- หน้าแรก
- เริ่มต้นใหม่กับเทพธิดาเซียนทั้งเก้า
- บทที่ 15 ตัวอะไรกันแน่?
บทที่ 15 ตัวอะไรกันแน่?
บทที่ 15 ตัวอะไรกันแน่?
ผู้อาวุโสจิ่งหยวนถอนหายใจหนึ่งครั้ง ยกถ้วยชาขึ้นดื่ม ทันใดนั้นเอง ภายในชั้นหนึ่งก็พลันเกิดเสียงอื้ออึงแตกตื่นดังขึ้นเป็นระลอก
พรวด!
ผู้อาวุโสจิ่งหยวนหันศีรษะไป ก่อนจะพ่นน้ำชาออกมาทั้งคำในทันที
ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้เขาแทบไม่เชื่อสายตา
เย่ซิวเดินไปถึงปากบันได ยื่นนิ้วมือออกมาเพียงนิ้วเดียว แตะเบา ๆ ลงบนม่านพลังตรวจสอบกำลัง ม่านพลังนั้นก็แตกสลายลงทันที จากนั้นเย่ซิวก็เดินเชิดหน้าเชิดตา ก้าวขึ้นสู่ชั้นสองอย่างสบายใจ
ไม่มีใครสามารถสงบนิ่งได้อีกต่อไป
เมื่อวานนี้ เย่ซิวยังถูกหัวเราะเยาะ ถูกขับไล่มาเป็นศิษย์นอก ทั้งยังไม่มีพลังดาราแม้แต่น้อย แต่ในเวลานี้ เขากลับใช้นิ้วแตะเพียงครั้งเดียว ก็ทำลายม่านพลังที่ต้องใช้แรงถึงห้าหมื่นจินลงได้!
ห้าหมื่นจินนั้น เทียบเท่ากับพลังของผู้ฝึกตนระดับร่างดาราขั้นห้าลยทีเดียว!
ในตอนนี้เอง ทุกคนจึงเข้าใจแล้วว่าทำไมเซี่ยสือถึงถูกเย่ซิวชกหมัดเดียวจนล้มคว่ำ
“แค่วันเดียว ไอ้หมอนี่ไปทำอะไรมา?”
“อย่าบอกนะว่า…มันทะลวงขั้นห้าในวันเดียว?!”
แม้แต่ผู้อาวุโสจิ่งหยวนเองก็ไม่คาดคิดว่าจะเป็นผลลัพธ์เช่นนี้ ราวกับถูกตบหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า ใบหน้าร้อนผ่าวไปหมด
เย่ซิวก้าวขึ้นมาถึงชั้นสอง
จำนวนคนในชั้นสองมีไม่มาก ผู้ที่สามารถขึ้นมาถึงที่นี่ได้ ส่วนใหญ่ล้วนมีพลังอยู่เหนือระดับร่างดาราขั้นห้า
เมื่อเห็นเย่ซิว หลายคนต่างส่งสายตามองมาอย่างประหลาดใจ
ไอ้หมอนี่…ขึ้นมาได้ยังไง?
“ดูท่าคงใช้เส้นสายล่ะสิ ไม่งั้นด้วยพลังของมัน จะขึ้นมาได้ยังไง”
“ใช้เส้นสายงั้นหรือ? ศิษย์จากหน่วยผู้คุมกฏไม่ยอมแน่”
เสียงหัวเราะเย็นเยียบดังขึ้น หลายสายตาหันไปมองยังศิษย์หน่วยผู้คุมกฏที่ยืนอยู่กลางชั้นสอง หลินโม่
หลินโม่เห็นเย่ซิวเช่นกัน จึงเดินตรงเข้ามาหา
“เย่ซิว ไปกับข้าหน่อย” หลินโม่เอ่ยด้วยรอยยิ้มเย็นที่มุมปาก
“ไปกับเจ้า?” เย่ซิวเงยหน้าขึ้น มองออกได้ทันทีว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คนดีอะไร
ชื่อเสียงมากขึ้น ปัญหาก็ตามมาเยอะจริง ๆ
หลินโม่ทำท่าทางวางอำนาจสูงส่ง
“ข้าคือหลินโม่ ศิษย์จากหน่วยผู้คุมกฏ บังเอิญว่าวันนี้ข้ามายืมตำราวิชายุทธ์พอดี”
“ขอเตือนเจ้าไว้ก่อน ไม่ว่าเจ้าจะอาศัยใคร ใช้เส้นสายแบบไหนขึ้นมาชั้นสองของหอคอยสมบัติเทียนหยวน หน่วยผู้คุมกฏจะไม่ปรานีศิษย์ที่ใช้อิทธิพลหรือความสัมพันธ์เด็ดขาด!”
เย่ซิวยิ้มบาง ๆ
“พูดแบบนี้ แปลว่าเจ้าคิดว่าข้าใช้เส้นสายงั้นหรือ?”
“ถ้าไม่ใช่ แล้วด้วยพลังของเจ้า จะขึ้นมาชั้นสองได้อย่างไร?” หลินโม่หรี่ตาลง แสยะยิ้มเย็น
เย่ซิวส่ายหน้าพลางหัวเราะ ก่อนจะเมินเฉยหลินโม่โดยสิ้นเชิง แล้วเดินตรงไปยังทางเข้าชั้นสาม
สำหรับคนอย่างหลินโม่ เย่ซิวขี้เกียจจะสนใจ
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้เขามีธุระสำคัญ และไม่มีเวลาเสียไปกับเรื่องไร้สาระ
แม้โม่เหล่าจะบอกว่า วิชายุทธ์ชั้นสองเหมาะกับเขา
แต่เย่ซิวไม่คิดเช่นนั้น ชั้นสองเหมาะเพียงผู้ฝึกตนระดับร่างดาราขั้นห้าถึงเก้าทั่วไปเท่านั้น ทว่าในตอนนี้ เขามีพลังถึงสามแสนจิน ที่นี่ไม่อาจตอบสนองเขาได้อีกแล้ว
เมื่อเห็นเย่ซิวเมินเฉยตนเองโดยสิ้นเชิง หลินโม่ก็โกรธจนไฟลุก
เขาเป็นถึงศิษย์หน่วยผู้คุมกฏ ใครพบเห็นไม่เคยไม่เคารพ แล้วตั้งแต่เมื่อไร ศิษย์นอกที่ถูกขับไล่จะกล้าดูแคลนเขาเช่นนี้
“เย่ซิว หากเจ้ายังไม่หยุด นั่นถือเป็นการขัดคำสั่งอย่างเปิดเผย ข้ามีสิทธิ์ใช้กำลังบังคับ!” หลินโม่ตะโกนเสียงเข้ม
เย่ซิวไม่หยุดเดิน
“ก็ลองดูสิ”
ทุกคนตกใจ เย่ซิวช่างโอหังเกินไป ถึงกับไม่เห็นหน่วยผู้คุมกฏอยู่ในสายตา!
หน่วยผู้คุมกฏคือผู้ดูแลกฎหมายทั้งหมดของสำนักศักดิ์สิทธิ์เทียนหยวน
และพลังของหลินโม่ก็อยู่ในขั้นร่างดาราระดับหก อีกทั้งยังฝึกวิชายุทธ์มาโดยตรง พลังทั้งหมดของเขา อย่างน้อยก็ต้องสูงถึงแปดถึงเก้าหมื่นจิน!
ด้วยร่างกายของเย่ซิว หากโดนเข้าเพียงครั้งเดียว เกรงว่าทั้งร่างจะพังยับไม่เหลือชิ้นดี
สีหน้าของหลินโม่บิดเบี้ยวอย่างน่ากลัว นับตั้งแต่เขาเข้ามาเป็นศิษย์ของหน่วยผู้คุมกฏ เมื่อใดกันที่เคยได้รับความอัปยศเช่นนี้
พลังดาราชั้นแล้วชั้นเล่าพลันปะทุออกมาจากร่างของหลินโม่ ในเสี้ยววินาทีถัดมา นิ้วทั้งห้าก็ขดเป็นกรงเล็บ พุ่งคว้าใส่แผ่นหลังของเย่ซิวโดยตรง
หลินโม่ลงมือแล้ว ในสายตาของผู้คน ภาพที่เย่ซิวล้มลงกับพื้น ร้องโอดโอยขอความเมตตา ดูเหมือนจะปรากฏขึ้นตรงหน้าแล้ว
ทว่าเพียงชั่วพริบตา ร่างของหลินโม่ก็แข็งค้างไปทันที
บนใบหน้าของเขา ปรากฏสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดอย่างที่สุด
เมื่อมองให้ชัด ก็เห็นว่าเย่ซิวหมุนตัวกลับมา มือหนึ่งคว้าจับแขนของหลินโม่ไว้แน่น
หลินโม่ตื่นตระหนกสุดขีด รับรู้ถึงแรงมหาศาลที่ถ่ายทอดมาจากแขน ราวกับว่าเพียงแค่เย่ซิวออกแรงอีกนิด แขนของเขาก็จะหักสะบั้นในทันที พลังเช่นนี้… อย่างน้อยก็ต้องมากกว่าเก้าหมื่นจินแน่นอน!
“หน่วยผู้คุมกฏ สามารถลงมือโดยไม่แยกแยะผิดถูกได้ตามอำเภอใจอย่างนั้นหรือ?”
“เจ้าใช้ตาหมาไหนเห็นว่าข้าใช้เส้นสาย?”
สิ้นคำ ภายใต้สายตาตกตะลึงของทุกคน เย่ซิวกระชากร่างของหลินโม่ลอยขึ้นกลางอากาศ ก่อนจะฟาดลงกับพื้นชั้นสองอย่างรุนแรง
ตึง… แกรก…
เสียงกระดูกแตกหักดังขึ้นอย่างชัดเจน
เมื่อเห็นภาพนี้ ผู้คนต่างขนลุกซู่ หลินโม่คือยอดฝีมือขั้นร่างดาราระดับหก แต่กลับตกอยู่ในสภาพอนาถเช่นนี้ในมือของเย่ซิว!
พลังน่ากลัวขนาดนี้ ยังจำเป็นต้องใช้เส้นสายอีกหรือ?
หลินโม่เจ็บปวดจนกลิ้งไปมาบนพื้น กรีดร้องเสียงแหลมอย่างเจ็บแสบ
“ไม่ว่าอย่างไร เจ้าลงมือกับศิษย์หน่วยผู้คุมกฏ นั่นคือการฝ่าฝืนกฎสำนัก!”
เย่ซิวยิ้มบาง ๆ
“ศิษย์หน่วยผู้คุมกฏมีค่าขนาดนั้นเชียว แตะต้องไม่ได้งั้นหรือ? ที่ข้า ต่อให้จ้าวสำนักลงมา หากคิดจะยืนข่มเห่งข้า ก็ต้องคิดให้ดีว่าจะรับผลลัพธ์ที่ตามมาไหวหรือไม่”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ผู้คนเริ่มสงสัย นี่คือบุตรผู้โง่เขลาของแม่ทัพผู้พิทักษ์แห่งราชวงศ์ชางหลงคนนั้นจริงหรือ?
โอหังเกินไปแล้ว!
ถึงขั้นไม่เห็นหน่วยผู้คุมกฏอยู่ในสายตา!
หลินโม่ยังคงร้องโวยวายไม่หยุด แต่เย่ซิวไม่คิดสนใจ
แม้เขาจะเป็นผู้ข้ามภพมา แต่ในวินาทีนี้ เขาเข้าใจโลกใบนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ
โลกนี้ต้องการ “พลัง” หากไม่มีพลัง ใคร ๆ ก็สามารถเหยียบย่ำ หยามเกียรติ ข่มขู่คุณได้ ต้องการศักดิ์ศรี ก็ต้องใช้กำปั้นเป็นคำพูด
เย่ซิวเดินไปถึงทางเข้าชั้นสาม เหลือบมองป้ายประกาศ แสดงไว้ว่าการเข้าสู่ชั้นสาม ต้องมีพลังอย่างน้อยหนึ่งแสนจิน
เย่ซิวไม่คิดแม้แต่น้อย ยังคงใช้นิ้วเดียวแตะเบา ๆ ภายใต้สายตาตกตะลึงของผู้คน เขาก้าวเข้าไปในชั้นสามได้อย่างง่ายดาย
ชั้นหนึ่ง
ผู้อาวุโสจิ่งหยวนเพิ่งหลับตาลง จู่ ๆ ก็สะดุ้งวาบ มีใครบางคนทำลายม่านพลังของชั้นสองและเข้าสู่ชั้นสามได้
ปฏิกิริยาแรกของเขาคือ
หวังว่าจะไม่ใช่ไอ้เด็กคนนั้นอีกหรอกนะ?
จากนั้นเขาก็เดินขึ้นไปยังชั้นสอง
“ผู้อาวุโสจิ่งหยวน…”
ทันทีที่มาถึงชั้นสอง เขาก็เห็นหลินโม่ล้มอยู่กับพื้น
ผู้อาวุโสจิ่งหยวนตรวจดูอาการบาดเจ็บ แขนขวาของหลินโม่ กระดูกแตกหักอย่างสมบูรณ์
“ผู้อาวุโสจิ่งหยวน ท่านต้องช่วยข้าด้วยนะ เย่ซิวลงมือในหอคอยสมบัติเทียนหยวนอย่างเปิดเผย แถมยังทำให้แขนของข้าพิการ!” หลินโม่ร้องไห้คร่ำครวญ
“เย่ซิวเป็นคนทำ?!” รูม่านตาของผู้อาวุโสจิ่งหยวนหดตัวฉับพลัน
หลินโม่เป็นยอดฝีมือขั้นร่างดาราระดับหก หากระเบิดพลังเต็มที่ ก็มีแรงไม่น้อยกว่าแปดหมื่นจิน
แต่กลับถูกเย่ซิวหักแขนได้โดยตรง และจากสภาพบาดแผล เห็นชัดว่าเป็นการบีบหักสด ๆ
“ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน?” ผู้อาวุโสจิ่งหยวนถาม
หลินโม่กล่าวอย่างเจ็บปวด
“เขาทำลายม่านพลัง แล้วเข้าไปชั้นสามแล้ว”
“ผู้อาวุโสจิ่งหยวน ท่านต้องทวงความยุติธรรมให้ข้านะ ข้าแค่สงสัยว่าเขาใช้เส้นสาย เลยจะพาตัวกลับหน่วยผู้คุมกฏ ไม่คิดเลยว่าเย่ซิวจะลงมือโหดเหี้ยมเช่นนี้…”
หลินโม่ยังพูดไม่ทันจบ ผู้อาวุโสจิ่งหยวนก็เดินขึ้นไปชั้นสามแล้ว ทิ้งไว้เพียงสามคำ—
“สมควรแล้ว!”
ผู้อาวุโสจิ่งหยวนเองก็ยิ่งคิดยิ่งไม่เข้าใจ เรื่องเย่ซิวถูกลดขั้นเมื่อวานยังเป็นข่าวอื้อฉาว แต่เพียงแค่หนึ่งวัน เขากลับมีพลังถึงขั้นทำลายม่านพลังของชั้นสามที่ต้องใช้แรงหนึ่งแสนจินได้
แววตาของผู้อาวุโสจิ่งหยวนสั่นไหว
“ไอ้เด็กนี่… แกล้งทำหรือเปล่า?”
เมื่อเขาเดินมาถึงชั้นสาม แสงจ้าสว่างวาบเกือบทำให้ตาของเขาบอด
เมื่อเพ่งมองให้ชัด ก็เห็นเย่ซิวที่ร่างกายเปล่งประกายแสงทองยืนอยู่ไม่ไกลจากเขา
ผู้อาวุโสจิ่งหยวนมีชีวิตมาหลายร้อยปี เคยเห็นเรื่องประหลาดมามากมาย แต่เมื่อเห็นแสงทองนี้ เขาก็ถึงกับตะลึงงัน
นั่นคือ… วิชายุทธ์ขั้นหวงระดับสูง “หมัดวัชระ”!
และแสงทองเจิดจ้านเช่นนี้ แสดงชัดว่าได้บรรลุขั้นสมบูรณ์แบบของหมัดวัชระแล้ว!
ให้ตายเถอะ ไอ้เด็กนี่มันเป็นตัวอะไรกันแน่?!