- หน้าแรก
- บรรพชน เลิกซ่อนตัวได้แล้ว จักรวาลจะแตกอยู่แล้วเนี่ย
- ตอนที่ 14 เคล็ดกระบี่ไท่อี้ จักรพรรดิโบราณไท่อี้
ตอนที่ 14 เคล็ดกระบี่ไท่อี้ จักรพรรดิโบราณไท่อี้
ตอนที่ 14 เคล็ดกระบี่ไท่อี้ จักรพรรดิโบราณไท่อี้
ตอนที่ 14 เคล็ดกระบี่ไท่อี้ จักรพรรดิโบราณไท่อี้
พระจันทร์ลอยเด่นกลางฟ้า
จับความคิดของฮวาอวิ๋นเฟยได้ ระบบก็เริ่มทำงานทันที
[โฮสต์ ในเมื่อ...]
"หยุด!"
ฮวาอวิ๋นเฟยหัวเราะ "แม้ความรู้สึกนี้จะฟินมาก แต่รางวัลรับศิษย์ของแกมันห่วยแตกจริง ๆ"
"<<คัมภีร์เทียนตี้>> ก็เจ๋งแหละ แต่ข้าใช้ไม่ได้นี่หว่า!"
"เคล็ดกระบี่ไท่อี้ ระดับข้ายังไม่ได้ดู แต่เดาว่าก็งั้น ๆ แหละ วิชาที่ข้าฝึกมีเยอะพอแล้ว"
[ก็งั้น ๆ?]
[เคล็ดกระบี่ไท่อี้ คือเคล็ดวิชากระบี่ระดับจักรพรรดิที่จักรพรรดิกระบี่บัญญัติขึ้น! อยู่เหนือวิชาระดับนักบุญนะโว้ย!]
"วิชากระบี่จักรพรรดิ?"
"ซี๊ด..."
"เจ๋งขนาดนั้นเลย?"
ฮวาอวิ๋นเฟยรีบหยิบเคล็ดกระบี่ไท่อี้ออกมา ดูอย่างละเอียด แล้วก็ต้องตื่นตะลึง
จักรพรรดิโบราณไท่อี้ อัจฉริยะผู้บรรลุจักรพรรดิด้วยวิถีกระบี่!
หนึ่งคนหนึ่งกระบี่ ไร้เทียมทานทั่วหล้า!
เคล็ดกระบี่ไท่อี้คือสิ่งที่จักรพรรดิโบราณไท่อี้บัญญัติขึ้นในยามชรา เป็นการรวบรวมแก่นแท้วิชากระบี่ตั้งแต่หนุ่มจนแก่มารวมกัน!
[ข้านึกว่าท่านจะรู้ ที่แท้ก็บื้อนี่หว่า!]
[ลงชื่อมาร้อยปี ของดีเยอะจัด จนตาถั่วแล้วรึไง?]
ฮวาอวิ๋นเฟยเริ่มเขินนิด ๆ
รีบจดจำเคล็ดกระบี่ไท่อี้ใส่สมอง กะว่าว่าง ๆ จะฝึกสักหน่อย เพิ่มพลังให้ตัวเอง
[ภารกิจรับศิษย์จะทำต่อไหม? รางวัลโครตเยอะ ไม่ด้อยไปกว่าของที่ท่านได้จากการลงชื่อครบรอบสิบปีหรอก!]
"ไม่ด้อยกว่าของครบรอบสิบปี?"
ฮวาอวิ๋นเฟยสีหน้าเปลี่ยน ดีใจขึ้นมาทันที
ระบบลงชื่อของเขา ลงชื่อได้เดือนละครั้ง ลงชื่อครบหนึ่งปีจะได้ของดีแน่นอน
แต่ครบสิบปี ยี่สิบปี จะยิ่งดีเข้าไปใหญ่!
อย่างต่ำก็ของระดับนักบุญขึ้นไป!
เช่น มหาเวทย์พลิกฟ้าดิน, หนึ่งคำสัจจะ, ใบชาต้นรู้แจ้ง, ต้นผลโสม, ศาสตราจักรพรรดิระฆังโกลาหล ล้วนได้จากการลงชื่อครบรอบสิบปีทั้งนั้น!
ถ้าทุกครั้งที่รับศิษย์ได้รางวัลระดับครบรอบสิบปี งั้น... น่ากลัวพิลึก!
"ข้าไปรับศิษย์ฝ่ายในสักร้อยคนก่อนนะ อย่าลืมให้รางวัลล่ะ"
ฮวาอวิ๋นเฟยลุกขึ้น ยังไงผู้สืบทอดยอดเขาเต้าหยวนก็มีแล้ว
เงื่อนไขพรสวรรค์ศิษย์คนอื่นก็ลดลงได้หน่อย
ถามว่าลดแค่ไหนเหรอ?
อืม... วิ่งบนดิน ว่ายในน้ำ บินบนฟ้า ขอแค่มีชีวิต หายใจได้ ก็เอาหมด!
ต่อให้เป็นหมู ฮวาอวิ๋นเฟยก็มั่นใจว่าจะสอนให้เป็นหมูศักดิ์สิทธิ์ได้
[เดี๋ยว! คิดว่ารางวัลได้มาง่าย ๆ รึไง?]
"มีเงื่อนไขอีกเรอะ?" ฮวาอวิ๋นเฟยขมวดคิ้ว
ในฐานะผู้สืบทอดวิชาซุ่ม เขาไม่อยากออกหน้าเท่าไหร่ ถ้ามีเงื่อนไขพรสวรรค์ ก็ต้องออกไปตามหา ยุ่งยาก
เกิดเผลอตบอาวุโสสำนักระดับศักดิ์สิทธิ์ตายไปสักคน จะเป็นการหาเหาใส่หัวเปล่า ๆ
[มีได้ก็ต้องมีเสีย! วัฏจักรเวรกรรมฟ้าดิน ท่านฝึกมาถึงขั้นนี้ หลักการแค่นี้ไม่เข้าใจรึ?]
ฮวาอวิ๋นเฟยรู้สึกว่าระบบโกรธจนอยากด่าคนแล้ว เลยยอมถอย: "ไหนลองว่ามาซิ"
[ภารกิจรับศิษย์ เป็นแค่วิธีหนึ่งให้โฮสต์ได้ของดีมากขึ้น พึ่งแต่ลงชื่อ มันช้าไป]
"เออ เลิกกล่อมได้แล้ว ข้าฉลาดพอ"
[ติ๊ง! ยืนยันเปิดใช้งานระบบภารกิจ ประกาศภารกิจรับศิษย์ ณ บัดนี้]
[จำนวนศิษย์ที่ต้องการ: 1 คน]
[เงื่อนไข: พรสวรรค์การบ่มเพาะขั้นต่ำระดับนักบุญขั้นต่ำ]
[เงื่อนไขพรสวรรค์อื่น ๆ: ไม่มี]
[เวลาจำกัด: ห้าเดือน]
[รางวัลสำเร็จ: ถุงของขวัญรับศิษย์หนึ่งถุง]
[บทลงโทษเมื่อล้มเหลว: สุ่มลบสมบัติวิญญาณที่โฮสต์ครอบครองหนึ่งชิ้น]
".........?"
"ดาวเป่ยโต่วตอนนี้ พรสวรรค์ระดับนักบุญหายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร แม้แต่ขุมกำลังระดับดินแดนศักดิ์สิทธิ์ยังโหยหา"
"นี่ยังขั้นต่ำอีกเหรอ? ล้อข้าเล่นรึไง?"
รับศิษย์ขั้นต่ำระดับนักบุญ คิดว่าเป็นผักกาดขาวรึไง?
[ไม่หา ก็หายากสิ อัจฉริยะชั้นนำหลายคนอาจใช้ชีวิตเป็นคนธรรมดาไปตลอดชีวิต ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าพรสวรรค์ตัวเองน่ากลัวแค่ไหน]
"ก็จริง..."
[รางวัลระดับลงชื่อสิบปี...]
ระบบบ่นพึมพำลอย ๆ
ทำเอาฮวาอวิ๋นเฟยคันยุบยิบในใจ
"อย่างน้อยก็มีเวลาห้าเดือน น่าจะพอไหว!"
ฮวาอวิ๋นเฟยปลอบใจตัวเอง เพื่อรางวัลระดับท็อป ต้องปลอบใจตัวเองแบบนี้แหละ!
...
รุ่งเช้า เย่ปู้ฝานตื่นจากการเข้าฌานในที่สุด
กลิ่นอายรอบตัวสงบนิ่ง ดูไม่ต่างจากคนทั่วไป
แต่คนตาถึงจะดูออกว่า ในร่างกายเขาเหมือนซ่อนภูเขาไฟเอาไว้
ขยับเมื่อไหร่ ฟ้าถล่มดินทลาย!
ระดับพลังของเขามาถึง หลอมปราณ 2 ชั้นฟ้าแล้ว!
ใช้เวลาแค่วันกับอีกหนึ่งคืน!
ฮวาอวิ๋นเฟยเดินออกจากถ้ำฝึกตน ยิ้มบาง ๆ ชี้ไปที่ต้นผลโสม: "หิวแล้วสิ ต้นผลไม้นั่น อยากกินเมื่อไหร่ก็ไปเด็ดกิน ดีต่อสุขภาพ อายุยืน"
"ท่านอาจารย์"
เย่ปู้ฝานยิ้มร่า รีบเข้าไปหา: "ข้าถึงระดับหลอมปราณขั้นสองแล้ว!"
"ไม่เลว ไม่เลว เก่งกว่าอาจารย์สมัยก่อนเยอะ"
ฮวาอวิ๋นเฟยมองปราดเดียวก็รู้ระดับพลัง พอใจมาก
ตามที่เขาประเมิน เย่ปู้ฝานระดับหลอมปราณขั้นสอง น่าจะสู้กับอัจฉริยะระดับหลอมปราณขั้นสี่ได้!
แน่นอน หมายถึงอัจฉริยะทั่วไปนะ
อัจฉริยะระดับท็อปหรือพวกสัตว์ประหลาด ข้ามขั้นท้าดวลยาก
พวกนั้นเป็นแกนหลักสำนัก ฝึกวิชาสุดยอด พลังต่อสู้ก็สุดยอดเช่นกัน
ข้ามขั้นมั่วซั่ว ผิดกฎสวรรค์
"อาจารย์มีเคล็ดกระบี่ไท่อี้อยู่ชุดหนึ่ง ธรรมดา ๆ เจ้าเอาไปฝึกเล่น ๆ ละกัน"
ฮวาอวิ๋นเฟยยื่นเคล็ดกระบี่ไท่อี้ให้เย่ปู้ฝาน
"เคล็ดกระบี่ไท่อี้!"
เย่ปู้ฝานกำเคล็ดกระบี่แน่น สีหน้าหลงใหล
เขารู้ดี อาจารย์ของเขาคนนี้ ปากบอกธรรมดา แต่ไม่มีทางธรรมดา!
ขนาด <<คัมภีร์เทียนตี้>> เขายังบอกว่าธรรมดาเลย
เปิดดู ไม่ผิดจากที่คิด เคล็ดกระบี่ไท่อี้บัญญัติโดยจักรพรรดิโบราณไท่อี้ เคล็ดกระบี่จักรพรรดิ!
ทั้งดาวเป่ยโต่วยังหาเคล็ดกระบี่จักรพรรดิสักเล่มยากเลย!
ท่านอาจารย์ของเขาหยิบออกมาส่ง ๆ แถมยังบอกว่าธรรมดาอีก
ตอนนั้นเอง มู่ชิวเสวี่ยเดินออกมา เห็นเย่ปู้ฝานตื่นแล้ว ก็เดินเข้ามาด้วยความอยากรู้ ยิ้มหวาน
"สวัสดี ข้าชื่อมู่ชิวเสวี่ย"
รอยยิ้มหวานหยด ใบหน้าแบบรักแรก มัดผมหางม้า ได้ใจคนไปง่าย ๆ
เห็นสาวงามทักทาย เย่ปู้ฝานทำตัวไม่ถูก หน้าแดงระเรื่อ:
"สะ... สวัสดี ข้าชื่อเย่ปู้ฝาน ศิษย์ยอดเขาเต้าหยวน"
พูดพลางเก็บเคล็ดกระบี่ไท่อี้เข้าอกเสื้อ
ของที่อาจารย์ให้ ถ้าไม่ได้รับอนุญาต เขาจะไม่เปิดเผยให้คนนอกเห็น
เคล็ดกระบี่จักรพรรดิ ไปที่ไหนก็ทำให้เกิดพายุโลหิตได้!
เขาจะสร้างปัญหาให้อาจารย์ไม่ได้
"ปู้ฝาน"
ฮวาอวิ๋นเฟยยิ้ม "ชิวเสวี่ยเป็นศิษย์สืบทอดคนเล็กของยอดเขาเซี่ยเสวียน พรสวรรค์โดดเด่น เมื่อวานอาจารย์อาเซี่ยเสวียนมาส่งนางมาฝึกที่ยอดเขาเต้าหยวนด้วยตัวเอง พวกเจ้าต้องปรองดองกันนะ"
เย่ปู้ฝานรีบพยักหน้า: "ศิษย์จะจดจำไว้"
"อืม"
ฮวาอวิ๋นเฟยพยักหน้า มองมู่ชิวเสวี่ย คิดคำพูดสักพัก ถึงเอ่ยว่า: "ชิวเสวี่ย เจ้าอยู่ในความมืด ก็เหมือนยืนอยู่กลางแดดใช่ไหม?"
"เจ้ายอดเขาเต้าหยวนรู้ได้ยังไง? เรื่องนี้มีแต่ท่านอาจารย์ที่รู้!"
มู่ชิวเสวี่ยกำลังจะชวนเย่ปู้ฝานคุยต่อ ได้ยินดังนั้นก็ตกใจ หันมองฮวาอวิ๋นเฟย
"ข้าฝึกวิชาเนตร เคยคุยกับอาจารย์เจ้ามาก่อน" ฮวาอวิ๋นเฟยกล่าว
"อย่างนี้นี่เอง"
มู่ชิวเสวี่ยกระชับเสื้อโดยไม่รู้ตัว ถามว่า"เจ้ายอดเขาเต้าหยวน จู่ ๆ พูดเรื่องนี้ขึ้นมา มีปัญหาอะไรหรือเจ้าคะ?"
"อยากรู้ไหม ทำไมเจ้าถึงต่างจากคนอื่น?"