- หน้าแรก
- บรรพชน เลิกซ่อนตัวได้แล้ว จักรวาลจะแตกอยู่แล้วเนี่ย
- ตอนที่ 23 โลกนี้มันโหดร้าย กั๊กไว้สักไม้ตาย คือกุญแจสำคัญ
ตอนที่ 23 โลกนี้มันโหดร้าย กั๊กไว้สักไม้ตาย คือกุญแจสำคัญ
ตอนที่ 23 โลกนี้มันโหดร้าย กั๊กไว้สักไม้ตาย คือกุญแจสำคัญ
ตอนที่ 23 โลกนี้มันโหดร้าย กั๊กไว้สักไม้ตาย คือกุญแจสำคัญ
ฮวาอวิ๋นเฟยเห็นความสงสัย จึงอธิบาย:
"นี่คือวิชาที่ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งสำนักเค่าซานทิ้งไว้ มหัศจรรย์มาก"
"ประกอบด้วยสุดยอดวิชาซ่อนลมปราณ 36 ชนิด และวิชาซ่อนลมปราณรอง 72 ชนิด"
"ฝึกวิชาพวกนี้ให้สำเร็จ แล้วหลอมรวมกัน ก็จะได้ 'วิชาซ่อนลมปราณมองไม่เห็นข้า'!"
"วันหน้า ต่อให้ยืนต่อหน้านักบุญ เขาก็มองระดับพลังจริงของเจ้าไม่ออก!"
ได้ยินดังนั้น เย่ปู้ฝานตาเป็นประกาย เหมือนเปิดโลกใบใหม่
ท่านอาจารย์... กำลังสอนให้ข้าเป็นจอมเหลี่ยม?
หมายความว่า อย่าแสดงระดับพลังทั้งหมด ให้ซ่อนไว้ในตัวบ้าง จำเป็นค่อยงัดออกมาใช้?
เย่ปู้ฝานหัวไว เข้าใจเจตนาของฮวาอวิ๋นเฟยทันที
พร้อมกันนั้น เขาก็สงสัย หรือว่าศิษย์ทั้งสำนักเค่าซานฝึกวิชานี้กันหมด?
"อันนี้พกติดตัวไว้!"
ฮวาอวิ๋นเฟยหยิบหยกพกชิ้นหนึ่งออกมา แขวนที่เอวเย่ปู้ฝาน
"ท่านอาจารย์ นี่คืออะไรขอรับ?"
"หยกพกซ่อนปราณ ปรมาจารย์เค่าซานสร้างขึ้น ดูภายนอกก็แค่หยกธรรมดา"
"แต่วัสดุพิเศษ รบกวนการตรวจสอบจากคนอื่นได้ ช่วยเจ้าซ่อนระดับพลังได้ดียิ่งขึ้น"
"นี่คือประกันชั้นที่สอง ศิษย์สำนักเค่าซานทุกคนมี หน้าฉากคือของแทนใจสำนัก สัญลักษณ์ศิษย์"
เย่ปู้ฝานพลิกดูด้านหลัง มีชื่อและข้อมูลของเขาจริงด้วย
ในใจอดนับถือปรมาจารย์เค่าซานที่ยังไม่เคยเห็นหน้าไม่ได้ ละเอียดรอบคอบจริง ๆ!
"โลกนี้มันโหดร้าย กั๊กไว้สักไม้ตาย คือกุญแจสำคัญ"
คำสอนของฮวาอวิ๋นเฟย ปลูกฝังปรัชญาสำนักสายซุ่มให้เย่ปู้ฝานผู้ไร้เดียงสาได้สำเร็จ
เย่ปู้ฝานพยักหน้าหงึก ๆ คิดในใจว่า วันหน้าควรซ่อนไว้เท่าไหร่ดี?
"ศิษย์น้อง นี่เป็นวิชาบังคับของศิษย์สำนักเค่าซานทุกคนนะ"
มู่ชิวเสวี่ยชูหยกพกประจำตัวให้ดู
เย่ปู้ฝานจ้องนาง "ศิษย์พี่ก็ซ่อนระดับพลังใช่ไหม?"
"ตอนประลองเมื่อกี้ ข้ารู้สึกว่าพลังท่านเดี๋ยวสูงเดี๋ยวต่ำ นึกว่าคิดไปเอง"
"บ้า คิดมากไปแล้ว ผู้หญิงใสซื่ออย่างข้า จะมีความคิดซับซ้อนแบบนั้นได้ไง"
มู่ชิวเสวี่ยสบตาเย่ปู้ฝาน ส่ายหน้าขำ ๆ ไม่ยอมรับเด็ดขาด
นี่ก็เป็นหนึ่งในปรัชญาสำนัก!
ตราบใดที่จับไม่ได้คาหนังคาเขา ให้ตายก็ห้ามรับ!
เจ้าไม่มีหลักฐานนี่นา จริงไหม?
เย่ปู้ฝานหัวเราะแห้ง ๆ ไม่ซักไซ้ รู้กันในใจก็พอ
"เจ้ายังไม่ถึงระดับเปิดถ้ำจื่อฝู่ ไม่มีที่เก็บของ อาจารย์เลยให้แหวนมิติวงนี้ไว้ใช้ก่อน"
ฮวาอวิ๋นเฟยหยิบแหวนทองคำออกมา ตรงกลางฝังหยก สลักคำว่า "ฝาน"
นี่ไม่ใช่แค่แหวนมิติ แต่มีวิชาซ่อนปราณที่ทรงพลังด้วย
แค่สวมแหวน ก็จะช่วยเย่ปู้ฝานซ่อนตัวได้เนียนขึ้น
ถือเป็นประกันชั้นที่สามจากอาจารย์
เขาคิดว่าประกันสองชั้นของสำนักยังไม่พอ สามชั้นอุ่นใจกว่า
แถมแหวนมิติยังกันการทำนายจากยอดฝีมือได้ด้วย ปลอดภัยยิ่งขึ้น
นอกจานั้น แหวนวงนี้จะเรียกร่างเงาของเขาลงมาช่วย เมื่อเย่ปู้ฝานตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต!
แน่นอน เรื่องพวกนี้ไม่จำเป็นต้องบอกเย่ปู้ฝาน
ซ่อนไว้ดีกว่า
...
ในหัวฮวาอวิ๋นเฟยเต็มไปด้วยรางวัลภารกิจรับศิษย์ระดับสิบปี
แม้ของดีในตัวจะเยอะกว่าดินแดนศักดิ์สิทธิ์
แต่ใครจะรังเกียจของดีล่ะ?
ดังนั้น สามวันต่อมา
ฮวาอวิ๋นเฟยกำชับเรื่องการใช้ชีวิตในยอดเขาเต้าหยวนกับเย่ปู้ฝานอย่างละเอียด แล้วแอบออกจากสำนักเค่าซานเงียบ ๆ
ไปคราวนี้ไม่รู้นานแค่ไหน ฮวาอวิ๋นเฟยถือว่าไปเที่ยว
ทะลุมิติมาตั้งร้อยปี ยังไม่เคยดูโลกใบนี้ดี ๆ เลย ครั้งนี้ขอเที่ยวให้คุ้ม
แน่นอน ภายใต้เงื่อนไข 'ไม่เปิดเผยตัวตน'
ในฐานะวัยรุ่นสายซุ่ม สิ่งต้องห้ามเวลาออกนอกบ้าน คือการถูกคนอื่นจับร่องรอยได้
ใครจะรู้ว่าเขาอาจจะโดนลอบกัดเหมือนนักพรตเทียนจีก็ได้
ปลอดภัยไว้ก่อน
เห็นเพียงฮวาอวิ๋นเฟยนำเรือเหาะออกมาจากถ้ำสวรรค์จื่อฝู่ เป็นอาวุธระดับนักบุญ
จุดเด่นคือเร็ว และซ่อนเร้นได้!
เหมาะเป็นพาหนะ
คราวก่อนเหาะเอง เหนื่อยจริง ๆ ครั้งนี้เขาเรียนรู้ที่จะเสพสุข
ภายในเรือเหาะมีพื้นที่ส่วนตัว มีอาหารเลิศรส มีสิ่งอำนวยความบันเทิงครบครัน
เรือเหาะระดับนักบุญแบบนี้ คงมีแต่ระดับดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ สำนักทั่วไปต่อให้มี ก็สู้ค่าหินวิญญาณตอนใช้งานไม่ไหว!
นาทีละหนึ่งหินวิญญาณระดับกลาง!
ฮวาอวิ๋นเฟยเดินไปห้องเครื่อง เทหินวิญญาณระดับสูงหมื่นก้อนกองไว้
ใส่เยอะหน่อย จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องพลังงาน
ยังไงก็ไม่ขาดแคลนหินวิญญาณอยู่แล้ว
...
ออกมารับศิษย์คราวนี้ ฮวาอวิ๋นเฟยวางแผนไว้ว่าจะไปตามหมู่บ้านห่างไกล ขุดทองสักหน่อย
มีอัจฉริยะระดับท็อปมากมายที่เกิดในที่กันดาร แล้วถูกฝังกลบในความธรรมดา
ไม่ได้เปล่งประกายชั่วชีวิต แก่ตายโดยไม่รู้ว่าตัวเองคืออัจฉริยะผู้บ่มเพาะ
ดังนั้น ครั้งนี้ฮวาอวิ๋นเฟยตั้งใจจะให้โอกาสคนเหล่านั้น และให้โอกาสตัวเองด้วย!
แต่ทว่า...
ครึ่งเดือนผ่านไป ฮวาอวิ๋นเฟยออกจากหมู่บ้านที่สามสิบด้วยความผิดหวัง จริง ๆ ด้วย อัจฉริยะไม่ได้หากันง่าย ๆ
เดินมาตั้งหลายหมู่บ้าน ระดับเสวียน (ลึกลับ) ยังแทบไม่มี ส่วนใหญ่ระดับเหลือง หรือไม่ก็รากฐานธรรมดา!
ห่างไกลจากมาตรฐานของเขาลิบลับ พรสวรรค์แบบนี้ เข้าสำนักเค่าซานยังลำบาก ระดับเสวียนถึงจะพอมีลุ้น
วนหาอีกห้าวัน ก็ยังไม่เจอเป้าหมาย ฮวาอวิ๋นเฟยเริ่มท้อ
หลงกลระบบเข้าให้แล้ว ระดับนักบุญขั้นต่ำในยุคนี้ หายากชิบเป๋ง!
"ระบบ ลงชื่อ!"
ขึ้นเดือนใหม่ ฮวาอวิ๋นเฟยผู้หมดอาลัยตายอยากเรียกระบบลงชื่อ
[ติ๊ง! ลงชื่อสำเร็จ! ระยะเวลาลงชื่อสะสม: หนึ่งร้อยปีกับอีกสองเดือน]
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับอาวุธระดับมหาปราชญ์ — กระบี่ถัวเซิ่ง]
กระบี่ถัวเซิ่ง?
ถัวเซิ่ง?
ทำไมชื่อคุ้น ๆ?
"อาวุธมหาปราชญ์อีกละ เยอะจนไม่มีที่เก็บแล้ว"
ฮวาอวิ๋นเฟยโยนกระบี่ลงถ้ำสวรรค์อย่างรังเกียจ อาวุธมีครบทุกเกรดแล้ว รางวัลแบบนี้เขาไม่เคยมอง
ตอนนั้นเอง
เรือเหาะของฮวาอวิ๋นเฟยผ่านมาถึงที่แห่งหนึ่ง เรียกว่าตำบลชิงหยาง
สถานการณ์ที่นี่ดึงดูดความสนใจของเขา คิ้วเริ่มขมวด
ตำบลนี้กำลังถูกโจรป่าล้างบาง!
ทุกคนกำลังถูกสังหารหมู่!
ทั้งตำบลชิงหยางแทบจะตายเรียบ!
เลือดนองดั่งสายน้ำ ศพกองพะเนิน แขนขาขาดเกลื่อนกลาด
พวกโจรป่าชั่วช้าถึงกับเอาหัวเด็กมาร้อยเป็นพวงแกว่งเล่น แสยะยิ้มอำมหิต
โจรป่าเหิมเกริม หัวเราะบ้าคลั่ง ฆ่าฟันตามใจชอบ คนตายใต้คมดาบมากขึ้นเรื่อย ๆ!
พวกมันเป็นผู้บ่มเพาะ หัวหน้าเป็นถึงระดับเปิดถ้ำจื่อฝู่
ผู้บ่มเพาะที่เก่งที่สุดในตำบลคือผู้นำตระกูลหลิน มีแค่ระดับหลอมปราณ 9 ชั้นฟ้า
ทันทีที่โจรบุก ผู้นำตระกูลหลินก็ออกมาต้านทาน
แต่โผล่มาก็โดนหัวหน้าโจรฆ่าตายคาที่
ศพถูกสัตว์ขี่ของหัวหน้าโจรกินเกลี้ยง
พวกโจรเตรียมตัวมาดี รู้ตื้นลึกหนาบางของตำบลชิงหยางหมดแล้ว!
พอผู้นำตระกูลหลินตาย ตระกูลก็โดนกวาดล้างเป็นรายแรก คนที่รอดชีวิตเหลือไม่ถึงหนึ่งในสิบ!
"อั่ก!"
ชายหนุ่มชุดขาวเปื้อนเลือดโซซัดโซเซ ถือกระบี่พุ่งเข้าใส่ฝูงโจร!
เขาคือคนสุดท้ายของตระกูลหลิน...
และเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งของตำบลชิงหยาง!
งานประลองตำบลชิงหยางเมื่อวาน อัจฉริยะหลายตระกูลประลองกัน เขาได้ที่หนึ่ง
ยังไม่ทันดีใจ ภัยพิบัติก็มาเยือน
ปู่ตาย พ่อแม่ตาย น้องสาวหายสาบสูญ ทุกอย่างบีบคั้นจนเขาแทบคลั่ง
เขาพุ่งเข้าใส่โจรอย่างไม่กลัวตาย เหวี่ยงกระบี่หวังฆ่าให้ได้สักคน เพื่อล้างแค้นให้ตระกูล
แต่เขาอ่อนแอเกินไป!
ไม่นานก็ล้มลง ลุกไม่ขึ้น
"หลินหยาง!"
หญิงสาวนางหนึ่งพุ่งเข้ามา นางคือเพื่อนสมัยเด็กของเขา ลูกสาวผู้นำตระกูลมู่ อีกตระกูลใหญ่ในตำบล
เห็นหลินหยางมีภัย นางพุ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง
แต่ทว่า...
ฉัวะ!
แขนนางถูกโจรฟันขาด จากนั้นถูกจิกผมกดลงกับพื้น
พวกโจรกลุ้มรุมเข้ามาทันที!
ต่อหน้าหลินหยาง เสื้อผ้านางถูกฉีกกระชากทีละชิ้น!
"ชิงชิง!"