เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

อาณาจักร ฮาร์ดี้ 1945 ตอนที่ 134 เจ้าพ่อมาเฟียถูกลอบสังหาร

อาณาจักร ฮาร์ดี้ 1945 ตอนที่ 134 เจ้าพ่อมาเฟียถูกลอบสังหาร

อาณาจักร ฮาร์ดี้ 1945 ตอนที่ 134 เจ้าพ่อมาเฟียถูกลอบสังหาร


ตอนที่ 134 เจ้าพ่อมาเฟียถูกลอบสังหาร

ริ้งริ้งริ้ง!

โทรศัพท์บนโต๊ะดังขึ้น

ฮาร์ดี้หยิบมันขึ้นมาและพูดว่า "ฮาร์ดี้พูด"

"ฮาร์ดี้นี่ซีเกล ตอนนี้ฉันกลับมาที่ลอสแอนเจลิสแล้ว" เสียงต่ำของซีเกลดังมาจากโทรศัพท์

"แล้วตอนนี้คุณซีเกลอยู่ที่ไหน?" ฮาร์ดี้ถาม

"ฉันอยู่กับเฟร็ด"

ถึงแม้คาสิโนฟลามิงโกจะล้มเหลวแต่ซีเกลก็ยังคงมีแก๊งชาวยิวและแก๊งของบิลอยู่ในมือ…

"ผมจะไปหาคุณเดี๋ยวนี้"

ฮาร์ดี้ขับรถไปที่บ้านของเฟร็ด

ซึ่งบ้านของเฟร็ดก็คล้ายกับบ้านของเทย์เลอร์ที่มันไม่ใช่คฤหาสต์ แต่ก็ไม่ใช่บ้านเล็กๆ

ในห้องประชุม

ซีเกลกำลังสูบบุหรี่และดูเงียบๆ เล็กน้อย

ซึ่งในตอนแรกเขาเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นในการสร้างลาสเวกัสขึ้นมาใหม่…

แต่ต่อมาเขาก็พบกับปัญหานับไม่ถ้วนและในที่สุดก็จบลงด้วยความล้มเหลว

แม้ว่าซีเกลจะมีบุคลิกที่แข็งแกร่ง แต่เขาก็รู้สึกไม่สบายใจอยู่ดี

"มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นในวันเปิดงาน และฉันก็มีลางสังหรณ์ว่ามันจะล้มเหลวและสุดท้ายมันก็ล้มเหลวจริงๆ..." ซีเกลถอนหายใจ

"แต่ทุกอย่างก็ไม่ได้แย่เกินไป เพราะอย่างน้อยคาสิโนก็ยังอยู่ที่นั่นและมันสามารถเปิดอีกครั้งได้ในอนาคตใช่ไหมครับ?" ฮาร์ดี้กล่อมเขา

“ใช่ นั่นคือสิ่งที่ฉันคิด! และฉันก็จะสร้างฟลามิงโก้ต่อไปตามแผนก่อนหน้านี้ ฉันเชื่อว่าฟลามิงโก้จะต้องเกิดใหม่จากเถ้าถ่านได้อย่างแน่นอน!” ซีเกลกัดฟันขณะพูด

หลังจากที่ฮาร์ดี้ได้ยินคำพูดของซีเกล เขาก็มีลางสังหรณ์ว่าชายคนนี้อาจต้องการยืมเงินจากเขาอีกครั้ง...

"ฮาร์ดี้ ฉันไปพบเพื่อนของฉันมามากมายและพวกเขาทั้งหมดก็บอกว่าไม่สามารถช่วยอะไรได้ ฉันก็หวังว่านายจะช่วยฉันได้" ซีเกลมองไปที่ฮาร์ดี้

"พูดมาเลยครับคุณซีเกล" ฮาร์ดี้กล่าว

"ให้ฉันยืมเงินสัก 2 ล้านดอลลาร์ และฉันจะเอาหุ้นฟลามิงโก้ทั้งหมดในมือของฉันเป็นหลักประกัน ฉันเชื่อว่าเมื่อการก่อสร้างคาสิโนเสร็จมันจะมีกำไรและนายจะได้เงินทั้งหมดคืนในไม่ช้า" ซีเกลกล่าว

เขาเดาถูกจริงๆ และมันก็มากถึง 2 ล้านดอลลาร์เลยทีเดียว

ซีเกลคงเคยมองหาคนอื่นมาก่อน และคาดว่าพวกเขาก็คงไม่ให้ยืมเงิน

ในท้ายที่สุดไม่มีทางอื่นนอกจากใช้หุ้นตัวสุดท้ายเป็นหลักประกัน

อย่างไรก็ตามคาสิโนฟลามิงโก้ก็เคยล้มเหลวมาแล้วครั้งหนึ่ง ทำให้ทุกคนไม่ได้มองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับอนาคตของเขา

ดังนั้นซีเกลจึงช่วยไม่ได้ที่จะล้มเหลวในการยืมเงิน

"ทั้งสามครอบครัวตอนนี้มีหุ้นอยู่คนละ 13% นายเคยซื้อหุ้นจากฉันไป 18% และฉันก็ยังมีหุ้น 43% อยู่ในมือ ครั้งนี้ฉันวางแผนที่จะใช้หุ้น 43% เป็นหลักประกันสำหรับเงิน 2 ล้าน นายว่ายังไงฮาร์ดี้?" ซีเกลพูดอีกครั้ง

ฮาร์ดี้เงียบไปครู่หนึ่ง

2 ล้านยังไงเขาก็ให้อย่างแน่นอน เพราะเมื่อเร็วๆ นี้อุตสาหกรรมของเขากำลังทำเงินและราคาหุ้นก็พุ่งสูงขึ้นด้วย

นี่อาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ซีเกลเข้ามาหาฮาร์ดี้เพราะรู้ว่าตอนนี้เขามีเงิน

ส่วนเงินที่จะลงทุนในการถ่ายทำภาพยนตร์ เขาสามารถให้บริษัทภาพยนตร์กู้ยืมเงินเพื่อการลงทุนไปก่อนได้

เพราะตราบใดที่บริษัทภาพยนตร์ของเขากำลังดำเนินกิจการไปได้ด้วยดี ธนาคารก็ยินดีที่จะให้คุณยืมเงิน

ซึ่งบริษัทภาพยนตร์รายใหญ่ทั้งแปดแห่งก็ใช้โมเดลนี้ในการถ่ายทำเช่นกัน และพวกเขาก็สามารถหาเงินมาชำระเองได้ทั้งหมด

แต่ยกเว้นซีเกล

เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าซีเกลจะประสบความสำเร็จไหม...

"คุณซีเกลตอนนี้ผมไม่มีเงินในมือมากนัก ดังนั้นผมจะให้บริษัทนิตยสาร 'เพลย์บอย' ช่วยให้คุณได้ยืมเงิน 2 ล้านดอลลาร์ในครั้งนี้ แล้วคุณคิดยังไงกับการทำสัญญากู้เงินจากนิตยสาร 'เพลย์บอย' ล่ะ?" ฮาร์ดี้กล่าว

ฮาร์ดี้รับเงินจากบริษัทและต้องจ่ายภาษีอยู่แล้ว

ซึ่งมันจะดีกว่าที่จะให้นิตยสาร ‘เพลย์บอย’ มาลงทุนในครั้งนี้โดยตรง

และฮาร์ดี้ก็เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของ Playboy ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 90% ของทุนทั้งหมด

ทำให้การลงทุนของเพลย์บอยในคาสิโนก็เทียบเท่ากับการลงทุนของฮาร์ดี้อยู่ดี…

ซีเกลยิ้มแย้ม “ขอบใจนะฮาร์ดี้”

"นายใจดีมากจริงๆ"

บรรยากาศในห้องผ่อนคลายลงทันทีและซีเกลก็ยิ้มมากขึ้นบนใบหน้าของเขา พร้อมกับพูดคุยกับฮาร์ดี้เกี่ยวกับนิตยสาร ‘เพลย์บอย’

"ฮาร์ดี้ ฉันต้องบอกว่าความคิดของนายมันยอดเยี่ยมจริงๆ ฉันได้ลองอ่านเพลย์บอยแล้ว ภาพถ่ายในนั้นมันมีเสน่ห์มาก ถึงจะไม่ได้เปิดหมดก็ตามแต่ความรู้สึกที่ได้นั้นเร่าร้อนมาก มันยากจริงๆ ที่จะต้านทานความอยากรู้จากร่างกายของพวกเธอ" ซีเกลพูดด้วยรอยยิ้ม

"อีกอย่าง 'เพลย์บอย' น่าจะทำกำไรได้เยอะเลยใช่ไหม?” ซีเกลถามเขา

"มันก็กำไร 1 ดอลลาร์ต่อเล่มครับ"

"แล้วในฉบับแรกขายได้กี่เล่ม?"

"มากกว่า 2 แสนเล่ม"

ซีเกลรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อได้ยิน "แสดงว่ามันมีกำไรมากกว่า 2 ล้านดอลลาร์ในปีนั้นใช่ไหม? นายรู้ไหมว่าฉันทำงานอย่างหนักเพื่อสร้างคาสิโนและลงทุนมากกว่า 8 ล้านดอลลาร์ แต่ฉันก็สูญเสียเงินไปเป็นจำนวนมาก แต่นายเพิ่งซื้อบริษัทนิตยสารกลับทำรายได้กับมันมากขนาดนี้?"

ซีเกลถอนหายใจ

ตอนนี้เขาไม่สามารถปฏิบัติต่อฮาร์ดี้ให้เหมือนน้องชายได้อีกต่อไปแล้ว

เขาได้พัฒนามาถึงจุดนี้ในเวลาเพียงหนึ่งหรือสองปี

ซึ่งความสามารถแบบเขาน้อยคนที่จะได้เจอในสหรัฐอเมริกา

และในความเป็นจริง ซีเกลก็ได้รับประโยชน์จากฮาร์ดี้มากกว่า เพราะถ้าไม่ใช่เพราะน้องชายตัวเล็กๆ คนนี้…

เขาเกรงว่าจะไม่มีใครมาสนับสนุนเขาเลย

"คุณซีเกล มันจะดีกว่าที่ถ้าคุณไปอยู่ที่คฤหาสน์ ผมได้รีโนเวทที่นั้นไปแล้วและตอนนี้ก็ยังไม่ได้ย้ายเข้า ถ้าคุณย้ายไป มันน่าจะเป็นที่คุ้นเคยสำหรับคุณมากกว่าไหม?" ฮาร์ดี้เชิญอย่างใจกว้าง

ซีเกลส่ายหัว

"ช่างมันเถอะ เพราะฉันจะกลับไปลาสเวกัสเร็วๆ นี้หลังจากที่ฉันได้รับเงิน" ซีเกลกล่าว

"ถ้าอย่างนั้นผมจะให้ทนายความของเพลย์บอยเขียนสัญญาให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้" ฮาร์ดี้กล่าว

วันต่อมาซีเกลก็เซ็นสัญญาในการเอาหุ้นคาสิโนฟลามิงโก้ 43% เป็นหลักค้ำประกันและเอาเงินสองล้านกลับไปที่ลาสเวกัส

ทำให้ในตอนนี้ ฮาร์ดี้ก็ถือหุ้น 61% ของคาสิโนฟลามิงโก้แล้ว...

แน่นอนว่าหุ้น 43% นี้ก็ได้มาโดยการกู้ยืมจากเพลย์บอย เมื่อซีเกลคืนเงินในอนาคตหุ้นเหล่านี้จะถูกส่งคืนและจะมีการเรียกเก็บดอกเบี้ยเพียงก้อนเดียว

อย่างไรก็ตามยังมีข้อตกลงที่ว่าหากซีเกลไม่ชำระคืนเงินและดอกเบี้ยเป็นเวลาสามปี

หุ้นคาสิโนจะเป็นของนิตยสารเพลย์บอยในทันที

......

วันที่ 13 มีนาคม

มีการจัดงานประกาศผลรางวัลอคาเดมี่อวอร์ดประจำปี

สถานที่แห่งนี้คือหอประชุมพลเมืองในลอสแอนเจลิส

มันยิ่งใหญ่กว่ารางวัลลูกโลกทองคำเมื่อสองเดือนก่อนซะอีก

มันมีผู้ชมและผู้สื่อข่าวนับไม่ถ้วนอยู่นอกหอประชุม และทุกครั้งที่ดาราดังปรากฏขึ้นก็จะมีเสียงเชียร์ดังตามมา

ซึ่งในคืนนี้ดาราหญิงทุกคนล้วนแต่งตัวสวยมาก และกลายเป็นวิวที่งดงามที่สุด!

"ว้าว! นั่นใช่อิงกริด เบิร์กแมนไหม? เธอคือเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์ในดวงใจของฉันเลย!" อิงกริดเบิร์กแมนออกมาจากรถและผู้คนก็ส่งเสียงต้อนรับเธอทันที

"นั้นวิเวียนที่แสดงเป็นสการ์เล็ตใช่ไหม? สการ์เล็ตเรารักคุณ!"

วิเวียนลีห์ยิ้มและโบกมือให้กับผู้คน

"ว้าวนั่นริตา เฮย์เวิร์ทเทพธิดาที่อยู่ในใจฉัน!"

เมื่อถึงคราวฮาร์ดี้ลงจากรถ

ฮาร์ดี้ก็ออกจากรถและเปิดประตูให้สุภาพสตรีลงจากรถ

ซึ่งก็คือเอวาการ์ดเนอร์ที่เดินลงมา แต่มันยังไม่จบแค่นี้…เพราะต่อมาก็มีอีกคนหนึ่งคือเอลิซาเบธ เทย์เลอร์ ซึ่งวันนี้เธอสวมชุดเจ้าหญิงแสนสวยมาด้วย จากนั้นคนที่สามก็คือไฮดี้ รามาห์ ที่วันนี้ชุดของเธอดูธรรมดามากแต่เธอก็ยังมีเสน่ห์อยู่ดี

ฮาร์ดี้กำลังเดินพรมแดงกับผู้หญิงสามคน

คนทั้งสี่เดินไปข้างหน้า และผู้คนเมื่อเห็นเอวาการ์ดเนอร์จึงเริ่มส่งเสียงเชียร์

หลายคนตะโกนเรียกชื่อเอวา

ปีนี้เอวาเป็นหนึ่งในนักแสดงหญิงที่น่าจับตามองอย่างที่สุด เพราะทั้งเพลงและภาพยนตร์ที่เธอทำนั้นประสบความสำเร็จทุกอย่าง

ทำให้งานที่ scarborough fair ได้กลายเป็นสถานที่คลาสสิคสุดฮิต และเอวาก็เป็นคนที่ร้องเพลงต้นฉบับได้ดีที่สุดในตอนนี้

และไฮดี้รามาก็ยังมีผู้ติดตามอยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 'เพลย์บอย' ฉบับแรก ซึ่งมันทำให้ไฮดี้รามากลับมาสู่สายตาของสาธารณชนอีกครั้ง

ถึงแม้ว่าเธอจะมีอายุมากกว่าสามสิบปีแล้วก็ตาม แต่เธอก็ยังอยู่ในใจของผู้คนจำนวนมากที่เป็นเทพธิดาสุดเซ็กซี่ของพวกเขา…

ในทางตรงกันข้ามอนาคตของควีนแห่งฮอลลีวูดเอลิซาเบธเทย์เลอร์นั้นดูมืดมนไปหน่อย…

เพราะเหนือสิ่งอื่นใดเธอยังเป็นแค่ดาราเด็กและไม่มีผลงานที่ดีในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา ทำให้ผู้คนเกือบจะลืมเธอไปแล้ว

เมื่อเข้าไปในสถานที่จัดงาน เทย์เลอร์ก็ดึงแขนเสื้อของฮาร์ดี้และกระซิบข้างหูเขาว่า "คุณฮาร์ดี้ ในอนาคตหนูอยากให้ผู้คนเรียกชื่อหนูบ้าง!"

ฮาร์ดี้ยิ้มเล็กน้อยและกระซิบข้างหูเทย์เลอร์ "ฉันเชื่อว่าเธอสามารถทำได้ และฉันจะช่วยเธอด้วย"

ความหงุดหงิดเล็กๆ น้อยๆ ของเทย์เลอร์ในตอนนี้ก็คลี่คลายด้วยคำพูดของฮาร์ดี้ และก็เปลี่ยนกลับเป็นเอลิซาเบธน้อยที่มีความสุข

….

ด้วยอิทธิพลของฮาร์ดี้…

มันทำให้ที่นั่งของพวกเขาจึงค่อนข้างอยู่ข้างหน้า

ซึ่งถือว่าเป็นตำแหน่งที่ดีและดาราส่วนใหญ่ก็ไม่ได้รับการดูแลแบบนี้

พิธีมอบรางวัลเริ่มขึ้นแล้ว

รางวัลสำหรับภาพยนตร์ 'นักฆ่าเพชรตัดเพชร' ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงทั้งสิ้น 7 รางวัลได้แก่รางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม รางวัลภาพยอดเยี่ยม รางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม รางวัลเพลงยอดเยี่ยม รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม รางวัลถ่ายภาพยอดเยี่ยมและรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

น่าเสียดายที่อีสต์วู้ดและโนแลนต่างก็พลาดรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมและผู้กำกับยอดเยี่ยม แต่ทั้งสองคนก็มีความสุขมากที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์

และในตอนนี้ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมที่ได้รับรางวัลก็คือ 'Golden Age'

รางวัลการถ่ายภาพที่ดีที่สุดและการตัดต่อภาพยนตร์ที่ดีที่สุดก็เป็นของ 'Golden Age' เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม 'นักฆ่าเพชรตัดเพชร' ไม่ได้รางวัลอะไรมากนัก แต่ได้รับรางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมและเพลงต้นฉบับยอดเยี่ยมาแทน

ฮาร์ดี้มาที่เวทีเพื่อรับรางวัลและเขาก็ได้รับการปรบมืออย่างกระตือรือร้น เพราะในตอนนี้เอชดีพิคเจอร์ได้กลายเป็นบริษัทระดับสูงมากในฮอลลีวูด

แถมฮาร์ดี้ยังควบคุมอุตสาหกรรมมากมายหลายที่

ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกสร้างขึ้นในเวลาเพียงสองปี ทำให้ในตอนนี้เขาถือว่าเป็นตำนานของฮอลลีวูด

ต่อมาอวาการ์ดเนอร์ขึ้นเวทีเพื่อรับรางวัล

เธอถือรางวัลไว้ในมือพร้อมกับกล่าวว่า “คนที่ฉันอยากขอบคุณมากที่สุดก็คือคุณฮาร์ดี้ที่ค้นพบและเลี้ยงดูฉัน เพราะไม่อย่างนั้นฉันก็ไม่มีโอกาสที่จะได้มายืนบนเวทีนี้”

หลังจากพูดจบเธอก็เช็ดน้ำตาและพูดด้วยรอยยิ้ม "และฉันก็จะบอกความลับเล็กๆ กับพวกคุณ ที่ทางบริษัทไม่เคยเปิดเผยว่าใครเป็นนักแต่งเพลง 'Scarborough Fair' แต่วันนี้ฉันอยากจะประกาศมันออกมาให้รู้ว่าจริงๆ แล้วมันก็คือคุณฮาร์ดี้ที่แต่งเพลงให้ฉัน!"

ว้าว!

ดาราดังทั้งหลายอุทานออกมา

เกือบทุกคนที่นี่ได้ฟังเพลง 'Scarborough Fair' และพวกเขาก็ชอบเพลงนี้

ซึ่งพวกเขาไม่ได้คาดหวังว่าเพลงที่สวยงามเช่นนี้จะถูกสร้างขึ้นโดยฮาร์ดี้

"แล้วยังมีเสียงผิวปากใน 'นักฆ่าเพชรตัดเพชร' ที่ฉันไม่รู้ว่ามีใครจำมันได้บ้าง เพราะมันคือคุณฮาร์ดี้ที่แต่งมันขึ้นมา"

ว้าว!!

ทุกคนในนี้ประหลาดใจอีกครั้ง

ต้องบอกว่าเขาเป็นถึงบอสใหญ่ของบริษัทเอชดีซีเคียวริตี้ที่ตอนนี้มีมูลค่ามากกว่า 100 ล้านดอลลาร์

และทุกคนก็นึกถึง ‘บาร์บี้’ และ 'เพลย์บอย'

ซึ่งเขาสามารถสร้างสองบริษัทนี้ออกมาได้ แสดงว่าเขามีความสามารถหรือเป็นอัจฉริยะจริงๆ

.......

จะมีการเลี้ยงต้อนรับในตอนท้ายของงานเลี้ยงรางวัล

คนดังหลายร้อยคนเข้าร่วมงาน และฮาร์ดี้ได้พบกับคนดังหลายคนที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน

ซึ่งหลายคนก็เริ่มที่จะทักทายเขาและต้องการที่จะใช้โอกาสนี้ในการได้พบกับคนดังคนใหม่ของฮอลลีวูด

เมื่อเขากำลังกลับไป ฮาร์ดี้ก็รู้สึกเมานิดหน่อยแล้ว

หลังจากส่งเทย์เลอร์และไฮดี้ลามากลับบ้าน ฮาร์ดี้และเอวาก็กลับไปที่บ้านพักของเธอและเอวาก็รอฮาร์ดี้ถอดเสื้อผ้าออกและเอาชุดนอนมาใส่ให้เขาอย่างระมัดระวัง

ก่อนเข้านอนเธอมองไปที่รางวัลสองชิ้นที่อยู่บนหัวเตียง ซึ่งเอวาก็มองดูชายสีทองตัวน้อยด้วยรอยยิ้มที่ภูมิใจ

เพราะความฝันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเธอก็ถือว่าสำเร็จแล้ว

….

เธอตื่นแต่เช้า

เอวาสวมชุดเอี๊ยมและกำลังทำอาหารเช้าให้ฮาร์ดี้ แต่โทรศัพท์ก็ดังขึ้นข้างเตียงและฮาร์ดี้หยิบมันขึ้นมาด้วยความงุนงง

"ผมฮาร์ดี้..."

"ฮาร์ดี้ นี่ไมค์และฉันต้องการให้นายช่วย" เสียงต่ำๆ ของไมค์ คอร์เลโอเนดังมาจากปลายสาย

ฮาร์ดี้ตื่นขึ้นมาทันที "ไมค์ เกิดอะไรขึ้น?" "

"เมื่อวานพ่อของฉันถูกลอบสังหาร มีนักฆ่าสองคนยิงใส่เขามากกว่า 12 นัด ซึ่งพ่อทูนหัวของฉันก็โดนกระสุนไป 5 นัด แต่โชคดีที่เขาไม่ตายทว่าตอนนี้เขายังไม่ได้สติ แล้วฉันก็ไปที่โรงพยาบาลมาเมื่อคืนและก็พบว่ายังมีคนลอบมาทำร้ายเขาอยู่ ทำให้ในตอนนี้มันไม่มีคนที่ไว้ใจได้อยู่รอบๆ ตัวฉัน และฮาร์ดี้นายมาช่วยฉันได้ไหม?" ไมค์กล่าวอย่างเคร่งขรึม

ฮาร์ดี้ตกใจมาก เจ้าพ่อมาเฟียถูกลอบสังหาร?!

เป็นไปได้ไหมที่เรื่องราวของเจ้าพ่อมาเฟียจะเปลี่ยนไปแล้ว

"ไมค์ไม่ต้องห่วง ฉันสัญญาว่าจะไปนิวยอร์กในคืนนี้เพื่อที่จะปกป้องคุณคอร์เลโอเนและเราค่อยพูดคุยเรื่องอื่นๆ เมื่อฉันถึงนิวยอร์กแล้ว!" ฮาร์ดี้กล่าว

"ขอบคุณมาก ฮาร์ดี้"

"ไม่ต้องขอบคุณ เพราะเราทั้งสองเป็นเพื่อนกัน!"

จบบทที่ อาณาจักร ฮาร์ดี้ 1945 ตอนที่ 134 เจ้าพ่อมาเฟียถูกลอบสังหาร

คัดลอกลิงก์แล้ว