- หน้าแรก
- อาณาจักร ฮาร์ดี้
- อาณาจักร ฮาร์ดี้ 1945 ตอนที่ 93 ฮัน เยจิน (Han Yejin)
อาณาจักร ฮาร์ดี้ 1945 ตอนที่ 93 ฮัน เยจิน (Han Yejin)
อาณาจักร ฮาร์ดี้ 1945 ตอนที่ 93 ฮัน เยจิน (Han Yejin)
ตอนที่ 93 ฮัน เยจิน (Han Yejin)
ในลอสแอนเจลิสเขาใช้เงินจำนวนมากเพื่อจ้างพนักงาน 2 คนจากแผนกตรวจสอบคุณภาพน้ำและภายใต้การนำทีมสำรวจของโคลัมบัสพวกเขาก็บุกเบิกเข้าไปในนิวเม็กซิโก
แม้ว่าอากาศจะร้อนในเดือนกรกฎาคมแต่ยอดเขาร็อกกี้ก็ยังคงมีหิมะตกอยู่
พวกเขาก้าวขึ้นไปบนโขดหินเพื่อปีนขึ้นไปยังส่วนลึกของภูเขา ซึ่งมีพืชพรรณที่เขียวชอุ่มและอากาศบริสุทธิ์
มันยังเป็นสวรรค์อย่างสมบูรณ์โดยไม่มีมลพิษใดๆ
…
อย่างที่โคลัมบัสบอกทรัพยากรน้ำที่นี่อุดมสมบูรณ์มาก มีหุบเขาและแม่น้ำหลายสาย น้ำก็มีปริมาณมากและมีคุณภาพน้ำที่ดีใสสะอาด
เมื่อดื่มเข้าไปจะมีรสหวานเล็กน้อยในปาก
ผู้ตรวจสอบบอกว่าน้ำมีความเป็นด่างอ่อนๆ จึงทำให้รู้สึกหวานและน้ำที่มีความเป็นด่างอ่อนๆ จะมีประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่า
หลังจากเก็บตัวอย่างน้ำจากแม่น้ำ และตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ทำเครื่องหมายลงไปแล้ว
พวกเขาก็กลับไปยังลอสแอนเจลิสเพื่อทำการตรวจสอบคุณภาพต่อ และได้รายงานการตรวจสอบคุณภาพน้ำในเวลาสองวันให้ฮาร์ดี้
น้ำที่อยู่ตรงนั้นเป็นด่างอ่อนๆ ตามธรรมชาติ มันอยู่บนภูเขามานานหลายพันปีแล้ว
มันประกอบไปด้วยโพแทสเซียม แคลเซียม โซเดียม แมกนีเซียม กรดเมตาซิลิกและแร่ธาตุอื่นๆ ที่จำเป็นต่อร่างกายของมนุษย์ มีความบริสุทธิ์ตามธรรมชาติ และมีรสชาติหวานซึ่งดีต่อสุขภาพ
มันเป็นน้ำแร่ชั้นดีที่เหมาะสมสำหรับร่างกายมนุษย์เมื่อดื่มในระยะยาว
ฮาร์ดี้ยิ้มหลังจากอ่านรายงาน
ตอนแรกเขาคิดว่ามันเป็นที่รกร้างไม่มีค่า แต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่ามีสมบัติที่แท้จริงซ่อนอยู่ที่นั่น
ด้วยน้ำแร่เหล่านี้มันไม่ได้ด้อยไปกว่าการขุดเหมืองทองเลยสักนิด แถมมันยังไม่มีวันหมดอีก
ฮาร์ดี้หยิบโทรศัพท์ออกมาและโทรไปที่นิวยอร์ก และไมค์ก็รับสาย
ฮาร์ดี้ก็บอกไมค์ถึงขั้นตอนทั้งหมด ทำให้ไมค์ประหลาดใจอย่างมาก
"มันยอดเยี่ยมจริงๆ ฮาร์ดี้ และฉันยังมีข่าวดีที่จะบอกนายอีกด้วย ตอนนี้สภาคองเกรสจะมีการยกเลิกห้ามการผลิตรายการทีวีในอนาคตอันใกล้นี้แล้ว" ไมค์กล่าว
นี่ก็ถือเป็นข่าวดีอีกอย่างหนึ่ง
ดูเหมือนว่าเจ้าพ่อมาเฟียจะลงมือช่วยพวกเขา
…
เขาจำเนื้อเรื่องในหนังเรื่องเจ้าพ่อมาเฟียได้
มีนักโทษกลุ่มหนึ่งถูกจับมาจากเกาะซีซิลิและรัฐบาลต้องการส่งพวกเขากลับอิตาลี คนเหล่านี้จึงมาขอร้องเจ้าพ่อมาเฟียให้ช่วย
เจ้าพ่อมาเฟียเลยไปขอให้วุฒิสมาชิกเสนอการเปลี่ยนแปลงกฎหมายและกฎระเบียบของประเทศ เพื่อที่นักโทษเหล่านี้จะได้กลายเป็นชาวอเมริกันได้
ตรงนี้เราจะได้เห็นพลังของเจ้าพ่อมาเฟีย
"ไมค์ เรามาร่วมมือกันทำมันให้ดีเถอะ! และพยายามหารายได้คืนจากการลงทุนให้เร็วที่สุดด้วยกัน" ฮาร์ดี้กล่าว
"ตกลง ฮาร์ดี้!" ไมค์ยิ้ม
ฮาร์ดี้โทรเรียกอดัมส์ผู้จัดการบริษัทเหมืองแร่และโคลัมบัสผู้หัวหน้าทีมสำรวจให้มาหาเขา "ผมต้องการสร้างโรงงานผลิตน้ำแร่บนที่ดินผืนนั้นในนิวเม็กซิโก นายสามารถทำมันได้ไหม? ถ้าพวกคุณทำไม่ได้ผมจะไปหาคนอื่น"
"และถ้าพวกนายสร้างมันได้ดี นายจะได้รับโบนัสก้อนโตจากฉัน"
ทันทีที่ทั้งสองได้ยินเกี่ยวกับโบนัส พวกเขาก็กระตือรือร้นขึ้นทันที "หัวหน้าไม่ต้องห่วงเราทำได้ดีกับทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเหมือง"
เหมือง?
เขาบอกว่าโรงงานน้ำแร่ไม่ใช่หรือ?
โอเค...
มันก็มีคำว่าเหมืองแร่อยู่แหละ
ในความเป็นจริง อดัมส์และโคลัมบัสก็ไม่ได้เลวร้าย
พวกเขาเคยมีประสบการณ์ในการสร้างอุตสาหกรรมเหมืองแร่มาก่อน ทำให้การสร้างโรงงานผลิตน้ำแร่จะทำได้ง่ายกว่าการสร้างอุตสาหกรรมเหมืองแร่มาก
"ดี! ผมจะปล่อยเรื่องนี้ให้กับพวกคุณ และรายงานความคืบหน้าให้กับผมตลอดเวลา" ฮาร์ดี้กล่าว
"ครับ เจ้านาย" ทั้งสองออกไปด้วยรอยยิ้ม
ในที่สุดพวกเขาก็ได้งานทำ
พวกเขาจะไปสบายใจได้ยังไง ถ้าพวกเขาไม่มีงานทำ เพราะนั่นมันหมายความว่าคุณอาจถูกไล่ออกได้ทุกเมื่อ
หลังจากที่อดัมส์และโคลัมบัสออกไป ลูกน้องคนหนึ่งก็เข้ามารายงานกับฮาร์ดี้ว่า "หัวหน้าครับผมเพิ่งได้รับพัสดุจากนิวยอร์ค ที่มาพร้อมกับลายเซ็นต์ของคุณ"
ฮาร์ดี้จำได้ทันทีว่ามันควรจะเป็นชุดของเครื่องลายครามที่เขาซื้อในร้านขายของเก่าในนิวยอร์ก
"ย้ายของพวกนั้นไปที่ห้องเก็บของ" ฮาร์ดี้สั่ง
ก่อนที่ฮาร์ดี้จะซื้อเครื่องลายครามพวกนี้ เขาได้สั่งให้พวกเขาทำห้องเก็บของบนชั้นสามของบริษัทรักษาความปลอดภัยไว้ ทำให้ห้องพักเต็มไปด้วยชั้นวางของและเครื่องลายครามหลายชิ้นก็ถูกวางไว้ข้างบน
และมีเพียงไม่กี่ชั้นที่ดูเหมือนจะยังว่างเปล่า
เมื่อเขามาถึงห้องเก็บของ เขาก็สั่งให้ลูกน้องของเขาแกะกล่องไม้ออกและนำไปวางบนชั้น
เลยทำให้ตอนนี้ชั้นวางของอีกสองชั้นเต็มแล้ว
เขารู้สึกถึงความสำเร็จเล็กน้อย
เพราะเขารักเครื่องลายครามเหล่านี้จากหัวใจของเขา ที่นอกเหนือจากภาพวาดสีน้ำมันและประติมากรรมในยุโรป
ตอนที่เขากลับไปที่ร้านขายของเก่าในลอสแอนเจลิสเขาก็คิดว่ามันก็คงเหมือนๆ กัน
และเขาก็ยังไปซานฟรานซิสโกเพื่อที่จะหาดูของเก่าพวกนี้ แต่ที่นั่นมีคนจีนมากกว่าที่นี่
ทำให้เขาซื้ออะไรกลับมาไม่ได้เลย
…
ฮาร์ดี้คิดถึงผู้หญิงของเขา
เอวายังคงถ่ายทำอยู่ในนิวเม็กซิโก แต่เธอน่าจะกลับมาเร็วๆ นี้เพราะมันผ่านไปสองสัปดาห์แล้ว
และเขาก็ยังไม่ได้เจอกับอลิซาเบ็ธ เทย์เลอร์มาเป็นอาทิตย์แล้ว เขาไม่รู้ว่าเด็กน้อยคนนั้นจะฝึกซ้อมยังไง
ฮาร์ดี้โทรไปที่บ้านเทย์เลอร์
เทย์เลอร์ที่อยู่บ้านเกือบจะกรีดร้องออกมาอย่างตื่นเต้นเมื่อเธอได้ยินเสียงของฮาร์ดี้
"คุณฮาร์ดี้! คุณกลับมาจากนิวยอร์คแล้วเหรอค่ะ"
"ใช่ ฉันกลับมาแล้ว"
"ตอนนี้เธอฝึกไปถึงไหนแล้ว?" ฮาร์ดี้ถาม
"ฉันคิดว่าฉันทำได้ดีขึ้นมาก! แล้วคุณจะมาหาฉันไหม?" เทย์เลอร์ตอบ
เธออยากให้เขาเห็นด้วยตัวเอง
…
ฮาร์ดี้ขับรถไปที่บ้านของเทย์เลอร์ และคุณนายซาร่าห์ที่กำลังเปิดประตูต้อนรับเขาเข้ามา
เมื่อเทย์เลอร์เห็นฮาร์ดี้ เธอก็วิ่งมาพร้อมกับรอยยิ้ม
เธอสวมเสื้อโค้ทแบบสบายๆ และสีหน้าของเธอก็แตกต่างจากตอนที่พบกันครั้งแรกมาก
เธอเคยเป็นเจ้าหญิงแต่ตอนนี้เธอกลายเป็นสาวบ้านๆ ไปแล้ว
ไม่เลว
อย่างน้อยความรู้สึกแบบนั้นก็หายไปแล้ว
ต้องบอกเลยว่าเทย์เลอร์เกิดมาเพื่อเป็นนักแสดงจริงๆ
…
เทย์เลอร์แสดงบทไม่กี่ย่อหน้าให้ฮาร์ดี้ดู ฮาร์ดี้ชี้ไปไม่กี่ที่และเทย์เลอร์ก็พยักหน้าฟังเขาสอน
ตอนนี้เธอชื่นชมฮาร์ดี้อยู่เต็มหัวใจ
เธอรู้สึกว่ามันถูกต้องทุกอย่างที่คุณฮาร์ดี้พูด
หลังจากซ้อมการแสดงจบ ทั้งสามคนก็มานั่งคุยกัน
เมื่อฮาร์ดี้เห็นภาพจิตรกรรมฝาผนังที่แขวนอยู่ในห้องนั่งเล่นของบ้านเทย์เลอร์ เขาก็นึกขึ้นได้ว่าพ่อของเทย์เลอร์เป็นนักธุรกิจที่ขายภาพวาด
บางทีฮาร์ดี้อาจจะซื้อภาพวาดสีน้ำมันในยุโรปจากพ่อของเทย์เลอร์เพื่อเป็นการลงทุนได้
"คุณซาร่าห์ครับ ผมชอบภาพวาดสีน้ำมันนี้มากเลย ผมไม่รู้ว่าภาพวาดที่คุณไทเลอร์มีอยู่ในมือนั้นมีอีกมากแค่ไหน?" ฮาร์ดี้ถาม
"กลายเป็นว่าคุณฮาร์ดี้ก็ชอบภาพวาดเหล่านี้เหมือนกันเหรอค่ะ ถ้าคุณต้องการที่จะซื้อ พวกเราจะไปที่แกลเลอรี่ได้นะคะ แม้ว่าเขาจะไม่มีภาพ แต่เราก็สามารถขอให้ไทเลอร์ซื้อให้คุณได้" คุณนายซาร่าห์ตอบ
ฮาร์ดี้ยินดีอย่างมาก ทั้งสามเลยขับรถไปที่แกลเลอรี่ของคุณไทเลอร์
ขนาดของแกลเลอรี่ไม่เล็กเลย และการตกแต่งก็ดูหรูหรา มันเหมือนกับงานนิทรรศการเล็กๆ ที่ดูสวยงาม
คุณไทเลอร์ทักทายฮาร์ดี้ และฮาร์ดี้ก็พูดว่าเขาต้องการซื้อภาพวาด เขาจึงพาฮาร์ดี้ไปรอบๆ แกลเลอรี่และแนะนำเขาให้รู้จักกับภาพวาดและจิตรกรที่วาดภาพเหล่านั้น
"นี่คือภาพวาดของมัคส์ แอ็นสท์ในสไตล์เซอร์เรียลลิสต์ที่ตอนนี้เป็นที่นิยมมาก"
"นี่คือภาพวาดของฌ็อง ดูบุฟเฟต์ซึ่งเป็นภาพวาดของศิลปะพื้นเมือง"
"นี่คือภาพวาดของแจ็กสัน พอลล็อกเขามักจะชอบแสดงความคิดของเขาด้วยแนวนามธรรม"
"นี่คือภาพวาดของอ็องรี มาติส เขาเป็นที่รู้จักในฐานะจิตรกรยุคเฟาเวสต์คนหนึ่ง และผมก็ชื่นชมผลงานของเขามากกว่า"
คุณไทเลอร์แนะนำพวกเขาทีละคน
แต่มันน่าเสียดาย
ฮาร์ดี้ไม่รู้จักจิตรกรพวกนี้เลย
ในความคิดของเขา
เขาจำจิตรกรชาวยุโรปได้เพียงไม่กี่คน แต่ก็รู้ว่ามีราคาสูงลิ่วเพราะภาพวาดของพวกเขาได้ออกข่าว
"คุณมีภาพวาดของโกลดมอแน แวนโก๊ะ ซีแซน และปิกัสโซ่บ้างไหม" ฮาร์ดี้ถาม
ไทเลอร์มองไปที่ฮาร์ดี้ด้วยความประหลาดใจ เขากะพริบตาและยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน: "ขออภัยคุณฮาร์ดี้ ภาพเหล่านั้นเป็นของปรมาจารย์ที่มีชื่อเสียงทั้งหมด แถมภาพวาดแต่ละภาพของพวกเขายังมีคุณค่ามาก ผมไม่มีภาพเหล่านั้นอยู่ที่นี่เลย"
"แล้วภาพวาดของคุณที่นี่ มีค่าประมาณเท่าไหร่?" ฮาร์ดี้ถาม
"ภาพวาดที่ผมมีที่นี่เป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงศิลปะ และราคาก็จะอยู่ในช่วงสามพันดอลลาร์ถึงสองหมื่นดอลลาร์" ไทเลอร์ตอบ
ฮาร์ดี้ครุ่นคิดอยู่สักพัก
มันก็ราคาไม่ถูกเหมือนกัน
นักลงทุนกับภาพเหล่านี้จะไม่ทราบว่าจิตรกรจะมีชื่อเสียงในอนาคตหรือเปล่า หากพวกเขาไม่มีชื่อเสียง การลงทุนก็จะหายไป แถมเงินที่จะซื้อภาพวาดที่นี่ก็เพียงพอที่จะซื้อเครื่องลายครามได้หลายสิบชิ้น
เขาไม่รู้เรื่องภาพวาดสีน้ำมัน แต่เขารู้ราคาของเครื่องลายครามในอนาคต
เครื่องลายครามที่ทำจากดินเผาจะถูกขายในราคาสูงลิ่วในอนาคตต่อมา
มันจึงไม่มีค่าน้อยกว่าการลงทุนในภาพวาดสีน้ำมันที่มีชื่อเสียง
วันต่อมา
ฮาร์ดี้ขับรถไปตามถนน
เขากำลังจะไปดูว่ามีร้านขายของเก่าในลอสแองเจลิสที่สามารถซื้อเครื่องลายครามของจีนได้ไหม
…
ที่สตูดิโอในฮอลลีวู้ด
นอกจากการถ่ายทำในวันธรรมดาแล้ว สตูดิโอเหล่านี้ยังเปิดให้ประชาชนเข้าชมได้อีกด้วย
หลายคนเดินทางไปที่ฮอลลีวู้ด และก็ถือว่ามันเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยว
มีผู้หญิง 2 คนลงจากรถบัส
"ว้าว เยจินดูสินี่มันโปสเตอร์ของ 'Gone with the Wind' นี่นา" สาวสวยผมสีน้ำตาลชี้ไปที่โปสเตอร์ขนาดใหญ่ที่มีความสูงประมาณสิบเมตรและตะโกนอย่างแปลกใจ
เด็กสาวคนนี้ชื่อเยจินมีใบหน้าแบบเอเชียรูปร่างบอบบาง ผิวขาวดวงตากลมโต พร้อมกับเปล่งประกายด้วยการสวมชุดสีขาวที่เป็นเอกลักษณ์
"อืม ฉันชอบสการ์เล็ตมากเลยล่ะ" เด็กสาวชื่อเยจินพยักหน้า
"แต่ฉันชอบเร็ตต์มากกว่าอ่ะ" เด็กสาวผมน้ำตาลยิ้ม
ทั้งสองจ่ายเงิน 2 ดอลลาร์ในการเดินเข้าไปข้างใน ซึ่งมีทีมงานกำลังถ่ายทำอยู่ที่นี่พร้อมกับที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากอยู่ในระยะไกล
วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์เลยทำให้มีคนมากกว่าปกติ
การปล่อยให้นักท่องเที่ยวเข้ามาในสตูดิโอเพื่อชมการถ่ายทำข้างใน เป็นการหารายได้ดีที่สุดของสตูดิโอ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับบริษัทยักษ์ใหญ่บางแห่งเช่น ยูนิเวอร์แซลสตูดิโอส์ เอ็มจีเอ็ม วอร์เนอร์บราเธอส์
พวกนายทุนเหล่านี้จะไม่ปล่อยให้ทุกสถานที่ที่สามารถทำเงินได้หลุดลอยไปอย่างแน่นอน
"น่าเสียดายที่ไม่มีดาราดังในทีมนี้ ฉันเลยอดลายเซ็นของดาราที่ฉันชอบเลย" เด็กสาวผมน้ำตาลพูดด้วยความเศร้า
"ทั้งหมดนี้ก็สนุกอยู่นะ" หญิงสาวที่ชื่อเยจินกล่าว
ทั้งสองดูทีมงานภาพยนตร์ในชุดนี้สักพักจากนั้นก็เดินไปดูชุดอื่น และในที่สุดในทีมที่สามเด็กสาวผมสีน้ำตาลก็เห็นดาราชายนักแสดงหนุ่มหล่อที่เธอชื่อชอบ
เธอรีบวิ่งอย่างตื่นเต้นเพื่อไปขอลายเซ็น
เวลาเที่ยง
ทั้งสองคนกำลังกินอะไรบางอย่างในร้านอาหารเล็กๆ ข้างถนน
"ฉันไปเที่ยวกับเธอในตอนเช้าแล้ว และมันถึงเวลาที่เธอจะตามฉันไปในตอนบ่ายบ้างแล้วนะ" เด็กผู้หญิงที่ชื่อเยจินกล่าว
"เธอต้องการไปที่ร้านขายของเก่าพวกนั้นอีกครั้งใช่ไหม? แต่ร้านพวกนั้นมันมีประโยชน์อะไรอ่ะ?" สาวผมน้ำตาลทำหน้าบึ้ง
"ก็ฉันชอบมันน่ะสิ ก่อนที่ฉันจะมาหาเธอพวกเราก็ตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าพวกเราจะแบ่งเวลากันใช่ไหมอิริน่า?"
อิริน่าขมวดริมฝีปาก “โอเค! งั้นบ่ายนี้ฉันจะฟังเธอนะ”
หลังจากกินอาหารกลางวัน
ทั้งสองคนเดินเข้าไปในถนนสายการค้า ซึ่งมีผู้คนมากมายที่เข้ามาและออกไป เมื่อทั้งสองคนเดินไปข้างหน้า
ก็มีชายคนหนึ่งเดินตามไปข้างหลัง
ชายคนนั้นสวมชุดสูทรัดรูปและมีตุ่มเตี้ยๆ อยู่ที่คาง เขาดูสกปรกอย่างมาก
เขาเดินตามหญิงสาวผมสีน้ำตาลและก็ยื่นมือออกไปล้วงกระเป๋าของอิริน่า
อิริน่าดูเหมือนจะรู้สึกอะไรบางอย่าง และเมื่อเธอมองหันหลังกลับไป
เธอก็พบว่าชายที่ดูสกปรกกำลังเอื้อมมือเข้าไปในกระเป๋าของเธอ
"อ๊าา"
อิริน่าอดไม่ได้ที่จะกรีดร้องออกมา
ทันทีที่ชายคนนั้นเห็นว่าพฤติกรรมของเขาถูกเปิดเผย เขาก็ไม่รอช้าอีกต่อไป
เขายื่นมือออกไปคว้ากระเป๋าถือของอิริน่า
อิริน่าจับมือแน่นโดยไม่รู้ตัวและทั้งสองก็ดึงยื้อเข้าหากัน
"นังตัวเหม็นปล่อยฉัน ไม่งั้นฉันจะกระทืบแกให้ตาย!"
ด้วยสายตาที่ดุดันของเขา ชายคนนั้นก็เอื้อมมือเข้าไปในเสื้อและหยิบมีดออกมาแทงอิริน่าอย่างรวดเร็ว
"อ๊า!"
อิริน่ากลัวมาก เธอทำได้แค่กรีดร้องและลืมที่จะปล่อยกระเป๋าออกไป
เพียงแต่ตอนที่มีดกำลังจะแทงผู้หญิงคนนั้น
ผู้หญิงที่อยู่ข้างๆ เธอก็ยื่นขาออกมาภายใต้ชุดสีขาว
ด้วยขาที่ยกสูงขึ้น เธอเตะลงไปที่ข้อมือของโจรด้วยปลายเท้าของเธออย่างแม่นยำ
วู้บบ!
ข้อมือของโจรรู้สึกเจ็บและมีดก็ปลิวออกไป
โจรผงะไปครู่หนึ่งจากนั้นมันก็เริ่มหงุดหงิดเล็กน้อย
มันปล่อยมือที่ถือกระเป๋าอยู่ กำหมัดแน่นและต่อยไปที่หญิงสาวในชุดกระโปรงอย่างดุเดือด
สายตาแห่งความเฉียบคมฉายในดวงตาของหญิงสาว
เธอเอนไปด้านหลังเล็กน้อย และก็เตะออกมาอีกครั้ง
การเตะครั้งนี้สามารถอธิบายได้ว่าโหดเหี้ยม เธอเตะเข้าที่คางของโจรด้วยส้นเท้าของเธอและโจรก็บินออกมาด้วยแรงเหวี่ยงพร้อมกับล้มลงกับพื้น
ใบหน้าของผู้คนที่อยู่รอบๆ ที่เห็นเหตุการณ์นี้เต็มไปด้วยความประหลาดใจ
พวกเขาไม่คาดคิดว่าเด็กสาวที่ดูอ่อนแอ จะสามารถระเบิดพลังออกมาได้ขนาดนี้ แถมยังเตะผู้ชายตัวใหญ่ๆ ลอยขึ้นไปในอากาศได้อีก
พวกเขาไม่เข้าใจว่าเธอเอาความแข็งแกร่งมาจากไหน
โจรลุกขึ้นมาจากพื้นจ้องมองไปที่เด็กสาวอย่างดุเดือด ในขณะที่จับคางด้วยความเจ็บปวด จากนั้นมันก็หันหลังและวิ่งเข้าไปในซอยหายไปอย่างรวดเร็ว
โจรได้หายไปพร้อมกับอิริน่าที่หันหัวไปมองเพื่อนผู้หญิงของเธอด้วยความประหลาดใจ
“ฮัน เยจินเธอสุดยอดมากเลย! ฉันอาศัยอยู่ในหอพักเดียวกันกับเธอเป็นเวลาสองปี และฉันก็ไม่รู้เลยว่าเธอทำแบบนี้ได้ด้วย!”
หญิงสาวปัดฝุ่นบนชุดของเธอ และยิ้มให้อิริน่า "เธอไม่ได้ยั่วยุฉัน ทำไมฉันจะต้องแสดงกังฟูให้เธอดูล่ะ"
อิริน่าอ้าปากกว้าง
"แล้วถ้าฉันยั่วยุเธอ เธอจะเตะฉันเหมือนเมื่อกี้ไหม? แค่เตะครั้งเดียวเขาก็ลอยไปเลย มันดูอันตรายมากเลยรู้ไหม!"
อิริน่าแสดงสีหน้าหวาดกลัวต่อหญิงสาวตัวเล็กๆ ตรงหน้า
"ในวันธรรมดาเธอดูเหมือนจะทำตัวเงียบๆ แต่ตอนนี้เหมือนมีทหารหญิงคนหนึ่งอยู่ในร่างกายของเธอเลย มันทำให้ฉันตกใจมาก เมื่อกี้เธอดูกล้าหาญมาก แต่ตอนนี้เธอกลับสู่สภาพปกติแล้ว แล้วตัวตนแบบไหนที่เป็นเหรอ?"
ตอนที่อิริน่าพูดเธอยังคงเดินไปรอบๆ เพื่อนร่วมห้องของเธอและหวังว่าจะได้เห็นอีกตัวตนของเยจิน
"งั้นก็อย่าเล่นกับความลับของฉันเลย เราไปที่ร้านขายของเก่ากันเถอะ" ฮัน เยจินคว้าตัวอิริน่าที่กำลังหมุนเป็นวงกลม
คนหนุ่มสาวลืมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ได้ไวมาก แถมทั้งสองคนก็ลืมไปแล้วว่ากำลังไม่พอใจอะไร
พวกเธอจึงออกเดินทางกันต่อ
......