- หน้าแรก
- เซอร์ไววัลทางหลวงคลั่ง ยัยตัวร้ายสายปาด ผงาดขึ้นแรงค์หนึ่ง
- บทที่ 11 ไฟฉายดัดแปลง
บทที่ 11 ไฟฉายดัดแปลง
บทที่ 11 ไฟฉายดัดแปลง
เซี่ยซานฝูกดรับอุปกรณ์ระดับมหากาพย์ "หัตถ์เทวะ" หัตถ์เทวะเป็นถุงมือไหมสีทองบางเบาราวกับปีกจักจั่น หลังจากสวมใส่ที่มือซ้าย อุปกรณ์ชิ้นนี้ก็หายวับไปราวกับซึมเข้าสู่ผิวหนัง ไร้ร่องรอยการคงอยู่
ในขณะเดียวกัน เธอก็เห็นข้อมูลของหัตถ์เทวะ: การใช้งานหัตถ์เทวะไม่ต้องใช้คะแนน แต่จะผลาญพลังชีวิตของผู้ใช้แทน
ฟังดูไม่ใช่เรื่องดีเลยแฮะ
เซี่ยซานฝูเปลี่ยนไฟฉายมาถือด้วยมือซ้าย แล้วเพ่งสมาธิตั้งจิตอธิษฐานขอให้คุณภาพของมันดีขึ้น ทันใดนั้น มือซ้ายของเธอก็เปล่งแสงสีทองห่อหุ้มไฟฉายไว้ หนึ่งนาทีต่อมา แสงก็จางหายไป
ประกาศจากระบบ: อุปกรณ์ระดับทั่วไป ไฟฉายแรงสูง ได้รับการอัปเกรดเป็นอุปกรณ์ระดับทองแดง กระตุ้นโอกาสในการดัดแปลงครั้งใหญ่ ลำแสงเลเซอร์สีเขียวถูกดัดแปลงแบบก้าวกระโดดกลายเป็นตาข่ายเลเซอร์พลังงานสูง ตาข่ายเลเซอร์สามารถใช้งานได้เพียง 30 นาที
ไฟฉายที่เดิมยาวเท่าฝ่ามือ ยืดขยายออกไปอีกส่วนหนึ่ง และมีปุ่มปรับตั้งค่าใหม่เพิ่มขึ้นมาหลายปุ่ม
ไฟสูง, ไฟต่ำ, ไฟกะพริบ, ตาข่ายเลเซอร์
เซี่ยซานฝูเปิดไฟสูง ทันใดนั้นพื้นที่ทั้งหมดก็สว่างจ้าเหมือนกลางวัน
ไฟต่ำก็คล้ายกับแสงไฟฉายปกติ
พอลองเปิดไฟกะพริบ เธอรู้สึกตาแทบบอด รีบคว้าแว่นตากลางคืนมาใส่
ถึงแว่นตากลางคืนจะหมดประโยชน์ไปแล้ว แต่เลนส์สีแดงอ่อนของมันก็พอจะใช้แทนแว่นกันแดดได้อยู่
ข้างๆ ปุ่มตั้งค่ามีเฟืองเลื่อนที่สามารถควบคุมขนาดของพื้นที่ส่องสว่างได้
เซี่ยซานฝูเริ่มมีความคิดบางอย่างผุดขึ้นมา แต่จู่ๆ ความอ่อนเพลียอย่างหนักก็ถาโถมเข้าใส่ร่างกาย
ชั่วขณะหนึ่ง เธอแยกไม่ออกว่านี่คือความเหนื่อยล้าจากการตรากตรำมาทั้งวัน หรือเป็นเพราะการสูญเสียพลังชีวิตที่ว่านั่นกันแน่
เธอไม่ได้วางแผนจะอยู่ที่ฐานทัพฝูซานนาน เสบียงส่วนใหญ่จึงทิ้งไว้ข้างนอก ตอนนี้เหลือแค่มันเทศเผาหนึ่งหัวกับแอปเปิลอีกหนึ่งผล
เซี่ยซานฝูเสียใจสุดๆ ถ้ารู้ว่าเป็นดันเจี้ยนและออกไปไม่ได้ เธอคงขนทุกอย่างเข้ามาหมดแล้ว
ปากเธอแห้งผากจนกลืนอะไรไม่ลง เธอหักแอปเปิลครึ่งลูกมากัดกินเพื่อดับกระหาย แล้วตามด้วยมันเทศ
แม้จะเป็นคนเป็นเพียงคนเดียว แต่ฐานทัพทั้งฐานกลับดูเหมือนมีชีวิตชีวาขึ้นมา มีเสียงเดินและเสียงวิ่งดังมาจากทุกทิศทาง เสียงคำรามดังแว่วมาเป็นระยะและใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
เซี่ยซานฝูไม่กล้าพักนาน ไม่แวะเก็บหีบสมบัติที่ดรอปด้วยซ้ำ เธอวิ่งตรงไปที่ระเบียงทางเดินวงกลมของชั้นปัจจุบัน
ไฟสูงจากไฟฉายส่องลงไปถึงชั้นล่างสุดได้อย่างชัดเจน
พลังของปีศาจราตรีระดับต่ำเพิ่มขึ้นห้าเลเวล แต่สติปัญญาไม่ได้เพิ่มขึ้น พวกมันยังคงเป็นสัตว์ประหลาดที่เคลื่อนไหวตามสัญชาตญาณ
ทันทีที่เธอปรากฏตัวที่ระเบียงวงกลม ปีศาจราตรีในทุกชั้นก็กรูออกมายืนออที่ระเบียงของชั้นตัวเอง แยกเขี้ยวตบะแตกใส่เธอ
โดยเฉพาะชั้นพื้นดิน พวกมันเบียดเสียดกันแน่นขนัดจนบางตัวร่วงตกลงไปข้างล่าง!
เคร้ง, เคร้ง, เคร้ง
ปีศาจราตรีที่คล่องแคล่วบางตัวเริ่มปีนป่ายขึ้นมาตามช่องลิฟต์เพื่อจะมาหาเธอ
เซี่ยซานฝูส่องไฟใส่พวกมัน ปีศาจราตรีพวกนี้ลืมตาไม่ขึ้น ร้องโหยหวนพลางเอามือกุมหัว
เมื่อส่องไฟขึ้นไปข้างบน เห็นแขนเครนเรียงรายอยู่ในแนวขวางที่ชั้นบนสุด มีโซ่เหล็กห้อยตระหง่านลงมา
เธอคว้าโซ่เหล็กเส้นหนึ่งที่อยู่ไกลจากระเบียงพอสมควร แล้วดึงขึ้นมาประมาณสามสิบเมตร
จากนั้นเธอก็ชักดาบโค้งออกมา ทำท่าเล็งไปตามร่างกาย แต่สุดท้ายก็เล็งไปที่จมูกแล้วชกตัวเองเข้าจังๆ
เลือดกำเดาพุ่งกระฉูด เธอรีบเอาเศษผ้ามารองเลือดไว้ แล้วมัดผ้าชุ่มเลือดเข้ากับโซ่เหล็ก พอปล่อยมือ โซ่เหล็กก็ร่วงกราวลงไป ก่อนจะกระตุกตึงอีกครั้ง
ตำแหน่งที่มัดผ้าเปื้อนเลือดหยุดอยู่ใกล้ๆ ชั้นพื้นดินพอดี
พวกปีศาจราตรีดูจะตื่นเต้นหนักกว่าเดิม บางตัวถึงกับปีนข้ามราวกันตกพยายามจะคว้าผ้าชิ้นนั้น!
เมื่อเห็นว่าพวกมันถูกล่อด้วยเลือดจริงๆ เซี่ยซานฝูก็รีบกลืนเลือดที่ไหลย้อนกลับลงคอไปอึกใหญ่ ดึงนุ่นที่เหลือจากการจุดไฟมายัดจมูก แล้ววิ่งหน้าตั้งลงไปยังชั้นพื้นดินผ่านทางบันไดหนีไฟ
เศษซากกระดูกไหม้เกรียมกระจัดกระจายอยู่ในทางเดินถ้ำ มีหีบสมบัติวางอยู่ประปราย
ทว่า ในฐานะทางเข้าหลักของฐานทัพ จำนวนปีศาจราตรีในชั้นนี้มากมายเกินจินตนาการ แม้เซี่ยซานฝูจะเผาพวกมันไปรอบหนึ่งแล้ว แต่มันก็ยังดูแน่นขนัดไปหมด
เซี่ยซานฝูโผล่ออกมาจากประตูนีรภัยฉุกเฉินด้านในสุดของทางเดิน ยืนจังก้ากลางทางเดิน แล้วเปิดสวิตช์ตาข่ายเลเซอร์ของไฟฉาย
ลำแสงที่เป็นตารางเลเซอร์สีแดงพุ่งทะลวงผ่านทางเดินยาวพันเมตร ปีศาจราตรีที่โดนลำแสงกวาดผ่าน ร่างกายแหลกละเอียดเป็นชิ้นๆ ในพริบตา!
เซี่ยซานฝูตะลึงงัน สมกับเป็นตาข่ายเลเซอร์พลังงานสูงจริงๆ!
เหมือนเธอเปิดสูตรโกงเลยแฮะ
เธอเลื่อนเฟืองบนไฟฉายเพื่อขยายพื้นที่ส่องสว่าง ไม่นานลำแสงตารางเลเซอร์ก็ขยายวงกว้างจนครอบคลุมทั้งทางเดิน
เสียงแจ้งเตือนการฆ่าดังซ้อนทับกันจนฟังแทบไม่ทัน
ยินดีด้วย ผู้เล่น! แต้มต่อสู้ของคุณครบ 30,000 แล้ว เลื่อนระดับเป็นเลเวล 12 และได้รับแพ็กเกจของขวัญเลื่อนระดับ
...
ฝูงปีศาจราตรีคลุ้มคลั่งเพิ่มขึ้น 150% ราชาปีศาจราตรีได้รับบัฟ 'รัศมีไร้เทียมทาน' นานสิบนาที
ในฐานทัพที่มืดมิดและว่างเปล่า ความตื่นตัวของพวกปีศาจราตรีพุ่งสูงขึ้นอีกระดับ เธอถึงกับได้ยินเสียงกระแทกประตูในโถงบันได
ฉิบหาย ฉิบหาย ฉิบหาย ดันเจี้ยนนี้กะจะเอาให้ 'ตายเรียบ' จริงๆ ใช่ไหมเนี่ย!
เซี่ยซานฝูพยายามสลัดความคิดฟุ้งซ่าน ตอนนี้ปีศาจราตีนับพันตัวในทางเดินกลายเป็นเศษเนื้อไปหมดแล้ว และไฟฉายก็ร้อนจี๋จนแทบถือไม่ได้
ตาข่ายเลเซอร์ของไฟฉายใช้ได้แค่ 30 นาที หมายความว่าเธอเหลือเวลาใช้งานอีกแค่สิบห้านาที
แพ็กเกจของขวัญเลื่อนระดับมีไอเทมสามอย่าง: แต้มคุณสมบัติอิสระ, เศษหินต้นกำเนิด และคะแนน
ไม่มีถุงโชคดีลึกลับหรือกล่องสุ่มทักษะอีกแล้ว หรือว่าสองอย่างนี้จะโผล่มาแค่ช่วงคุ้มครองมือใหม่?
เซี่ยซานฝูเก็บความสงสัยไว้ แล้วเทแต้มคุณสมบัติอิสระลงไปที่ค่าการพัฒนาสมอง ทำให้ค่าการพัฒนาสมองเพิ่มเป็น 13 แต้ม
ถึงตอนนี้ เซี่ยซานฝูเริ่มรู้สึกทะแม่งๆ แล้ว
ทุกครั้งที่เลเวลอัป เธอจะได้แต้มคุณสมบัติหนึ่งแต้ม และพอเอาแต้มนั้นไปเพิ่มค่าการพัฒนาร่างกาย พละกำลัง ความอึด ความคล่องตัว หรือแม้แต่ประสาทสัมผัสทั้งห้า ก็จะถูกปลุกเร้าและยกระดับขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เธอหลงคิดว่าการเลื่อนระดับแต่ละครั้งจะทำให้เธอเก่งขึ้น จนสามารถต่อกรกับปีศาจราตรีในระดับที่สอดคล้องกับเลเวลของเธอได้
แต่ตอนนี้ระบบบอกเธอว่า เมื่อค่าการพัฒนาร่างกายเต็ม 10 แต้มและพัฒนา 'พลังกาย' แล้ว จะไม่สามารถเพิ่มแต้มคุณสมบัติได้อีก
แล้วความแข็งแกร่งของเธอจะเพิ่มขึ้นยังไงล่ะ?
อีกจุดที่มองข้ามไปก็เริ่มชัดเจนขึ้น: ในข้อมูลส่วนตัว เลเวลของเธอคือระดับการต่อสู้ที่สะสมมาจากแต้มต่อสู้
แต่เลเวลที่แสดงบนตัวปีศาจราตรี คือระดับความแข็งแกร่งที่แท้จริง!
แม้การเพิ่มระดับการต่อสู้จะส่งผลทางอ้อมต่อความแข็งแกร่งส่วนบุคคลผ่านแต้มคุณสมบัติ แต่มันไม่เคยเท่ากับระดับความแข็งแกร่งเลย
เหมือนที่เธอเพิ่มค่าการพัฒนาสมองไป 5 แต้ม แต่ยังไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมสักนิด
พูดอีกอย่างคือ ต่อให้เธอปั๊มระดับการต่อสู้ไปถึงเลเวล 20 เธอก็อาจจะยังสู้กับราชาปีศาจราตรีที่มีความแข็งแกร่งระดับ 20 ไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
เซี่ยซานฝูโมโหจนเอาหัวโขกกำแพงรัวๆ เกมเฮงซวยนี่กับดักเพียบจริงๆ
ไหนบอกว่าเป็นเกมเอาชีวิตรอดบนถนนไง? สรุปคือเธอต้องมาตายในที่ผีสิงนี่ก่อนจะได้ออกถนนงั้นสิ!
เซี่ยซานฝูบ่นกระปอดกระแปดขณะก้มเก็บหีบสมบัติทองแดงสามใบ
โอกาสที่ปีศาจราตรีระดับต่ำจะดรอปหีบสมบัติทองแดงนั้นต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ฆ่าไปหลายร้อยตัวได้มาแค่สามใบ ส่วนหีบสมบัติทั่วไปมีเป็นร้อย แต่น่าเสียดายที่วัสดุธรรมดาช่วยอะไรเธอไม่ได้มากในสถานการณ์คับขันตอนนี้
อุปกรณ์ระดับทองแดง: สร้อยคอป้องกัน +1, พลังป้องกัน +15
อุปกรณ์ระดับทองแดง: เสื้อหนังกันน้ำกันไฟ +1
การ์ดคุณภาพทองแดง: เงา +1
เซี่ยซานฝูสวมสร้อยคอป้องกันและเสื้อหนัง แล้วหยิบการ์ดขึ้นมาดู
นี่เป็นครั้งแรกที่มีทรัพยากรประเภทการ์ดโผล่มา
การ์ดมีขนาดเท่าไพ่ ด้านหน้ามีรูปเงาดำสามร่าง ด้านหลังมีลวดลายสีเขียววิจิตรบรรจงและคำอธิบาย
การ์ดใช้แล้วทิ้ง เมื่อเปิดใช้งานการ์ด สามารถตรึงเป้าหมายเดี่ยวให้อยู่กับที่ได้นาน 1 วินาทีถึง 5 นาที ใช้งานได้เพียงสามครั้ง