- หน้าแรก
- บรรพชน เลิกซ่อนตัวได้แล้ว จักรวาลจะแตกอยู่แล้วเนี่ย
- ตอนที่ 33 นักพรตเทียนจีจะขยันให้พวกศิษย์พี่อกแตกตาย?
ตอนที่ 33 นักพรตเทียนจีจะขยันให้พวกศิษย์พี่อกแตกตาย?
ตอนที่ 33 นักพรตเทียนจีจะขยันให้พวกศิษย์พี่อกแตกตาย?
ตอนที่ 33 นักพรตเทียนจีจะขยันให้พวกศิษย์พี่อกแตกตาย?
ช่วงนี้นักพรตเทียนจีเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ขังตัวเองอยู่ในถ้ำ ไม่ออกไปไหน
นาน ๆ ออกมาที ก็หน้าบึ้งตึง มองใครก็เหมือนติดหนี้เขา
ตอนนี้ ผ่านมาสองเดือนแล้วตั้งแต่ครั้งล่าสุดที่ออกจากถ้ำ
ยอดเขาเทียนจีฝึกวิชาลิขิตสวรรค์ ตัดเวรกรรม
ศิษย์ยอดเขาเทียนจีทุกคน ล้วนมีความรู้เรื่องลิขิตสวรรค์
แทบทุกคนถือแส้ปัดรังควาน ใส่ชุดนักพรต เดินส่ายหัวไปมา เหมือนเซียนเดินดิน
"อู๋เลี่ยงเทียนจุน!"
"ท่านอาจารย์เป็นอะไรไป?"
ชายหนุ่มมองประตูถ้ำที่ปิดสนิท ขมวดคิ้วสงสัย
"ตั้งแต่กลับจากรังลับเผ่าปีศาจเลือดเมื่อสามเดือนก่อน ก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน"
"เมื่อก่อนเป็นนักพรตไร้ยางอาย ชอบแซวศิษย์น้องหญิง"
"ตอนนี้ นอกจากไม่ออกมา พอออกมาที ก็คิ้วขมวด"
"ศิษย์หญิงสวย ๆ ที่ชอบคุยด้วยมาทัก ก็ไม่สนใจ"
"ป่วยรึเปล่า?"
ชายหนุ่มคือศิษย์สืบทอดคนโตของนักพรตเทียนจี 'หลี่ตู๋ซิ่ว'
ตอนนี้ระดับพลังหน้าฉากคือเปิดถ้ำจื่อฝูขั้นสมบูรณ์ เป็นศิษย์พี่ใหญ่ของยอดเขาเทียนจี
อาจารย์เก็บตัว พวกอาวุโสก็มัวแต่บ้าฝึกวิชา
งานในสำนักทั้งหมดเลยตกมาอยู่ที่เขา
ปวดหัวจะตายอยู่แล้ว!
หลี่ตู๋ซิ่วก็อยากไปฝึกวิชา ไม่งั้นโดนศิษย์น้องแซงหน้า ขายขี้หน้าแย่
อย่างน้อยหน้าฉากก็ต้องแกล้งทำเป็นเลื่อนระดับหน่อยสิ
แต่ตอนนี้ไม่มีเวลาเลย
"ศิษย์พี่"
หญิงสาวชุดนักพรตเดินมา หน้าตาสะสวย ตัวเล็กน่ารัก ถือลูกประคำ ยิ้มหวาน:
"ท่านอาจารย์ยังไม่ออกมาเหรอ?"
นางคือศิษย์คนที่สองของนักพรตเทียนจี 'โอวหยางลั่วชิง'
หลี่ตู๋ซิ่วถอนหายใจ ทันใดนั้น เขามองโอวหยางลั่วชิง: "เจ้าทะลวงถึงเปิดถ้ำสมบูรณ์แล้ว?"
"เพิ่งทะลวงเมื่อวานเจ้าค่ะ ปรับพื้นฐานนิดหน่อย วันนี้เลยมาเยี่ยมท่านอาจารย์"
โอวหยางลั่วชิงยิ้มเบา ๆ เครื่องหน้าจิ้มลิ้ม รอยยิ้มเยียวยาใจ
"ดูท่า จะโดนศิษย์น้องแซงซะแล้ว ศิษย์พี่ต้องพยายามบ้างแล้วสิ"
หลี่ตู๋ซิ่วยิ้มเจื่อน โอวหยางลั่วชิงอายุน้อยกว่าเขาหลายปี ระดับพลังไล่ทันแล้ว
"ไม่เป็นไรหรอก ก็แค่หน้าฉาก ใช่ไหมเจ้าคะ?"
"ศิษย์น้องก็ไม่รู้ว่าศิษย์พี่ซ่อนไว้เท่าไหร่!"
"แต่ศิษย์น้องไม่ได้ซ่อนเลยนะ"
โอวหยางลั่วชิงพูดจริงใจ บวกกับหน้าตาน่ารัก น่าเชื่อถือสุด ๆ
แต่หลี่ตู๋ซิ่วในฐานะศิษย์พี่ใหญ่ยอดเขาเทียนจี ฉลาดเป็นกรด ได้รับการถ่ายทอดจากนักพรตเทียนจีมาเต็ม ๆ มีหรือจะโดนหลอก
คำพูดโอวหยางลั่วชิง เขาฟังหูซ้ายทะลุหูขวา
ทั้งสำนักเค่าซาน ใครบอกไม่ซ่อน ตอแหลทั้งนั้น!
โกหกหน้าตาย
แต่ถึงอย่างนั้น ก็ไม่มีใครสนใจ
ตราบใดที่ไม่ยอมรับ ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว
"ข้าเห็นอาจารย์ซึมเศร้า เก็บกด นานไปเดี๋ยวธาตุไฟเข้าแทรก จะเกิดเรื่องใหญ่!"
หลี่ตู๋ซิ่วเป็นห่วง
โอวหยางลั่วชิงกล่าว: "ข้าไปสืบจากยอดเขาอื่นมา อาจารย์เป็นแบบนี้ อาจเกี่ยวกับเจ้ายอดเขาคนอื่น โดยเฉพาะเจ้ายอดเขาตี๋เสิน"
"หมายความว่าไง?"
หลี่ตู๋ซิ่วไม่มีเวลาไปสืบ งานรัดตัวไปหมด
"ท่านอาจารย์กับท่านเจ้าสำนักและเจ้ายอดเขาคนอื่น รวมถึงอาจารย์ปู่เสวียนเหอ ไปปราบเผ่าปีศาจเลือด"
"ทุกคนแสดงความเทพ เผยพลังที่ซ่อนไว้นิดหน่อย"
"ท่านอาจารย์ดูเหมือนจะสู้เจ้ายอดเขาคนอื่นไม่ได้ เลย..."
หลี่ตู๋ซิ่วเข้าใจทันที: "งอน?"
โอวหยางลั่วชิงพยักหน้า:
"ตอนนี้คงต้องรอให้อาจารย์ระดับพลังไล่ทันพวกอาจารย์อาอาจารย์ลุง ถึงจะยอมออกจากถ้ำ ไม่งั้นช่วงนี้คงเจอยาก"
หลี่ตู๋ซิ่วหันมองยอดเขาอื่น ถอนหายใจ: "ดูท่าอาจารย์ที่ภายนอกดูเจ้าเล่ห์ที่สุด จริง ๆ แล้วใสซื่อที่สุดสินะ"
"นั่นสิเจ้าคะ"
โอวหยางลั่วชิงพยักหน้าเห็นด้วย พวกศิษย์อาขยันซ่อนกันเกินไป
ทำเอาอาจารย์จิตตกขนาดนี้
โดยเฉพาะศิษย์อาตี๋เสิน ได้ยินว่าโดนอาจารย์ด่ายับ ว่าเป็นพวกเก็บกด
"หึ!"
ทันใดนั้น ประตูถ้ำเปิดออก นักพรตเทียนจีเดินหน้าบึ้งออกมา มองทั้งสอง ดุว่า
"อาจารย์พวกเจ้าเป็นคนใจแคบขนาดนั้นรึ?"
"อย่าไปฟังคนอื่นพูดมั่ว"
"เรื่องงอนเพราะสู้คนอื่นไม่ได้ เหลวไหลทั้งเพ ไม่มีเรื่องนั้น!"
"คราวหน้าห้ามพูดอีก!"
หลี่ตู๋ซิ่วและโอวหยางลั่วชิงสีหน้าเคร่งขรึม พยักหน้า: "เข้าใจแล้วขอรับ/เจ้าค่ะ คนอื่นพูดมั่ว อาจารย์แค่อารมณ์ไม่ดี เก็บตัวทำสมาธิเฉย ๆ"
"ถูกต้อง"
นักพรตเทียนจีพยักหน้า สีหน้าเรียบเฉย แต่ในใจด่ากราด
ไอ้แม่ย้อยพวกนั้น คอยดูเถอะ ไม่ขยันจนพวกเจ้าอกแตกตาย ข้าไม่ชื่อหงฉีเทียน!
"จำคำอาจารย์ไว้ อย่าคิดฟุ้งซ่าน ตั้งใจฝึกวิชา"
"จำไว้ ต้องตั้งใจฝึก อย่าให้ศิษย์สืบทอดทอดเขาอื่นเทียบได้"
"อาจารย์จะไปยอดเขาเต้าหยวน เดี๋ยวมา"
นักพรตเทียนจีสะบัดแขนเสื้อ เมฆก้อนหนึ่งปรากฏใต้เท้า พาเขาลอยขึ้นฟ้า มุ่งหน้าไปยอดเขาเต้าหยวน
"อาจารย์ยังรักหน้าตาเหมือนเดิม"
โอวหยางลั่วชิงขำเบา ๆ สบตาหลี่ตู๋ซิ่ว ส่ายหน้าพร้อมกัน
อาจารย์พวกเขานี่ ปากแข็งที่สุดในสามโลก!
หลี่ตู๋ซิ่วมองไปทางยอดเขาเต้าหยวน "อาจารย์ไปหาเจ้ายอดเขาเต้าหยวน สงสัยต้องผิดหวังกลับมาอีกแน่"
นักพรตเทียนจีช่วงนี้ไม่ค่อยออกไปไหน แต่ออกไปทีไร ก็ไปยอดเขาเต้าหยวน
แต่นักพรตเต้าหยวนไม่อยู่มาสามเดือนกว่าแล้ว ยังไม่กลับมา ไปกี่ทีก็คว้าน้ำเหลว
"ยอดเขาเต้าหยวนรากฐานลึกซึ้ง ของดีเพียบ อาจารย์น่าจะอยากไปขอแบ่งของดี"
โอวหยางลั่วชิงกล่าว
ยอดเขาเต้าหยวนคือยอดเขาอันดับหนึ่ง บรรพชนตระกูลฮวาทุกรุ่นเป็นอัจฉริยะ แต่แปลกที่ไม่รับศิษย์
แถมตัวพวกเขาเอง ไม่รู้เป็นโรคอะไร ส่วนใหญ่อายุแค่ไม่กี่ร้อยปี กำลังหนุ่มแน่นก็ด่วนจากไป (นั่งสมาธิดับขันธ์)
ทำเอาศิษย์ในสำนักเสียดายกันยกใหญ่
ถ้าบรรพชนตระกูลฮวาทุกรุ่นอายุยืน ป่านนี้สำนักเค่าซานคงเทียบชั้นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไปแล้ว!
...
"อาจารย์ปู่เทียนจี ท่านอาจารย์ยังไม่กลับมาจริง ๆ ขอรับ ท่านบังคับข้าก็ไม่มีประโยชน์"
ตีนเขายอดเขาเต้าหยวน นักพรตเทียนจียืนอยู่ตรงนั้น
ข้างหน้า เย่ปู้ฝานอธิบายน้ำตาแทบไหล
อาจารย์ปู่เทียนจีมาหลายรอบแล้ว มาหาอาจารย์ทุกที
แต่อาจารย์ไม่อยู่มาสามเดือนกว่า ยังไม่กลับ มาทีไรก็เก้อ
วันนี้มาอีก อธิบายยังไงก็ไม่เชื่อ จะเข้าไปดูให้เห็นกับตา
"ข้าไม่ได้จะกดดันเจ้า"
"อาจารย์เจ้าอยู่ไม่อยู่ ข้าเข้าไปดูเดี๋ยวก็รู้"
นักพรตเทียนจีเริ่มร้อนใจ รอไม่ไหวแล้ว
ใครจะรู้ว่าสามเดือนกว่านี้ ไอ้แก่พวกนั้นก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว
แต่เขาไม่ขยับเลย
เลยร้อนใจอยากเจอฮวาอวิ๋นเฟย อยากขอของดีจากหลานศิษย์คนนี้ จะได้เลื่อนระดับบ้าง
เย่ปู้ฝานจนใจ: "ท่านอาจารย์สั่งไว้ ถ้าไม่ได้รับอนุญาต ห้ามใครขึ้นเขา"
"อาจารย์ปู่ ถ้าท่านจะฝืนเข้า เกรงว่าจะไปไม่ถึงยอดเขา"