เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

อาณาจักร ฮาร์ดี้1945 ตอนที่ 167 เข้าซื้อบริษัท ABC

อาณาจักร ฮาร์ดี้1945 ตอนที่ 167 เข้าซื้อบริษัท ABC

อาณาจักร ฮาร์ดี้1945 ตอนที่ 167 เข้าซื้อบริษัท ABC


ตอนที่ 167 เข้าซื้อบริษัท ABC

หลังจากกลับมาที่บริษัท โนเบิลก็รีบติดต่อเจ้าของโรงงานผลิตยาง ทว่าเขากลับได้รับข่าวที่น่าตกใจแทน

เมื่อวานอัลเดอร์แมนนั้นไปที่สปริงฟิลด์แล้ว แต่เมื่อเข้ากำลังเข้าไปเช็คอินที่โรงแรมก็ได้เห็นเหตุการณ์ปล้นเกิดขึ้นที่บนถนน และอัลเดอร์แมนผู้โชคร้ายก็ถูกยิงเข้าที่ท้องและเพิ่งจะตื่นขึ้นมา

"แล้วเขาจะเข้ามาเสนอราคาซื้อบริษัทเอบีซีหรือไม่?" โนเบิลถาม

"เจ้านายเราบอกว่าเขาติดต่อคุณเมื่อปีที่แล้วเพื่อซื้อสถานีวิทยุแต่มันก็ไม่ประสบความสำเร็จ และตอนนี้เจ้านายของเราถูกยิงจากไหนก็ไม่รู้ก่อนที่จะเข้าไปเจรจา ซึ่งเขาคิดว่านี้อาจจะเป็นสารจากพระเจ้าที่ไม่อยากให้เขาได้มันมา ดังนั้นตอนนี้คุณอัลเดอร์แมนเลยไม่สนใจที่เข้าร่วมเจรจาอีกแล้ว"

แล้วเขาก็วางสาย

โนเบิลดูสับสนเล็กน้อย

เขาคาดไม่ถึงจริงๆ ว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น

เขานิ่งค้างอยู่พักหนึ่ง และก็โทรหาเจ้าของพาราเมาท์ ซึ่งมันก็ใช้เวลานานก่อนที่การโทรจะถูกเชื่อมต่อ

เจ้าของพาราเมาท์รู้สึกประหลาดใจมากที่ทีมงานเข้าซื้อของเขายังไปไม่ถึง

"ผมได้ส่งรองประธานบริษัทและผู้ช่วยสองคนไปแล้วนะ พวกเขาออกไปเมื่อวานนี้ และก็น่าจะถึงตั้งนานแล้ว แต่พวกเขายังไม่ถึงอย่างนั้นเหรอ?" บอสของพาราเมาท์พูดอย่างแปลกใจ

อย่าลืมว่าการสื่อสารตอนนี้มันไม่ดีเลยสักนิด และลอสแอนเจลิสกับสปริงฟิลด์ก็อยู่ห่างกันคนละฟากของสหรัฐอเมริกา

และคนของพาราเมาท์ที่หายสาบสูญจึงไม่มีใครสามารถช่วยอะไรได้ในขณะนี้

โนเบิลวางโทรศัพท์ลงและขมวดคิ้ว

เพราะตอนนี้เขาเริ่มสงสัยแล้วว่าพาราเมาท์ส่งคนมาจริงๆ เหรอ?

พวกเขาจะไม่โผล่มาได้ยังไงถ้าถูกส่งมาจริงๆ

มันไม่ใช่เพราะเขาปฏิเสธอีกฝ่ายถึงสองครั้งอีกฝ่ายจึงแกล้งหลอกเขาใช่ไหม?

โนเบิลรู้สึกหดหู่เล็กน้อย

การเจรจายังคงดำเนินต่อไปในวันรุ่งขึ้น

ยังคงมีเพียงบริษัทเอชดีก็คือแอนดี้และโนเบิลที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

ทั้งสองยังคงนั่งเถียงกัน

สุดท้ายแอนดี้ก็เสนอราคาที่ 12 ล้านดอลลาร์และบอกอีกครั้งว่าจะไม่เสนอเพิ่มอีกแล้ว

"ถ้าคุณโนเบิลไม่ยอมรับราคานี้ การเจรจาซื้อกิจการในครั้งนี้ก็ให้มันจบลงที่นี่เถอะ และทางเราจะใช้เงิน 12 ล้านดอลลาร์ก่อตั้งบริษัทกระจายเสียงแห่งใหม่ขึ้นมา ซึ่งผมก็เชื่อว่ามันจะแข็งแกร่งกว่าบริษัทเอบีซีอย่างแน่นอน"

แอนดี้กล่าว

เอ็ดเวิร์ดโนเบิลเป็นกังวลเล็กน้อยเมื่อเขาเห็นว่าอีกฝ่ายยอมแพ้

เพราะตอนนี้อีกสองบริษัทก็ยอมแพ้ไปแล้ว ทำให้เหลือเพียงบริษัทเอชดีที่อยู่ตรงหน้าเขา

แน่นอนว่าหากพวกเขายอมแพ้การเจรจาซื้อบริษัทในครั้งนี้ก็จะจบลงด้วยความล้มเหลว

ซึ่งคำพูดสุดท้ายของแอนดี้ก็ทำให้เขารู้สึกกังวลจริงๆ

เพราะเงิน 12 ล้านดอลลาร์มันก็เป็นเงินก้อนใหญ่พอที่จะตั้งบริษัทกระจายเสียงขึ้นมาใหม่เหมือนกัน

ถึงแม้อีกฝ่ายจะต้องใช้เวลา 2 หรือ 3 ปีก็ตาม

แต่แล้วตัวเขาล่ะ?

หากโอกาสนี้สูญหายไปก็ไม่รู้ว่าในอนาคตข้างหน้าจะมีคนสนใจที่จะซื้ออีกไหม

แถมเขายังเก็บมันไว้ 4 ปีแล้ว เขาจะทำยังไงถ้าบริษัทมันเก่าลงเรื่อยๆ ล่ะ?

เมื่อคิดได้แบบนี้โนเบิลก็ตัดสินใจเด็ดขาดทันที "ตกลง ผมยอมรับที่ราคา 12 ล้านดอลลาร์"

แอนดี้มีความสุขมาก

เพราะในที่สุดภารกิจของบอสก็เสร็จสิ้นสักที

ฮาร์ดี้บอกกับเขาว่ายังไงก็ต้องซื้อบริษัทเอบีซีมาให้ได้ และด้วยราคาตอนนี้มันก็ถือว่าเหมาะสมสุดๆ

"ถ้าอย่างนั้นเรามาหารือเกี่ยวกับวิธีการชำระเงินกัน คุณโนเบิลก็รู้ว่า 12 ล้านดอลลาร์นั้นเป็นเงินก้อนใหญ่ใช่ไหม? มันเป็นไปไม่ได้ที่เราจะควักเงินจำนวนมากขนาดนั้นออกมาในครั้งเดียว ดังนั้นวิธีการชำระเงินของเราก็คือชำระเงินหนึ่งในสามก่อนในครั้งแรก และคุณคิดอย่างไรถ้าทางเราจะชำระเงินที่เหลือในทุกๆ หกเดือน ซึ่งทั้งหมดก็จะครบ 1 ปีพอดี?" แอนดี้กล่าว

"วิธีนี้จะดีได้ยังไง? มันไม่ใช่ฝ่ายผมเหรอที่ต้องสูญเสียเงินจำนวนมาก ยังไงผมก็ต้องการให้คุณจ่ายให้ผมมาเป็นเงินก้อนเดียว" โนเบิลกล่าว

ทั้งสองฝ่ายโต้เถียงกันอีกครั้งเกี่ยวกับวิธีการชำระเงิน

การเจรจาในวันนี้จบลงแล้ว แอนดี้ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อรายเงินผลให้บอสฟัง

"บอส ตอนนี้โนเบิลตกลงที่จะขายให้เรา 12 ล้านดอลลาร์ และเรากำลังเจรจาต่อรองเรื่องวิธีการชำระเงินกับรายละเอียดอื่นๆ กันอยู่ มันมีปัญหาอยู่นิดหน่อยซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรและก็คาดว่าวันพรุ่งนี้น่าจะได้เซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการ"

"โอเคงั้นก็จัดการให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้" ฮาร์ดี้พูดอย่างมีความสุข

วันต่อมา

ในที่สุดแอนดี้และโนเบิลได้บรรลุข้อตกลงในการเข้าซื้อบริษัทกระจายเสียงเอบีซีด้วยมูลค่า 12 ล้านดอลลาร์

โดยเอชดีจะได้รับสินทรัพย์ทั้งหมดของบริษัทกระจายเสียง รวมถึงสำนักงานใหญ่ของสถานีโทรทัศน์อีกสองแห่งที่ลอสแอนเจลิสและนิวยอร์กด้วย

สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือเครือข่ายเคเบิลที่ตั้งอยู่ทั่วประเทศและข้อตกลงของเครือข่ายสถานีโทรทัศน์ทั้ง 116 สถานี

ด้วยเครือข่ายเคเบิลเหล่านี้จะทำให้สถานีโทรทัศน์เอบีซีสามารถส่งรายการไปยังสถานีที่อยู่ในสัญญาและเครือข่ายท้องถิ่นของตัวเองได้

ซึ่งมันจะครอบคลุมสหรัฐอเมริกาตามวัตถุประสงค์ของบอส

ส่วนฮาร์ดี้ก็ต่างจ่ายให้อีกฝ่ายทั้งหมด 12 ล้านดอลลาร์ โดยจะจ่ายครั้งแรกเป็นจำนวนเงิน 5 ล้านดอลลาร์และอีก 4 ล้านดอลลาร์หลังจากผ่านไปครึ่งปี ส่วนอีก 3 ล้านดอลลาร์นั้นจะจ่ายเป็นงวดสุดท้าย

ในวันเดียวกัน

ทีมเจรจาของพาราเมาท์ที่ถูกขังอยู่ในโรงงานเป็นเวลาสามวันในที่สุดก็ถูกหนีออกมาได้

โดยหลังจากที่โจรบางคนให้อาหารพวกเขาในวันนั้น พวกโจรก็ไม่ได้ปิดปากของพวกเขาอีก

พวกเขาจึงมาชุมนุมกันและก็เห็นว่าเชือกของใครบางคนใกล้หลุดพวกเขาจึงช่วยกันใช้ปากในการแก้เชือกนั้น

หลังจากหลุดออกมาได้พวกเขาก็ออกไปและเห็นว่าโจรกำลังนั่งเล่นไพ่กันอยู่ในห้องโถงไกลๆ และไม่มีใครสนใจพวกเขาเลย

พวกเขาจึงค่อยๆ ย่องออกไปตามกำแพงและหลบหนีออกไปได้ในที่สุด

เมื่อพวกเขาวิ่งกลับไปที่เมืองและเห็นการจราจร เห็นฝูงชนบนถนน

มันก็ทำให้ทั้งหมดร้องไห้ออกมาด้วยความยินดี เพราะสิ่งนี้มันพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพวกเขาทั้งหมดปลอดภัยจริงๆ

"โทรหาหัวหน้าแล้วขอให้เขาส่งคนมารับเรากลับบ้าน" รองประธานพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

สองสามวันนี้มันมีแต่ความเจ็บปวดมากเกินไป และเขาก็ไม่ต้องการที่จะสัมผัสมันอีกแล้ว

......

คาเฟ่ในลอสแองเจลิส

ฮาร์ดี้กำลังพูดคุยกับศจ.วิลเลียมฟ็อกซ์ และมีสาวฝรั่งเศสอิริน่าที่นั่งอยู่ข้างๆ ฮาร์ดี้ฟังสองคนนี้พูดกันด้วยรอยยิ้ม

"ศาสตราจารย์ฟ็อกซ์คุณนั้นเชี่ยวชาญด้านเครือข่ายสถานีวิทยุและยังเคยทำงานในสถานีโทรทัศน์ใช่ไหม? ผมอยากรู้ว่าถ้าคุณได้เป็นผู้ดูแลบริษัทเอบีซี คุณจะดำเนินการยังไงกับมัน?" ฮาร์ดี้ถาม

ศจ.ฟ็อกซ์ยิ้ม "การที่เราจะสะท้อนคุณค่าของสื่อออกมาว่าดีหรือไม่ดี มันก็ขึ้นอยู่กับความคิดเห็นของสาธารณชนและบริษัทออกอากาศก็มีสิทธิ์นี้ ดังนั้นสถานีโทรทัศน์จะต้องมีรายการข่าว"

"เรายังสามารถเปิดรายการนั่งพูดคุยเกี่ยวกับเหตุการณ์ปัจจุบันได้อีก โดยหาคนมานั่งสักสองสามคน และนั่งพูดคุยหัวข้อเกี่ยวกับสังคมปัจจุบัน ซึ่งเราสามารถเชิญดาราหรือาจารย์จากมหาวิทลัยมาเป็นแขกรับเชิญเพื่อให้เกิดหัวข้อคุยกัน หรือให้ข้อมูลเสริมได้"

"แต่ในฐานะที่เป็นบริษัทผู้ออกอากาศ ยังไงก็จำเป็นต้องทำเงินเพื่อความอยู่รอด ดังนั้นเพื่อสร้างรายได้เราต้องมีการโฆษณา ซึ่งมูลค่าของโฆษณาจะขึ้นอยู่เรตติ้ง งั้นเราก็จะต้องผลิตรายการที่ผู้คนชื่นชอบออกมาเยอะๆ"

"การแสดงบนเวที การร้องเพลงหรือเต้น หรือเราจะซื้อลิขสิทธิ์จากบริษัทผลิตภาพยนต์ และละครทีวี รายการอื่นๆ เพื่อมาสร้างความบันเทิงให้กับผู้คน เพราะสิ่งที่ผู้คนชอบดูบนโทรทัศน์ก็คือความบันเทิง ดังนั้นสถานีโทรทัศน์จะใช้จุดนี้เพื่อดึงดูดผู้ชมและทำเงินกับมัน"

"พร้อมกลับจะต้องมีการจัดเรียงรายการให้เหมาะสมระหว่างช่วงเวลา ฉันได้ทำการวิเคราะห์มาแล้วว่าตอนเย็นเป็นเวลาที่ผู้คนชอบดูโทรทัศน์มากที่สุด มันเป็นเวลาที่คนกลับมาจากการทำงานและเด็กๆ ที่ไปโรงเรียนก็กลับมาเวลานี้ ดังนั้นทั้งครอบครัวก็จะรับประทานอาหารค่ำอย่างมีความสุข พร้อมกับเพลิดเพลินไปกับการดูทีวีสักสองสามชั่วโมง"

"ตอนนี้สถานีโทรทัศน์อื่นๆ นั้นออกอากาศรายการเฉพาะกลางคืน ทำให้ในระหว่างวันนั้นไม่มีรายการใดๆ เลย ซึ่งฉันวิเคราะห์มาแล้วเหมือนกันว่าในตอนกลางวันนั้นก็มีคนดูเยอะเหมือนกัน เช่น แม่บ้านที่พักระหว่างทำงาน แน่นอนว่าพวกเธอคือลูกค้าชั้นดีที่เราต้องดึงดูดมาให้ได้เหมือนกัน"

การออกอากาศในปี 1950 จะมีเวลาแค่ 5 ชั่วโมงในแต่ละวัน และช่วงเวลาส่วนใหญ่คือตั้งแต่ 18.00 น. ถึง 23.00 น.

ช่วงเวลานี้เรียกว่าช่วงเวลาที่ดีที่สุดเพราะคนส่วนใหญ่อยู่ที่บ้านในเวลานี้

แต่ทำไมต้อง 5 ชั่งโมงด้วยล่ะ?

เหตุผลที่ใหญ่ที่สุดคือการผลิตรายการในเวลานี้มีค่าใช้จ่ายสูงเกินไป ไม่ว่าคุณจะผลิตรายการอะไรคุณก็ต้องใช้เงิน

แถมในปัจจุบันการโฆษณาก็ยังถือว่าไม่ใช่รายได้ของสถานโทรทัศน์

ดังนั้นหลังจากที่สถานีโทรทัศน์อื่นๆ ผลิตรายการออกมาแล้ว พวกเขาก็จะออกอากาศแค่ช่วงเวลาสำคัญเท่านั้น

ฮาร์ดี้รู้ว่าสถานีโทรทัศน์ของจีนในช่วงทศวรรษที่ 1970 และ 1980 มักจะแสดงรายการที่น่าเบื่ออยู่เป็นเวลานาน

โดยมันจะไปอยู่ในช่วงเวลาที่ไม่สำคัญและรายกายที่มีเช่น หมากรุก เกมโกะ โอเปร่า วิชาการต่างๆ

หรือแม้แต่การสอนภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ

ทว่าวิลเลี่ยมฟ็อกซ์กลับเห็นเวลานี้เป็นช่วงสำคัญที่จะออกรายการต่างๆ เพื่อที่จะดึงดูดแม่บ้าน

เขาคิดว่าสำหรับผู้คนในปี 1940 เขาถือว่าฟ็อกซ์มีวิสัยทัศน์และความคิดของเขาก็ดีมากจริงๆ

ยังไงแม่บ้านก็ใช้เวลาส่วนมากอยู่แต่ข้างในบ้านทั้งวัน

ถ้าเราจัดรายการบางอย่างโดยเฉพาะขึ้นมาให้มันสอดคล้องกับแม่บ้านเหล่านี้

พวกเธอก็จะกลายเป็นผู้ชมที่ภักดีอย่างแน่นอน

ยิ่งไปกว่านั้นผู้หญิงก็เป็นคนที่ใช้เงินอยู่แล้ว ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ก็เป็นพวกเธอที่เป็นคนจ่าย

ถ้าหากเขาควบคุมพวกเธอได้ มันก็ถือว่าควบคุมกระเป๋าเงินของครอบครัวหนึ่งไปแล้ว

จากนั้นทั้งสองก็นั่งพูดคุยเรื่องราวต่างๆ ลึกลงไปอีก เช่นโครงสร้างของบริษัท วิธีการบริหารงานในแต่ละแผนก การจัดระเบียบแผนกให้ทำงานได้อย่างราบรื่น

อิริน่าที่นั่งดูศาสตราจารย์คุยกับฮาร์ดี้

เธอไม่แปลกใจที่ศจ.ฟ็อกซ์จะมีความรู้เกี่ยวกับธุรกิจการออกอากาศเยอะ เพราะเธอรู้ว่าเขาเป็นมืออาชีพมาก่อน

แต่เธอประหลาดใจกับบอสฮาร์ดี้ที่รู้เรื่องนี้ไม่น้อยไปกว่าศจ.ฟ็อกซ์

เมื่อเธอคิดเกี่ยวกับบอสของเธออย่างจริงจัง มันก็ดูเหมือนกับว่าบอสจะเข้าใจอะไรได้ง่ายมาก

มันจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่เขาจะสามารถสร้างบริษัทได้หลายแห่งในเวลาอันสั้น

"ศาสตราจารย์ฟ็อกซ์คุณสนใจที่จะเข้าทำงานให้กับบริษัทเอบีซีในฐานะประธานบริษัทหรือไม่?" ฮาร์ดี้พูดเชิญศาสตราจารย์ฟ็อกซ์

อันที่จริงศาสตราจารย์ฟ็อกซ์ก็คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว เขาจึงยื่นมือของเขาออกไปด้วยรอยยิ้ม "มันเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้ทำงานกับบริษัทกระจายเสียงที่ครอบคลุมทั่วทั้งสหรัฐอเมริกา ซึ่งมันก็เป็นความฝันของฉันมาโดยตลอด และตอนนี้ในที่สุดฉันก็มีโอกาสแล้ว"

"ทว่าตอนนี้บริษัทเอบีซียังถือว่าเป็นบริษัทที่ว่างเปล่า หลังจากที่คุณได้เป็นประธานแล้ว คุณจะต้องเป็นคนที่เติมเต็มมัน" ฮาร์ดี้กล่าว

“ฮ่าฮ่า นั่นยิ่งดีใหญ่เลย ฉันเคยคิดโครงสร้างของการออกอากาศที่ดีที่สุดไว้แล้วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่าน และตอนนี้ในที่สุดฉันก็มีโอกาสได้ลองใช้มัน” ศาสตราจารย์ฟ็อกซ์พูดอย่างมีความสุข

......

แอนดี้กลับมาแล้ว

พร้อมกับข้อตกลงที่อยู่ในมือของแอนดี้

โดยมันจะต้องมีลายเซ็นอยู่สองคนก็คืออีกฝ่ายที่ขายบริษัทให้และลายเซ็นของฮาร์ดี้เอง

ฮาร์ดี้หยิบข้อตกลงขึ้นมาดู และเขาก็บอกให้แอนดี้ไปที่เวลส์ฟาร์โกเพื่อกู้ยืมเงินทันที

ซึ่งเวลส์ฟาร์โกกับบริษัทเฮชดีนั้นเป็นหุ้นส่วนกัน และฮาร์ดี้ก็นำบริษัทเพลย์บอยเป็นประกัน

ทำให้เวลส์ฟาร์โกตัดสินใจให้ฮาร์ดี้ยืมเงินทันที 10 ล้านดอลลาร์

หลังจากได้รับเงินแล้ว ฮาร์ดี้ก็พาทีมไปที่สปริงฟิลด์เป็นการส่วนตัว

ซึ่งคราวนี้นอกจากทีมของแอนดี้แล้ว ยังมีประธานฟ็อกซ์และเลขาของประธานอิริน่าด้วย

ทั้งสองฝ่ายลงนามในข้อตกลงอย่างเป็นทางการที่โรงแรมเซียงเกอ

ทำให้ในที่สุดฮาร์ดี้ก็ได้รับบริษัทออกอากาศมาครอบครอง

ซึ่งฮาร์ดี้ก็ตัดสินใจที่จะไม่เปลี่ยนชื่อเอบีซีเพราะเอบีซีนั้นเป็นชื่อที่ดีและจำง่าย

หลังจากลงนามเสร็จฮาร์ดี้ก็นำทีมกลับไปที่ลอสแอนเจลิสต่อ และสั่งให้ประธานฟ็อกซ์ดูแลบริษัทสถานีโทรทัศน์ด้วยตัวเอง พร้อมกับมอบบริษัทออกอากาศให้อยู่ในการดูแลของเขา

ในวันที่สอง

บริษัทมือถือก็ดำเนินการซ่อมแซ่มโทรศัพท์ของบ้านโนเบิลและบริษัทลูกกวาดอีกครั้ง

พร้อมกับเอาแมลงที่ฝังอยู่ในโทรศัพท์ของพวกเขาออกไปโดยไม่รู้ตัว

ยังไงการทำความสะอาดสนามรบมันก็เป็นสิ่งที่ทีมรักษาความปลอดภัยต้องมีอยู่แล้ว

ฟ็อกซ์เริ่มก่อตั้งทีมเพื่อจัดระเบียบบริษัทออกอากาศ

มันคาดว่าจะใช้เวลาหนึ่งหรือสองเดือนถึงจะเสร็จ ซึ่งในช่วงเวลานี้มันก็ยังผลิตรายการออกมาเตรียมไว้ได้

แต่ต้องผลิตรายการแบบไหนถึงจะดึงดูดผู้คนในยุคนี้ล่ะ?

ฮาร์ดี้หยิบกระดาษออกมาและเขียนข้อความลงไป

รายการข่าว 'ข่าวสามสิบนาที' 'ข่าวทั่วโลก' 'ข่าวต่างประเทศ' 'ข่าวการเมืองและเศรษกิจในปัจจุบัน'

และการ์ตูนอนิเมชั่นก็ขาดมันไม่ได้เหมือนกัน

สิ่งแรกที่ฮาร์ดี้คิดออกก็คือ 'อุลตร้าแมน' เพราะมันไม่ต้องทำอะไรมากเกี่ยวการ์ตูนเรื่องนี้เลย แค่ทำชุดสัตว์ประหลาดออกมาสองสามตัว สำหรับเนื้อเรื่องของอุตตร้าแมน เขาก็โยนไปให้นักเขียนฮอลลีวูดเขียน

แค่นั้นมันก็ได้หลายร้อยตอนในวันเดียวแล้ว

และชื่อของอุลตร้าแมนคนแรก เขาก็จะเรียกมันว่า 'อุลตร้าแมน' นี่แหละ

แน่นอนว่าการ์ตูนที่ประหยัดค่าใช้จ่ายมันก็ยังมีอยู่ เช่น เทเลทับบี้และการ์ตูนสำหรับเด็ก

เขาแค่หาคนมาสวมบทบาทเป็นเซซามีสตรีท และฉายให้กับเด็กๆ ดูแค่ไม่กี่นาทีก็พอแล้ว

นอกจากนี้ยังสามารถทำมิวสิควิดีโอเปิดตัวที่ยังไม่มีใครทำในตอนนี้ โดยเขาสามารถไปจดสิทธิบัตรให้เป็นของตัวเองได้

อีกอย่างก็คือทีวีชอปปิ้ง เพราะในช่วงเวลาบ่ายจะมีแม่บ้านหรือผู้หญิงที่ไม่ได้ออกไปไหน โดยเขาจะนำผลิตภัณฑ์ต่างๆ มาออกทีวี เช่นเครื่องสำอางเอสเตลอเดอร์ กระโปรง กระเป๋า รองเท้า เครื่องสำอางที่ลงโฆษณากับสถานีโทรทัศน์หรือแม้กระทั่งของใช้ในครัว

มันมีหลายสิ่งที่สามารถนำมาขายผ่านโทรทัศน์ได้ แม้กระทั่งชุดโทรทัศน์ที่พวกเขาผลิตก็ยังนำมาออกรายการได้เลย

ซึ่งในยุคนี้ยังไม่มีรายการดังกล่าว และมันก็จะดึงดูดผู้คนนับไม่ถ้วนให้สนใจได้อย่างแน่นอน

การจัดส่งทั่วโลกมันก็มีอยู่แล้ว ถึงแม้มันจะช้าหน่อย แต่ถ้าคุณไม่รีบ...มันก็จะส่งหาคุณภายในครึ่งเดือน

ฮาร์ดี้ตระหนักได้ว่าการซื้อของผ่านโทรทัศน์เป็นธุรกิจขนาดใหญ่

เขาสามารถเอาธุรกิจที่เขามีมาโปรโมทและทำให้มันโด่งดังได้

ตัวอย่างเช่นโรงงานไวน์แดงทั้งสองแห่งของเขา

ถึงแม้มันจะมีรสชาติดี แต่กลับขายไม่ดีเพราะขาดการโปรโมท แล้วถ้าเอามาออกโทรทัศน์ยังไงมันก็จะขายดีขึ้นแน่ๆ

คิดดูสิ

เพียงแค่ 8 ดอลลาร์ ก็สามารถนำไวน์แดงบอร์โดชั้นนำของฝรั่งเศสกลับบ้านได้

เอาล่ะ เอาล่ะ

ธุรกิจนี้จะต้องได้รับการจดสิทธิบัตร เพื่อไม่ให้สถานีโทรทัศน์อื่นใช้วิธีเดียวกับเขา…

……………………………..

จบบทที่ อาณาจักร ฮาร์ดี้1945 ตอนที่ 167 เข้าซื้อบริษัท ABC

คัดลอกลิงก์แล้ว