เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 701: สถานที่ท่องเที่ยวอันงดงามตระการตาแห่งนี้ ถือเป็นอันดับหนึ่งของโลกอย่างแน่นอน !

บทที่ 701: สถานที่ท่องเที่ยวอันงดงามตระการตาแห่งนี้ ถือเป็นอันดับหนึ่งของโลกอย่างแน่นอน !

บทที่ 701: สถานที่ท่องเที่ยวอันงดงามตระการตาแห่งนี้ ถือเป็นอันดับหนึ่งของโลกอย่างแน่นอน !


หลังจากเจ้าชายทาราทรงวางสายแล้วก็เสด็จไปที่รถกับรัฐมนตรีหลู่ด้วยหัวใจที่เปี่ยมสุข  ทรงหยิบกระเป๋าเดินทางของตนออกมาเปิดแล้วหยิบเมล็ดพันธุ์ของถั่วเล็บเหยี่ยวขึ้นมา

หลังจากนั้นก็ตามรัฐมนตรีหลู่ไปที่ห้องทำงานของฉินหลิน

ระหว่างทางยังถูกฉากในคฤหาสน์ดึงดูดจนทำให้ในใจรู้สึกว่าอยากพักอยู่ที่นี่ต่อสักพักหนึ่ง

หลังจากกลับไปที่ห้องทำงานแล้ว  เจ้าชายทาราก็ทรงประทานถั่วเล็บเหยี่ยวที่นำมาด้วยให้แก่ฉินหลินไป

ฉินหลินรับเมล็ดพันธุ์ดังกล่าวมาและเห็นว่าเมล็ดของถั่วเล็บเหยี่ยวอะไรนี่มันค่อนข้างจะต่างจากถั่วอื่น ๆ ที่เคยเห็น  ตรงที่ถั่วนี้มันลักษณะผอม ๆ ปลายแหลม ๆ เหมือนกับเล็บเหยี่ยว

นี่อาจเป็นที่มาของชื่อของถั่วเล็บเหยี่ยวก็เป็นได้

เจ้าชายทาราอดพูดไม่ได้ “เสี่ยวฉินหยวนชื่อ  คฤหาสน์ของคุณสวยมาก  ผมอยากอยู่ที่นี่ต่ออีกซักนึงนี่จะโอเคมั้ย ?”

“อือ ~ !” ฉินหลินยิ้มและพูดว่า “แน่นอนพะยะค่ะองค์ชาย  พระองค์ถือเป็นแขกผู้มีเกียรติ  กระหม่อมจะให้คนไปจัดห้องพักให้  เชิญพระองค์ไปเที่ยวเล่นที่สถานที่ท่องเที่ยวก่อนเถอะพะยะค่ะ  เชื่อว่าเราจะไม่ทำให้พระองค์ผิดหวัง”

พูดจบก็โทรหาเกาเหยาเหยาเรียกให้ไปจัดห้องพักให้กับเจ้าชายทารากับรัฐมนตรีหลู่

เนื่องจากเจ้าชายทาราพักอยู่ที่นี่ดังนั้นรัฐมนตรีหลู่จึงต้องคอยอยู่ดูแลและไม่มีทางกลับไปได้

ไม่นานเกาเหยาเหยาก็มาถึง

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่รัฐมนตรีหลู่มาที่คฤหาสน์ดังนั้นเขาจึงเผชิญหน้ากับเจ้าชายทาราทันทีที่ห้องโถง

ฉินหลินยังนำเมล็ดฮอว์ ธอร์นกลับไปยังพื้นที่ภายในของคฤหาสน์เข้าสู่การประชุมเชิงปฏิบัติการแล้วล็อกประตูและเห็นคุณสมบัติของเมล็ดฮอว์ ธ อร์น

[ เมล็ดถั่วเล็บเหยี่ยว: ปกติ ]

[ เมล็ดพันธุ์อันมีเฉพาะในประเทศน้ำมันบางประเทศ  ยากที่จะเติบโตและอยู่รอดในสถานที่อื่น  มีรสชาติพิเศษที่เมื่อนำไปทำเป็นอาหารแล้วจะเป็นที่ชื่นชอบของขุนนางบางส่วนในประเทศน้ำมัน ]

ฉินหลินนำถั่วเล็บเหยี่ยวเข้าไปไว้ในเกมแล้วให้ตัวละครในเกมเอาไปปลูกในแปลงปลูกกลายพันธุ์ทะเลทราย  หลังจากนั้นไม่ว่าจะสำเร็จหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับดวงแล้ว

แน่นอนว่าต้องมีส่วนที่ปลูกนอกเกมด้วย  เป็นการทำเพื่อบังหน้านั่นแหละ

อีกด้านหนึ่ง

เจ้าชายทารากับรัฐมนตรีหลู่ได้ลงทะเบียนเพื่อเช็กอินห้องพักในคฤหาสน์

ก่อนเข้าห้องพักรัฐมนตรีหลู่ยังไม่ลืมบอก “องค์ชายพะยะค่ะ  หลังจากพระองค์เสด็จเข้าห้องแล้วจะยิ่งประหลาดใจมากกว่านี้อีก”

เจ้าชายทาราได้ยินก็แทบรอไม่ไหว  ด้วยประสบการณ์ก่อนหน้านี้ก็ทำให้ทรงรู้สึกตื่นเต้นกับคำพูดของรัฐมนตรีหลู่

และในไม่ช้าพระองค์ก็ทรงเข้าไปในห้อง  ช่วงเวลาที่เข้าไปก็รู้สึกถึงอุณหภูมิภายในที่ผิดปกติซึ่งรู้สึกว่มามันสบายเหลือเกิน

เหมือนเดินเข้าห้องแอร์จนคิดว่าห้องนี้เปิดแอร์รอเลยเหรอ

แต่ทันทีทันใดก็ทรงรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างผิดปกติ

เพราะการเปิดแอร์นั้นอุณหภูมิที่ได้มันจะให้ความรู้สึกเฉพาะตัวที่แตกต่างจากอุณหภูมิปกติ

อุณหภูมิในห้องนี้ไม่ได้เกิดจากการเปิดแอร์

เจ้าชายทาราทรงหาภายในห้องทันทีและได้พบกับความผิดปกติ  เพราะเครื่องปรับอากาศในห้องไม่ได้เปิดแท้ ๆ แต่กลับมีอุณหภูมิโอเคมาก

นี่ไม่ใช่เรื่องปกติชัวร์

ไม่บอกก็รู้ว่าต้องมีเหตุผล  ดังนั้นจึงทรงเปิดโทรศัพท์มือถือเสิร์จข้อมูลในอินเทอร์เน็ต  หลังจากนั้นครู่หนึ่งก็หันไปทอดพระเนตรที่ไม้กระถางหนึ่งในห้อง

แน่นอนว่าต้องเป็นพืชที่มีใบสองสี  ซึ่งใบสีน้ำเงินกำลังเปล่งแสงฟลูออเรสเซนต์อ่อน ๆ ออกมาอยู่

“นี่คือหญ้าคงอุณหภูมิเหรอ” เจ้าชายทาราดูประหลาดใจ

ในออนไลน์ว่ากันว่านี่เป็นพืชมหัศจรรย์ที่ได้รับการปลูกฝังโดยเสี่ยวฉินหยวนชื่อ

จริง ๆ แล้วในใจของพระองค์ทรงรู้สึกว่าเสี่ยวฉินหยวนชื่อเป็นเทพเจ้าตัวจริงไปแล้ว  เทพเจ้าแห่งพืชผลที่สามารถสรรสร้างพืชชนิดใดก็ได้ขึ้นมา

เปลี่ยนอากาศเปลี่ยนอุณหภูมิ

แบบนี้ยังไม่ใช่เทพเจ้าอีกแล้วเรียกอะไร

หลังจากออกจากห้องอีกครั้งก็ทรงเห็นว่ารัฐมนตรีหลู่กำลังรออยู่ก่อนแล้ว “องค์ชายจะทรงไปเดินที่ในสถานที่ท่องเที่ยงมั้ยพะยะค่ะ”

เจ้าชายทาราทรงบอกด้วยความกระตือรือร้นอย่างมากทันที “แน่นอนว่าต้องไป  ผมเชื่อว่าสถานที่ที่เสี่ยวฉินหยวนชื่อสร้างจะไม่ทำให้ผิดหวังชัวร์”

รัฐมนตรีหลู่เชิญเจ้าชายทาราออกจากคฤหาสน์ด้วยกันและมุ่งหน้าไปยังสถานที่ท่องเที่ยวชิงหลิน

ทันทีที่มาถึงทางเข้าสถานที่ท่องเที่ยวก็เห็นคนเข้าแถวคิวยาวยาวเหยียด  ซึ่งแน่นอนว่าเป็นนักท่องเที่ยวนับไม่ถ้วนที่รอถ่ายรูปกับออปติมัสและเมกาทรอนที่ตรงทางเข้า

เจ้าชายทาราถูกร่างสูงทั้งสองนั่นดึงดูดทันทีและรีบดึงรัฐมนตรีหลู่เข้าไปดู

รัฐมนตรีหลู่สวมหน้ากาก  ตัวเขานั้นแม้จะปรากฏตัวบนหน้าจอเป็นครั้งคราวแต่ก็ไม่ค่อยมีคนจำได้  ส่วนเจ้าชายทารานั้นแน่นอนว่าไม่มีใครจำได้

ยิ่งกว่านั้นคือเนื่องจากมีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเที่ยวเป็นจำนวนมากเป็นทุนเดิม  ดังนั้นทั้งคู่ย่อมไม่ดึงดูดความสนใจคนอื่น ๆ มากนัก  และยิ่งไม่มีใครรู้ด้วยว่าเป็นพระองค์เป็นทั้งเจ้าชายและเป็น ‘ถู่หาว’ ที่แท้ทรู

เจ้าชายทารากำลังเข้าคิวด้วยความอยากรู้อยากเห็น  พระองค์ได้ดูวิดีโอออปติมัสกับเมกาทรอนตอนที่จัดการกับโจรสลัดแล้ว  จึงอยากรู้อยากเห็นในตัวเจ้าสองยักษ์นี่มาก

ทรงได้ยินบทสนทนาระหว่างออปติมัสกับเมกาทรอนจากระยะไกล

“ออปติมัส  วันนี้ดูท่าจะมีนักท่องเที่ยวมาเยอะ  ข้าก็ได้แต่หวังว่าจะไม่มีพวกไร้มารยาทนะ”

“เมกาทรอนเอ๋ย  เรื่องนี้เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลเลย  นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่นี่คุณภาพสูงมาก”

“นี่เจ้าพูดเองนะออปติมัส  ถ้าเกิดมีนักท่องเที่ยวหยาบคายมาล่ะก็ข้าจะฆ่ามันซะ  แล้วถ้าเจ้าบังอาจห้ามข้าล่ะก็ข้าจะฆ่าเจ้าด้วย”

“ไม่  ไม่ได้  เมกาทรอน  หากเจ้าทำเช่นนั้นล่ะก็เจ้าจะตกงานนะ”

“...”

ออปติมัสกับเมกาทรอนไม่เพียงแต่พูดคุยกันเท่านั้น  พร้อมกันนั้นยังเคลื่อนไหวแสดงท่าทางต่าง ๆ ตัวเมกาทรอนนั้นยังชักขวานยักษ์ที่ติดหลังไว้ออกมาถือด้วย

ออปติมัสที่เห็นดังนั้นก็ชักดาบใหญ่ของตนออกมาถือบ้าง

ฉากนี้ทำให้เจ้าชายทาราทรงรู้สึกว่ามันช่างมีเสน่ห์และมหัศจรรย์ยิ่งกว่าการสนทนาระหว่างออปติมัสกับเมกาทรอนในหนังเสียอีก

ในไม่ช้าเจ้าชายทาราก็มาถึงออปติมัสกับเมกาทรอน  ถึงตาที่พระองค์จะได้ถ่ายรูปคู่กับพวกมันบ้างแล้ว

เมื่อทรงเข้าใกล้และมองที่ออปติมัสกับเมกาทรอนซึ่งสูงชะลูดนั้นแล้วก็ยิ่งตกใจ  เพราะรู้สึกถึงความกระจ้อยร่อยของตนเอง

สิ่งที่สำคัญกว่าคือความมันวาวโลหะของพวกมันทั้งคู่  มันเป็นโลหะบริสุทธิ์จริง ๆ ซึ่งแตกต่างจากออปติมัสกับเมกาทรอนปลอมที่ที่อื่น ๆ ทำกัน

แม้แต่บริษัทระดับโลกก็ไม่สามารถสร้างออปติมัสหรือเมกาทรอนของแท้แบบนี้ได้

พื้นผิวโลหะ  และแรงเสียดทานของโลหะในระหว่างการเคลื่อนไหวนั้นก็น่าตกใจยิ่งนัก

“มนุษย์เอ๋ย  เจ้ามองหาอะไรอยู่หรือ  ตกลงจะถ่ายมั้ย” ออปติมัสที่เหมือนจะเห็นว่าเจ้าชายทาราเป็นเพื่อนชาวต่างชาติก็ก้มหัวลงมาถาม

เจ้าชายทาราตอบสนองและตอบกลับทันที “ถ่ายสิคุณออปติมัส  เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ถ่ายรูปกับคุณ”

ออปติมัสไม่ได้คาดคิดเลยว่าเพื่อนชาวต่างชาติคนนี้จะสุภาพมาก  จากนั้นก็ยิ้มพร้อมตอบกลับว่า “เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ถ่ายรูปกับเจ้าเช่นกัน”

เจ้าชายทาราถ่ายรูปกับเจ้าตัวใหญ่ทั้งสองด้วยความกระตือรือร้น  เมื่อเดินเข้าไปในสถานที่ท่องเที่ยวแล้วรัฐมนตรีหลู่ก็พูดขึ้น “องค์ชายพะยะค่ะ  ออปติมัสกับเมกาทรอนเมื่อกี๊มีหน้าที่รับผิดชอบแค่ถ่ายรูปกับนักท่องเที่ยวเท่านั้น  ข้างในยังมีจัตุรัสซึ่งมีพวกมันที่รับผิดชอบแสดงการต่อสู้  ไม่ทราบพระองค์จะเสด็จไปดูมั้ยพะยะค่ะ”

เจ้าชายทาราถามทันทีว่า “เหมือนกับตอนจัดการกับโจรสลัดพวกนั้นมั้ย  ผมอยากเห็นมาก”

รัฐมนตรีหลู่ยิ้มและพาเจ้าชายทาราไปชมการแสดงการต่อสู้ของออปติมัสกับเมกาทรอนที่จัตุรัส

ไม่ช้าเจ้าชายทาราก็ได้เห็นฉากเจ้ายักษ์ทั้งสองตัวหนึ่งใช้ดาบตัวหนึ่งใช้ขวานต่อสู้กันอย่างอลังการ  ซึ่งทำให้ทรงรู้สึกว้าวมากกว่าเดิมอีก

ทันใดนั้นเองเจ้าชายทาราก็ทรงคิดว่าประเทศสวยงามที่อ้างตัวว่าเป็นมหาอำนาจที่ด้านเทคโนโลยีที่เจ๋งที่สุดในโลกนั่น  ดูท่าตอนนี้เทคโนโลยีของอีกฝ่ายยังไม่เจ๋งเท่าของสถานที่ท่องเที่ยวนี่เลยมั้ง ?

หรือบางทีเทคโนโลยีของประเทศทางตงฟางนี่อาจก้าวหน้าเกินประเทศสวยงามไปแล้วก็เป็นได้

หลังจากชมการแสดงแล้วเจ้าชายทาราก็ทรงพูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังแล้วเหมือนยังไม่พอใจ “คุณหลู่ครับ  สถานที่ท่องเที่ยวนี้ทำเอาผมตื่นเต้นขึ้นเรื่อย ๆ เลย  เราไปเที่ยวโครงการอื่น ๆ กันดีมั้ยครับ”

รัฐมนตรีหลู่ยิ้มและตอบว่า “งั้นเราไปดูที่ฟาร์มเป็นไงพะยะค่ะ  ฟาร์มของสถานที่ท่องเที่ยวชิงหลินสวยมาก  ที่นั่นมีสัตว์ที่มหัศจรรย์มากมายที่จะไม่ทำให้พระองค์ต้องผิดหวังอย่างแน่นอนพะยะค่ะ”

เจ้าชายทาราพยักหน้าตอบ “ผมเคยไปเที่ยวทุ่งหญ้าที่โด่งดังที่สุดในประเทศสวยงามมาแล้ว  ทิวทัศน์ที่นั่นทำผมเซอร์ไพรส์จริง ๆ แต่ผมกลับมีลางสังหรณ์ว่าทุ่งหญ้าที่โด่งดังที่สุดในประเทศสวยงามนั่นยังห่างจากของที่นี่อีกยังไงก็ไม่รู้”

รัฐมนตรีหลู่ตอบด้วยความมั่นใจ “แน่นอนพะยะค่ะ”

เขาพาเจ้าชายทาราไปขึ้นรถบัสท่องเที่ยวของสถานที่ท่องเที่ยว  ขณะที่รถวิ่งในสถานที่ท่องเที่ยวเขาก็ยังคงคอยสังเกตการแสดงออกของเจ้าชายทาราด้วยความใส่ใจ

แล้วก็เป็นดังคาด  ช่วงเวลาที่เจ้าชายทาราเข้าไปในฟาร์ม  การแสดงออกทางสีหน้าทั้งหมดของพระองค์มีแต่ความว้าวและอ้าปากค้าง

ความที่เป็นดังหวังนี้ทำให้เขายิ้มหน้าบาน

ทำให้เขาคิดแผนว่าถ้าเกิดในอนาคตมีแขกวีไอพีต่างชาติมา  ตนควรจะแนะนำให้ทั้งหมดมาเที่ยวที่นี่ดีหรือไม่  คนเหล่านั้นอาจมีสภาพเหมือนกับคนบ้านนอกเข้ากรุงเหมือนกันหมดแน่เลยใช่ไหมล่ะ

โดยเฉพาะพวกที่ดูถูกเหยียดหยามคนสร้างสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศเรา  พวกนั้นต้องรัวชัตเตอร์ถ่ายภาพถ่ายอะไรส่งกลับไปขิงให้คนที่ไม่ได้มาดูชัวร์

นี่เป็นรสนิยมที่บิดเบี้ยวอย่างหนึ่งใช่ไหมนะ

ด้านเจ้าชายทารานั้นทันทีที่เข้าไปในฟาร์มก็ทรงสัมผัสได้ถึงความสดชื่นและรับรู้ได้อย่างกะทันหันว่าเหมือนเดินเข้าไปยังอีกโลกหนึ่ง

เนื่องจากหญ้าแพรกในฟาร์มนี้มีโบนัสคุณสมบัติหอมหญ้า +2, เปิดความรู้สึก +2, สดชื่นผ่อนคลาย +2 และประดับ +2

ใครจะสามารถต้านทานโบนัสคุณสมบัติที่เกิดขึ้นจากทุ่งหญ้าแพรกผืนใหญ่ขนาดนี้ได้กันล่ะ

เจ้าชายทาราอุทาน “นี่คุณหลู่ ! เมื่อผมเข้ามาในฟาร์มนี่แล้วก็รู้เลยว่าฟาร์มนี่เหนือกว่าฟาร์มที่โด่งดังที่สุดในประเทศสวยงามอีก”

รัฐมนตรีหลู่พยักหน้าตอบพร้อมรอยยิ้ม

เขามั่นใจและมั่นใจกับฟาร์มชิงหลินมาก ๆ ว่าไม่มีทุ่งหญ้าในโลกสามารถเทียบกับที่นี่ได้

เจ้าชายทาราดูเหมือนจะอารมณ์ดีมาก  ทรงเดินไปเช็กอินตั๋วที่ทางเข้าทันที  ทรงยิ้มให้กับคนขายตั๋วข้างในพร้อมบอกว่า “คุณหนู  ผมอยากจะเชิญนักท่องเที่ยวทุกคนในสถานที่ท่องเที่ยวเที่ยวชมด้วยกันในวันนี้  ตัวเที่ยวชมโครงการของพวกเขาทั้งหมดผมรับผิดชอบเอง”

นี่เป็นนิสัยของพระองค์  เมื่อไหร่ที่ทรงอารมณ์ดีก็มักจะเปย์เงินเลี้ยงคนทั้งหมด

“อ๋า ?” คนขายตั๋วในช่องขายตั๋วมองนักท่องเที่ยวต่างชาติตรงหน้าด้วยสีหน้าอึน ๆ

อึ้งอยู่นานแต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะจัดการยังไง

เห็นได้ชัดว่านี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เจอกับสถานการณ์แบบนี้

เธอเคยดูหนังตลกเรื่องหนึ่งที่มีฉากคุณจ้าวจ่ายตัง

แต่เธอไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้พบกับนักท่องเที่ยวเช่นนี้ในสถานที่ท่องเที่ยวที่อยากจะซื้อตั๋วเลี้ยงนักท่องเที่ยวทุกคน

รัฐมนตรีหลู่เองก็ไม่นึกเหมือนกันว่าเจ้าชายทาราจะทำแบบนี้

หากอีกฝ่ายเป็นเพื่อนหรือคนบ้านเดียวกันล่ะก็  เขาคงจะเกลี้ยกล่อมอีกฝ่ายให้อย่าทำ  แต่อีกฝ่ายกลับเป็นเจ้าชายทารา  มหาเศรษฐีที่สามารถทุ่มเงินสามหมื่นล้านหยวนโดยไม่กระพริบตาได้  ดังนั้นหากอีกฝ่ายเต็มใจและมีความสุขก็เอาที่สบายใจเถอะ

กลัวว่าอีกฝ่ายจะเสียเงินเปล่าเหรอ ? ควรกังวลว่าเย็นนี้จะซื้อเนื้ออะไรมากินยังจะดีซะกว่า

จบบทที่ บทที่ 701: สถานที่ท่องเที่ยวอันงดงามตระการตาแห่งนี้ ถือเป็นอันดับหนึ่งของโลกอย่างแน่นอน !

คัดลอกลิงก์แล้ว