เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

อาณาจักร ฮาร์ดี้ 1945 ตอนที่ 182 ข้อตกลงลับๆ

อาณาจักร ฮาร์ดี้ 1945 ตอนที่ 182 ข้อตกลงลับๆ

อาณาจักร ฮาร์ดี้ 1945 ตอนที่ 182 ข้อตกลงลับๆ


ตอนที่ 182 ข้อตกลงลับๆ

วันต่อมา

ลอสแอนเจลิสไทมส์

หน้าหนังสือพิมพ์หน้าแรก

'เมื่อวานนี้ พิธีกรรายการข่าว 2 คนของสถานีโทรทัศน์เอบีซีได้ออกมาพูดว่าพวกเขานั้นกำลังถูกสถานีโทรทัศน์อื่นคุกคาม แต่มันก็ไม่ใช่แค่พวกเขาเท่านั้นยังมีพระเอกนางเอกของ 'A Fairy Wife' พิธีกรรายการ 'ทีวีช้อปปิ้ง' และรายการ 'สอนเข้าครัว' หรือคนอื่นๆ ในบริษัทก็โดนทาบทามด้วยเหมือนกัน'

'ซึ่งพวกเขาได้บอกว่าเป็นเอนบีซีและซีบีเอสที่กำลังทำแบบนี้'

'การสำรวจแบบสอบถามเมื่อไม่กี้วันก่อนของเอบีซีแสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเขาเพิ่งจะแซงหน้าเอนบีซีและซีบีเอสไป ถึงแม้จะเพิ่งเปลี่ยนเจ้าของกับกลับมาออกอากาศเมื่อไม่กี่วันนี้ก็ตาม…ซึ่งในเวลานี้สถานีโทรทัศน์เอบีซีมีเรตติ้งสูงที่สุดในสหรัฐอเมริกา พร้อมกับรายการที่มีความนิยมของผู้ชมหลายรายการ มันเลยสร้างความกดดันให้อีกสองสถานีสูงมาก'

'แล้วผู้เขียนก็ชอบซีรีส์เรื่อง A Fairy Wife เช่นกัน มันถูกผลิตออกมาอย่างดี ด้วยเนื้อเรื่องที่ผ่อนคลายและสนุกในเวลาเดียวกัน แน่นอนว่าเอบีซีได้ลงทุนลงแรงไปเยอะมาก มันจึงกล่าวได้ว่าเป็นซีรีส์ที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา'

'ถ้าพระเอกกับนางเอกถูกล่อลวงไป ซีรีส์ชุดนี้ก็จะไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้อย่างแน่นอน มันจะเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่สำหรับผู้ชมชาวอเมริกันทุกคนที่ชื่นชอบซีรีส์ 'A Fairy Wife' และมันจะเป็นสิ่งไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขอะไรได้'

'เมื่อถึงตรงนี้ผมก็ขอบอกอะไรบางอย่างในที่นี้ว่าถ้ามีบริษัทไหนที่ทำงานออกมาได้ดีกว่าคุณ คุณก็ควรหาปัญหาของตัวเองและทำให้รายการของตัวเองดีขึ้นเพื่อที่จะดึงดูดผู้ชมได้ ก่อนที่จะไปทำลายบริษัทอื่นๆ'

'พฤติกรรมแบบนี้มันน่าละอาย'

'นักข่าวได้ออกไปสอบถามผู้คน 50 คนบนถนนนิวยอร์กและลอสแอนเจลิส ในบรรดาผู้คนที่เราสัมภาษณ์มี 48 คนที่ดูซีรีส์ 'A Fairy Wife' และชื่อชอบซีรีส์เรื่องนี้มาก นักข่าวเลยถามพวกเขาว่าถ้ามีใครสร้างปัญหาจนนำไปสู่การหยุดฉายซีรีส์เรื่องนี้พวกเขาจะยอมไหม?'

'หลายคนโกรธมากพร้อมกับบอกว่าพวกเขาจะไม่ยอมรับสิ่งนี้และพวกเขาจะต่อสู้กับกองกำลังชั่วร้ายเหล่านั้นจนถึงที่สุด'

จบขั้นตอนแรกด้วยการถามความคิดเห็นของผู้ชมสาธารณะเพื่อที่จะดูว่าทิศทางมันเป็นยังไง…

ในตอนเช้าของวันที่สาม

ที่ประตูสำนักงานใหญ่ของเอนบีซีมันก็มีกลุ่มชายหญิงและเด็กปรากฏขึ้น พวกเขามีจำนวนราวๆ 50 ถึง 60 คน และคนเหล่านี้ก็ถือป้ายในมือพร้อมกับปิดกั้นทางเข้าออก

บนป้ายเขียนไว้ว่า

'หยุดคุกคาม เอบีซี เรายังต้องการดู A Fairy Wife'

'ต่อต้านการรุกล้ำที่น่ารังเกียจ'

'การก่อวินาศกรรมเป็นสิ่งที่ไร้ยางอายที่สุด เอนบีซีหยุดกระทำชั่วร้ายนั้นเดียวนี้!'

คนเหล่านี้ถือป้ายเผชิญหน้ากับอาคารสำนักงานของเอนบีซี พร้อมกับที่พวกเขายังตะโกนออกไปว่า 'หยุดการกระทำที่ไร้ยางอายเดี๋ยวนี้'

ต้องบอกว่ายังไงพวกเขาก็ยังอยากดูซีรีส์ 'A Fairy wife' อยู่

ที่ประตูทางเข้าของอาคารสำนักงานใหญ่ของซีบีเอสก็มีกลุ่มผู้ประท้วงพร้อมกับป้ายในมือเหมือนกัน

คนของบริษัทที่มาทำงานเช้าๆ ก็เห็นกลุ่มประท้วงกำลังยืนถือป้ายพร้อมกับตะโกนใส่พวกเขาจนทำให้พวกเขาต้องรีบวิ่งเข้าไปในบริษัท

ต้องบอกว่ามันง่ายมากจริงๆ ที่จะหาคนมาประท้วงเช่นนี้ เพราะด้วยอิทธิพลของครอบครัวคอร์เลโอเนในนิวยอร์กมันจึงเป็นเรื่องง่ายที่จะหาคนได้หลายพัน

เมื่อได้ยินข่าวว่ามีการประท้วงหน้าประตูของสถานีโทรทัศน์หลักสองแห่ง

ผู้สื่อข่าวจากหนังสือพิมพ์รายใหญ่ต่างก็รีบมาทันที

ผู้สื่อข่าวยังคงถ่ายภาพผู้ชุมนุมประท้วงและบางคนก็ถ่ายวิดีโอเก็บไว้ด้วย ทำให้หน้าประตูของบริษัทออกอากาศทั้งสองแห่งนี้เริ่มมีชีวิตชีวาทันที

ผู้สื่อข่าวได้เข้าไปสัมภาษณ์ผู้ชุมนุมคนหนึ่งที่เป็นชายวัยกลางคนว่า "ทำไมคุณถึงมาประท้วงที่นี่หรือครับ?"

"ก็ฉันชอบ 'A Fairy Wife' และไม่ต้องการให้มันหายไปนะสิ แถมพฤติกรรมของเอนบีซีและซีบีเอสก็น่าละอายมาก เพราะถ้าพวกเขาได้ตัวนักแสดงหลักไปพวกเราก็จะไม่ได้ดู A Fairy wife ที่บ้านของตัวเองอีก มันเป็นสิ่งที่ยอมไม่ได้!"

ชายวัยกลางคนพูดอย่างไม่พอใจ

"แล้วคุณมาที่นี่โดยที่ไม่ได้โดนจ้างมาใช่ไหม?" ผู้สื่อข่าวถามอย่างสงสัย

"ใช่ แล้วฉันก็ยังระดมเพื่อนบ้าน เพื่อนๆ กับผู้คนอีกมากมายในชุมชนที่พวกเขาจะตามมาทีหลัง และนี่ก็เป็นแค่วันแรกเท่านั้น! ผมเชื่อว่าจะมีคนเพิ่มขึ้นอีกในวันพรุ่งนี้" ชายวัยกลางคนตอบ

"แล้วคุณแน่ใจได้อย่างไรว่าเอนบีซีและซีบีเอสคุกคามบริษัทเอบีซีจริงๆ?"

"จะเป็นใครไปได้อีก! เพราะพวกเขานั้นทำผลงานในรายการได้ไม่ดีและไม่อยากดูคนอื่นทำได้ดี มันจึงเป็นเรื่องน่าละอายจริงๆ ที่ใช้อุบายแบบนี้"

ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์เด็กหญิงวัย 6 ขวบ

"เพื่อนตัวน้อย ทำไมหนูถึงมาร่วมประท้วงด้วยล่ะ หนูเข้าใจความหมายไหม?"

เด็กน้อยกะพริบดวงตากลมโตและพูดด้วยน้ำเสียงที่น่ารักว่า "แม่ของหนูบอกว่าถ้าสถานีโทรทัศน์เอบีซีหายไป หนูก็ไม่ได้ดูมาคาบาก้าอีก"

"เอ้ ใครคือมาคาบาก้าเหรอ?" นักข่าวถามด้วยความอยากรู้

แม่เด็กที่อยู่ข้างๆ ก็ตอบว่า "มาคาบาก้าคือตุ๊กตาตัวหนึ่งที่อยู่ในการ์ตูนเรื่อง 'Garden Baby' ของเอบีซี เห็นว่าตัวละครในเรื่องจะชื่อมาคาบาก้านะ และเด็กๆ ก็ชอบรายการนี้เป็นพิเศษ แต่ฉันได้ยินมาว่าเอนบีซีและซีบีเอสต้องการทีมครีเอทีฟหลักของ 'Garden Baby' ก็เลยบอกกับเธอไปอย่างนั้น"

สาวน้อยข้างกายชูกำปั้นขึ้น “ไม่ยอม! หนูไม่อยากให้มาคาบาก้าหายไป”

บริษัทกระจายเสียงรายใหญ่สองแห่งถูกปิดล้อม และผลกระทบที่เกิดขึ้นก็เลวร้ายมาก

พวกเขาจึงเลือกที่จะโทรแจ้งตำรวจและให้ตำรวจขับไล่ผู้ชุมนุมเหล่านี้ไป

เมื่อตำรวจปรากฏตัว

พวกเขาก็เดินไปกล่าวเตือนผู้ชุมนุมไม่ให้เข้าไปในบริษัทออกอากาศและห้ามกระทำพฤติกรรมที่ก้าวร้าวเช่นทุบตีทำร้ายข้าวของ

จากนั้น…ก็ไม่มีอะไรเพิ่มอีก...และเจ้าหน้าที่ตำรวจเหล่านี้ก็ไปยืนอยู่ในร่มไม้ใกล้เคียง

โดยพวกเขาแค่ยืนคุยกันอยู่แถวนั้น...

พนักงานของเอนบีซีเลยออกมาถามกับตำรวจว่าทำไมพวกเขาถึงไม่ไล่ผู้ประท้วงเหล่านี้ไป ตำรวจก็ผายมือกล่าวว่า "พวกเขาไปรายงานกับสถานีตำรวจเรียบร้อยแล้ว และแค่นั้นมันก็เป็นการแสดงถึงกฎหมาย ตราบใดที่พวกเขาไม่ได้กระทำที่ผิดกฎหมายมากเกินไป เราก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะแทรกแซง"

"อ่อ แล้วก็ฝากบอกข้อความนี้ถึงหัวหน้าสถานีด้วยนะครับ วันพรุ่งนี้อาจจะมีคนมากกว่านี้ เตรียมๆ หาทางออกกันไว้ด้วย" เจ้าหน้าที่ตำรวจที่นำทีมกล่าว

ในบริษัทประธานกำลังโทรหาผู้บัญชาการของกรมตำรวจนิวยอร์กด้วยตัวเอง แต่เลขาของเขากลับบอกว่าหัวหน้าไม่อยู่และกำลังลาพักร้อนประจำปีกับครอบครัวเมื่อสองวันก่อน

ผู้บริหารของเอนบีซีเมื่อได้ยินข่าวก็โกรธจัดจนเกือบจะทุบถ้วยชาแตก

วันต่อมา

มีผู้คนมาร่วมประท้วงมากขึ้นเรื่อยๆ และถ้าจะให้นับตอนนี้ก็ราวๆ ร้อยกว่าคน ซึ่งมีทั้งผู้ชายผู้หญิงและเด็ก

มันจึงทำให้แถวนี้คึกคักอย่างมาก

แน่นอนว่าคนเหล่านี้ถูกเตรียมมาโดยครอบครัวคอร์เลโอเน แต่มันก็มีบางคนที่ตั้งใจจะมาที่นี่จริงๆ เพราะพวกเขาชอบ 'A Fairy Wife' และไม่ต้องการให้มันหายไปจากโทรทัศน์

'นิวยอร์กไทมส์'

'ลอสแอนเจลิสไทมส์'

'วอชิงตันโพสต์'

หนังสือพิมพ์ขนาดใหญ่หรือขนาดเล็กทั้งหมดต่างก็รายงานเกี่ยวกับเรื่องนี้

ซึ่งในภาพจะเห็นว่าอาคารของบริษัทออกอากาศของเอนบีซีและซีบีเอสต่างก็ถูกปิดกั้นโดยฝูงชนและตอนนี้ทั้งสองบริษัทก็กำลังอับอายอย่างมาก

แน่นอนว่านี่คือขั้นตอนที่สองสำหรับการแสดงและเดินขบวนเพื่อทำลายชื่อเสียง

สถานีโทรทัศน์เอบีซี

'ข่าวเที่ยงวัน'

ผู้ประกาศในวันนี้ยังคงเป็นพิธีกรที่ออกมาแฉว่าเอนบีซีและซีบีเอสกำลังคุกคามบริษัทเอบีซี

หลังจากที่พิธีกรทั้งสองออกข่าวไปสองเรื่อง พิธีกรสาวก็ยิ้มออกมาทันทีเมื่อเห็นข่าวต่อไปคือ 'ข่าวเกี่ยวกับเอนบีซีและซีบีเอสสองสถานีหลัก'

"จากการคุกคามของเอนบีซีและซีบีเอส เวลานี้ผู้ชมที่ดูโทรทัศน์จำนวนมากกำลังรู้สึกไม่พอใจ ซึ่งหลายๆ คนกลัวว่ารายการทีวีโปรดของพวกเขาจะถูกระงับ ดังนั้นพวกเขาจึงไปประท้วงที่ประตูสำนักงานใหญ่ของเอนบีซีและซีบีเอส เป็นเวลาสองวันติดต่อกันแล้ว พร้อมกับที่ผู้คนที่เดินทางไปประท้วงกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในเวลานี้"

เมื่อพิธีกรสาวพูดจบกล้องก็หันไปที่กลุ่มผู้ชุมนุม

ผู้ประท้วงชูป้ายและด่าเอนบีซีและซีบีเอสว่าน่ารังเกียจและไร้ยางอาย พร้อมกับตะโกนว่าหยุดคุกคามซีรีส์ที่พวกเขาชื่นชอบเดียวนี้

นักข่าวสัมภาษณ์ผู้ประท้วงในที่เกิดเหตุ และหลายคนตะโกนบอกกล้องว่า "เอนบีซีและซีบีเอสพวกคุณควรกลับไปทบทวนตัวเองได้แล้ว! ถ้าต้องการให้พวกเราชื่นชอบรายการของพวกคุณ ก็กลับไปทำงานอย่างหนักเพื่อปรับปรุงตัวเองสิ! อย่ามาใช้เล่ห์เหลี่ยมเลอะเทอะแบบนี้! พวกเรารู้อย่างชัดเจนว่าใครดีใครไม่ดี ซึ่งตอนนี้เอนบีซีและซีบีเอสพวกคุณเป็นคนทำผิดอยู่ ดังนั้นขอโทษเอบีซีเดียวนี้!"

"ใช่ ต้องขอโทษเอบีซี"

"ขอโทษเอบีซี"

"ขอโทษ"

ฝูงชนจำนวนมากที่อยู่ข้างหลังตะโกนคำว่าขอโทษออกมาเสริม

เมื่อกล้องกลับมาที่สตูดิโอ พิธีกรทั้งสองพยายามอย่างเต็มที่ที่จะไม่หัวเราะออกมา ขณะที่พิธีกรสาวพูดว่า "สถานีของเราก็ได้สัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ของสถานีของเราเป็นพิเศษ เพื่อดูว่าพวกเขามีอะไรจะพูดหรือไม่"

กล้องหันไปที่สำนักงานใหญ่ของเอบีซี

คนแรกที่ปรากฏตัวคือเจสสิก้า วอลเตอร์ที่เป็นนางเอกของเรื่อง A Fairy Wife นักข่าวถามเธอว่า "เจสสิก้าฉันได้ยินมาว่ามีคนเข้ามาหาคุณด้วยใช่ไหมคะ?"

เจสสิก้ายิ้ม "มีจริงๆ แต่ฉันก็ปฏิเสธกลับไปทันที"

"ทำไมถึงปฏิเสธเหรอคะ?"

เจสสิก้ายักไหล่ "ฉันมีช่วงเวลาที่ดีมากกับบริษัทเอบีซี ดังนั้นทำไมฉันถึงต้องเปลี่ยนงานด้วยล่ะ? ต้องบอกว่าฉันเคยเป็นนักแสดงตัวเล็กๆ ที่ไม่มีคนเห็นค่า และก็โดนทาบทามโดยบริษัทนี้เพื่อให้มาแสดงภาพยนตร์ซีรีส์ ซึ่งมันก็เป็นโชคดีที่ผู้ชมยอมรับตัวฉัน ฉันก็เลยอยากตอบแทนให้กับพวกเขาและอยากแสดงบทบาทของอิซาเบลล่าใน A Fairy Wife ต่อไป"

พิธีกรสาวยังได้สัมภาษณ์ผู้กำกับ ช่างไฟ และทีมงานอื่นๆ ด้วยเหมือนกัน

ซึ่งทุกคนก็บอกว่า 'มีคนมาชักชวนพวกเขาจริงๆ' และผู้กำกับวัยกลางคนก็พูดอะไรบางอย่างที่มีความหมายดีๆ ใส่กล้องว่า "ผมรู้ว่านี่คือการร่วมมือกันของสถานีโทรทัศน์อื่นๆ ในการสร้างปัญหาให้เรา ซึ่งในความเป็นจริงพวกเขาเข้ามาชักชวนพวกเราแต่เราก็คงจะไม่ได้ตามที่พวกเขาพูดหรอก และการทรยศนั้นก็เป็นการกระทำที่น่าละอาย มันไม่มีใครชอบอยู่แล้วดังนั้นถึงเราจะออกไปจากที่นี่ตามคำชักชวน พวกเขาก็จะไม่ยอมรับเราแน่ๆ"

พร้อมกับที่กล้องไปสัมภาษณ์พิธีกรรายการทีวีช้อปปิ้ง พวกเขาต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่ามีคนเข้ามาชักชวนจริงๆ

"แล้วคุณมีความคิดที่จะไปหรือไม่" พิธีกรข่าวถาม

"ไม่มีเลยสักนิด เพราะในเวลานี้สถานีโทรทัศน์เอบีซีเป็นสถานีที่มีพลังมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา เรารักสถานที่แห่งนี้และเชื่อว่าที่นี่เท่านั้นที่จะทำให้เราพัฒนาตัวเองได้มากขึ้นไปอีก" พิธีกรชายของทีวีช้อปปิ้งกล่าว

ต่อไปก็เป็นพิธีกรสาวที่ยิ้มและพูดด้วยน้ำเสียงหยอกล้อว่า "มีผู้ชายคนหนึ่งมาหาฉันและบอกว่า ‘เขาสามารถให้เงินเดือนสูงกว่าที่นี่ได้’ ฉันก็เลยแกล้งเขานิดหน่อย แล้วถามเขากลับว่าคุณให้ฉันได้เท่าไหร่? และเขาก็เขียนตัวเลขให้ดูทันที"

"ซึ่งฉันก็ส่ายหัวทันที แล้วพูดว่า 'รู้ไหมว่าฉันได้เงินเท่าไหร่? มันเป็นสองเท่าของตัวเลขที่คุณเขียนมา' ฮ่าๆๆ ผู้ชายคนนั้นอึ้งไปทันที ก่อนที่เขาจะพูดอีกครั้งและรู้ไหมว่าเขาพูดว่าอะไร?"

"เขาพูดว่าอะไรเหรอ?" นักข่าวถามด้วยความอยากรู้

"เขาพูดว่า 'บริษัทเอบีซียังต้องการคนอยู่ไหม?' ฮ่าๆๆๆ มันช่างน่าตลกมากจริงๆ"

หลังจากพิธีกรหญิงพูดจบผู้คนในห้องข่าวก็หัวเราะออกมาด้วยกัน เพราะคนที่มาชักชวนนั้นกลับได้น้อยกว่าพวกเขาซะอีก  มันจึงน่าอายจริงๆ ที่มาแย่งคนด้วยวิธีการเช่นนี้

กล้องหันกลับไปที่สตูดิโอ

ซึ่งผู้ชมทางบ้างก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่าพิธีกรทั้งสองกำลังนั่งหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน และถึงจะผ่านไปเวลานานรอยยิ้มของทั้งสองก็ยังไม่หาย

ต้องบอกว่านี่ไม่ใช่รายการข่าวแล้ว มันเป็นการเอามาแขวนพร้อมกับเยาะเย้ยตรงๆ เลยต่างหาก

ขั้นตอนที่สามคือการเหยียบซ้ำคนที่ตกลงมาในหลุมพรางโดยเยาะเย้ยพวกเขาและถ่มน้ำลายใส

เมืองนิวยอร์ก

เฮนรี่กำลังเฝ้ามองอะไรบางอย่าง

และเขาก็หมายตาคนคนหนึ่งไว้ที่ชื่อฮาร์วีย์ โซล่ารองประธานของเอนบีซี

ฮาร์วีย์นั้นมีหน้าที่รับผิดชอบในการวางแผนรายการผลิต และประสานงานจัดการกับช่องต่างๆ

มันต้องบอกเลยว่าฮาร์วีย์เป็นคนที่มีอำนาจมากสำหรับเอนบีซี

ฮาร์วีย์ขับรถออกมาจากบริษัทด้วยรถของตัวเองและก็หันมองไปผู้ประท้วงที่ยังไม่แยกย้ายออกไปพร้อมกับพูดสาปแช่งก่อนจะขับออกไปอย่างรวดเร็ว

คฤหาสน์เล็กๆ หลังหนึ่งแถวชานเมือง

มันคือสถานที่ส่วนตัวของเขา

เขาแอบซื้อเก็บไว้อย่างลับๆ แม้แต่ภรรยาก็ไม่รู้ว่าเขามีสถานที่นี้อยู่

ฮาร์วีย์ โซล่าอาบน้ำด้วยความอารมณ์ดี และหลังจากอาบน้ำเสร็จเขาก็ไปหยิบนิตยสารเพลย์บอยมาอ่านทั้งชุดนอน

หลังจากนั้นไม่นานก็มีรถคันหนึ่งขับเข้ามาในคฤหาสน์จอดอยู่ด้านล่าง

ฮาร์วีย์ โซล่าลุกขึ้นยืนและเดินตรงไปที่หน้าต่างมองลงไปข้างล่าง พร้อมกับที่มีหญิงสาวรูปร่างหน้าตาสวยงามออกมาจากรถ

ถ้าคนจากเอนบีซีอยู่ที่นี่พวกเขาจะรู้ทันทีว่าเธอเป็นใคร

ซึ่งเธอก็คือพิธีกรหญิงที่เพิ่งเข้าเอนบีซีมาได้แค่ครึ่งปี

ผู้หญิงคนนี้เดินเข้าไปในคฤหาสน์

"คุณโซลา คุณช่วยหารายการเดี่ยวให้ฉันหน่อยได้ไหมคะ?"

"ได้สิ มันเป็นเรื่องง่ายๆ อยู่แล้ว"

"งั้นขอถามได้ไหมว่ามันคือรายการอะไร?"

"สถานีโทรทัศน์เอบีซีตอนนี้กำลังออกอากาศเกือบทั้งวัน ประธานเลยสั่งให้สถานีของเราเพิ่มเวลาออกอากาศไปด้วยเพื่อที่จะหารายการใหม่ๆ มาลง ทำให้แผนกของฉันในตอนนี้วุ่นวายไปหมด แต่มันก็แค่นั่นแหละ พวกเราก็แค่วางแผนรายการตามสถานีโทรทัศน์เอบีซีก็พอแล้ว และหยิบเอารายการของเขามาสองอันก็คือรายการแต่งหน้ากับสอนเข้าครัว"

"แต่มันก็มีคนเสนอไอเดียดีๆ ขึ้นมาหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือรายการสอนดูแลเด็ก โดยจะมีพยาบาลมาสอนคุณแม่มือใหม่บนหน้าจอโทรทัศน์เช่นเปลี่ยนผ้าอ้อม ให้นมลูก รักษาอาการสะอึก และอื่นๆ"

"แล้วผมก็คิดว่ารายการนี้น่าจะเหมาะกับคุณ และนี่ก็เป็นโอกาสที่ดีมากแล้ว คุณคิดว่าไง?"

"แต่ฉันไม่รู้วิธีเลี้ยงลูกเลยนะ?"

"เรื่องพวกนั้นไม่ใช่ปัญหา เดี๋ยวผมส่งคุณไปเรียนที่โรงพยาบาลสักสองอาทิตย์ก็น่าจะพอแล้ว และเมื่อถึงเวลาบันทึกรายการ เราจะหาพยาบาลมาสอนคุณและคุณก็แค่ตั้งใจฟังสิ่งที่เธอสอนก็พอ" ฮาร์วีย์พูดพร้อมกับเอื้อมมือไปหาผู้หญิงคนนั้น

"ผมทำตามที่สัญญาเอาไว้แล้ว ตอนนี้มันถึงเวลาที่คุณจะต้องทำตามสัญญาบ้าง"

หญิงสาวเล่นตัวเล็กน้อยก่อนที่เธอจะถอดเสื้อผ้าออกและเดินไปหาเขา…

ซึ่งทั้งสองก็ฟัดกันอยู่ในคฤหาสน์เป็นเวลานาน...

แต่รองประธานเอนบีซีไม่ได้รู้เลยว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างผู้หญิงคนนี้กับเขานั้นถูกบันทึกไว้หมดแล้ว...

จบบทที่ อาณาจักร ฮาร์ดี้ 1945 ตอนที่ 182 ข้อตกลงลับๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว