- หน้าแรก
- ปลูกผักเล่น ๆ ในเกมแต่กลับเอามาขายจนรวยในความเป็นจริง
- บทที่ 701: สถานที่ท่องเที่ยวอันงดงามตระการตาแห่งนี้ ถือเป็นอันดับหนึ่งของโลกอย่างแน่นอน !
บทที่ 701: สถานที่ท่องเที่ยวอันงดงามตระการตาแห่งนี้ ถือเป็นอันดับหนึ่งของโลกอย่างแน่นอน !
บทที่ 701: สถานที่ท่องเที่ยวอันงดงามตระการตาแห่งนี้ ถือเป็นอันดับหนึ่งของโลกอย่างแน่นอน !
หลังจากเจ้าชายทาราทรงวางสายแล้วก็เสด็จไปที่รถกับรัฐมนตรีหลู่ด้วยหัวใจที่เปี่ยมสุข ทรงหยิบกระเป๋าเดินทางของตนออกมาเปิดแล้วหยิบเมล็ดพันธุ์ของถั่วเล็บเหยี่ยวขึ้นมา
หลังจากนั้นก็ตามรัฐมนตรีหลู่ไปที่ห้องทำงานของฉินหลิน
ระหว่างทางยังถูกฉากในคฤหาสน์ดึงดูดจนทำให้ในใจรู้สึกว่าอยากพักอยู่ที่นี่ต่อสักพักหนึ่ง
หลังจากกลับไปที่ห้องทำงานแล้ว เจ้าชายทาราก็ทรงประทานถั่วเล็บเหยี่ยวที่นำมาด้วยให้แก่ฉินหลินไป
ฉินหลินรับเมล็ดพันธุ์ดังกล่าวมาและเห็นว่าเมล็ดของถั่วเล็บเหยี่ยวอะไรนี่มันค่อนข้างจะต่างจากถั่วอื่น ๆ ที่เคยเห็น ตรงที่ถั่วนี้มันลักษณะผอม ๆ ปลายแหลม ๆ เหมือนกับเล็บเหยี่ยว
นี่อาจเป็นที่มาของชื่อของถั่วเล็บเหยี่ยวก็เป็นได้
เจ้าชายทาราอดพูดไม่ได้ “เสี่ยวฉินหยวนชื่อ คฤหาสน์ของคุณสวยมาก ผมอยากอยู่ที่นี่ต่ออีกซักนึงนี่จะโอเคมั้ย ?”
“อือ ~ !” ฉินหลินยิ้มและพูดว่า “แน่นอนพะยะค่ะองค์ชาย พระองค์ถือเป็นแขกผู้มีเกียรติ กระหม่อมจะให้คนไปจัดห้องพักให้ เชิญพระองค์ไปเที่ยวเล่นที่สถานที่ท่องเที่ยวก่อนเถอะพะยะค่ะ เชื่อว่าเราจะไม่ทำให้พระองค์ผิดหวัง”
พูดจบก็โทรหาเกาเหยาเหยาเรียกให้ไปจัดห้องพักให้กับเจ้าชายทารากับรัฐมนตรีหลู่
เนื่องจากเจ้าชายทาราพักอยู่ที่นี่ดังนั้นรัฐมนตรีหลู่จึงต้องคอยอยู่ดูแลและไม่มีทางกลับไปได้
ไม่นานเกาเหยาเหยาก็มาถึง
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่รัฐมนตรีหลู่มาที่คฤหาสน์ดังนั้นเขาจึงเผชิญหน้ากับเจ้าชายทาราทันทีที่ห้องโถง
ฉินหลินยังนำเมล็ดฮอว์ ธอร์นกลับไปยังพื้นที่ภายในของคฤหาสน์เข้าสู่การประชุมเชิงปฏิบัติการแล้วล็อกประตูและเห็นคุณสมบัติของเมล็ดฮอว์ ธ อร์น
[ เมล็ดถั่วเล็บเหยี่ยว: ปกติ ]
[ เมล็ดพันธุ์อันมีเฉพาะในประเทศน้ำมันบางประเทศ ยากที่จะเติบโตและอยู่รอดในสถานที่อื่น มีรสชาติพิเศษที่เมื่อนำไปทำเป็นอาหารแล้วจะเป็นที่ชื่นชอบของขุนนางบางส่วนในประเทศน้ำมัน ]
ฉินหลินนำถั่วเล็บเหยี่ยวเข้าไปไว้ในเกมแล้วให้ตัวละครในเกมเอาไปปลูกในแปลงปลูกกลายพันธุ์ทะเลทราย หลังจากนั้นไม่ว่าจะสำเร็จหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับดวงแล้ว
แน่นอนว่าต้องมีส่วนที่ปลูกนอกเกมด้วย เป็นการทำเพื่อบังหน้านั่นแหละ
อีกด้านหนึ่ง
เจ้าชายทารากับรัฐมนตรีหลู่ได้ลงทะเบียนเพื่อเช็กอินห้องพักในคฤหาสน์
ก่อนเข้าห้องพักรัฐมนตรีหลู่ยังไม่ลืมบอก “องค์ชายพะยะค่ะ หลังจากพระองค์เสด็จเข้าห้องแล้วจะยิ่งประหลาดใจมากกว่านี้อีก”
เจ้าชายทาราได้ยินก็แทบรอไม่ไหว ด้วยประสบการณ์ก่อนหน้านี้ก็ทำให้ทรงรู้สึกตื่นเต้นกับคำพูดของรัฐมนตรีหลู่
และในไม่ช้าพระองค์ก็ทรงเข้าไปในห้อง ช่วงเวลาที่เข้าไปก็รู้สึกถึงอุณหภูมิภายในที่ผิดปกติซึ่งรู้สึกว่มามันสบายเหลือเกิน
เหมือนเดินเข้าห้องแอร์จนคิดว่าห้องนี้เปิดแอร์รอเลยเหรอ
แต่ทันทีทันใดก็ทรงรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างผิดปกติ
เพราะการเปิดแอร์นั้นอุณหภูมิที่ได้มันจะให้ความรู้สึกเฉพาะตัวที่แตกต่างจากอุณหภูมิปกติ
อุณหภูมิในห้องนี้ไม่ได้เกิดจากการเปิดแอร์
เจ้าชายทาราทรงหาภายในห้องทันทีและได้พบกับความผิดปกติ เพราะเครื่องปรับอากาศในห้องไม่ได้เปิดแท้ ๆ แต่กลับมีอุณหภูมิโอเคมาก
นี่ไม่ใช่เรื่องปกติชัวร์
ไม่บอกก็รู้ว่าต้องมีเหตุผล ดังนั้นจึงทรงเปิดโทรศัพท์มือถือเสิร์จข้อมูลในอินเทอร์เน็ต หลังจากนั้นครู่หนึ่งก็หันไปทอดพระเนตรที่ไม้กระถางหนึ่งในห้อง
แน่นอนว่าต้องเป็นพืชที่มีใบสองสี ซึ่งใบสีน้ำเงินกำลังเปล่งแสงฟลูออเรสเซนต์อ่อน ๆ ออกมาอยู่
“นี่คือหญ้าคงอุณหภูมิเหรอ” เจ้าชายทาราดูประหลาดใจ
ในออนไลน์ว่ากันว่านี่เป็นพืชมหัศจรรย์ที่ได้รับการปลูกฝังโดยเสี่ยวฉินหยวนชื่อ
จริง ๆ แล้วในใจของพระองค์ทรงรู้สึกว่าเสี่ยวฉินหยวนชื่อเป็นเทพเจ้าตัวจริงไปแล้ว เทพเจ้าแห่งพืชผลที่สามารถสรรสร้างพืชชนิดใดก็ได้ขึ้นมา
เปลี่ยนอากาศเปลี่ยนอุณหภูมิ
แบบนี้ยังไม่ใช่เทพเจ้าอีกแล้วเรียกอะไร
หลังจากออกจากห้องอีกครั้งก็ทรงเห็นว่ารัฐมนตรีหลู่กำลังรออยู่ก่อนแล้ว “องค์ชายจะทรงไปเดินที่ในสถานที่ท่องเที่ยงมั้ยพะยะค่ะ”
เจ้าชายทาราทรงบอกด้วยความกระตือรือร้นอย่างมากทันที “แน่นอนว่าต้องไป ผมเชื่อว่าสถานที่ที่เสี่ยวฉินหยวนชื่อสร้างจะไม่ทำให้ผิดหวังชัวร์”
รัฐมนตรีหลู่เชิญเจ้าชายทาราออกจากคฤหาสน์ด้วยกันและมุ่งหน้าไปยังสถานที่ท่องเที่ยวชิงหลิน
ทันทีที่มาถึงทางเข้าสถานที่ท่องเที่ยวก็เห็นคนเข้าแถวคิวยาวยาวเหยียด ซึ่งแน่นอนว่าเป็นนักท่องเที่ยวนับไม่ถ้วนที่รอถ่ายรูปกับออปติมัสและเมกาทรอนที่ตรงทางเข้า
เจ้าชายทาราถูกร่างสูงทั้งสองนั่นดึงดูดทันทีและรีบดึงรัฐมนตรีหลู่เข้าไปดู
รัฐมนตรีหลู่สวมหน้ากาก ตัวเขานั้นแม้จะปรากฏตัวบนหน้าจอเป็นครั้งคราวแต่ก็ไม่ค่อยมีคนจำได้ ส่วนเจ้าชายทารานั้นแน่นอนว่าไม่มีใครจำได้
ยิ่งกว่านั้นคือเนื่องจากมีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเที่ยวเป็นจำนวนมากเป็นทุนเดิม ดังนั้นทั้งคู่ย่อมไม่ดึงดูดความสนใจคนอื่น ๆ มากนัก และยิ่งไม่มีใครรู้ด้วยว่าเป็นพระองค์เป็นทั้งเจ้าชายและเป็น ‘ถู่หาว’ ที่แท้ทรู
เจ้าชายทารากำลังเข้าคิวด้วยความอยากรู้อยากเห็น พระองค์ได้ดูวิดีโอออปติมัสกับเมกาทรอนตอนที่จัดการกับโจรสลัดแล้ว จึงอยากรู้อยากเห็นในตัวเจ้าสองยักษ์นี่มาก
ทรงได้ยินบทสนทนาระหว่างออปติมัสกับเมกาทรอนจากระยะไกล
“ออปติมัส วันนี้ดูท่าจะมีนักท่องเที่ยวมาเยอะ ข้าก็ได้แต่หวังว่าจะไม่มีพวกไร้มารยาทนะ”
“เมกาทรอนเอ๋ย เรื่องนี้เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลเลย นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่นี่คุณภาพสูงมาก”
“นี่เจ้าพูดเองนะออปติมัส ถ้าเกิดมีนักท่องเที่ยวหยาบคายมาล่ะก็ข้าจะฆ่ามันซะ แล้วถ้าเจ้าบังอาจห้ามข้าล่ะก็ข้าจะฆ่าเจ้าด้วย”
“ไม่ ไม่ได้ เมกาทรอน หากเจ้าทำเช่นนั้นล่ะก็เจ้าจะตกงานนะ”
“...”
ออปติมัสกับเมกาทรอนไม่เพียงแต่พูดคุยกันเท่านั้น พร้อมกันนั้นยังเคลื่อนไหวแสดงท่าทางต่าง ๆ ตัวเมกาทรอนนั้นยังชักขวานยักษ์ที่ติดหลังไว้ออกมาถือด้วย
ออปติมัสที่เห็นดังนั้นก็ชักดาบใหญ่ของตนออกมาถือบ้าง
ฉากนี้ทำให้เจ้าชายทาราทรงรู้สึกว่ามันช่างมีเสน่ห์และมหัศจรรย์ยิ่งกว่าการสนทนาระหว่างออปติมัสกับเมกาทรอนในหนังเสียอีก
ในไม่ช้าเจ้าชายทาราก็มาถึงออปติมัสกับเมกาทรอน ถึงตาที่พระองค์จะได้ถ่ายรูปคู่กับพวกมันบ้างแล้ว
เมื่อทรงเข้าใกล้และมองที่ออปติมัสกับเมกาทรอนซึ่งสูงชะลูดนั้นแล้วก็ยิ่งตกใจ เพราะรู้สึกถึงความกระจ้อยร่อยของตนเอง
สิ่งที่สำคัญกว่าคือความมันวาวโลหะของพวกมันทั้งคู่ มันเป็นโลหะบริสุทธิ์จริง ๆ ซึ่งแตกต่างจากออปติมัสกับเมกาทรอนปลอมที่ที่อื่น ๆ ทำกัน
แม้แต่บริษัทระดับโลกก็ไม่สามารถสร้างออปติมัสหรือเมกาทรอนของแท้แบบนี้ได้
พื้นผิวโลหะ และแรงเสียดทานของโลหะในระหว่างการเคลื่อนไหวนั้นก็น่าตกใจยิ่งนัก
“มนุษย์เอ๋ย เจ้ามองหาอะไรอยู่หรือ ตกลงจะถ่ายมั้ย” ออปติมัสที่เหมือนจะเห็นว่าเจ้าชายทาราเป็นเพื่อนชาวต่างชาติก็ก้มหัวลงมาถาม
เจ้าชายทาราตอบสนองและตอบกลับทันที “ถ่ายสิคุณออปติมัส เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ถ่ายรูปกับคุณ”
ออปติมัสไม่ได้คาดคิดเลยว่าเพื่อนชาวต่างชาติคนนี้จะสุภาพมาก จากนั้นก็ยิ้มพร้อมตอบกลับว่า “เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ถ่ายรูปกับเจ้าเช่นกัน”
เจ้าชายทาราถ่ายรูปกับเจ้าตัวใหญ่ทั้งสองด้วยความกระตือรือร้น เมื่อเดินเข้าไปในสถานที่ท่องเที่ยวแล้วรัฐมนตรีหลู่ก็พูดขึ้น “องค์ชายพะยะค่ะ ออปติมัสกับเมกาทรอนเมื่อกี๊มีหน้าที่รับผิดชอบแค่ถ่ายรูปกับนักท่องเที่ยวเท่านั้น ข้างในยังมีจัตุรัสซึ่งมีพวกมันที่รับผิดชอบแสดงการต่อสู้ ไม่ทราบพระองค์จะเสด็จไปดูมั้ยพะยะค่ะ”
เจ้าชายทาราถามทันทีว่า “เหมือนกับตอนจัดการกับโจรสลัดพวกนั้นมั้ย ผมอยากเห็นมาก”
รัฐมนตรีหลู่ยิ้มและพาเจ้าชายทาราไปชมการแสดงการต่อสู้ของออปติมัสกับเมกาทรอนที่จัตุรัส
ไม่ช้าเจ้าชายทาราก็ได้เห็นฉากเจ้ายักษ์ทั้งสองตัวหนึ่งใช้ดาบตัวหนึ่งใช้ขวานต่อสู้กันอย่างอลังการ ซึ่งทำให้ทรงรู้สึกว้าวมากกว่าเดิมอีก
ทันใดนั้นเองเจ้าชายทาราก็ทรงคิดว่าประเทศสวยงามที่อ้างตัวว่าเป็นมหาอำนาจที่ด้านเทคโนโลยีที่เจ๋งที่สุดในโลกนั่น ดูท่าตอนนี้เทคโนโลยีของอีกฝ่ายยังไม่เจ๋งเท่าของสถานที่ท่องเที่ยวนี่เลยมั้ง ?
หรือบางทีเทคโนโลยีของประเทศทางตงฟางนี่อาจก้าวหน้าเกินประเทศสวยงามไปแล้วก็เป็นได้
หลังจากชมการแสดงแล้วเจ้าชายทาราก็ทรงพูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังแล้วเหมือนยังไม่พอใจ “คุณหลู่ครับ สถานที่ท่องเที่ยวนี้ทำเอาผมตื่นเต้นขึ้นเรื่อย ๆ เลย เราไปเที่ยวโครงการอื่น ๆ กันดีมั้ยครับ”
รัฐมนตรีหลู่ยิ้มและตอบว่า “งั้นเราไปดูที่ฟาร์มเป็นไงพะยะค่ะ ฟาร์มของสถานที่ท่องเที่ยวชิงหลินสวยมาก ที่นั่นมีสัตว์ที่มหัศจรรย์มากมายที่จะไม่ทำให้พระองค์ต้องผิดหวังอย่างแน่นอนพะยะค่ะ”
เจ้าชายทาราพยักหน้าตอบ “ผมเคยไปเที่ยวทุ่งหญ้าที่โด่งดังที่สุดในประเทศสวยงามมาแล้ว ทิวทัศน์ที่นั่นทำผมเซอร์ไพรส์จริง ๆ แต่ผมกลับมีลางสังหรณ์ว่าทุ่งหญ้าที่โด่งดังที่สุดในประเทศสวยงามนั่นยังห่างจากของที่นี่อีกยังไงก็ไม่รู้”
รัฐมนตรีหลู่ตอบด้วยความมั่นใจ “แน่นอนพะยะค่ะ”
เขาพาเจ้าชายทาราไปขึ้นรถบัสท่องเที่ยวของสถานที่ท่องเที่ยว ขณะที่รถวิ่งในสถานที่ท่องเที่ยวเขาก็ยังคงคอยสังเกตการแสดงออกของเจ้าชายทาราด้วยความใส่ใจ
แล้วก็เป็นดังคาด ช่วงเวลาที่เจ้าชายทาราเข้าไปในฟาร์ม การแสดงออกทางสีหน้าทั้งหมดของพระองค์มีแต่ความว้าวและอ้าปากค้าง
ความที่เป็นดังหวังนี้ทำให้เขายิ้มหน้าบาน
ทำให้เขาคิดแผนว่าถ้าเกิดในอนาคตมีแขกวีไอพีต่างชาติมา ตนควรจะแนะนำให้ทั้งหมดมาเที่ยวที่นี่ดีหรือไม่ คนเหล่านั้นอาจมีสภาพเหมือนกับคนบ้านนอกเข้ากรุงเหมือนกันหมดแน่เลยใช่ไหมล่ะ
โดยเฉพาะพวกที่ดูถูกเหยียดหยามคนสร้างสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศเรา พวกนั้นต้องรัวชัตเตอร์ถ่ายภาพถ่ายอะไรส่งกลับไปขิงให้คนที่ไม่ได้มาดูชัวร์
นี่เป็นรสนิยมที่บิดเบี้ยวอย่างหนึ่งใช่ไหมนะ
ด้านเจ้าชายทารานั้นทันทีที่เข้าไปในฟาร์มก็ทรงสัมผัสได้ถึงความสดชื่นและรับรู้ได้อย่างกะทันหันว่าเหมือนเดินเข้าไปยังอีกโลกหนึ่ง
เนื่องจากหญ้าแพรกในฟาร์มนี้มีโบนัสคุณสมบัติหอมหญ้า +2, เปิดความรู้สึก +2, สดชื่นผ่อนคลาย +2 และประดับ +2
ใครจะสามารถต้านทานโบนัสคุณสมบัติที่เกิดขึ้นจากทุ่งหญ้าแพรกผืนใหญ่ขนาดนี้ได้กันล่ะ
เจ้าชายทาราอุทาน “นี่คุณหลู่ ! เมื่อผมเข้ามาในฟาร์มนี่แล้วก็รู้เลยว่าฟาร์มนี่เหนือกว่าฟาร์มที่โด่งดังที่สุดในประเทศสวยงามอีก”
รัฐมนตรีหลู่พยักหน้าตอบพร้อมรอยยิ้ม
เขามั่นใจและมั่นใจกับฟาร์มชิงหลินมาก ๆ ว่าไม่มีทุ่งหญ้าในโลกสามารถเทียบกับที่นี่ได้
เจ้าชายทาราดูเหมือนจะอารมณ์ดีมาก ทรงเดินไปเช็กอินตั๋วที่ทางเข้าทันที ทรงยิ้มให้กับคนขายตั๋วข้างในพร้อมบอกว่า “คุณหนู ผมอยากจะเชิญนักท่องเที่ยวทุกคนในสถานที่ท่องเที่ยวเที่ยวชมด้วยกันในวันนี้ ตัวเที่ยวชมโครงการของพวกเขาทั้งหมดผมรับผิดชอบเอง”
นี่เป็นนิสัยของพระองค์ เมื่อไหร่ที่ทรงอารมณ์ดีก็มักจะเปย์เงินเลี้ยงคนทั้งหมด
“อ๋า ?” คนขายตั๋วในช่องขายตั๋วมองนักท่องเที่ยวต่างชาติตรงหน้าด้วยสีหน้าอึน ๆ
อึ้งอยู่นานแต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะจัดการยังไง
เห็นได้ชัดว่านี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เจอกับสถานการณ์แบบนี้
เธอเคยดูหนังตลกเรื่องหนึ่งที่มีฉากคุณจ้าวจ่ายตัง
แต่เธอไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้พบกับนักท่องเที่ยวเช่นนี้ในสถานที่ท่องเที่ยวที่อยากจะซื้อตั๋วเลี้ยงนักท่องเที่ยวทุกคน
รัฐมนตรีหลู่เองก็ไม่นึกเหมือนกันว่าเจ้าชายทาราจะทำแบบนี้
หากอีกฝ่ายเป็นเพื่อนหรือคนบ้านเดียวกันล่ะก็ เขาคงจะเกลี้ยกล่อมอีกฝ่ายให้อย่าทำ แต่อีกฝ่ายกลับเป็นเจ้าชายทารา มหาเศรษฐีที่สามารถทุ่มเงินสามหมื่นล้านหยวนโดยไม่กระพริบตาได้ ดังนั้นหากอีกฝ่ายเต็มใจและมีความสุขก็เอาที่สบายใจเถอะ
กลัวว่าอีกฝ่ายจะเสียเงินเปล่าเหรอ ? ควรกังวลว่าเย็นนี้จะซื้อเนื้ออะไรมากินยังจะดีซะกว่า