เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

อาณาจักร ฮาร์ดี้ 1945 ตอนที่ 103 วอลล์สตรีท?

อาณาจักร ฮาร์ดี้ 1945 ตอนที่ 103 วอลล์สตรีท?

อาณาจักร ฮาร์ดี้ 1945 ตอนที่ 103 วอลล์สตรีท?


ตอนที่ 103 วอลล์สตรีท?

เมื่อนึกย้อนไปที่ภาพยนตร์ 'wolf of Wall Street' ในตอนนั้น ฮาร์ดี้ชื่นชมวิธีการของจอร์แดนมากๆ

พวกเขาส่วนใหญ่เน้นไปที่หุ้นขนาดเล็กและหุ้นของบริษัทมหาชนโดยการประโคมข่าวให้เกินจริง เพื่อที่จะหลอกนักลงทุนรายย่อยให้ซื้อหุ้น

ตัวอย่างก็สิ่งที่เรียกว่า 'ผู้นำการสื่อสารในอนาคตของสหรัฐ' ในภาพยนตร์ที่กำลังประชุมเชิงปฏิบัติการ ที่ไม่ได้ดูดีไปกว่าการแสดงข้างถนนเลยสักนิด

พวกเขาขายหุ้นโดยการปั่นราคาหุ้น ทำให้ดิ่งขึ้นอย่างรวดเร็วจนสร้างความประทับใจและดึงดูดเงินของนักลงทุนให้เข้ามามากขึ้น เมื่อหุ้นไปถึงจุดสูงสุดคนที่ปั่นหุ้นก็จะเริ่มขายและทำกำไรกับมัน และนักลงทุนรายย่อยที่เข้ามาใหม่ที่ซื้อในราคาสูงๆ ก็จะติดดอยในที่สุด

ในความเป็นจริงการทำแบบนี้มันคือการฉ้อโกงทางการเงินดีๆ นี้เอง

หากโดนตรวจสอบโดยหน่วยงานที่กำกับดูแล ก็มีโอกาสที่จะโดนจับเข้าคุกอย่างแน่นอน

ทว่าตอนนี้คือปี 1946 การทำธุรกรรมต่างๆ ยังทำด้วยกระดาษ และโทรศัพท์ในการใช้ติดต่อกัน

มันไม่มีทางที่จะย้อนดูการสื่อสาร รวมถึงบัญชีที่ใช้ทำธุรกรรมเหล่านี้ได้แน่นอน

เนื่องจากข้อจำกัดทางเทคโนโลยี ทำให้หน่วยงานที่กำกับดูแลขาดเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงกฎหมายที่ยังมีช่องโหว่อยู่ถ้าลงมือไม่โจ่งแจ้งเกินไป ยังไงก็ไม่มีใครตรวจสอบได้แน่ๆ

และในสหรัฐอเมริกาปี 1970 ถึง 1980 ก็ยังเป็นเช่นนี้อยู่ ถึงจะอยู่ในยุคปัจจุบันช่องโหว่แบบนี้ก็ยังมีหลงเหลืออยู่เหมือนกัน

ส่วนในศตวรรษข้างหน้าการทำธุรกรรมก็จะถูกควบคุมโดยซูเปอร์คอมพิวเตอร์

ข้อมูลทุกประเภทจะถูกเก็บไว้

มีกฎหมายและข้อบังคับต่างๆ กำกับดูแล

แม้กระทั่งการโทรศัพท์ก็จะได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงาน

แต่บางคนก็ยังปั่นหุ้นหลอกนักลงทุนโง่ๆ เข้ามาได้อยู่ดี

เหมืองแร่วอลช์ในมือของฮาร์ดี้เป็นหุ้นขยะหรือหุ้นขนาดเล็ก และเขายังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อีก

มันจึงง่ายต่อการดำเนินการ

"แอนดี้ฉันจะปล่อยเรื่องนี้ให้นายทำ ส่วนเงินก็สัก 200,000 ดอลลาร์ นายคิดว่ามันจะพอไหม?" ฮาร์ดี้ยิ้ม

"ฮ่าๆๆ พอแน่นอน!"

แอนดี้ขอให้เจ้าหน้าที่ของบริษัทรักษาความปลอดภัยไปเปิดบัญชีเพิ่ม และเขาก็ไม่ได้ใช้อันที่ฮาร์ดี้เคยใช้มาก่อนเพราะมีร่องรอยของการใช้งานอยู่

ทำให้ตอนนี้เขามีบัญชีใหม่ทั้งหมด 60 บัญชี

พร้อมกับเงินสามหรือสี่พันดอลลาร์ที่ถูกใส่ไว้ในแต่ละบัญชี

แอนดี้ไม่ได้รีบร้อนที่จะซื้อหุ้นเนื่องจากมูลค่าปัจจุบันของเหมืองแร่วอลช์นั้นต่ำเกินไป

เป็นไปไม่ได้ที่จะลงทุนไม่กี่ดอลลาร์แล้วหุ้นจะขึ้น

สองวันต่อมา

เหมืองแร่วอลช์ได้เปิดเผยรายได้ประจำไตรมาส

รายงานทางการเงินแสดงให้เห็นว่า

ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา รายได้ของเหมืองแร่วอลช์นั้นเป็นศูนย์และยังมีหนี้เพิ่มขึ้นอีก 110,000 ดอลลาร์ ซึ่งใช้สำหรับค่าจ้างและค่าใช้จ่ายอื่นๆ แล้วเมื่อเอาไปรวมกับหนี้สินของบริษัททำให้ตอนนี้พวกเขามีหนี้ทั้งหมด 346,000 ดอลลาร์

เดิมทีหุ้นของเหมืองแร่วอลช์ก็เป็นขยะอยู่แล้ว มันไม่มีมูลค่าสำหรับการลงทุน ทำให้ราคาหุ้นยังคงอยู่ที่ประมาณ 0.03 ดอลลาร์

ส่วนสาเหตุที่ยังมีผู้ถือหุ้นอยู่ เพราะราคาตอนนี้มันต่ำเกินไป

และผู้คนที่ถือหุ้นก็ยังมีความหวัง ที่ราคาหุ้นจะพุ่งสูงขึ้นอีกสักนิด...

พุ่งขึ้นไปให้สุด

แต่หลังจากที่รายงานทางการเงินออกมา มันก็แสดงให้เห็นว่าบริษัทยังคงเป็นหุ้นขยะอยู่และไม่มีโอกาสที่จะเติบโตเลย

ด้วยการเปิดเผยรายงานทางการเงินของบริษัทครั้งนี้ทำให้นักลงทุนจำนวนมากรู้สึกผิดหวังมากขึ้นในเหมืองแร่วอลช์ เพราะเดิมทีพวกเขาคิดว่าจะซื้อหุ้นราคาต่ำๆ ไม่กี่พันดอลลาร์เพื่อที่จะรอให้หุ้นเติบโต

แต่ก็ไม่คิดว่าเหมืองแร่วอลช์จะเป็นหลุมไม่มีก้นขนาดนี้

"ฉันคิดว่าบริษัทขยะนี้น่าจะถูกเอาออกจากกระดานหุ้นในไม่ช้า ดังนั้นฉันควรจะถอนเงินลงทุนออก ไม่อย่างนั้นฉันคงจะไม่ได้อะไรกลับมาเลยสักบาท"

"ฉันก็จะไม่ถือหุ้นตัวนี้อีกแล้ว ฉันจะขายมัน"

ในขณะที่นักลงทุนสูญเสียความเชื่อมั่นในเหมืองแร่วอลช์อีกครั้ง ราคาหุ้นของเหมืองแร่วอลช์ก็ลดลงจาก 0.03 ดอลลาร์เป็น 0.02 ดอลลาร์และก็มีคำสั่งขายจำนวนมาก

อาจจะเป็นเพราะผู้คนต้องการที่จะถอนตัวออกจากหุ้นขยะนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

ในเวลาเดียวกันแอนดี้ก็เริ่มทำการช้อนหุ้นของเหมืองแร่วอลช์ จากคนที่ขายในราคา 0.02 ดอลลาร์

เขาจะซื้อมันเมื่อมีคนขายออกมา

ด้วยวิธีนี้ราคาหุ้นจึงพุ่งขึ้นอย่างกะทันหันอีก 0.01 ดอลลาร์

อย่างไรก็ตามหลายคนยังคงไม่มองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับอนาคตของบริษัทนี้

หลายคนหัวเราะและพูดว่า "บางทีผู้ถือหุ้นรายใหญ่อาจซื้อเองก็ได้ มันอาจจะเป็นการพยายามครั้งสุดท้าย ฮ่าๆ"

"และเราจะไม่กระโดดลงหลุมนี้อีกแล้ว"

ไม่กี่วันต่อมาราคาหุ้นของเหมืองแร่วอลช์ก็ทรงตัว เหนือสิ่งอื่นใดมูลค่าของมันยังมีน้อย และยังคงมีคนที่เต็มใจที่จะยอมรับมันและหวังว่าจะได้เห็นหุ้นตัวนี้เพิ่มขึ้นสักวันหนึ่ง

ในขณะเดียวกันก็มีบทความวิเคราห์จากหนังสือพิมพ์การเงินออกมา จึงทำให้เหมืองแร่วอลช์ไม่มีความน่าสนใจอีกต่อไป

เหมืองแร่วอลช์มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ซานฟรานซิสโก แทบไม่มีโครงการที่ทำกำไรได้ ยกเว้นสำนักงานใหญ่ที่เดียว

และตอนนี้การลงทุนก็มีแค่ที่เดียวเหมือนกันคือนิวเม็กซิโก แต่ข้อเท็จจริงก็ออกมาแล้วว่าไม่มีเหมืองแร่ที่นั่น

บางคนอาจบอกว่าเหมืองแร่วอลช์อาจถูกบังคับให้ออกจากกระดานหุ้น เมื่อราคาหุ้นต่ำลงไปอีก

ส่วนผู้ถือหุ้นตัวนี้ก็จะสูญเสียเงินของพวกเขาไป

ทำให้คนที่ถือหุ้นของเหมืองแร่วอลช์อยู่ก็ไม่ทนรออีกต่อไป พวกเขาตัดสินใจขายมันอย่างเจ็บปวดใจ

ส่งผลให้ราคาหุ้นของเหมืองแร่วอลช์ลดลงอีกครั้ง แต่กลับมีคำสั่งซื้อจำนวนมากปรากฏขึ้น

ด้วยโอกาสนี้แอนดี้ก็ได้หุ้นมาอยู่ในมือเพิ่ม

ในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์เขาใช้บัญชีหลายสิบบัญชีเพื่อซื้อหุ้นอีก 80% ของคนที่ลงทุนกับเหมืองแร่วอลช์

ทำให้ราคาหุ้นยังคงอยู่ที่ประมาณ 0.03 ดอลลาร์

และเมื่อผู้คนคิดว่าหุ้นของเหมืองแร่วอลช์จะไม่ขึ้นอีกแล้ว โฆษณาตัวหนึ่งก็ปรากฎขึ้นที่นิวยอร์กไทมส์ซึ่งเป็นสื่อที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกา

รูปภาพเป็นขวดแก้วที่สวยงาม เหมือนกับขวดน้ำแร่ยี่ห้อหนึ่ง แต่รูปนี้เป็นลวดลายของภูเขาร็อกกี้และเครื่องหมายการค้าที่ติดอยู่ข้างๆ

'น้ำแร่ร็อคกี้เมาท์เท่น'

"น้ำแร่จากเทือกเขาร็อกกี้ที่มีค่า PH อยู่ที่ 7.3 มันมีความเป็นด่างอ่อนๆ มีรสชาติของธรรมชาติ เกิดขึ้นในธารน้ำแข็งของเทือกเขาร็อกกี้ที่ละลายสะสมกันเป็นเวลาหลายพันปี มันประกอบไปด้วยโพแทสเซียม แคลเซียม โซเดียม แมกนีเซียม กรดเมตาซิลิกและแร่ธาตุอื่นๆ ที่จำเป็นต่อร่างกายของมนุษย์ ยังมีไอออนและธาตุตามธรรมชาติที่บริสุทธิ์ มีรสชาติหวาน มันเป็นน้ำแร่ที่มีคุณภาพสูงที่ดีต่อสุขภาพ และเหมาะสำหรับการดื่มในระยะยาวเพื่อบำรุงร่างกายของคุณ"

"ร็อคกี้เมาน์เทนสปริงชีวิตใหม่ที่ดีต่อสุขภาพ เริ่มต้นด้วยน้ำแร่ร็อคกี้เมาน์เทน!"

"บริษัทของเราได้เปิดตัวเครื่องดื่มสองชนิดคือน้ำแร่และน้ำสปาร์คกลิ้งเพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของคุณ!"

มีโฆษณามากมายในหนังสือพิมพ์ แต่ผู้คนก็ไม่ได้ให้ความสนใจกับมันมากนัก พวกเขาคิดว่าน้ำแร่พวกนี้ราคาคงจะสูง ส่วนไอออน และแร่ธาตุอะไรพวกนี้ยังเป็นคำศัพท์ใหม่สำหรับผู้คนในยุค 1940

ซึ่งมันดูเหมือนกำลังหลอกตัวเอง

ฮานส์เป็นบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์และเขามีงานอดิเรกคือเล่นหุ้น เขาไม่ได้สนใจโฆษณามากนักหลังจากอ่านจบ

แต่ก็ต้องอึ้งเมื่อเห็นชื่อของบริษัทน้ำแร่โดยบังเอิญ

บริษัทน้ำแร่ภูเขาร็อกกี้นั้นมีอยู่ถึงสองชื่อคือบริษัทน้ำแร่เมย์บาว และเหมืองแร่วอลช์

เป็นอย่างนี้ได้ยังไง

ทำไมเหมืองแร่วอลช์จึงได้ทำธุรกิจเกี่ยวกับน้ำแร่?

เมื่อเขาอยากรู้ เขาจึงโทรไปสอบถามเกี่ยวกับแผนกการจัดการพาณิชย์และพบว่าบริษัทน้ำแร่แห่งนี้มีหุ้นอยู่ในเหมืองแร่วอลช์

มีหุ้นอยู่ถึง 20 % ในเหมืองแร่วอลช์ เวลาในการซื้อขายคือเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาก

หลังจากการค้นพบเทือกเขาร็อคกี้และพบแหล่งน้ำ ฮาร์ดี้ก็โทรหาไมค์ เพราะที่ดินนี้เป็นของเขา

ไมค์รู้สึกว่าเขาจะมาใช้ที่นี่เลยไม่ได้ ทั้งสองจึงนั่งคุยกัน

และพวกเขาก็สรุปได้ว่าจะดีกว่าที่จะสร้างแบรนด์แยกอย่างอิสระสำหรับบริษัทน้ำแร่

น้ำแร่ในเทือกเขาร็อกกี้ก็ให้เรียกว่าน้ำแร่จากเทือกเขาร็อกกี้ พวกเขาเลยไปจัดตั้งบริษัทแยกต่างหาก

ฮาร์ดี้และไมค์ต่างก็มีสัดส่วนหุ้น 40% ในขณะที่เหมืองแร่วอลช์ครอบครองที่ดินและน้ำจึงได้ 20% ของหุ้น

หากพบทรัพยากรน้ำแร่ในสถานที่อื่นๆ ในอนาคตจะมีการคำนวณต้นทุนทรัพยากรตามสถานการณ์นั้นๆ

หากบริษัทน้ำแร่ซื้อหุ้นในมือของเหมืองแร่วอลช์ไป ทั้งสองบริษัทก็จะได้คนละ 50%

สัญญาอย่างเป็นทางการจึงถูกนำมาจากนิวยอร์กในไม่กี่วันก่อน หลังจากฮาร์ดี้ลงนามในสัญญามันก็มีผลบังคับใช้ทันที และเขาก็ยกให้แอนดี้ดูแล

ฮานส์ไม่ใช่คนเดียวที่ค้นพบสิ่งนี้ ไม่กี่วันต่อมาหนังสือพิมพ์การเงินฉบับหนึ่งได้รายงานเหตุการณ์นี้

"บนพื้นที่ที่ซื้อโดยเหมืองแร่วอล์ชในนิวเม็กซิโก มันไม่พบสินแร่แต่กลับพบทรัพยากรน้ำคุณภาพสูงจำนวนมาก บริษัทน้ำแร่พบว่าน้ำแร่ที่นี่มีคุณภาพสูงมาก ทั้งสองบริษัทจึงทำข้อตกลงความร่วมมือกับเหมืองแร่วอลช์"

"ในข้อตกลงนี้เหมืองแร่วอลช์จะลงทุนในทรัพยากรที่ดินและแหล่งน้ำ เหมืองแร่วอลช์จึงได้หุ้น 20% ของบริษัทน้ำแร่ ตัวแทนของบริษัทน้ำแร่กล่าวว่าบริษัทน้ำแร่แห่งนี้กำลังเตรียมสร้างโรงงานขนาดใหญ่ที่มีผลผลิตต่อปีถึง 50,000 ตัน (5 ล้านลิตร)"

"ผู้สื่อข่าวคำนวณคร่าวๆ ว่า ถ้าประสิทธิภาพการขายของบริษัทน้ำแร่นั้นดี ด้วยปริมาณการขาย 50,000 ตันต่อปีพวกเขาจะทำกำไรได้ถึงหนึ่งล้านดอลลาร์ กล่าวคือเหมืองแร่วอลช์จะได้ปันผลที่ 200,000 ดอลลาร์ในทุกๆ ปี และก็จะได้ส่วนแบ่งเพิ่มอีกด้วย"

"ก่อนหน้านี้เหมืองแร่วอลช์นั้นเป็นหุ้นขยะที่ขุดไม่ขึ้นอย่างแน่นอน พวกเขาใช้เงินจำนวนมากเพื่อซื้อพื้นที่ขนาดใหญ่ แต่ก็ไม่พบสินแร่ใดๆ ยิ่งการลงทุนของพวกเขาก็ไม่ได้อะไรกลับมา แต่ตอนนี้พวกเขาได้ค้นพบทางเลือกนอกจากสินแร่ ทรัพยากรแหล่งน้ำเหล่านี้จะกลายเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้บริษัทเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง การลงทุนทั้งหมดจะถูกกู้คืนภายในหนึ่งปี และจะได้กำไรนับไม่ถ้วนในปีต่อๆ ไป"

"ตอนนี้เหมืองแร่วอลช์ได้หลุดพ้นจากคำว่าขยะแล้ว"

ทันทีที่รายงานออกมา ผู้คนจำนวนมากก็ให้ความสนใจกับหุ้นเหมืองแร่วอล์ชทันที

"เหมืองแร่วอลช์กลับมาจากความตายแล้ว พวกเขาได้ค้นพบเส้นทางการทำเงินแล้ว มันไม่ได้พบเหมืองทองแดงหรือแร่เหล็ก แต่กลับพบแหล่งน้ำแร่ "

"ครึ่งเดือนที่ผ่าน รายงานทางการเงินของพวกเขายังถือได้ว่าไม่มีรายรับใดๆ และยังมีหนี้สิ้นเพิ่มขึ้นอีก และข่าวนี้จะใช่เรื่องจริงหรือเปล่า?”

"ซึ่งมีคนได้ตรวจสอบแล้ว และสถานการณ์ก็เป็นความจริง"

"แล้วทำไมรายงานรายได้จึงไม่ปรากฏขึ้นก่อนหน้านี้? ฉันมารู้ก็หลังจากที่ฉันขายหุ้นของบริษัทนี้ไปแล้ว มันน่าเกลียดมากจริงๆ"

"สิ่งนี้มันไม่ปกติ แสดงว่ารายงานทางการเงินของบริษัทนั้นเป็นของไตรมาสที่แล้ว และข้อตกลงความร่วมมือนี้ก็คงจะเสร็จขึ้นในภายหลัง หรืออาจจะใช้เวลานานเพราะต้องรอจนกว่าบริษัทน้ำแร่จะมีรายได้ ซึ่งในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมารายได้ของเหมืองแร่วอลช์ยังคงเป็นศูนย์..."

"ฉันเสียใจที่ขายหุ้นของเหมืองแร่วอลช์ไปเมื่อไม่นานนี้ เพราะตอนนี้พวกเขาได้พบเส้นเลือดของการทำเงินแล้ว ทำให้ราคาหุ้นของเหมืองแร่วอลช์คงจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแน่นอน”

"แล้วพวกคุณจะรออะไร? ไปซื้อมันสิ!"

ผู้คนนับไม่ถ้วนเริ่มเข้าสู่ตลาดหุ้น และทำการสั่งซื้อหุ้นของเหมืองแร่วอลช์ แต่พวกเขาก็ค้นพบว่าหุ้นของเหมืองแร่วอลช์นั้นไม่มีบนกระดานหุ้น // เม่า

พวกเขาไม่ได้โง่

เมื่อรู้ว่าหุ้นของเหมืองแร่วอลช์จะพุ่งสูงขึ้น คนที่ถือหุ้นตัวนี้ไว้จะขายมันทำไม?

ซึ่งหุ้นส่วนใหญ่ก็จะอยู่ในมือของแอนดี้ เขานั่งนิ่งๆ อยู่บนยอดดอย แล้วทำไมเขาถึงต้องขายมัน?

มันก็แค่นั้นแหละ

ราคาหุ้นของเหมืองแร่วอลช์เริ่มทะยานขึ้นจาก 0.03 ดอลลาร์ และก็พุ่งขึ้นไปทีละ 0.04 ดอลลาร์ 0.05 ดอลลาร์ 0.06 ดอลลาร์ พูดง่ายๆ คือกำลังเพิ่มขึ้นทีละ 0.01 ดอลลาร์

แค่ไม่กี่วัน

ราคาก็ไต่ขึ้นไปที่ 0.55 ดอลลาร์ต่อหุ้น ในราคานี้ ราคาของหุ้นก็เริ่มสงบลง แต่มันก็ยังเป็นข่าวดีอยู่ถึงแม้จะยังไม่เห็นผลที่เกิดขึ้นก็ตาม เพราะบริษัทน้ำแร่ยังไม่ได้รับการจัดตั้งขึ้น และยังไม่มีผลกำไรที่แท้จริง

ใครจะรู้ว่าจะทำเงินได้มากแค่ไหน?

แต่ถึงอย่างนั้นราคาก็พุ่งสูงขึ้นถึง 18 เท่าจากราคาต่ำสุด

หลายคนจึงกลับมาได้กำไร

เหนือสิ่งอื่นใดยังคงมีหุ้นที่ค้างอยู่ในตลาด และก่อนหน้ายังนี้มีคนที่ซื้อหุ้นของเหมืองแร่วอลช์ที่ราคา 1,000 ดอลลาร์

ทำให้ตอนนี้มันกลายเป็น 18,000 ดอลลาร์ไปแล้ว

แน่นอน

ฮาร์ดี้เป็นคนที่ทำเงินได้มากที่สุด

เขามีหุ้นอยู่ 75% และหุ้นที่จำหน่ายได้แล้ว 80% ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนการถือหุ้น 92.5% ตอนนี้ราคาหุ้นได้พุ่งสูงขึ้น 18 เท่าและมูลค่าหุ้นของเหมืองแร่วอลช์ในมือของเขาก็พุ่งสูงขึ้นถึง 5 ล้านหุ้น

หลังจากอ่านข้อมูล ฮาร์ดี้ก็แสดงรอยยิ้มที่สบายใจบนใบหน้าของเขา มันง่ายมากที่จะทำเงินเพราะแอนดี้ในคือผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินที่เก่งกาจที่สุด

ในชีวิตก่อนหน้านี้ของเขา

เขาได้ยินคำกล่าวว่าเหมืองทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลกไม่มีความสำคัญในวอลล์สตรีท

เพราะวอลล์สตรีทเป็นเหมืองทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลกนั้นเอง

"แอนดี้นายจะขายหุ้น และหมุนเวียนเป็นเงินสดต่อไปหรือไม่?" ฮาร์ดี้ถาม

แอนดี้ส่ายหัว "เหมืองแร่วอลช์ยังคงมีพื้นที่สำหรับการปั่นหุ้นอยู่อีกมาก ถ้าคุณต้องการเงินฉันสามารถช่วยคุณกู้เงินจากธนาคารสำหรับหุ้นที่คุณถืออยู่ได้ มันเป็นเรื่องง่ายที่จะได้สักสองหรือสามล้าน"

"โอเคถ้าอย่างนั้นก็ช่วยฉันยืมเงินมาสัก 1 ล้านก่อนนะ"

จบบทที่ อาณาจักร ฮาร์ดี้ 1945 ตอนที่ 103 วอลล์สตรีท?

คัดลอกลิงก์แล้ว