เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 761 - ศาสตราวุธเทพ

บทที่ 761 - ศาสตราวุธเทพ

บทที่ 761 - ศาสตราวุธเทพ


บทที่ 761 - ศาสตราวุธเทพ

ฮ่องเต้หงจื้อพอได้ยินคำว่า 'เงิน' หัวใจก็กระตุกวูบ

เงินนะนั่น เงินตั้งเจ็ดหมื่นตำลึง พวกเจ้าก็เจ็บปวดรวดร้าวกันจะเป็นจะตาย

แล้วเราล่ะ ปีหนึ่งเสียเงินไปเป็นล้าน จะให้พูดว่ายังไง?

ฮ่องเต้หงจื้อเก็บอาการ "อ้อ นี่ก็ไม่ใช่เรื่องเล็ก พวกท่านมีความเห็นอย่างไร?"

หลิวเจี้ยนกราบทูล "ขอฝ่าบาทมีพระราชโองการ ลงโทษผู้ก่อเหตุอย่างเคร่งครัดพ่ะย่ะค่ะ"

ฮ่องเต้หงจื้อเลิกคิ้ว "จี้ฟาน?"

แบบแปลนนี้ ฟางจี้ฟานเป็นคนถวายไม่ใช่รึ ตอนนี้เกิดเรื่อง ความรับผิดชอบนี้ ฟางจี้ฟานดิ้นไม่หลุดแน่

หลิวเจี้ยนยิ้ม ส่ายหน้า "หามิได้ ขันทีผู้ดูแลโรงงาน พีเหลียงต่างหากพ่ะย่ะค่ะ!"

เซียวจิ้งที่อยู่ข้างกายฮ่องเต้หงจื้อหน้ากระตุกยิกๆ แม้ใบหน้าจะยิ้มแย้ม แต่แววตาลึกล้ำจ้องมองหลิวเจี้ยนเขม็ง

หลิวเจี้ยนกล่าวอย่างใจเย็น "เกิดระเบิดในเมืองหลวง แถมยังใกล้เขตพระราชฐานขนาดนี้ เป็นเรื่องต้องห้ามอย่างยิ่ง หากราชสำนักนิ่งเฉย ภายนอกย่อมมีข่าวลือเสียๆ หายๆ ใต้หล้านี้ คนชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านมีเยอะ ผู้คนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น กลับจะยิ่งตื่นตระหนก ข่าวลือน่ากลัวต่างๆ นานา ก็จะยิ่งแพร่สะพัด ดังนั้น เพื่อปลอบขวัญประชาชน จำเป็นต้องให้คนทั่วหล้ารู้ว่า อ้อ ที่แท้มีคนหละหลวมในการจัดการ ราชสำนักตำหนิอย่างรุนแรง แล้วลงโทษขันทีผู้ดูแลโรงงาน ถึงตอนนั้น ผู้คนถึงจะเชื่อว่า นี่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยจริงๆ เจตนาของเรื่องนี้ อยู่ที่การปลอบขวัญประชาชนพ่ะย่ะค่ะ"

ฮ่องเต้หงจื้อไตร่ตรองดู ก็มีเหตุผล แต่ถอนหายใจ "หลิวชิงพูดเพื่อบ้านเมือง แต่ทว่า ชัดเจนว่าเป็นปัญหาที่แบบแปลน จะไปลงโทษคนที่ไม่เกี่ยวข้องได้อย่างไร เรื่องนี้ ขอเราคิดดูก่อน"

พูดไป ฮ่องเต้หงจื้อก็เริ่มลังเล อดตรัสไม่ได้ว่า "จี้ฟานทำงาน เชื่อถือได้มาตลอด จะถวายแบบแปลนที่มีปัญหาได้อย่างไร?"

พอตั้งข้อสงสัยนี้ เหล่าขุนนางกลับไม่เห็นด้วย

ช่วงหลังมานี้ ฟางจี้ฟานทำเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองและราษฎรมากมาย บัณฑิตภายนอกก็ไม่ได้วิพากษ์วิจารณ์เขาเสียๆ หายๆ เหมือนเมื่อก่อนแล้ว

ดังนั้นพอได้ยินแบบนี้ ก็มีหลายคนช่วยแก้ต่างให้ฟางจี้ฟาน โดยเฉพาะหวังอ๋าว ยิ้มแย้มกล่าวว่า "ฝ่าบาท ท่านราชบุตรเขยฟางเป็นคนซื่อตรง มีความรับผิดชอบ ทำงานละเอียดรอบคอบเสมอมา แต่ว่า คนก็คือคน อีกอย่างเขายังเป็นเด็กหนุ่ม ต่อให้บางครั้ง จะมีข้อผิดพลาดบ้าง ก็เป็นเรื่องธรรมดาพ่ะย่ะค่ะ"

ซื่อตรง... มีความรับผิดชอบ...

ฮ่องเต้หงจื้อยิ้มขื่น น้อยนักที่จะได้ยินคนวิจารณ์ฟางจี้ฟานแบบนี้ "เราว่าถามให้รู้เรื่องดีกว่า เด็กๆ... เรียกฟางจี้ฟานมา อ้อ แล้วก็เจ้ากรมกลาโหมม้าเหวินเซิงด้วย"

ฟางจี้ฟานก็รู้สึกถึงแรงระเบิดที่โรงงานหวังกงแล้ว แรงสั่นสะเทือนไม่ใช่น้อย เขาเลยเดาว่า ฝ่าบาทอาจจะเรียกพบ จึงมารออยู่ก่อนแล้ว พอคนในวังมาถึง เขาก็รีบไปทันที

เมื่อมาถึงตำหนักอุ่น เห็นฮ่องเต้หงจื้อ หลิวเจี้ยน ม้าเหวินเซิง หวังอ๋าว และคนอื่นๆ อยู่กันครบ

ฟางจี้ฟานถวายบังคม "ลูกถวายบังคมเสด็จพ่อ"

ฮ่องเต้หงจื้อกดมือลง หันไปมองม้าเหวินเซิง "ม้าชิง ว่าต่อสิ"

ดูเหมือนม้าเหวินเซิงจะมาก่อน และกำลังรายงานผลการสอบสวนจากโรงงานหวังกง

ม้าเหวินเซิงมองฟางจี้ฟานแวบหนึ่ง เขาได้รับฉายาว่าวิญญูชน แม้ช่วงหลังจะโดนด่าเยอะ แต่ก็เป็นคนตรงไปตรงมา

ถ้าตัวเองไม่มั่นใจก็แล้วไป แต่ครั้งนี้ ปัญหาอยู่ที่แบบแปลนจริงๆ เขาต้องพูดตามความจริง "ดังนั้น ขุนนางเฒ่าจึงเรียกช่างฝีมือในโรงงานหวังกงมาตรวจสอบอย่างละเอียด ช่างฝีมือวิเคราะห์ผลแล้ว ต่างบอกว่า แบบแปลนนี้ ตอนแรกที่พวกเขาดูก็รู้สึกว่ามีความผิดปกติอย่างมาก เช่น ความหนาของตัวปืนไม่พอ แถมยังจะให้แกะสลักลายเกลียวในลำกล้องปืนอีก นี่จะยิ่งทำให้ลำกล้องบางลง ไม่เพียงเท่านั้น ลำกล้องยังยาวเกินไป ทำให้ดินปืนพอระเบิดในลำกล้อง แรงระเบิดอัดอยู่ข้างใน ระบายออกไม่ทัน สุดท้าย... ก็ระเบิด ตอนหล่อปืนนี้แรกๆ ความจริงก็มีช่างฝีมืออาวุโสหลายคน พอดูแบบแปลนก็รู้สึกว่ามีปัญหา แต่เบื้องบนกดดันลงมาหนัก พวกเขาไม่กล้าทักท้วง ถึงได้กลายเป็นหายนะในครั้งนี้"

ม้าเหวินเซิงพูดถึงตรงนี้ "กระหม่อมมิได้มีเจตนาจะตำหนิท่านราชบุตรเขย เพียงแต่ ศาสตร์แต่ละแขนงมีความเฉพาะทาง การผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ จะทำตามจินตนาการเพ้อฝันไม่ได้ โชคดีที่ครั้งนี้แค่บาดเจ็บ ความเสียหายไม่มาก หากปืนพวกนี้สร้างเสร็จ ส่งไปชายแดน ผลาญงบประมาณและแรงงาน แถมยังทำให้ทหารชายแดนต้องบาดเจ็บล้มตาย นี่... จะเป็นหายนะครั้งใหญ่หลวงพ่ะย่ะค่ะ"

ฮ่องเต้หงจื้อหน้าตึง พยักหน้าเห็นด้วย

ม้าเหวินเซิงอารมณ์บ่จอย เห็นฟางจี้ฟานอยู่ข้างๆ จึงกล่าวว่า "ท่านราชบุตรเขย ข้าพูดจาตรงไปหน่อย ท่านอย่าเก็บมาใส่ใจ"

ฟางจี้ฟานอ้าปากจะพูด

ฮ่องเต้หงจื้อกดมือลง "จี้ฟาน... เจ้าต้องจำบทเรียนครั้งนี้ไว้"

"หือ?" ฟางจี้ฟานงง

ฮ่องเต้หงจื้อตรัส "เรารู้ว่าเจ้ามีความสามารถหลากหลาย แต่เรื่องใหญ่ขนาดนี้ วันหน้าต้องระวังให้มาก"

"ฝ่าบาทหมายถึง... เรื่องโรงงานหวังกง?" ฟางจี้ฟานทำหน้าน้อยใจ

บนหน้าเขียนคำว่า 'ข้าไม่ผิด' ตัวเบ้อเริ่ม

ฮ่องเต้หงจื้อพยักหน้า "เมื่อครู่คำพูดของม้าชิง เจ้าก็ได้ยินแล้ว โชคดีที่ครั้งนี้ ไม่เกิดเรื่องใหญ่โต แต่เจ้ามีความชอบใหญ่หลวง แถมยังเป็นเด็ก... เราจะไม่เอาความ แต่ครั้งหน้า ต้องคิดให้รอบคอบก่อนทำ"

ทุกคนมองฟางจี้ฟาน โดยเฉพาะหลี่ตงหยาง จนป่านนี้ยังเสียดายเงินเจ็ดหมื่นตำลึงอยู่เลย

หวังอ๋าวกลับมองฟางจี้ฟานด้วยสายตาเมตตา เจ้าเด็กนี่ สร้างชื่อเสียงให้ข้า ผิดพลาดแค่นี้ ไม่เป็นไร คนเราผิดพลาดกันได้ แก้ไขได้ก็ประเสริฐแล้ว

ฟางจี้ฟานกระพริบตาปริบๆ "แต่ว่า..."

"ไม่ต้องแก้ตัวให้ตัวเอง" ฮ่องเต้หงจื้อคิดในใจ เจ้าหมอนี่ จนป่านนี้ยังจะแก้ตัว เราบอกแล้วไงว่าไม่เอาความ นี่กำลังปกป้องเจ้าอยู่นะ เรื่องนี้ถือว่าจบกันไป เจ้าโดนด่าสักหน่อย เงียบๆ ไว้ เรื่องก็ผ่านไปแล้ว จะไปหาเรื่องใส่ตัวอีกทำไม

"แต่ว่า..." ฟางจี้ฟานดูเหมือนจะยืนกรานที่จะแก้ตัว

ฮ่องเต้หงจื้อมองฟางจี้ฟานเหมือนมองเด็กปัญญาอ่อน เจ้าเด็กนี่ ไม่เข้าใจความหวังดีของเราเลยจริงๆ

"แต่ว่าที่ซีซาน สร้างปืนใหญ่ตามแบบแปลนออกมาได้แล้วนะพ่ะย่ะค่ะ" ฟางจี้ฟานหาช่องแทรกขึ้นมาจนได้

"..."

ฉับพลัน... ทุกคนมึนงง

หมายความว่าไง?

ซีซานสร้างได้แล้ว?

"ระเบิดไหม?" ม้าเหวินเซิงสมองหมุนไม่ทัน มองฟางจี้ฟาน "ที่ซีซาน เจ็บไปกี่คน?"

"..." นี่ถือเป็นการแช่งหรือเปล่าเนี่ย?

ฟางจี้ฟานส่ายหน้า "ไม่มีนี่นา ดีมากเลย ยิงไปนัดหนึ่ง วัวตายไปหลายตัว ไม่ ไม่... ไม่ได้ตั้งใจ แค่อุบัติเหตุน่ะ..."

"..."

เงียบ

ความเงียบอันน่ากระอักกระอ่วน

ฮ่องเต้หงจื้อขมวดคิ้ว

ม้าเหวินเซิงเริ่มร้อนรน

หน้าเริ่มแดง

โรงงานหวังกงระเบิด แถมระเบิดใส่คนกันเอง โรงงานหวังกงคือที่ไหน คือโรงงานผลิตอาวุธของราชวงศ์ สมัยฮ่องเต้เหวิน (จูตี้) ก็ให้ขันที กรมกลาโหม กรมโยธา สามฝ่ายร่วมกันดูแล เป็นหน่วยงานหลักในการผลิตอาวุธปืนของต้าหมิง กรมคลังเบิกงบประมาณให้ปีละมหาศาล ในวังส่งขันทีไปคุม กรมโยธามีขุนนางไปนั่งประจำ กรมกลาโหมมีรองผู้ตรวจการไปเฝ้า ระดมช่างฝีมือทำอาวุธปืนที่เก่งที่สุดในใต้หล้า...

นี่คืออะไร นี่คือมืออาชีพ

จะบอกว่าเป็นที่หนึ่งในใต้หล้า ก็ไม่เกินจริง

แต่ทว่า...

ม้าเหวินเซิงหน้าแดงก่ำ มองฮ่องเต้หงจื้อ

ฮ่องเต้หงจื้อขมวดคิ้ว "ฟางจี้ฟาน ซีซานสร้างปืนใหญ่ตั้งแต่เมื่อไหร่?"

ฟางจี้ฟานทูล "ลูกสมควรตาย ลูกวาดแบบแปลนออกมา องค์รัชทายาทเห็นว่าแปลกดี เลยบอกว่าจะสร้างมาเล่นสักกระบอก ลูกก็ต้องห้ามอยู่แล้ว แต่นิสัยองค์รัชทายาท เสด็จพ่อก็ทรงทราบ พระองค์ยืนกรานจะเล่นให้ได้ แถมยังบอกว่า ต้องหาอะไรให้พวกญาติๆ ของพระองค์ทำบ้าง"

"ญาติ?" ฮ่องเต้หงจื้อคิดในใจ ไม่รู้ว่าเชื้อพระวงศ์คนไหนเข้าไปเอี่ยวด้วยอีก นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะ นี่มันสร้างอาวุธปืน อย่าว่าแต่ราชสำนักไม่อนุญาตเลย ต่อให้อนุญาต พวกเจ้าเอาของอันตรายพรรค์นี้มาเล่นเนี่ยนะ? เกิดระเบิดเหมือนโรงงานหวังกงขึ้นมา จะทำยังไง?

ฟางจี้ฟานตอบ "ความจริง ก็แค่คนตระกูลจางบางคน ตอนนั้นหนีภัยแล้ง ไม่มีที่ไป สุดท้ายมาอยู่ที่ซีซาน หัวหน้าคนหนึ่ง หน้าตาค่อนข้างอัปลักษณ์ ชื่อจางเว่ยอวี่"

"..."

ฮ่องเต้หงจื้อไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับจางเว่ยอวี่เลยแม้แต่น้อย

แต่ทว่า... พอได้ยินว่าเป็นคนตระกูลจาง... พระองค์ก็เข้าใจแจ่มแจ้ง

วันก่อน ฮองเฮาจางเพิ่งมาร้องไห้คร่ำครวญต่อหน้าพระองค์ บอกว่าพี่น้องสองคนจนป่านนี้ยังไม่มีข่าวคราว เกรงว่าจะไปไม่รอดแล้ว ตระกูลจางน่าสงสารนัก จะสิ้นทายาทแล้ว ได้ยินว่าญาติๆ ตระกูลจาง ก็ตกระกำลำบาก ขอฝ่าบาทช่วยดูแล

ฮ่องเต้หงจื้อย่อมขัดใจฮองเฮาจางไม่ได้ คิดไปคิดมา หากจะพระราชทานที่ดินและตำแหน่งขุนนางให้ญาติห่างๆ ตระกูลจางอีก ราชสำนักต้องวุ่นวายแน่ นี่มันญาติห่างๆ ผิดธรรมเนียม หากเปิดช่องนี้ บรรพบุรุษสิบแปดรุ่นนับลงมา บ้านใครบ้างไม่มีญาติเป็นโขยง

ฮ่องเต้หงจื้อคิดไปคิดมา เลยโยนให้ฟางจี้ฟานไปจัดการ

จาง... เว่ย... อวี่...

ฮ่องเต้หงจื้อหน้าแดงระเรื่อ เรื่องนี้... ดูท่า... จะสืบสาวราวเรื่องต่อไม่ได้แล้ว

สืบสาวต่อไป ขุนนางภายนอกก็จะหาว่าฮองเฮาจางปกป้องคนของตัวเอง อีกอย่าง ฮองเฮาจางเพิ่งเสียพี่น้องสองคนไป ตอนนี้กำลังเสียใจ เรื่องนี้ขยายใหญ่โตไป กลับจะไม่ดี

ฮ่องเต้หงจื้อกระแอม "อ้อ เป็นเช่นนี้เอง"

แต่ม้าเหวินเซิงไม่ยอม

ซีซานสร้างออกมาได้? นี่ไม่เท่ากับบอกว่าโรงงานหวังกงมีปัญหารึ? หน่วยงานใหญ่โตขนาดนี้ กลับสู้ซีซานเล็กๆ ไม่ได้ ซีซานรู้อะไรเรื่องสร้างปืน พวกเขายังสร้างได้ แล้วโรงงานหวังกงนับเป็นตัวอะไร?

นี่ไม่ได้หมายความแค่ว่าโรงงานหวังกงไร้ความสามารถทางเทคนิค

ที่น่ากลัวกว่าคือ เรื่องนี้คิดให้ลึก มันใช่แค่ปัญหาทางเทคนิคหรือ? นี่อาจพัวพันถึงการทุจริต และปัญหาคนล้นงานแต่ไร้ประสิทธิภาพที่น่ากลัว

ม้าเหวินเซิงมองฟางจี้ฟาน "ท่านราชบุตรเขยอย่าพูดล้อเล่น"

ฟางจี้ฟานทำหน้าไร้เดียงสา "ถ้าไม่เชื่อ ไปดูที่ซีซานก็ได้ หรือไม่ ข้าให้คนหามมาที่วัง ยิงให้ดูสักนัด"

"..."

ทุกคนพูดไม่ออก เจ้าหามมายิงดูสิ ยิงให้ตายกันไปข้าง!

ม้าเหวินเซิงหรี่ตา "ฝ่าบาท คำพูดของฟางจี้ฟาน ช่างเชือดเฉือนใจนัก โรงงานหวังกงทุกคนต่างทุ่มเทแรงกายแรงใจ กระหม่อมเป็นเจ้ากรมกลาโหม เห็นอยู่ในสายตา แต่ตอนนี้ฟางจี้ฟานพูดแบบนี้ กลับทำให้ดูเหมือนโรงงานหวังกงมีแต่คนกินแรง..."

ฮ่องเต้หงจื้อย่อมเข้าใจความหมายของม้าเหวินเซิง พระองค์ตรัสส่งๆ ไปว่า "อิงกั๋วกงกลับเมืองหลวงหรือยัง เรานับวันดู เขาน่าจะกลับจากพิธีเซ่นไหว้ที่หนานจิงแล้วกระมัง หากเขากลับมา เราจะสั่งให้เขาไปซีซาน ไปเห็นกับตาให้รู้ดำรู้แดง"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 761 - ศาสตราวุธเทพ

คัดลอกลิงก์แล้ว