เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 425 อย่าไปคุยเรื่องความผูกพันกับพวกเขา พวกเขาต้องการแค่ชีวิตของพวกเจ้า!(ฟรี)

ตอนที่ 425 อย่าไปคุยเรื่องความผูกพันกับพวกเขา พวกเขาต้องการแค่ชีวิตของพวกเจ้า!(ฟรี)

ตอนที่ 425 อย่าไปคุยเรื่องความผูกพันกับพวกเขา พวกเขาต้องการแค่ชีวิตของพวกเจ้า!(ฟรี)


ตอนที่ 425 อย่าไปคุยเรื่องความผูกพันกับพวกเขา พวกเขาต้องการแค่ชีวิตของพวกเจ้า!

"จริงสิ ข้านึกเรื่องสนุกๆ ขึ้นมาได้อย่างหนึ่ง พวกเจ้าว่าตอนนี้นักพรตเต้าหยวนเปิดเผยระดับพลังแล้ว ถึงเกณฑ์ที่จะเข้าดินแดนบรรพชนหรือศาลบรรพชนแล้ว ท่านเจ้าสำนักหลินและฮูหยินจะเชิญเขาไปดื่มชาไหมนะ?"

"เอ่อ... ข้าคิดว่าท่านเจ้าสำนักทั้งสองคงไม่กล้าหรอก ประการแรก ทั้งสองคนก็เป็นคนที่นักพรตเต้าหยวนพาเข้าสำนัก ประการที่สอง นักพรตเต้าหยวนยังไม่มีทายาทเลย อย่างน้อยก็ต้องรอให้เขามีทายาทสืบทอดสายเลือดก่อนค่อยว่ากันไหม?"

"มีเหตุผลๆ"

"พวกเจ้าเป็นอะไรกันไปหมด ไม่ควรจะเรียกว่าจักรพรรดิอวิ๋นหรอกเหรอ? ทำไมถึงยังเรียกนักพรตเต้าหยวนอยู่ล่ะ?"

"ก็มันชินแล้วนี่นา คนกันเองทั้งนั้น เรียกอะไรก็เหมือนกันแหละ ต่อให้เป็นจักรพรรดิแล้ว นักพรตเต้าหยวนก็ยังเป็นนักพรตเต้าหยวนอยู่ดี"

"ก็เหมือนจะจริง... มีเหตุผล"

ศิษย์นับไม่ถ้วนหลั่งไหลกันเข้ามา แย่งชิงกันอย่างไม่คิดชีวิต เพื่อที่จะได้เบียดเข้าไปอยู่แถวหน้าเพื่อจะได้เห็นหน้าฮวาอวิ๋นเฟย ถึงกับเถียงกันจนหน้าดำหน้าแดง

บางคนถึงกับหน้ามืด คว้าคอเสื้อของศิษย์ที่อยู่ข้างๆ ทำท่าเหมือนจะบอกว่า 'ถ้าเจ้าไม่ยอมหลบให้ข้า ข้าจะต่อยเจ้า!'

"อย่ามาหาเรื่องนะ อย่าบีบให้ข้าต้องปลดผนึกพลังมาอัดเจ้าสักรอบ"

คนที่ถูกจับคอเสื้อมักจะพูดประโยคนี้ออกมาเสมอ

อย่าเห็นว่าปกติแล้วพวกเขาจะสู้ใครไม่ได้ แต่ถ้าเอาจริงขึ้นมาล่ะก็ ผลลัพธ์มันก็พูดยากนะ

อยู่ในสำนักเค่าซาน พูดเหมือนไม่มีใครมีของดีซ่อนอยู่อย่างนั้นแหละ

"หึหึ เป็นเด็กกันจริงๆ คนกันเองแท้ๆ ยังกลัวว่าจะไม่ได้เห็นหน้ากันอีกหรือไง?"

เหล่าผู้อาวุโสดูจะนิ่งกว่าหน่อย พวกเขายืนเอามือไพล่หลังอยู่บนยอดเขาต่างๆ มองลงมายังที่แห่งนี้ พูดคุยกันอย่างออกรสออกชาติ

เมื่อมองไปที่ฮวาอวิ๋นเฟย ในดวงตาของพวกเขาไม่มีความอิจฉาริษยาแม้แต่น้อย มีเพียงความยินดี การได้เห็นคนรุ่นหลังก้าวข้ามตัวเองไป เป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจและมีความสุขมาก

คลื่นลูกใหม่ย่อมซัดคลื่นลูกเก่า หากสำนักต้องการจะเจริญรุ่งเรือง ศิษย์รุ่นหลังก็ต้องเก่งกาจขึ้นเรื่อยๆ

"ท่านอาเต้าหยวน งานเลี้ยงพร้อมแล้วขอรับ"

เจ้าสำนักหลินหยางมาแล้ว ข้างกายมีมู่ชิงชิงเดินตามมาด้วย

ด้านหลังของทั้งสองคือนักพรตเซี่ยเสวียน, นักพรตอู๋จี๋, หลี่ตู๋ซิ่ว, นักพรตโก่วหยวนและนักพรตตี๋เสินคนปัจจุบัน

ถัดมาก็คือเจินสิง เจ้าหอลงทัณฑ์, ฉินอี นักปรุงยาแห่งสวนร้อยสมุนไพร, เจ้าหอคัมภีร์คนปัจจุบัน และเจ้าตำหนักหอหมื่นสมบัติคนปัจจุบัน

นอกจากพวกเขาแล้ว ก็ยังมีเจ้ายอดเขารองอีกมากมายที่ไม่รวมอยู่ในเจ็ดยอดเขาหลัก

การที่ฮวาอวิ๋นเฟยบรรลุเป็นจักรพรรดินั้นถือเป็นเรื่องใหญ่ สำนักเค่าซานได้จัดเตรียมอาหารเลิศรสและสุราชั้นดีไว้พร้อมสรรพ

ณ ลานกว้างใจกลางสำนัก ตรงกลางของแต่ละโต๊ะมีหม้อตั้งอยู่ น้ำซุปสีแดงสด นี่คือน้ำซุปเผ็ดพิเศษ

เนื้อสัตว์ในหม้อล้วนเป็นผลพลอยได้จากการทำศึกของเหล่าบรรพชนในครั้งนี้ ถูกนำมาแจกจ่ายให้ศิษย์สำนักเค่าซานได้กินกันอย่างเต็มอิ่ม

แน่นอนว่า เนื้อสัตว์ระดับนี้จะกินเยอะไม่ได้ แค่เผลอนิดเดียว ก็อาจจะถูกพลังงานมหาศาลทำให้ตัวระเบิดได้

"มาๆ ทุกคน ดื่ม!"

"มาๆ ดื่ม!"

"มาร่วมแสดงความยินดีกับนักพรตเต้าหยวนที่ได้เป็นจักรพรรดิองค์ที่ 199 แห่งไท่ชู ดื่มเพื่อเฉลิมฉลอง" หลินหยางลุกขึ้นยืน ใบหน้าแดงระเรื่อ เอ่ยด้วยความยินดี

หลังจากดื่มกันไปได้สักพัก

หลินหยางก็ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง เขาถือจอกสุรา กวาดสายตามองทุกคน กระแอมไอเบาๆ แล้วพูดว่า "ทุกคนกินดื่มกันต่อไป ในฐานะเจ้าสำนักเค่าซานคนปัจจุบัน ข้าขอพูดอะไรสักสองสามประโยค"

"บัดนี้ ไท่ชูสงบสุขอย่างแท้จริง จักรวาลปราศจากภัยคุกคามจากภายนอกอีกต่อไป สำนักเค่าซานของเราก็ได้เปิดเผยความแข็งแกร่งบางส่วนให้โลกได้รับรู้ ทุกคนต่างรู้ว่าสำนักเค่าซานของเรามีพลังที่เหนือกว่าดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิถีสุดขั้วและยังมีจักรพรรดิแห่งยุคอีกด้วย"

"ดังนั้น เพื่อให้คู่ควรกับสถานะของเราในตอนนี้ ระดับพลังของเหล่าผู้อาวุโสและศิษย์ทั้งหลาย ควรจะต้องยกระดับขึ้นอีกสักหน่อยไหม?"

"ข้ารู้นะ ว่าทุกคนยังมีของดีซ่อนอยู่อีก"

สิ้นเสียง ศิษย์คนหนึ่งก็ขมวดคิ้ว เอ่ยด้วยความสงสัยว่า "ประโยคสุดท้ายนี้ ฟังดูคุ้นหูจัง เหมือนข้าเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน"

"ไม่ต้องคิดแล้ว ท่านอดีตเจ้าสำนักอวิ๋นเทียนเคยพูดไว้ ในงานเลี้ยงฉลองทำเนียบเซียนคราวก่อนไง" ศิษย์คนหนึ่งนวดหว่างคิ้วแล้วพูดขึ้น

สมกับที่เป็นศิษย์อาจารย์กันจริงๆ หลินหยางได้รับสืบทอดวิชาของนักพรตอวิ๋นเทียนมาเต็มๆ รู้จักหยิบยกเรื่องราวมาอ้างอิง เริ่มวางแผนจะส่งคนเข้าศาลบรรพชนอีกแล้ว

"ไม่เชื่อ คราวนี้ข้าคนแก่จะไม่เชื่ออะไรทั้งนั้น" ผู้อาวุโสคนหนึ่งถือจอกสุรา ส่ายหัวดิก

"ใช่ๆ เชื่อไม่ได้ ปากของเจ้าสำนักก็เหมือนผีหลอกนั่นแหละ" ผู้อาวุโสอีกคนพูดความในใจออกมา

"จำได้ว่าคราวก่อน มีคนตายไปเป็นปีเลยนะ สหายจากต่างสำนักถึงกับส่งเสียงทางจิตมาถามข้าว่า สำนักเค่าซานผีหลอกหรือเปล่า ทำไมถึงได้มีคนตายทุกวัน" ผู้อาวุโสคนหนึ่งพูดพลางหัวเราะ ทุกครั้งที่นึกถึงสีหน้าแปลกๆ ของเพื่อน เขาก็อดขำไม่ได้

สรุปสั้นๆ สำหรับเจ้าสำนักสำนักเค่าซานทุกรุ่นก็คือ: อย่าไปคุยเรื่องความผูกพันกับพวกเขา พวกเขาต้องการแค่ชีวิตของพวกเจ้า

"จบกัน ข้าว่าหลินหยางคงกลายเป็นเจ้าสำนักที่ทำผลงานได้แย่ที่สุดแน่ๆ อาจจะเป็นเพราะท่านเจ้าสำนักอวิ๋นเทียนรีดไถหนักเกินไป ตอนนี้ทุกคนเลยไม่เชื่อคำพูดของเจ้าสำนักที่สุด พยายามหลีกเลี่ยงกันสุดฤทธิ์"

เจียตัวเป่ารู้สึกอึดอัดแทนหลินหยาง การรับช่วงต่อจากนักพรตอวิ๋นเทียน หลินหยางต้องแบกรับความกดดันมากแค่ไหนกันนะ?

การจะก้าวข้ามอวิ๋นเทียนเจินเหรินนั้น ช่างเป็นหนทางที่ยาวไกลนัก

"เจ้าประเมินหลินหยางต่ำไปแล้ว การที่เขาได้รับความไว้วางใจจากท่านอาอวิ๋นเทียน เขาจะไม่มีไม้ตายติดตัวเลยหรือไง?" ฮวาอวิ๋นเฟยจิบสุรา มุมปากยกยิ้ม

"โอ๊ะ? หมายความว่ายังไงหรือขอรับท่านอาจารย์?" เจียตัวเป่าตาเป็นประกาย

"ดูต่อไปเถอะ ยังไงคนที่เรียนจบจากสำนักของท่านอาอวิ๋นเทียน ก็ไม่มีทางธรรมดาแน่นอน" ฮวาอวิ๋นเฟยพูดอย่างมีความหมายลึกซึ้ง ดวงตาแฝงรอยยิ้มบางอย่าง

"ฟังที่ท่านอาจารย์พูดแล้ว ข้าชักจะอยากรู้แล้วสิว่าศิษย์พี่หลินหยางจะทำอะไร" ฉู่ชิงเอ๋อพูดอย่างคาดหวัง

ตอนนั้นเอง——

หลินหยางมองดูผู้คนที่กำลังซุบซิบกัน เสียงกระซิบกระซาบเหล่านั้นล้วนเข้าหูเขาทั้งสิ้น แต่สีหน้าของเขาก็ยังคงสงบนิ่ง มุมปากยังคงมีรอยยิ้ม ราวกับว่าปฏิกิริยาของทุกคนอยู่ในความคาดหมายของเขา

"เฮ้อ..."

ทันใดนั้น สีหน้าของหลินหยางก็เปลี่ยนไป เขาถอนหายใจออกมา ปากก็พึมพำว่า "อุตส่าห์หวังดีกับพวกท่านแท้ๆ คราวนี้เหล่าบรรพชนที่ออกมา ได้นำเคล็ดวิชาระดับจักรพรรดิขึ้นไป ไปเก็บไว้ในดินแดนบรรพชนตั้งมากมาย แถมยังได้ยินมาว่า ถ้าเข้าไปในดินแดนบรรพชน จะได้รับรางวัลเป็นอาวุธจอมราชันย์ หรือแม้แต่อาวุธจักรพรรดิเลยนะ..."

พูดมาถึงตรงนี้ หลินหยางก็เงียบไป นั่งลงด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย ราวกับล้มเลิกแผนการ "อันยิ่งใหญ่" ของเขาไปแล้ว

แต่พอเขาหยุดพูด เหล่าศิษย์กลับเริ่มนั่งไม่ติด

มีเคล็ดวิชาระดับจักรพรรดิขึ้นไปอยู่ในดินแดนบรรพชนเยอะแยะเลยเหรอ?

เข้าไปในดินแดนบรรพชนแล้วจะได้อาวุธจอมราชันย์ หรืออาวุธจักรพรรดิเป็นรางวัล?

จริงดิ?

"เชื่อไม่ได้ ข้าคนแก่รู้สึกว่ามีกลิ่นทะแม่งๆ ตาขวากระตุกไม่หยุดเลย" ผู้อาวุโสคนหนึ่งพูดขึ้น ความจริงเขาหวั่นไหวมาก แต่สัญชาตญาณบอกเขาว่า เรื่องนี้ไม่ง่ายขนาดนั้น

"ใช่ๆ น่าจะเป็นแผนแกล้งปล่อยเพื่อจับเรามากกว่า พูดดีๆ ไม่ฟัง ก็ต้องใช้ผลประโยชน์เข้าล่อ! ให้ตายเถอะ ท่านเจ้าสำนักอวิ๋นเทียนยังไม่เคยใช้มุกนี้เลย" ผู้อาวุโสอีกคนแอบด่าในใจ ทำไมถึงมีแต่คนคิดจะทำร้ายเขาอยู่เรื่อย

ในตอนนั้นเอง มู่ชิงชิงก็ส่งเสียงทางจิตหาหลินหยางว่า "ช่างเถอะ ไม่เห็นต้องส่งคนไปตลอดเลย พวกเขาผ่านการฝึกปรือจากท่านอาจารย์มาแล้ว หลอกไม่ง่ายเหมือนเมื่อก่อนหรอก"

"แต่เรื่องแจกอาวุธจักรพรรดิอาจจะไม่จริง แต่อาวุธกึ่งจักรพรรดิกับอาวุธจอมราชันย์น่าจะพอคุยกันได้ ถ้าพวกเขาไม่เชื่อก็ช่างเถอะ ท่านก็ไม่ต้องไปปวดหัวแล้ว"

"ไม่ได้สิ เราสองคนต้องหาโอกาสเข้าไปในดินแดนบรรพชนให้ได้นะ ได้ยินท่านอาจารย์บอกว่า ร้อยคนแรกที่เข้าไป จะได้รับคัมภีร์เซียนที่ท่านปรมาจารย์ทิ้งไว้คนละเล่ม คัมภีร์เซียนเล่มนั้น ดูเหมือนจะยังไม่มีใครในสำนักเคยฝึกเลยนะ"

หลินหยางพยักหน้าอย่างแนบเนียน "ตำแหน่งเจ้าสำนักนี่ไม่เป็นก็ได้มั้ง เข้าไปในดินแดนบรรพชนเพื่อเอาอาวุธระดับสูง ฝึกคัมภีร์เซียนไร้เทียมทานที่ท่านปรมาจารย์ทิ้งไว้ แบบนี้ไม่ดีกว่าเหรอ?"

"อืม ท่านไปไหน ข้าก็ไปด้วย" มู่ชิงชิงส่งเสียงทางจิตอย่างอารมณ์ดี

เนื่องจากระดับพลังของทั้งสองคน "ไม่สูง" การส่งเสียงทางจิตของพวกเขาจึงถูกบรรดาผู้อาวุโสเจ้าเล่ห์ "ดักฟัง" ได้อย่าง "เป็นเรื่องปกติ"

ชั่วขณะนั้น เหล่าผู้อาวุโสต่างก็เงียบกริบ

ถ้าพูดต่อหน้าอาจจะมีเลศนัย แต่การส่งเสียงทางจิตคุยกันลับๆ จะเป็นเรื่องโกหกได้ยังไง!

พวกเขาไม่ค่อยสนใจเรื่องอาวุธวิเศษเท่าไหร่ แต่คัมภีร์เซียนไร้เทียมทานที่ท่านปรมาจารย์ทิ้งไว้...

ให้ตายเถอะ หลินหยางกับมู่ชิงชิงคิดจะแอบเข้าไปในดินแดนบรรพชนเพื่อฝึกคัมภีร์เซียนของท่านปรมาจารย์โดยไม่บอกพวกเขางั้นเหรอ ร้ายกาจจริงๆ

ที่แท้คำพูดก่อนหน้านี้ ไม่ได้ตั้งใจจะหลอกล่อให้พวกเขาเข้าไปในดินแดนบรรพชน แต่จงใจพูดออกมาเพื่อให้พวกเขาเกิดความสงสัย จะได้ต่อต้านการเข้าไปในดินแดนบรรพชนต่างหาก

แบบนี้ก็ไม่มีใครมาแย่งสิทธิ์คัมภีร์เซียนของท่านปรมาจารย์กับเขาแล้ว!

แม้ว่าหลินหยางจะเป็นเจ้าสำนัก จะทิ้งภาระหน้าที่ไปดื้อๆ ไม่ได้ แต่ก็ต้องรักษาอันดับของตัวเองกับมู่ชิงชิงให้อยู่ในร้อยอันดับแรกให้ได้ เพื่อที่จะได้ฝึกคัมภีร์เซียนของท่านปรมาจารย์อย่างแน่นอน

"ซี๊ด~ ไอ้เด็กนี่แผนสูงนัก นี่มันแผนซ้อนแผนชัดๆ"

ผู้อาวุโสหลายคนสูดลมหายใจเย็นยะเยือก ถ้าไม่ได้เผื่อใจไว้ แล้วดักฟังการส่งเสียงทางจิตของมู่ชิงชิง พวกเขาคงถูกหลอกไปจนจบแน่ๆ

ถึงตอนนั้น สิทธิ์คัมภีร์เซียนหนึ่งร้อยที่ จะตกไปอยู่ในมือของไอ้โง่คนไหนก็ไม่รู้

"ท่านเจ้าสำนัก ข้าคนแก่ได้ลองไตร่ตรองดูแล้ว รู้สึกว่าสิ่งที่ท่านพูดมาเมื่อครู่นี้ มีเหตุผลมากทีเดียว" ตอนนั้นเอง ผู้อาวุโสที่ดักฟังการส่งเสียงทางจิตก็ตัดสินใจเด็ดขาด แล้วพูดกับหลินหยาง

สิทธิ์คัมภีร์เซียน ต้องมีส่วนของเขาด้วย ใครก็ห้ามเขาไม่ได้!

"ข้าด้วย" ผู้อาวุโสอีกคนยกมือขึ้น ในใจของเขากำลังตะโกนร้องว่า: "สิทธิ์คัมภีร์เซียนต้องมีของข้าด้วย!"

ปล.ช่วงนี้จะไม่มีอะไรมาก รอเข้าแดนเซียนครับ

จบบทที่ ตอนที่ 425 อย่าไปคุยเรื่องความผูกพันกับพวกเขา พวกเขาต้องการแค่ชีวิตของพวกเจ้า!(ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว