงทุน' ขึ้นมาเพื่อช่วยบอสจัดการเกี่ยวกับธุรกิจที่ได้ไปลงทุนไว้"

"ยังมีฮาร์ดี้โฮเทลที่บริหารงานโดยอิสระและไม่ได้อยู่ในฮาร์ดี้กรุ๊ป เพราะท้ายที่สุดธุรกิจนี้มันค่อนข้างจะพิเศษ"

"นอกจากนี้ยังมีบริษัทการเงินแอนดี้และบริษัทกฎหมายเบเกอร์แมคเคนซี ที่คุณจะเพียงเจ้าของหุ้นแต่ไม่ได้เข้ามาบริหาร ดังนั้นหุ้นเหล่านี้ก็จะถือว่าเป็นของการลงทุนส่วนตัว"

ด้วยวิธีที่แอนดี้พูดมานี้ธุรกิจและทรัพย์สินของฮาร์ดี้ก็จะดูชัดเจนมากขึ้น

"บอส ผมได้คำนวณเบื้องต้นมาแล้ว สินทรัพย์ทั้งหมดของฮาร์ดี้กรุ๊ปนั้นสูงถึง 150 ล้านดอลลาร์และสินทรัพย์ส่วนตัวของบอสจะอยู่ที่ 50 ล้านดอลลาร์ และฮาร์ดี้โฮเทลก็จะมีมูลค่า 50 ล้านดอลลาร์เหมือนกัน แล้วถ้ารวมทั้งหมดสินทรัพย์ของบอสก็จะมีมูลค่าถึง 250 ล้านดอลลาร์ แน่นอนถ้าบอสเลือกที่จะเอาธุรกิจคาสิโน สถานีโทรทัศน์เอบีซี สินทรัพย์ของบอสก็จะเพิ่มขึ้นไปอีกหลายเท่า"

ฮาร์ดี้ส่ายหัว "ไม่เป็นไร เวลานี้ฉันไม่ได้ขาดแคลนเงินสักเท่าไหร่ และเราก็ไม่ต้องไปไล่ตามเกมกระดานหุ้นหรอก แล้วจำไว้ว่าสินทรัพย์ของฮาร์ดี้กรุ๊ปจะไม่มีวันถูกจดทะเบียนอย่างแน่นอน แต่ถ้าสินทรัพย์นั้นถูกจดทะเบียนมันก็มีวัตถุประสงค์เพียงอย่างเดียวนั่นก็คือการเก็บเงินเพื่อที่เตรียมพร้อมที่จะทิ้งมันไป"

แอนดี้พยักหน้าเพื่อแสดงความเข้าใจ

"บอส ผมคิดว่ากลุ่มของเรานั้นควรจดทะเบียนที่ลาสเวกัส เพราะผลประโยชน์ที่เราจะได้ก็คือภาษีที่ต่ำมากและไม่มีภาษีสำหรับบุคคลธรรมดา ดังนั้นการตั้งสำนักงานใหญ่ไว้ที่เนวาดามันจะเป็นสิ่งที่ดีมากสำหรับบริษัทเรา ถ้าคุณคิดว่าแผนนี้โอเค ผมก็จะรายงานไปยังลาสเวกัสและส่งใบสมัครตามไปทีหลัง"

เนวาดาที่ตั้งอยู่ในลาสเวกัสนั่นถือเป็นหนึ่งในรัฐที่บริษัทเข้ามาลงทุนมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา

เพราะมันไม่มีการเรียกเก็บภาษีของนิติบุคคลและภาษีเงินได้ของบุคคลธรรมดา และสำหรับธุรกิจก็จะเสียภาษีที่ต่ำมาก

แถมมันยังไม่มีค่าใช้แอบแฝงนอกจากเพียงค่าธรรมเนียมการรักษาบำรุงที่ต้องจ่ายรายปีนิดหน่อย

แน่นอนว่าผู้ถือหุ้นที่อยู่ในรัฐนี้ก็จะไม่ถูกเปิดเผยข้อมูล พร้อมกับไม่ต้องอาศัยอยู่ในเนวาดากับสหรัฐอเมริกาก็ได้

อีกประการหนึ่งคือเนวาดาและกรมสรรพากร (IRS) ยังไม่ได้ลงนามในข้อตกลงการแบ่งปันข้อมูล

มันก็หมายความว่า IRS ยังไม่มีข้อมูลภาษีจากรัฐเนวาดานั้นเอง

คุณควรทราบว่าภาษีเงินได้ของบุคคลธรรมดาที่แคลิฟอร์เนียคือ 20% และเพียงแค่เห็นภาษีจากแคลิฟอร์เนียมันก็เป็นเรื่องปกติที่เนวาดาจะดึงดูดให้บริษัทมาจดทะเบียน

"ส่งไปเลย ฉันคิดว่าลาสเวกัสนั้นดีที่สุดแล้ว แล้วนายเจออาคารสำนักงานใหญ่ที่เหมาะสมสำหรับฮาร์ดี้กรุ๊ปของเราหรือยัง?" ฮาร์ดี้ถาม

"ผมได้ค้นหาสถานที่มาบ้างแล้ว และก็เอามาให้บอสดูว่ามันเหมาะสมหรือไม่ ถ้ามันไม่เหมาะสมผมจะกลับไปหาเพิ่มอีก" เมื่อแอนดี้พูดจบเขาก็ยืนแฟ้มข้อมูลให้กับฮาร์ดี้

ต้องบอกว่าลอสแอนเจลิสนั้นตั้งอยู่ในเขตที่มีแผ่นดินไหวเยอะที่สุดในโลก มันเลยทำให้ที่นี่ไม่ค่อยจะมีอาคารสูงๆ สักเท่าไหร่

แม้แต่ในศตวรรษที่ 21 ก็ยังมีอาคารสูงน้อยมาก

ฮาร์ดี้นึกภาพอาคารหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ใจกลางลอสแองเจลิสก่อนจะเปิดหา "ตึกนี้แหละและแค่ 10 ชั้นก็น่าจะเพียงพอแล้วที่มันจะกลายเป็นสำนักงานใหญ่ของฮาร์ดี้กรุ๊ป แถมมันยังมีแสงไฟจากนีออนดวงใหญ่ประดับอยู่บนหลังคาอีกด้วย"

สำหรับเหตุผลที่เขาเช่าแต่ไม่ซื้อก็เพราะฮาร์ดี้ไม่ชอบที่นี่ เพราะในสายตาของเขาอาคารเหล่านี้น่าเกลียดมาก

เขาปิดแฟ้มส่งต่อให้แอนดี้ ก่อนที่ฮาร์ดี้จะพูดว่า "ในอนาคตเราจะสร้างอาคารสำนักงานใหญ่ของฮาร์ดี้กรุ๊ปที่ลอสแอนเจลิส เพราะยังไงที่ดินที่นั่นฉันก็มีเหลือเฟือ แต่ตอนนี้ยังไม่ต้องกังวลอะไรเดี๋ยวเรื่องนี้เรามาคุยกันทีหลัง"

เมื่อเขาพูดจบฮาร์ดี้ก็มองไปที่แอนดี้ก่อนจะยิ้มออกมา "แอนดี้จากนี้ไปนายจะต้องรับตำแหน่งประธานของฮาร์ดี้กรุ๊ป และมันก็มีแค่นายเท่านั้นที่เหมาะสมกับตำแหน่งนี้ที่สุด"

"ขอบคุณมากครับบอส! สำหรับความไว้วางใจและก็ไม่ต้องห่วงผมจะจัดการมันให้ดีที่สุดอย่างแน่นอน"

"ดี! งั้นต่อไปนายก็จัดหาผู้บริหารคนอื่นๆ ของฮาร์ดี้กรุ๊ปด้วยตัวเองได้เลย ยังไงเรื่องนี้นายก็ทำได้ดีกว่าฉัน" ฮาร์ดี้ยิ้มและตบไหล่แอนดี้

หลังจากที่ไม่ได้เจอเทย์เลอร์เป็นเวลานาน ฮาร์ดี้ก็เลยโทรหาเธอก่อนจะชวนเธอให้ออกไปเล่นด้วยกัน

ซึ่งเทย์เลอร์ก็มีความสุขมากที่ได้รับสายของเขาและเธอก็รีบวิ่งเข้าไปในห้องเพื่อแต่งหน้าหลังจากได้ยินฮาร์ดี้ชวน

ซาร่าห์แม่ของเธอก็ตามไปที่ห้องและช่วยเทย์เลอร์เลือกเสื้อผ้าด้วย

"ลูกจะใส่ชุดไหนดี หืม?"

เทย์เลอร์เลือกกระโปรงยาวและเสื้อสเวตเตอร์แคชเมียร์หลวมๆ พร้อมกับจับคู่กับหมวกขนสัตว์ขนาดเล็ก

ซึ่งมันก็ทำให้เธอกลายเป็นหนูน้อยขี้เล่นและดูน่ารักในเวลาเดียวกัน

ไม่นานรถของฮาร์ดี้ก็มาจอดที่หน้าบ้านของเทย์เลอร์และเทย์เลอร์ก็รีบวิ่งมาหาเขาด้วยท่าทางมีความสุข

ก่อนที่จะเปิดประตูรถรีบเข้าไปอย่างรวดเร็ว

ซาร่าห์นั้นก็ยืนอยู่ตรงหน้าประตูมองดูลูกสาวของเธอเข้าไปในรถและเมื่อลูกสาวของเธอเข้าไปในรถแล้ว…

เธอก็ได้เห็นว่าลูกสาวของเธอนั้นกำลังจูบกับฮาร์ดี้

หัวใจของซาร่าห์สั่นไหวเล็กน้อย เธอรู้ดีว่าเรื่องแบบนี้จะต้องเกิดขึ้น

เพราะยังไงอุดมคติดั้งเดิมของเธอก็คือการทำให้ลูกสาวของเธอมีชื่อเสียงและจากนั้นก็แต่งงานกับคนร่ำรวยในชนชั้นสูง ซึ่งฮาร์ดี้ก็ปรากฏตัวและตกเป็นเป้าหมายของซาร่าห์ในเวลานั้น

โดยเธอนั้นก็คิดว่าลูกสาวของเธออาจจะจับฮาร์ดี้ได้

แถมแค่ผ่านไปไม่กี่ปีฮาร์ดี้ก็เติบโตอย่างรวดเร็วจนเกินความคาดหมายของเธอไปแล้ว

เวลานี้ฮาร์ดี้ได้กลายเป็นคนที่มีชื่อเสียง มีอำนาจ มีเงินและไกลเกินกว่าที่เธอจะจินตนาการได้...

"ฉันคิดถึงคุณมากเลยค่ะ..." เทย์เลอร์พูดออกมา พร้อมกับจับแขนของฮาร์ดี้ไว้

"ฮ่าๆ แล้วเธออ่านบทเป็นยังไงบ้าง? และการถ่ายทำเรื่อง 'โฉมงามกับเจ้าชายอสูร' ก็จะเริ่มถ่ายทำในอีกหนึ่งเดือนที่จะถึงใช่ไหม?" ฮาร์ดี้ถามด้วยรอยยิ้ม

"บทก็ไม่ได้ยากเท่าไหร่ค่ะ แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้มีฉากร้องเพลงด้วย หนูก็เลยอยากร้องด้วยตัวเองเลยไปหาครูสอนร้องเพลงมืออาชีพให้มาติวให้หนูด้วย!" เทย์เลอร์กล่าว

"หือ? ถ้าทำไม่ไหวก็พากย์เสียงเอาสิ"

"ไม่เอา! หนูอยากทำมันด้วยตัวเอง" เทย์เลอร์ตอบกลับด้วยท่าทางดื้อดึง

ผ่านไปสักพักทั้งสองก็แวะไปที่ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่และซื้อของหลายอย่างจากนั้นก็ตรงไปที่คฤหาสน์ของฮาร์ดี้

ซึ่งทั้งสองก็ทำแค่นั่งคุยกันในคฤหาสน์ และเทย์เลอร์ก็สนุกกับการที่ได้พักผ่อนสบายๆ แบบนี้

เทย์เลอร์นั้นกลับดึกมาก

เมื่อเธอขึ้นไปชั้นบนซาร่าห์ก็จ้องมองไปที่ลูกสาวของเธอเป็นเวลานาน

‘โชคดีที่ไม่มีอะไรผิดปกติ’

วันต่อมาฮาร์ดี้ได้รับโทรศัพท์จากผู้กำกับโนแลน โดยบอกว่าการถ่ายทำภาพยนตร์นั้นเสร็จสิ้นแล้ว และก็อยากเชิญให้มาชมภาพยนตร์เรื่องนี้

เมื่อเขามาถึงพระเอกชายและหญิงไฮดี้รามากับเรแกนก็อยู่ที่นี้เช่นเดียวกับผู้บริหารระดับสูงของเอชดีพิคเจอร์

ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ก็เป็นภาพยนตร์ในเมืองอย่างแท้จริง มันมีความยากในการผลิตที่ต่ำและมีเทคนิคพิเศษเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

และในเวลานี้เทคโนโลยีก็เติบโตขึ้นมากแล้ว มันก็เลยเป็นเรื่องง่ายขึ้นไปอีก

ภาพยนตร์เริ่มเล่นและทุกคนที่นี่ก็นั่งดูภาพยนตร์ด้วยกัน

เมื่อเพลงประกอบภาพยนตร์ 'วิญญาณ ความรัก ความรู้สึก' เริ่มเล่นมันก็ดึงอารมณ์ความรู้สึกทันที

ถ้าต้องการพูดถึงความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่องนี้ ฮาร์ดี้ก็จะยกเครดิตครึ่งหนึ่งให้กับเพลงประกอบภาพยนตร์

และมันก็เป็นหนึ่งในไม่กี่เพลงภาษาอังกฤษที่เขาจำได้

โดยเพลงนี้ร้องโดยนักร้องของเอชดีเรคคอร์ด ชื่อบิลเมดเลย์และบ๊อบบี้เฮทฟิลด์ ซึ่งฮาร์ดี้นั้นคิดว่าเสียงของทั้งสองค่อนข้างดี เขาก็เลยให้ทั้งสองมาร้อง

แน่นอนว่าผลที่ได้มันก็ดีมากจริงๆ

หลังจากที่ภาพยนตร์ฉายเสร็จ ฮาร์ดี้ก็ยืนขึ้นและปรบมือ แล้วคนอื่นๆ ก็ทำตาม

"มันเยี่ยมมาก และการแสดงของไฮดี้กับเรแกนก็น่าทึ่งมากจริงๆ ส่วนผู้กำกับโนแลนคุณนี่ฝีมือล้ำลึกเหมือนเคย ซึ่งผมก็เชื่อว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะต้องได้รับความนิยมอย่างแน่นอน"

หลังจากฟังความคิดเห็นของเจ้านายทุกคนมีความสุขมาก และฮาร์ดี้ก็มองไปที่เอ็ดเวิร์ดหลังจากพูดจบ "เอาไปทำวิดีโอโปรโมทสัก 5 นาที และนำไปโฆษณาที่สถานีโทรทัศน์เอบีซี พร้อมกับเอาเพลงประกอบภาพยนตร์ไปออกอากาศบางช่วงเวลา"

"แล้วในภายหลังให้สถานีวิทยุทำอัลบั้มออกมาด้วย เพราะในอนาคตผู้คนจะนิยมฟังวิทยุกันมากขึ้น และเราก็จะใช้ช่องทางนี้สำหรับการโปรโมท"

"สำหรับการเปิดตัว ให้ไปหาเอ็มจีเอ็มได้เลย เดี๋ยวฉันจะโทรหาเมเยอร์ให้" ฮาร์ดี้จัดการเรื่องต่างๆ อย่างรวดเร็ว

เมื่อเขาไปถึงสำนักงานของตัวเอง เขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเมเยอร์และเมื่อการโทรถูกเชื่อมต่อ ฮาร์ดี้ก็พูดว่า "คุณเมเยอร์ ตอนนี้ภาพยนตร์ 'วิญญาณ ความรัก ความรู้สึก (Ghos)' ถ่ายทำเสร็จแล้ว และก็พร้อมที่จะเปิดตัว ผมเลยอยากให้เอ็มจีเอ็มช่วยเหลือสักหน่อย"

"ไม่มีปัญหา เดี๋ยวฉันไปบอกแผนกจัดจำหน่ายให้ติดต่อไปเอชดีพิคเจอร์เอง"

หลังจาก เมเยอร์พูดจบเขาก็เปลี่ยนเรื่องก่อนจะพูดว่า "ฮาร์ดี้ ฉันไปคุยกับเพื่อนมาแล้ว และพวกเขาก็จะขอเพิ่มหุ้นส่วนเข้ามาอีก 2 คน รวมเป็นทั้งหมดเจ็ดคนแล้วเวลานี้ และนายอยากเจอพวกหุ้นส่วนคนอื่นๆ ไหม?" "

ฮาร์ดี้คิดในใจ 'ถึงเวลาที่จะต้องพบกันแล้วสินะ'

"ไม่มีปัญหา แต่ผมขอรู้ได้ไหมว่าพวกเขาเป็นใครบ้าง?" ฮาร์ดี้ถาม

"ธนาคารแห่งอเมริกา"

‘อืม ตัวใหญ่เลยนะนี้’

ต้องบอกก่อนว่าเวลานี้ธนาคารแห่งอเมริกานั้นเป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในชายฝั่งตะวันตก และดูเหมือนว่าพวกเขาจะได้กลิ่นเงินอันหอมหวานที่ลาสเวกัสสินะ

"เมอร์ซี่ฟาร์มาซูติคอลส์"

ฮาร์ดี้รู้จักบริษัทยานี้ โดยมันเป็นของบริษัทเภสัชกรรมอันดับต้นๆ ของสหรัฐ และบริษัทนี้ก็เป็นบริษัทที่ผลิตเพนิซิลินในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

"บริษัทผลิตภัณฑ์การเกษตรคร็อกเกอร์"

ฮาร์ดี้เคยได้ยินชื่อบริษัทนี้เช่นกัน

กล่าวกันว่ามันเป็นผู้จัดหาสินค้าเกษตรรายใหญ่ที่สุดในตะวันตก โดยผูกขาดการจัดหาสินค้าเกษตรหลายชนิด รวมถึงนม ผัก แป้ง น้ำตาล เนื้อวัว ปลา และอื่นๆ

"บริษัทเป๊ปซี่ โคล่า"

เมื่อได้ยินชื่อฮาร์ดี้เขาก็ตกตะลึงเล็กน้อย เพราะชื่อนี่การันตีได้เลย

แต่ต้องบอกก่อนว่าเป๊ปซี่ในยุคนี้จะไม่เหมือนยุคอนาคต มันเอาไปเทียบกับโคคา-โคล่าไม่ได้เลย และก็แข็งแกร่งแค่หนึ่งในสิบของโคคาโคล่าเท่านั้น

"บริษัทผลิตเครื่องบินล็อกฮีด"

ฮาร์ดี้คิดในใจ 'บริษัทนี้ก็มาด้วยเหรอ?'

ต้องบอกก่อนว่าล็อกฮีดในปัจจุบันนี้ ยังไม่ใช่ล็อกฮีดมาตินและก็ยังไม่ได้ดำเนินการผลิตเครื่องบิน F22 กับ F35 ซึ่งเวลานี้พวกเขานั้นเป็นแค่ซัพพลายเออร์จำหน่ายอาวุธธรรมดาๆ

แต่หลังจากได้ยินชื่อเหล่านี้ ฮาร์ดี้ก็นึกอะไรขึ้นมาได้

'สมาคมแคลิฟอร์เนีย'

‘อย่าบอกนะว่าบริษัทเหล่านี้จะเป็นสมาชิกของสมาคมแคลิฟอร์เนีย?’

ซึ่งกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่สร้างขึ้นมาเพื่อทำเงินโดยเฉพาะ มันจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงเรียกว่ากลุ่มบริษัท

อย่างไรก็ตามพวกเขามีจุดประสงค์อื่นหรือไม่?

"ฮาร์ดี้ ตอนนี้เรามีหุ้นส่วนเยอะขึ้นแล้ว และทุกคนก็เสนอความคิดที่จะเพิ่มการลงทุนเข้ามาเพิ่มอีก ดังนั้นถ้าเราต้องการสร้างคาสิโนแห่งใหม่ เราก็วางแผนที่ใช้เงินลงทุนจำนวน 100 ล้านดอลลาร์สำหรับการสร้างคาสิโนสุดหรูขึ้นมา" เมเยอร์กล่าว

จบบทที่ อาณาจักร ฮาร์ดี้ 1945 ตอนที่ 200 กลุ่มแห่งการทำเงิน

คัดลอกลิงก์แล้ว