- หน้าแรก
- เซอร์ไววัลทางหลวงคลั่ง ยัยตัวร้ายสายปาด ผงาดขึ้นแรงค์หนึ่ง
- บทที่ 17 ความสบายใจ
บทที่ 17 ความสบายใจ
บทที่ 17 ความสบายใจ
“ขอโทษทีที่ตอบช้า ฉันเพิ่งออกมาจากดันเจี้ยน แขนขาเดี้ยง หัวแตก ดวงซวยสุดๆ ไม่ได้ยารักษาเลย ฝนก็ตกหนักจนคลานไปไหนไม่ได้ ฉันเสียใจจริงๆ ที่เข้ามาเล่นเกมนี้... บางทีผู้ชนะในอนาคตอาจจะช่วยพาฉันกลับโลกมนุษย์ได้... ดันเจี้ยนระดับทองแดง ‘เมืองแห่งฝันร้าย’ ต้องฆ่าศัตรูต่อเนื่องถึงจะเคลียร์ได้ พยายามอัปเลเวลกันให้เต็มที่นะ มันช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งส่วนบุคคลได้...”
ทันทีที่ข้อความนี้ปรากฏบนช่องโลก ช่องสื่อสารในทุกจุดพักรถก็แทบระเบิด
— ฉันรู้ว่าเธอกำลังจะตาย แต่อย่าเพิ่งตายสิ! อธิบายให้ละเอียดกว่านี้หน่อย!
— โลกบ้าๆ นี่ทำลายคนไปตั้งเท่าไหร่แล้ว
— แข็งใจไว้ เธอต้องไม่เป็นไรแน่! ขนาดดันเจี้ยนระดับทองแดงยังเคลียร์ได้ มีอะไรที่เธอทำไม่ได้อีก!
— เชี่ย เพิ่งสังเกตว่าเป็นดันเจี้ยนระดับทองแดง เลเวลต่ำกว่า 10 เข้าไม่ได้ไม่ใช่เหรอ! หรือว่าคนซวยคนนี้หลุดเข้าไปในดันเจี้ยนตั้งแต่เริ่มเกม แล้วพอดันเจี้ยนเปิดก็เลยติดอยู่ข้างใน?!
— ขนาดดันเจี้ยนทั่วไปฉันยังไม่ผ่านเลย หลอนจนเป็น PTSD นึกไม่ออกเลยว่าดันเจี้ยนระดับทองแดงจะเจออะไรบ้าง
— รีบไปที่จุดพักรถสิ! ในจุดพักรถมีสถานีพยาบาลนะ!
— การจะขอเข้าจุดพักรถต้องเดินทางให้ครบหนึ่งร้อยกิโลเมตรถึงจะได้สิทธิ์หนึ่งครั้ง ดูสภาพคนนี้แล้วน่าจะไม่ได้รถมา แถมติดอยู่ในดันเจี้ยนตั้งสามวัน จะไปเอาระยะทางร้อยกิโลฯ มาจากไหน!
......
เมื่อเห็นข้อความเหล่านี้ เซี่ยซานฝูผู้เดินทางไปได้แค่ 32 กิโลเมตรก็รู้สึกหดหู่ขึ้นมาทันที เธอเห็นทิศทางการสนทนาเปลี่ยนไปแล้ว จึงปิดช่องสื่อสารลง
เธอเลเวลนำห่างอันดับสองอยู่ถึง 5 เลเวล การพูดถึงเธอมักแฝงไปด้วยความรู้สึกเป็นปฏิปักษ์ ราวกับว่าในเมื่อเธอเก่งขนาดนี้ ก็ต้องออกมาช่วยเหลือสังคมสิ
แต่ในความเป็นจริง ประสบการณ์ของเธอเกิดจากสถานการณ์พิเศษในช่วงคุ้มครองมือใหม่บวกกับเหตุบังเอิญมากมาย โอกาสที่จะทำซ้ำได้แทบเป็นศูนย์ ต่อให้บอกไปก็ไม่มีใครเชื่อ เว้นแต่จะแต่งเป็นนิยาย
เส้นทางสู่ความสำเร็จของยอดฝีมือในชาติก่อนล้วนอยู่ในหัวข้า ชาตินี้ ข้าพญามังกรได้หวนคืน ไม่เพียงแต่เรียนรู้วิธีจุดไฟด้วยมือเปล่าล่วงหน้า เผาผลาญโชติช่วงภายในยี่สิบนาทีแรก แต่ยังกำความลับสุดยอดไว้สองเรื่อง เรื่องแรกคือรวบรวมถุงโชคดีและกล่องสุ่มครบสิบจะอัญเชิญเทพมังกรได้ เรื่องที่สองคือพิกัดรังของปีศาจราตรี
ครั้งนี้ ข้าจะก้าวนำทุกคน ไม่ลังเลที่จะฆ่าฟัน คว้าเลเวล 10 คนแรก ทิ้งวิถีแห่งความระมัดระวัง แล้วเปิดเผยอันดับต่อสาธารณะ เพื่อกระตุ้นบอร์ดจัดอันดับชื่อเสียงเป็นคนแรก และคว้าป้ายคำสั่งสร้างกิลด์ทองคำหายากมาครอง!
ชาตินี้ ใครจะหยุดข้า ท่านจ้าวพญามังกรได้!
เซี่ยซานฝูสลัดความคิดเพ้อเจ้อทิ้งไป ไม่ว่าจะยังไง นี่คือดันเจี้ยนระดับทองแดงที่เข้าได้เฉพาะเลเวล 10 ขึ้นไป มันยังไกลตัวพวกเขามาก
พวกเขาแค่กระตือรือร้นที่จะหาที่ระบายความอัดอั้น หรือไม่ก็หวังว่าจะมีพระเจ้ามาโปรด
พอเธอแกล้งทำตัวน่าสมเพช ทุกคนก็โล่งใจ
อย่างไรก็ตาม เธอมีสภาพน่าสมเพชจริงๆ ถ้าปล่อยอาการบาดเจ็บเรื้อรังต่อไป เธออาจพิการตลอดชีวิต เธอยังหาชื่อพ่อแม่ในจุดพักรถไม่เจอ ดังนั้นตอนนี้ การไม่มีข่าวคือข่าวดีที่สุด
เธอไม่อยากตามหาคนอื่น ความสามารถเธอมีจำกัด ดูแลไม่ไหวหรอก
เซี่ยซานฝูนอนแผ่บนเตียงพับ ทบทวนประสบการณ์ตลอดสี่วันที่ผ่านมา และต้องยอมรับว่าความสำเร็จของเธอส่วนใหญ่มาจากความบังเอิญ
ถ้าไม่ได้เริ่มเกมในเขตดันเจี้ยนระดับทองแดง เธอคงไม่เจอมอนสเตอร์เยอะขนาดนี้
ถ้าจุดไฟไม่ติด เธออาจไม่มีความกล้าพอที่จะบุกเข้าไปในที่มืดพวกนั้น
ถ้าไม่ได้บ้าคลั่งเรื่องอัปเลเวล เธอคงเสียสติไปแล้วที่ต้องฆ่าสัตว์ประหลาดรูปร่างมนุษย์มากมายขนาดนั้น
ถ้าไม่จัดการปีศาจราตรีระดับสูงก่อนเพื่อเพิ่มค่าสถานะ เธอคงต้านทานฝูงปีศาจราตรีคลุ้มคลั่งในภายหลังไม่ไหว
ถ้าไม่ได้กังวลว่าถุงโชคดีและกล่องสุ่มทักษะอาจให้เบาะแสทรัพยากรที่เหมาะกับเธอ แล้วดองไว้รอค่าการพัฒนาเพิ่มขึ้น เธอจะไปได้ "หัตถ์เทวะ" กับ "สมาธิไท่ซู" ได้ยังไง—สองอย่างนี้เรียกได้ว่าเป็นกุญแจสำคัญในการรอดชีวิตของเธอเลย
เธอไม่รู้ว่าผู้เล่นคนอื่นได้เปิดรางวัลใหญ่ลึกลับหรือกล่องสุ่มเคล็ดวิชาลับบ้างหรือเปล่า แต่ต่อให้เปิดได้ ก็คงไม่เหมือนของเธอ แถมเคล็ดวิชาลับยังใช้ทันทีไม่ได้ เธอได้แต่ภาวนาให้รางวัลใหญ่ของพวกเขาทรงพลังพอ
ดูจากผลลัพธ์การเคลียร์ดันเจี้ยน อาจจะยังไม่ดีพอก็ได้
ในทางกลับกัน "หัตถ์เทวะ" ที่เธอได้มาต้องใช้พลังชีวิตแลกเปลี่ยน ถ้าเธอไม่เน้นเทแต้มคุณสมบัติอิสระทั้งหมดลงไปที่การพัฒนาร่างกายจนได้พลังกาย 1 ดาว เธอคงใช้อุปกรณ์ชิ้นนี้ไม่ได้ อย่าว่าแต่จะยื้อจนราชาปีศาจราตรีโผล่หัวออกมาเลย
เซี่ยซานฝูยอมรับว่ามีปัจจัยเรื่องดวง แต่เธอก็ไม่ปฏิเสธการตัดสินใจ วิสัยทัศน์ และความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของตัวเอง
ปัจจัยที่ควบคุมยากที่สุดคือพลังการต่อสู้ หลังจากสู้กับราชาปีศาจราตรี ร่างกายเธออ่อนล้าถึงขีดสุด การที่ยังต้านทานคลื่นปีศาจราตรีระลอกหลังได้นั้นเกินความคาดหมายของเธอไปมาก
คำว่า "พื้นที่สมอง" และ "เจตจำนง" วนเวียนอยู่ในหัวของเซี่ยซานฝู
ถ้าจะให้พูด ก็คงเพราะเธอระเบิด "เจตจำนง" ที่แข็งแกร่งสุดขีดออกมาในวินาทีนั้น แข็งแกร่งจนใช้มือข้างเดียวกับกระบองเขี้ยวหมาป่าไล่ทุบปีศาจราตรีคลุ้มคลั่งนับร้อยจนตายเรียบ
แต่เจตจำนงแบบไหนกันที่จะสร้างปาฏิหาริย์เช่นนั้นได้?
เธอรู้สึกว่า "เจตจำนง" ในการดิ้นรนเอาชีวิตรอดของเธอ ได้ก้าวข้ามความหมายเชิงนามธรรมและกลายเป็นพลังที่เป็นรูปธรรม ซึ่งก็คือสิ่งที่ระบบแจ้งเตือนว่าเป็นการปลุกพลังพิเศษ: เจตจำนง
เซี่ยซานฝูอธิบายการมีอยู่ของมันไม่ถูก เธอสันนิษฐานว่าสภาวะเกือบสลบหรือเกือบพังทลายหลายครั้งที่เธอฝืนทนผ่านมาได้ คือการแสดงออกของเจตจำนง
แต่ทำไมพลังแบบนี้ถึงตื่นขึ้นมาได้?
ในโลกความเป็นจริงมีคนยอมตายไม่ยอมจำนนถมเถไป ทำไมไม่เคยได้ยินว่ามีใครปลุกพลังแบบนี้ได้เลย?
ความเปลี่ยนแปลงในตัวเธอ อย่างแรกคือการพัฒนาร่างกาย อีกอย่างคือการพัฒนาพื้นที่สมอง
สมองเป็นศูนย์สั่งการประสาทขั้นสูง ควบคุมการเคลื่อนไหว สร้างความรู้สึก และทำหน้าที่ขั้นสูงอื่นๆ การเคลื่อนไหวของร่างกาย ความคิด เจตจำนง สติสัมปชัญญะ และพลังจิต ล้วนแยกออกจากสมองไม่ได้
ค่าการพัฒนาสมองเดิมของเธอคือ 8 ซึ่งระบบประเมินว่ายอดเยี่ยมแบบคาบเส้น ตอนต้านทานคลื่นปีศาจราตรี มันเพิ่มขึ้นเป็น 15 แต้ม
นี่หมายความว่าหลังจากค่าการพัฒนาสมองถึง 15 แต้ม พลังของสมองจะมีโอกาสส่งผลต่อร่างกายจริงๆ งั้นเหรอ?
และพอนึกย้อนกลับไป ความจำ ปฏิกิริยาตอบโต้ และการรับรู้ของเธอ เหมือนจะดีขึ้นทีละนิด
โดยเฉพาะหลังจากแตะ 15 แต้ม ความทรงจำที่ลืมเลือนไปหลายอย่างก็ค่อยๆ ชัดเจนขึ้น จังหวะการหลบหลีกอันตรายหลายครั้ง เธอยังไม่อยากเชื่อเลยว่าตัวเองทำได้
ยิ่งคิด เซี่ยซานฝูก็ยิ่งตาสว่าง นอนไม่หลับเลยลุกขึ้นมาจัดระเบียบเสบียงซะเลย
หีบสมบัติทองแดงสี่ใบที่ดรอปมา เปิดได้ของสี่อย่าง
การ์ด 【ตาข่ายล่าสังหาร】: สามารถจับสิ่งมีชีวิตเลเวลต่ำกว่า 15 ขนาดปรับได้ คุณภาพยอดเยี่ยม จำกัดการใช้ 3 ครั้งทุก 24 ชั่วโมง
การ์ด 【แกะรอยกลิ่น】: ขยายประสาทสัมผัสการรับกลิ่นชั่วคราว สะดวกในการติดตามเหยื่อ ใช้งานได้ครั้งละ 10 นาที คูลดาวน์ 24 ชั่วโมง
ตะเกียงเพลิงตะวัน: แสงที่ปล่อยออกมามีผลเผาไหม้ต่อเผ่าพันธุ์จากห้วงลึกที่เลเวลต่ำกว่า 15 ต้องใช้น้ำมันตะเกียง
น้ำมันตะเกียงเพลิงตะวัน: 1 ลิตร คาดว่าจะจุดได้นาน 12 ชั่วโมง
คำศัพท์ที่ไม่คุ้นเคยอย่าง "เผ่าพันธุ์จากห้วงลึก" ทำให้เธอใจเต้นรัว สรุปแล้วปีศาจราตรีนับเป็นเผ่าพันธุ์จากห้วงลึกด้วยสินะ?
แล้วในอนาคตจะมีเผ่าพันธุ์จากห้วงลึกชนิดอื่นโผล่มาอีกไหม?
มาดูเสบียงอื่นบ้าง—
รางวัลภารกิจเมืองแห่งฝันร้าย: +3000 คะแนน, +1 การ์ดสุ่ม, +1 สารเสริมสมรรถภาพทางกายระดับทองแดง
รางวัล First Kill ดันเจี้ยนเมืองแห่งฝันร้าย: +1000 คะแนน, +1 การ์ดคุณภาพเงิน 【บ้าคลั่ง】, +1 การ์ดคุณภาพทองแดง 【มองกลางคืน】
รางวัลเคลียร์ดันเจี้ยนระดับทองแดงคนแรกของเซิร์ฟเวอร์: วงล้อเสี่ยงโชค
วงล้อเสี่ยงโชคมีเก้าช่อง: ขวดระบบนิเวศ, การ์ดอัปเกรดคุณภาพทองแดง เงิน และทอง, ถุงโชคดีลึกลับ, กล่องเสบียง, กล่องปฐมพยาบาล, ป้ายคำสั่งสร้างกิลด์, กล่องสุ่มทักษะ
ถุงโชคดีลึกลับและกล่องสุ่มทักษะที่หายไปจากรางวัลเลื่อนระดับ ดันมาโผล่อยู่ในวงล้อเสี่ยงโชคนี่เอง!
และป้ายคำสั่งสร้างกิลด์นั่น หมายความว่าจะมีระบบการต่อสู้แบบกลุ่มเกิดขึ้นใช่ไหม?
เซี่ยซานฝูแกล้งทำเป็นไม่สนใจ แล้วอาศัยจังหวะที่วงล้อเสี่ยงโชคเผลอ รีบเอานิ้วจิ้มลงไปทันที
เข็มชี้ค่อยๆ หยุดลงที่ "การ์ดอัปเกรดคุณภาพทอง" ซึ่งสามารถอัปเกรดการ์ดอุปกรณ์ใดๆ ให้เป็นระดับทองได้ทันที!
เซี่ยซานฝูค่อนข้างพอใจ แล้วดูรางวัลถัดไปต่อ
รางวัลเคลียร์ดันเจี้ยนคนแรกของเซิร์ฟเวอร์: การ์ดคุณภาพทอง 【หนังสือแห่งคำตอบ】
เซี่ยซานฝูที่นอนซมอยู่รีบลุกพรวดขึ้นมาทันที กดรับรางวัลเคลียร์คนแรกของเซิร์ฟเวอร์
ไอ้ 【หนังสือแห่งคำตอบ】 นี่มันตอบได้ทุกเรื่องจริงดิ?
การ์ดโลหะร่วงลงมาในมือเธอ ด้านหน้าเป็นรูปหนังสือปิดอยู่ ด้านหลังเป็นลวดลายสีทองวิจิตร หมายเหตุ: การ์ดใช้แล้วทิ้ง จำกัดคำถามสามข้อ
เซี่ยซานฝูเปิดใช้งานการ์ด: “ถ้ามนุษย์ดาวเคราะห์สีน้ำเงินเคลียร์เกมได้ คนตายจะฟื้นคืนชีพได้จริงเหรอ?”
【สิทธิ์ไม่เพียงพอ ไม่สามารถให้คำตอบได้】
เซี่ยซานฝูไม่ยอมแพ้: “จักรวรรดิกาแล็กซีต้องการอะไรจากดาวเคราะห์สีน้ำเงิน?”
【กรุณาถามคำถามที่เกี่ยวข้องกับเกม】
“......” เซี่ยซานฝูสูดหายใจเข้าลึกๆ “ทำยังไงถึงจะเคลียร์เกมได้?”
【ผู้เหนือสามัญ】
เซี่ยซานฝูเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม ตอบมาแค่สั้นๆ เนี่ยนะ? “ทำยังไงถึงจะเป็นผู้เหนือสามัญได้?”
【อมตะ】
เจริญพร เจริญพร แน่นอนสิ ถ้าเป็นอมตะก็ต้องเคลียร์เกมได้อยู่แล้ว นี่เอ็งกวนประสาทข้าใช่มั้ยเนี่ย!
สไตล์กวนโอ๊ยแบบนี้ สมกับเป็นหนังสือแห่งคำตอบจริงๆ