- หน้าแรก
- บรรพชน เลิกซ่อนตัวได้แล้ว จักรวาลจะแตกอยู่แล้วเนี่ย
- ตอนที่ 418 กายเซียนนิรันดร์, เจียงรั่วเหยาตื่นขึ้น!(ฟรี)
ตอนที่ 418 กายเซียนนิรันดร์, เจียงรั่วเหยาตื่นขึ้น!(ฟรี)
ตอนที่ 418 กายเซียนนิรันดร์, เจียงรั่วเหยาตื่นขึ้น!(ฟรี)
ตอนที่ 418 กายเซียนนิรันดร์, เจียงรั่วเหยาตื่นขึ้น!
ฉู่จิ่วเทียนหมุนถ้วยชาในมือ ใบหน้าเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น มุมปากประดับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
ท่าทางของเขาในตอนนี้ ไหนเลยจะมีความองอาจดุจเทพเซียนเหมือนตอนที่เพิ่งออกมาจากศาลบรรพชน?
ไม่รู้ทำไม พอเห็นท่าทางอยากรู้อยากเห็นของฉู่จิ่วเทียน ฮวาอวิ๋นเฟยก็รู้สึกคันเท้าขึ้นมาตงิดๆ อยากจะเตะคนจริงๆ
"ข้ากับนางเป็นสหายเก่า ช่วยเหลือนางไม่ใช่เรื่องสมควรหรือ? นางยอมเสียสละตัวเองเพื่อไท่ชูนะ" ฮวาอวิ๋นเฟยจิบชา พยายามกดข่มความอยากเตะคนในใจ ถ้าไม่ติดว่าสู้ไม่ได้... เขาคงจะเตะไปสักทีสองทีแล้ว
"สหายเก่า? สหายเก่าด้านไหนละ?" ฉู่จิ่วเทียนกะพริบตา จ้องฮวาอวิ๋นเฟยเขม็ง ทำท่าเหมือนจะซักไซ้ไล่เลียงให้ถึงที่สุด
"..." ด้านข้าง หญิงสาวผมทองนั่งจิบชาไปเงียบๆ มองดูน้ำชาอย่างใจลอย ทำเหมือนเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับนาง
"ทำไมจู่ๆ ข้าถึงคิดถึงท่านปรมาจารย์แห่งยอดเขาเต้าหยวนขึ้นมานะ หรือจะเชิญทั้งสองท่านมาดื่มชาด้วยกันดี?"
"ท่านบรรพชน ชาของท่านนี่ไม่ธรรมดาเลยนะ เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งเต๋า ดื่มไปจิบเดียวก็เหมือนจะได้รู้แจ้งเทียบเท่าชาบรรลุเต๋าเลย" จู่ๆ ฮวาอวิ๋นเฟยก็พูดจามีเลศนัย ขณะพูด เขาก็เหลือบมองไปที่ก้นของฉู่จิ่วเทียน
ในเมื่อท่านทำตัวแก่ไม่สมวัย ข้าก็คงต้องสวมบทบาทลูกหลานยอดกตัญญูเสียแล้ว จะโทษข้าไม่ได้หรอกนะ ท่านเริ่มก่อนเอง
"โอ๊ะ? เจ้าเด็กนี่ กล้าขู่ข้าเหรอ? รู้จักคำว่าเคารพผู้อาวุโส รักเด็กไหม?" ฉู่จิ่วเทียนปรายตามองฮวาอวิ๋นเฟย แล้วก็เหลือบมองก้นของฮวาอวิ๋นเฟยเช่นกัน ท่าทางเหมือนพร้อมจะเตะทุกเมื่อหากคุยกันไม่รู้เรื่อง
"ท่านต้องรักเด็กก่อน ข้าถึงจะเคารพผู้อาวุโสได้" ฮวาอวิ๋นเฟยเลิกมองฉู่จิ่วเทียน จิบชาแล้วพูดไปเรื่อย
"เจ้าก็แค่บอกข้ามาเถอะ ว่าเจ้าชอบแม่หนูนั่นหรือเปล่า"
ฉู่จิ่วเทียนหันไปมองหญิงสาวผมทอง พิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็พูดว่า "หน้าตาสะสวยจริงๆ ข้าอยู่มาขนาดนี้ยังไม่เคยเห็นใครสวยกว่านี้เลย มาเป็นสะใภ้สำนักเค่าซานก็เหมาะสมดีนะ"
"แค่ก..." หญิงสาวผมทองเห็นฉู่จิ่วเทียนมองมาอย่างไม่เกรงใจ ก็รีบกระแอมไอเบาๆ เป็นการเตือนให้อีกฝ่ายสำรวมหน่อย อย่ามองสุ่มสี่สุ่มห้า
"มองแค่นี้เนื้อไม่หลุดหรอกน่า ว่าแต่ เจ้าเป็นเต๋าสวรรค์มาตั้งนาน ยังจะเป็น... อยู่หรือเปล่า?"
ฉู่จิ่วเทียนพูดมาถึงตรงนี้ก็ชะงักไป เพราะหญิงสาวผมทองส่งสายตาอำมหิตมาให้แล้ว สายตานั้นเหมือนจะบอกว่า ถ้าท่านกล้าพูดคำนั้นออกมาล่ะก็ ลองดูสิ!
"ท่านบรรพชน เลิกเล่นได้แล้ว รีบๆ เข้าเถอะ" ฮวาอวิ๋นเฟยไม่อยากต่อล้อต่อเถียง จึงรีบเร่ง
"มีอะไรน่าอาย? อายุร้อยกว่าปีแล้ว เป็นถึงจักรพรรดิแห่งยุค จะมีภรรยาสามคนสี่คนก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่หรือไง?" ฉู่จิ่วเทียนรินชาให้ตัวเองอีกถ้วย พูดไปเรื่อยเจื้อย
"สมกับที่มาจากยอดเขาเทียนจีจริงๆ ปากนี่..." ฮวาอวิ๋นเฟยปวดหัว มิน่าเขาถึงว่าคนยอดเขาเทียนจีหัวดื้อไม่ยอมรับผิด ปากนี่สืบทอดกันมาทางสายเลือดจริงๆ ปากคอเราะร้ายมาก
"สหายเก่า สหายรู้ใจ" ฮวาอวิ๋นเฟยยอมถอย
"อ้อ~~" ฉู่จิ่วเทียนถือถ้วยชา ปรายตามองฮวาอวิ๋นเฟย ลากเสียงยาว ทำหน้าเหมือนจะบอกว่า 'ข้าเชื่อเจ้าก็บ้าแล้ว'
แต่เขาก็ไม่ได้เซ้าซี้ถามต่อ ขืนถามต่อก็คงจะเสียมารยาท ดีไม่ดีฮวาอวิ๋นเฟยอาจจะโมโหจนเรียกคนมาเตะเขาจริงๆ ก็ได้
ฉู่จิ่วเทียนยื่นมือออกไป บนฝ่ามือของเขาปรากฏลูกแก้วแสงที่เปล่งประกายแสงสีเงินสว่างจ้า ลูกแก้วแสงนี้แผ่พลังกฎเกณฑ์ออกมา ฮวาอวิ๋นเฟยถึงกับมองเห็นกฎเกณฑ์แห่งเวลาอันเข้มข้นบนลูกแก้วแสงนี้
"ต้นกำเนิดกายพิเศษ?" ทั้งฮวาอวิ๋นเฟยและหญิงสาวผมทองต่างก็รู้จักลูกแก้วแสงนี้ดี นี่คือต้นกำเนิดกายพิเศษ ในตัวพวกเขาก็มี
"แค่ต้นกำเนิดกายพิเศษทั่วไปช่วยนางไม่ได้หรอก รักษาวิญญาณเศษเสี้ยวของนางไว้ไม่ได้" หญิงสาวผมทองกล่าว ถ้าระดับนั้นทำได้ นางก็คืนร่างให้เจียงรั่วเหยาไปเลยสิ ไม่ต้องมาทำอะไรให้ยุ่งยาก
เพราะนางเป็นเต๋าสวรรค์มานาน ตอนนี้ถูกบีบให้กลับมาเป็นมนุษย์ ก็ไม่มีเป้าหมาย สับสน การคืนร่างให้เจียงรั่วเหยายังจะดีกว่า
แต่นั่นมันทำไม่ได้
เจียงรั่วเหยาในตอนนี้เป็นเพียงแค่วิญญาณโดดๆ ต้นกำเนิดกายพิเศษธรรมดาๆ รักษานางไว้ไม่ได้หรอก
"ต้นกำเนิดกายพิเศษที่ท่านบรรพชนเอาออกมาคงจะไม่ธรรมดาสินะ?" ฮวาอวิ๋นเฟยจ้องมองต้นกำเนิดกายพิเศษในมือฉู่จิ่วเทียน กฎเกณฑ์แห่งเวลาบนนั้นเข้มข้นมาก มีแสงสีเงินเปล่งประกาย
แค่สัมผัสก็รู้ได้ถึงความไม่ธรรมดาของต้นกำเนิดกายพิเศษนี้ แถมเขายังไม่เคยเห็น และเป็นกายพิเศษที่ไท่ชูไม่มีด้วย
"กายเซียนนิรันดร์ สามารถรู้แจ้งเวลาทั้งหมด สามารถพลิกผันความเป็นความตาย สามารถบำเพ็ญกฎเกณฑ์นิรันดร์!"
ฉู่จิ่วเทียนหัวเราะเบาๆ แล้วพูดว่า "นี่คือกายพิเศษของภรรยาท่านปรมาจารย์ ตอนที่ท่านสิ้นใจ ได้ทิ้งต้นกำเนิดกายพิเศษนี้ไว้"
"ภรรยาท่านปรมาจารย์? นั่นก็คือภรรยาของบรรพบุรุษรุ่นแรกงั้นหรือ?" ฮวาอวิ๋นเฟยค่อนข้างตกใจ
"กายเซียนนิรันดร์? หนึ่งในกายแห่งมหาเต๋า เทียบเท่ากับกายหงเหมิงแห่งเต๋า!" หญิงสาวผมทองก็ตกใจเช่นกัน นางเคยเป็นเต๋าสวรรค์ และที่สำคัญคือนางมีกายหงเหมิงแห่งเต๋า
มีตำนานเล่าว่า มหาเต๋าเคยมีกายหงเหมิงแห่งเต๋า และกายเซียนนิรันดร์ในมือฉู่จิ่วเทียนก็เช่นกัน เป็นหนึ่งในกายแห่งมหาเต๋า บำเพ็ญกฎเกณฑ์แห่งความนิรันดร์ มีศักยภาพไร้ขีดจำกัด
"ถ้าเป็นกายเซียนนิรันดร์ล่ะก็ สามารถรักษาวิญญาณไม่ให้แตกสลายได้จริงๆ"
หญิงสาวผมทองก็เผยความดีใจออกมาเล็กน้อย นางชื่นชมนิสัยของเจียงรั่วเหยามาก ถ้าไม่ใช่เพราะวิกฤตของไท่ชูบีบบังคับให้นางต้องตัดสินใจเด็ดขาด นางก็ไม่มีทางหลอมรวมเจียงรั่วเหยาหรอก
"แต่ว่า การจะหลอมรวมกายเซียนนิรันดร์ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย จะทำได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับตัวนางเอง ถ้าไม่สำเร็จ ก็คงต้องเปลี่ยนวิธีอื่นแล้ว"
ฉู่จิ่วเทียนยิ้มกล่าว "การให้นางหลอมรวมกายเซียนนิรันดร์ สำนักเค่าซานเองก็หวังผลประโยชน์ส่วนตัวเหมือนกัน หวังว่านางจะทำสำเร็จนะ"
ฮวาอวิ๋นเฟยพยักหน้า "ถ้าเช่นนั้นรบกวนท่านบรรพชนช่วยเจียงรั่วเหยาหลอมรวมกายเซียนนิรันดร์ด้วยเถิด ข้าคิดว่า ด้วยนิสัยของนาง คงไม่สนใจหรอกว่าสำนักของเราจะมีจุดประสงค์แอบแฝงหรือไม่"
"เข้าใจๆ มีเจ้าอยู่ นางต้องไม่สนใจอยู่แล้ว ยังไงก็ไม่ได้ทำร้ายนางนี่นา" ฉู่จิ่วเทียนปรายตามองฮวาอวิ๋นเฟย ยิ้มอย่างมีเลศนัย
"เช่นนั้นข้าจะบีบวิญญาณเศษเสี้ยวของนางออกมา ท่านใช้ต้นกำเนิดกายเซียนรองรับให้ดีล่ะ" หญิงสาวผมทองเอ่ยเสียงเบา
"ตกลง!" ฉู่จิ่วเทียนพยักหน้า
หญิงสาวผมทองใช้นิ้วชี้แตะที่หว่างคิ้ว ปลายนิ้วเปล่งแสงนวล วินาทีถัดมา ร่างวิญญาณขนาดหนึ่งนิ้วก็ถูกดึงออกมาจากหว่างคิ้วของนาง
ร่างวิญญาณนี้คือเจียงรั่วเหยาขนาดย่อส่วน นางหลับตาพริ้ม ใบหน้างดงามสงบ บัดนี้นางกำลังหลับใหล
"ผนึก!" ฉู่จิ่วเทียนดีดนิ้วส่งพลังผนึกออกไป เพื่อป้องกันไม่ให้วิญญาณของเจียงรั่วเหยากระจัดกระจาย วินาทีถัดมา เขาก็ดันต้นกำเนิดของกายเซียนนิรันดร์เข้าไป
วูบ!
เมื่อต้นกำเนิดกายเซียนนิรันดร์สัมผัสกับวิญญาณเศษเสี้ยวของเจียงรั่วเหยา ทั้งสองก็สั่นไหวพร้อมกัน อาการต่อต้านที่คาดคิดไว้ไม่ได้เกิดขึ้น การสัมผัสครั้งแรกของทั้งสองเป็นไปอย่างราบรื่น
เมื่อวิญญาณของเจียงรั่วเหยาหลอมรวมเข้ากับต้นกำเนิดกายเซียนนิรันดร์ ทั้งสองก็เริ่มเปล่งแสงพร้อมกัน กฎเกณฑ์แห่งเวลาภายในพลุ่งพล่าน ราวกับมิติและเวลาหมุนเวียน
เวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วยาม วิญญาณของเจียงรั่วเหยาก็ขยายขนาดขึ้นเป็นสองนิ้ว และร่างวิญญาณก็แข็งแกร่งขึ้นมาก
และวินาทีถัดมา นางก็ลืมตาขึ้น!
"สมกับที่เป็นกายเซียนนิรันดร์ พลังแห่งเวลานี้เหนือกว่าทุกสิ่ง" หญิงสาวผมทองทอดถอนใจ
หากบอกว่ากายหงเหมิงแห่งเต๋าคือความรอบด้าน มีความเป็นไปได้และอนาคตที่ไร้ขีดจำกัด สามารถยืมพลังของหมื่นวิถีได้ กายเซียนนิรันดร์ก็คือราชาผู้ปกครองเหนือวิถีแห่งเวลาอย่างแท้จริง สามารถบำเพ็ญกฎเกณฑ์เวลาแห่งความนิรันดร์ที่แข็งแกร่งที่สุดได้!
"บรรพชนอย่างข้า หล่อไหม?" ฉู่จิ่วเทียนหันไปมองฮวาอวิ๋นเฟยพร้อมรอยยิ้ม ทำท่าทางยโสโอหัง ดูจากรูปลักษณ์ภายนอกแล้ว ไม่มีทางดูออกเลยว่าเขาคือผู้เป็นอมตะ
"หล่อลากดินเลยขอรับ!" ฮวาอวิ๋นเฟยยิ้มแย้ม
"หล่อลากดินแปลว่าอะไร?" ฉู่จิ่วเทียนชะงักไปนิดหนึ่ง
"แปลว่าหล่อมากๆ ขอรับ"
"อ้อ เข้าใจแล้ว ?(???ω???)?"