เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

อาณาจักร ฮาร์ดี้ 1945 ตอนที่ 194 ผู้ช่วยที่เคยเป็นประธานาธิบดี

อาณาจักร ฮาร์ดี้ 1945 ตอนที่ 194 ผู้ช่วยที่เคยเป็นประธานาธิบดี

อาณาจักร ฮาร์ดี้ 1945 ตอนที่ 194 ผู้ช่วยที่เคยเป็นประธานาธิบดี


ตอนที่ 194 ผู้ช่วยที่เคยเป็นประธานาธิบดี

ก่อนที่ทอมจะมาที่นี่เจ้าพ่อมาเฟียก็กำชับทอมไว้ว่า 'ไม่ว่าฮาร์ดี้จะตัดสินใจอะไร ทอมต้องสนับสนุนฮาร์ดี้ทุกอย่าง' เขาเลยเป็นคนแรกที่ยืนขึ้นเพื่อยอมรับเงื่อนไขของฮาร์ดี้

แล้วผู้อาวุโสสูงสุดของครอบครัวลุคเชเซก็ลุกยืนขึ้นตาม "ฮาร์ดี้ ฉันยินดีที่จะซื้อหุ้น 5% กับร่วมสัญญาด้วยเหมือนกัน"

เขานั้นคิดมาล่วงหน้าแล้วว่ายังไงฮาร์ดี้ก็สามารถทำเงินได้ เพราะเขาได้ปรึกษานักกลยุทธ์เศรษฐศาสตร์มาเรียบร้อยแล้ว

ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์ของเขาก็ได้บอกเกี่ยวกับการดำเนินงานทั้งหมดของฮาร์ดี้นั้นเหมือนมีมนต์ขลัง…

คิดดูว่าเวลาแค่สองปีฮาร์ดี้ถึงกลับทำเงินได้หลายร้อยล้านดอลลาร์ ในขณะเดียวกันก็ยังได้ครอบครองสถานีโทรทัศน์เอบีซีที่มีชื่อเสียงอันทรงพลังอีก

แน่นอนว่าเขานั้นนับถือและชื่นชมความสามารถของฮาร์ดี้ด้านการลงทุนเป็นอย่างมาก

เขาเชื่อว่าฮาร์ดี้จะทำเงินกับมันได้ ดังนั้นเขาจึงตกลงร่วมสัญญาทันที

หลังจากนั้นไม่นานหลายครอบครัวก็แสดงความเต็มใจที่จะซื้อ แต่ก็มีอีกสิบครอบครัวที่ยังลังเลใจอยู่

โดยพวกเขาทั้งหมดตัดสินใจที่จะกลับไปคิดเกี่ยวกับเรื่องนี่ก่อน และต้องกลับไปดูว่าพวกเขานั้นสามารถซื้อได้เท่าไหร่

เพราะท้ายที่สุดก็ไม่ใช่ทุกครอบครัวที่มีเงินสดอยู่ในมือ

ฮาร์ดี้ก็ไม่ได้รีบร้อนและพาคนเหล่านี้ไปที่ร้านอาหารเพื่อรับประทานอาหาร

ในช่วงบ่ายผู้อาวุโสสูงสุดหลายคนก็มาพบฮาร์ดี้

พวกเขาทั้งหมดคือครอบครัวมาเฟียเล็กๆ และซื้อหุ้นแค่ 4% 3% ซึ่งมีครอบครัวหนึ่งที่ซื้อแค่ 2% เท่านั้น

มันเผยให้เห็นว่าบางครอบครัวนั้นก็ไม่ใช่จะมีเงินหนากันทุกคน

แน่นอนว่ามีอีกหลายครอบครัวที่ไม่กลับมาหาฮาร์ดี้

ฮาร์ดี้ก็ไม่รู้ว่าพวกเขานั้นไม่มีเงินหรือเป็นคนของบาซินี่ที่มาตรวจสอบสถานการณ์

แต่ฮาร์ดี้ก็ไม่สนใจหรอก

เพราะเมื่อคำนวณแล้วเวลานี้คาสิโนได้ขายหุ้นไปทั้งหมด 56%

มันเป็นจำนวนที่เขาพอใจกับมัน

ถ้าหากเขาขายหุ้นมากเกินไป เขาก็จะได้ครอบครองหุ้นน้อยเกินไปและรายได้ก็จะน้อยลงเมื่อคาสิโนเปิดให้บริการ

ซึ่งฮาร์ดี้ก็ปล่อยหุ้นอีก 10% ให้บริษัทแอลเอและอีก 34% นั้นเขาเป็นเจ้าของเอง

มันเลยเท่ากับว่าเวลานี้เขาถือหุ้น 34% และมีอำนาจในการยับยั้งการออกเสียง

โดยตอนนี้จะมีข้อตกลงยับยั้งในการออกเสียงควบคุมอยู่ ทำให้ฮาร์ดี้ไม่ต้องกลัวการก่อกบฏของผู้ถือหุ้น และด้วยข้อตกลงสิทธิ์ในการบริหารแม้ว่าเขาจะมีหุ้นเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ เขาก็สามารถควบคุมบริษัทได้อย่างสมบูรณ์

เวลานี้สิ่งต่างได้ๆ สรุปออกมาแล้ว

ฮาร์ดี้ได้ลงนามในข้อตกลงกับพวกมาเฟียที่โรงแรม

ทำให้เวลานี้โครงการที่มีการลงทุนหลายร้อยล้านดอลลาร์ก็ได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ

ส่วนเงินที่จะเอาไปลงทุนต่างๆ….

ครอบครัวมาเฟียเหล่านี้ต้องกลับไปเอาเอกสารต่างๆ ก่อน และพวกเขาจะทำการส่งกลับมาให้ในเวลาหนึ่งหรือสองเดือนก่อนเริ่มดำเนินการ ซึ่งฮาร์ดี้บอกกับพวกเขาว่าโรงแรมเวเนเชี่ยนจะจัดตั้งทีมบริหารงานก่อสร้างขึ้นมา และจะมีหน้าที่รายงานสถานการณ์ก่อสร้างรายละเอียดการใช้เงินให้กับผู้ถือหุ้นทุกครั้ง

เมื่อได้ยินคำพูดของฮาร์ดี้ ผู้อาวุโสสูงสุดเหล่านี้ก็โล่งใจกันแล้ว…

เพราะพวกเขานั้นกลัวจริงๆ ว่าฮาร์ดี้จะเป็นเหมือนซีเกลที่ใช้จ่ายเงินมากเกินไปจนเงินของพวกเขานั้นละลายหายไปอย่างสูญเปล่า

เมื่อเสร็จสิ้นกันแล้วครอบครัวมาเฟียและผู้อาวุโสสูงสุดก็จากไปทีละคน และฮาร์ดี้ก็ยิ้มเล็กน้อยเมื่อมองไปที่ข้อตกลง

เวลานี้ครอบครัวมาเฟียได้ขึ้นเรือของเขาแล้ว และจากนี้ไปกองกำลังมาเฟียจะไม่เป็นภัยคุกคามใหญ่หลวงต่อเขาอีก

ซึ่งหลังจากส่งคนเหล่านี้ออกไปแล้วฮาร์ดี้ก็กลับไปที่ลอสแองเจลิสทันที

ส่วนเหตุผลที่เขารีบกลับมานั้นก็เพราะเขานั้นมีข้อตกลงที่ต้องทำอยู่

เมื่อตอนที่เขานั้นทำข้อตกลงกับเมเยอร์…ฮาร์ดี้ก็ขออะไรหนึ่งอย่างไปนั้นก็คือเมเยอร์ต้องรับปากกับเขาว่าจะทำให้เขาเป็นประธานของสหภาพนักแสดง ซึ่งเมเยอร์นั้นก็ตอบตกลง

ตอนนี้การเลือกตั้งประธานสหภาพกำลังใกล้เข้ามาแล้ว โดยผู้สมัครหลายคนก็เริ่มลงสมัครรับเลือกตั้งและออกโปรโมทตัวเอง แต่ฮาร์ดี้นั้นยังไม่เคลื่อนไหวใดๆ

สหภาพนักแสดงในปัจจุบันนั้นมีคนลงทะเบียนประมาณ 40,000 คน โดยทั้งหมดจะประกอบไปด้วย นักแสดง นักข่าว ดาราวิทยุ นักร้องและผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อ

แน่นอนว่าอย่าประมาทตัวเลขแค่นี้ เพราะแม้ส่วนใหญ่จะเป็นแค่นักแสดงธรรมดาหรือนักแสดงสมทบ แต่ในจำนวนนี้ก็มีดาราดังใหญ่ๆ รวมอยู่ด้วย

แถมการพูดของพวกเขานั้นก็แข็งแกร่งอย่างมาก

โดยบางครั้งในการเลือกตั้งประธานเพียงแค่ดาราดังบอกกับเอฟซีทั้งหลายว่าให้สนับสนุนตัวเขา แค่นั้นมันก็ทำให้คะแนนโหวตเพิ่มขึ้นอย่างมากแล้ว

ยิ่งไปกว่านั้นยังมีนักข่าวและนักจัดรายการวิทยุที่น่ากลัวเหมือนกัน เพราะอิทธิพลของพวกเขานั้นไม่ธรรมดา

โดยปากกานั้นเขียนคนให้ตายได้และคนดังก็สามารถพูดให้คนคนนั้นตายได้

มันจึงเป็นเหตุผลหลักที่ฮาร์ดี้ต้องการเป็นประธานของสหภาพนักแสดง และการได้เป็นประธานมันก็เทียบเท่ากับได้ควบคุมกองกำลังที่ทรงพลังแล้ว

หลังจากที่ฮาร์ดี้กลับมาที่ลอสแองเจลิส เขาได้รับโทรศัพท์จากเมเยอร์ทันที "ฮาร์ดี้ ฉันได้ยินมาว่านายและคนอื่นๆ ก่อตั้งคาสิโนแห่งใหม่ด้วยเงินลงทุน 100 ล้านดอลลาร์เหรอ?"

"ใช่แล้ว"

"แต่นายไม่ได้บอกว่าจะสร้างคาสิโนแห่งใหม่เฉพาะกับเราเหรอ?" เมเยอร์ถามด้วยใบหน้าบึ้งตึง

"ฮ่าๆ นี่มันไม่เกี่ยวกันหรอก ตอนนี้คาสิโนใหม่ของเรากำลังสร้างอยู่ และผมก็กำลังรอข่าวจากคุณด้วยเหมือนกัน" ฮาร์ดี้กล่าว

"มันไม่เกี่ยวกันงั้นเหรอ? นายคิดใหม่สิ ลองคิดดูว่าคาสิโนที่นายจะสร้างอีกที่นั้นลงทุนถึง 100 ล้านดอลลาร์ และหลังจากคาสิโนนั้นสร้างเสร็จ มันก็จะถือว่าเป็นศัตรูของเราอยู่ดี" เมเยอร์ถาม

"คุณเมเยอร์ ผมเคยบอกคุณไปแล้วว่าลาสเวกัสนั้นเป็นเหมืองทอง และแค่คนคนเดียวนั้นไม่มีวันขุดมันได้หมด แน่นอนถ้าเรายิ่งสร้างเหมืองทองนี้ให้ดีขึ้นเท่าไหร่ มันก็เท่ากับว่าเราจะสร้างนักท่องเที่ยวได้เยอะขึ้นตาม"

"แล้วคุณรู้ผลกระทบของคลัสเตอร์หรือไม่? หากเรายิ่งสร้างคาสิโนในอนาคตคนที่อยากเล่นคาสิโน พวกเขาจะต้องคิดถึงลาสเวกัสเป็นสถานที่แรกมากกว่าที่อื่นๆ"

"แล้วผมจะบอกคุณอีกเรื่อง...ถึงแม้เราจะสร้างอีก 10 คาสิโนในลาสเวกัส มันก็จะไม่มีวันอิ่มตัวหรอก เพราะยังไงนักท่องเที่ยวก็ต้องการคาสิโนใหม่ๆ และทั้งหมดที่เหลือก็คือวิธีการดึงดูดพวกเขา มันก็เหมือนกับการชักชวนให้มาชมภาพยนตร์ เพราะหลังจากเราถ่ายทำเสร็จ เราก็ต้องไปประชาสัมพันธ์ก่อนที่ภาพยนตร์จะออกฉาย"

"แต่ยังมีอีกเหตุผลหนึ่งที่ผมต้องการสร้างคาสิโนแห่งใหม่นี้" เสียงของฮาร์ดี้เริ่มจริงจังขึ้น

"อะไรเหรอ?" เมเยอร์ถามอย่างสงสัย

"หุ้นส่วนที่ผมทำงานด้วยในครั้งนี้ล้วนเป็นครอบครัวมาเฟียทั้งหมด 15 ครอบครัว และสามารถคิดเป็นมากกว่าครึ่งหนึ่งของคณะกรรมการมาเฟียได้เลย โดยแต่เดิมพวกเขาก็มีคาสิโนในลาสเวกัสอยู่แล้ว แต่มันก็มีขนาดค่อนข้างเล็กเทียบเคียงได้กับคาสิโนในโลกใต้ดินของลอสแอนเจลิส" "

"แน่นอนจากเปิดตัวของฮาร์ดี้โฮเทล นักท่องเที่ยวทั้งหมดก็ถูกดึงดูดโดยตรง เลยเป็นเหตุทำให้มีคนไปที่คาสิโนของพวกเขาน้อยลง ครอบครัวมาเฟียเหล่านี้จึงเริ่มมีความเกลียดชังในคาสิโนของผม และถ้าจะพูดตรงๆ ตอนผมอยู่ในลาสเวกัสพวกเขาก็ไม่กล้าลงมือทำอะไรฮาร์ดี้โฮเทลหรอก แต่ถ้าผมสร้างคาสิโนแห่งใหม่ขึ้นมา คุณคิดว่าพวกเขาจะทนมันได้อีกเหรอ?"

เมเยอร์รู้ทันทีว่าเหตุการณ์นั้นเลวร้ายสามารถเกิดขึ้นได้จริงๆ

แน่นอนว่าพวกเขานั้นมีเงิน แต่สำหรับมาเฟียนั้นเขาไม่สามารถทำอะไรได้

และถ้าไม่ใช่เพราะฮาร์ดี้

เขาก็คงไม่มีส่วนร่วมการลงทุนในลาสเวกัส

โดยลาสเวกัสในทศวรรษที่ 1960 และ 1970 นั้นมาเฟียจะเป็นคนควบคุมคาสิโนที่นี่ทั้งหมด

ต่อมาประธานาธิบดีเคนเนดี้ก็เริ่มกวาดล้างมาเฟีย และหลังจากทำการปราบปรามไปหลายครั้ง มาเฟียก็ค่อยๆ ตกต่ำลง ทำให้วอลล์สตรีทกับนายทุนใหญ่บางคนเริ่มไปตั้งคาสิโนกับโรงแรมที่ลาสเวกัสมากขึ้น

แน่นอนว่าก่อนที่มาเฟียจะล่มสลาย วอลล์สตรีทและนายทุนนั้นไม่สามารถเข้ามาลงทุนได้เลย

โดยวอลล์สตรีทนั้นไม่ได้มีคนมีอำนาจมากเท่าไร

มันเลยจะเห็นได้ว่า

มาเฟียในช่วงนั้นเป็นกองกำลังที่น่าเกรงขามจริงๆ และบอสใหญ่ของวอลล์สตรีทนั้นก็ไม่ได้เป็นคนอมตะ

เขาก็เป็นคนรวยที่กลัวความตาย หากพวกเขากล้าที่จะเล่นงานมาเฟีย พวกเขาก็จะเล่นแรงกลับมายิ่งกว่า

บางทีเมื่อคุณอยู่ในรถมันก็อาจจะเกิดระเบิดขึ้นมาก็ได้ หรือบ้านที่คุณอาศัยอาจจะระเบิดหายไปในยามค่ำคืน

แม้แต่ตอนที่คุณจะสูบซิการ์มันก็อาจจะระเบิดใส่หน้าคุณ

แน่นอนว่าฮาร์ดี้รู้ว่ามาเฟียจะตกต่ำลง…

ซึ่งเขานั้นรู้อะไรมากมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรและพยายามเปลี่ยนตัวเองให้เป็นสีขาวตั้งแต่แรกๆ

มันจึงมีแค่เขาคนเดียวที่คุณจะหาอะไรไม่พบ...

ถึงจะมีคนรู้ว่าเขานั้นเป็นหัวหน้าแก๊งอันธพาล แต่สิ่งที่พูดมานั้นมีหลักฐานหรือเปล่าล่ะ?

แล้วถ้าพูดโดยไม่มีหลักฐานก็ระวังตัวเองไว้ให้ดีๆ

ตราบใดที่ในอนาคตเขาแข็งแกร่งจนมีอำนาจเทียบเท่ากับสมาคมภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่ทั้งแปดแล้ว

นักการเมืองก็ไม่กล้าแตะต้องเขา และใครละจะสนใจประวัติของครอบครัวคุณ

แถมธุรกิจทั้งหมดที่เขามีก็เป็นธุรกิจสะอาด

เอชดีซีเคียวริตี้

สถานีโทรทัศน์เอบีซี

สถานีโทรทัศน์โกลบอลไทมส์

ทั้งหมดนี่คือป้อมปราการที่ฮาร์ดี้สร้างมันขึ้นมาด้วยตัวเอง

แถมด้วยเงิน อำนาจทางทหาร และสิทธิ์ในการพูดออกสื่อ เมื่อสามสิ่งนี้อยู่ในมือแม้แต่ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาก็ไม่กล้าแตะต้องเขาได้ง่ายๆ

เมื่อฮาร์ดี้เปิดเผยความสัมพันธ์กับเหล่ามาเฟีย…

เมเยอร์ก็ตระหนักถึงปัญหาทันที เพราะหากครอบครัวมาเฟียเหล่านี้รีบร้อนและรวมตัวกันเพื่อจัดการกับพวกเขา

มันก็ไม่มีใครรู้ว่าคาสิโนของเขาจะสร้างสำเร็จหรือไม่ และก็ไม่ต้องพูดถึงเรื่องทำเงินเลย

แถมเมื่อตอนกำลังสร้างมันก็อาจจะเกิดระเบิดขึ้นจนทุกสิ่งหายวับไปกับตา และเงินลงทุนของเขาก็จะลอยไปด้วยเหมือนกัน

"แล้วการที่ผมสร้างคาสิโนหรูแห่งใหม่ร่วมกันกับพวกเขา มันก็เพื่อนำพวกเขามารวมกันเพื่อสร้างรายได้พร้อมกับช่วยขจัดวิกฤตและการขยายอิทธิมาเฟียในลาสเวกัส พูดถึงตรงนี้คุณยังคิดว่าการตัดสินใจผมผิดหรือไม่?" ฮาร์ดี้ถาม

"ไม่ๆ ฉันคิดว่าสิ่งที่นายทำนั้นถูกต้องแล้ว" เมเยอร์พูดทันที

เมเยอร์ตระหนักดีถึงวิธีการและอำนาจของครอบครัวมาเฟียเหล่านี้ และเขารู้สึกว่าฮาร์ดี้กำลังทำในสิ่งที่ถูกต้อง แล้ว

“แล้วการลงทุนของเรายังคงดำเนินต่อไปหรือไม่?” เมเยอร์ถาม

"แน่นอนว่ามันยังมีการลงทุนอยู่และผมก็เตรียมที่ไว้แล้ว" ฮาร์ดี้กล่าว

โดยเวลานี้ฮาร์ดี้ได้ซื้อที่ดินจำนวนมากในลาสเวกัสไว้

หลังจากการเข้าซื้อกิจการเป็นเวลาหลายเดือนเขาก็มีที่ดินมากกว่า 20,000 เอเคอร์อยู่ในมือ

แน่นอนว่าหลังจากฮาร์ดี้โฮเทลโด่งดัง ราคาที่ดินของลาสเวกัสก็เป็นที่สนใจและราคาก็พุ่งขึ้นสูงเช่นกัน

ซึ่งที่ดิน 100 เอเคอร์สำหรับสร้างเดอะเวเนเชี่ยนนั้นเขาจะซื้อจากมือของตัวเอง

แล้วราคานะเหรอ?

มันจะไม่ถูกอย่างแน่นอน

สำหรับโรงแรมที่ร่วมมือกับเมเยอร์นั้นก็เป็นที่ดินที่ซื้อมาจากบริษัทของเขาเองเหมือนกัน แต่มันจะมีเป็นที่ดินที่ดีที่สุดและราคาก็ปกติ

"เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ฉันได้ไปเจอเพื่อนมาสองสามคนและแต่ละคนก็ออกความเห็นว่าจะลงทุนที่ 20 ล้านดอลลาร์ แต่ตอนนี้พวกเขาสนใจที่จะเพิ่มเงินลงทุนเข้าไปอีก" เมเยอร์พูด

"งั้นตามความคิดของผมคือ 50 ล้านดอลลาร์ก็พอแล้ว" ฮาร์ดี้แนะนำ

"50 ล้านเหรอ? งั้นเดี๋ยวฉันขอกลับไปคุยกันอีกครั้งก่อน" เมเยอร์กล่าว

"ได้ เดี๋ยวผมจะรอฟังข่าวจากคุณ"

หลังจากวางสาย ฮาร์ดี้ก็หยิบสคริปต์ที่เขาต้องพูดจากบนโต๊ะขึ้นมา

ซึ่งมันก็คือบทพูดที่เขาจะใช้ในการโปรโมทตัวเองในวันพรุ่งนี้

โดยพรุ่งนี้เขานั้นต้องไปออกรายการ 'อิริน่าทูไนท์โชว์' เพื่อโปรโมทตัวเอง สำหรับการแย่งชิงเก้าอี้ตำแหน่งประธานสหภาพ

แถมมันยังเป็นครั้งแรกที่เขาเดินขึ้นเวที และในอนาคตคนอเมริกันจะต้องรู้จักเขา

เขาก็จะไม่สามารถปกปิดตัวตนของตัวเองได้อีกต่อไป

เย็นวันรุ่งขึ้น

ฮาร์ดี้มาที่สตูดิโอใหญ่ของสถานีโทรทัศน์เอบีซี

ซึ่งสตูดิโอนี้จุคนได้มากกว่า 100 คน และแขกรับเชิญที่มาวันนี้ล้วนเป็นดาราฮอลลีวูดรุ่นใหญ่เกือบทั้งหมด

ยังไงปัจจุบันตอนนี้ฮาร์ดี้ก็เป็นเจ้าของบริษัทภาพยนตร์ฮอลลีวูดรายใหญ่และเป็นบริษัทออกอากาศที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ

แน่นอว่านักแสดงส่วนใหญ่ของฮอลลีวูดก็ลงทะเบียนกับสหภาพนักแสดง ฮาร์ดี้เลยเชิญพวกเขามาที่นี่เพื่อที่จะให้พวกเขาโหวตให้ตัวเอง

หลังจากฮาร์ดี้เดินเข้าไป หลายคนที่อยู่หน้าประตูก็ยืนทักทายเขาและคนเหล่านี้ล้วนเป็นดาราดังฮอลลีวูดกับผู้กำกับ ผู้เขียนบท ผู้อำนวยการสร้าง ทั้งหมดมายืนรับเขาที่หน้าประตู

ฮาร์ดี้เห็นเรแกนอยู่ในหมู่ฝูงชนโดยเขายืนอยู่ข้างหลังดาวดวงใหญ่เหล่านี้

เวลานี้เรแกนได้เซ็นสัญญาเข้าร่วมกับบริษัทนายหน้าของเอชดีแล้ว และเรแกนกับไฮดี้รามาก็กำลังถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง 'วิญญาณ ความรัก ความรู้สึก' กันอยู่

ซึ่งตอนนี้มันกำลังเข้าสู่กระบวนการผลิตออกมาแล้ว

ฮาร์ดี้เดินไปทักทายคนเหล่านี้ทีละคน เพราะยังไงถ้าเขาต้องการชนะ เขาก็ต้องการคะแนนเสียงจากคนเหล่านี้

เมื่อเขาเดินไปข้างหน้าเรแกน...เรแกนก็ยืนมือออกมาจับมือกับฮาร์ดี้

ฮาร์ดี้เดินเข้าไปใกล้กับเรแกนก่อนจะพูดว่า "เห็นว่าการถ่ายทำเสร็จแล้วใช่ไหม? มันเกิดปัญหาอะไรหรือเปล่า?"

"ไม่มีปัญหาอะไรเลย" เรแกนตอบอย่างรวดเร็ว

"งั้นคุณสนใจที่จะทำงานกับสหภาพนักแสดงไหม? ถ้าผมได้เป็นประธานผมจะให้คุณเป็นผู้ช่วยของผม" ฮาร์ดี้กล่าว

เรแกนแสดงความประหลาดใจออกมาทันที

"แน่นอน ผมต้องตกลงอยู่แล้ว!"

ฮาร์ดี้ยิ้ม "งั้นตอนนี้คุณก็จะเป็นผู้ช่วยประธานสหภาพนักแสดงแล้ว"

ในยุคอนาคตเรแกนเริ่มต้นจากตรงนี้

หลังจากที่เขาได้เข้าร่วมสหภาพนักแสดง เขาก็ได้เป็นประธานก่อนที่จะไปเข้าร่วมกับพรรครีพับลิกันจากนั้นก็ไปเป็นสมาชิกวุฒิสภาแคลิฟอร์เนีย และในที่สุดก็ได้เป็นประธานาธิบดี

การที่เขาสามารถเดินไปทีละขั้นและยังทำได้ดีจนตัวเองก้าวหน้านั้นมันก็แสดงให้เห็นความสามารถของเขาแล้ว

ฮาร์ดี้เลยนึกถึงเขาก่อนที่จะเดินเข้ามาถามว่าอยากเป็นผู้ช่วยไหม?

ยังไงในอนาคตเขาก็จะต้องทำหลายสิ่งหลายอย่าง และงานของสหภาพก็จะต้องถูกจัดการโดยเขาเอง

ซึ่งมันก็รู้สึกดีอยู่ที่ได้ประธานาธิบดีของอนาคตมาเป็นผู้ช่วย...

จบบทที่ อาณาจักร ฮาร์ดี้ 1945 ตอนที่ 194 ผู้ช่วยที่เคยเป็นประธานาธิบดี

คัดลอกลิงก์แล้ว