- หน้าแรก
- ปลูกผักเล่น ๆ ในเกมแต่กลับเอามาขายจนรวยในความเป็นจริง
- บทที่ 695: การใช้ประโยชน์จากมติมหาชน ! จะประนีประนอมกันตอนนี้เลยมั้ย ?
บทที่ 695: การใช้ประโยชน์จากมติมหาชน ! จะประนีประนอมกันตอนนี้เลยมั้ย ?
บทที่ 695: การใช้ประโยชน์จากมติมหาชน ! จะประนีประนอมกันตอนนี้เลยมั้ย ?
หลังจากรัฐมนตรีหลู่ทราบถึงจุดประสงค์ของอีกฝ่ายแล้วก็ไม่ได้กังวลอีกต่อไป
เพราะไม่มีความจำเป็นต้องกังวลเลย
ห้องทดลองฟาร์สได้พัฒนาพืชที่สามารถอยู่รอดในทะเลทรายได้เพียงหนึ่งชนิด แต่เถ้าแก่ฉินได้พัฒนาไปแล้วถึงสามชนิด
เมื่อเปรียบเทียบระหว่างพืชสามชนิดกับหนึ่งชนิดแล้วก็เห็นได้ชัดว่าฝ่ายไหนเจ๋งกว่ากัน
โดยเฉพาะพืชที่ชื่อหญ้าแพรก ซึ่งเจ้านี่มันสามารถเปลี่ยนทะเลทรายให้กลายเป็นทุ่งหญ้าได้อย่างหมดจด วาซาบิกับแตงโมยังสามารถปลูกในทะเลทรายและกินได้ด้วย
รัฐมนตรีหลู่ไม่ได้ไปหาฉินหลินก่อนแต่ไปที่ทุ่งทรายที่จำลองสภาพแวดล้อมแบบทะเลทราย ต้องการไปดูพืชทะเลทรายทั้งสามชนิดก่อน
ในเมื่อพวกมันตั้งใจจะใช้พืชทะเลทรายที่ว่านั่นมาแลกกับปลาภูมิคุ้มกัน งั้นวิธีรับมือที่ง่ายที่สุดก็คือเอาพืชทะเลทรายทั้งสามชนิดปาใส่หน้าพวกมันพร้อมกับบอกว่า ‘พวกมึงก็ช่างคิดเนาะ’ ไปซะ
ในไม่ช้ารัฐมนตรีหลู่ก็มาถึงทุ่งทะเลทรายจำลอง แต่ทันทีที่เขามาถึงที่ก็ต้องมีสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ
เพราะบนทุ่งทะเลทรายจำลองนั้นไม่ได้มีพืชแค่สามชนิดเท่านั้นแล้ว แต่มันมีเยอะกว่านั้น แถมดูก็รู้ว่าพืชพวกนี้มันโตเร็วมาก
เขาจำได้ชัดเจนว่าเขาเคยมาดูที่นี่และเห็นมีพืชแค่สามชนิดเท่านั้นเอง แต่ตอนนี้มันกลับหาพรรคพวกมาเพิ่มอีกแล้ว
เขาเดินเข้าไปดูต้นที่เกินมาแล้วต้องมีสีหน้าประหลาดใจ “นี่มันข้าวเหรอ... แล้วก็กุยช่ายเหรอ”
ล้อเล่นหน่า
จู่ ๆ รัฐมนตรีหลู่ก็สูญเสียความสงบ
ปลูกข้าวในทะเลทราย ปลูกกุยช่ายในทะเลทราย ?
เรื่องแบบนี้เราจินตนาการได้ด้วยเหรอ
เขาอดไม่ได้ต้องโทรหาฉินหลิน และในไม่ช้าฉินหลินก็มาถึงทุ่งทะเลทราย
“ทำไมแอบมาเงียบ ๆ อีกแล้วล่ะครับท่านรัฐมนตรี” ฉินหลินถามด้วยความสงสัย
รัฐมนตรีหลู่ไม่ต้องการตอบคำถามนี้แต่รีบถามกลับ “เถ้าแก่ฉิน คุณบอกผมหน่อยว่าพวกนี่คือข้าวกับกุยช่ายใช่มั้ย”
ฉินหลินประหลาดใจแต่ก็ตอบ “ใช่แล้วครับ !”
แม้ว่ารัฐมนตรีหลู่จะเห็นข้อเท็จจริง แต่ก็ยังตกใจเมื่อได้ยินคำตอบจากปากฉินหลินเอง “ถึงผมจะรู้ว่าคุณเก่งมากก็เถอะ แต่การปลูกข้าวกับกุยช่ายในทะเลทรายนี่มันเป็นอะไรที่เกินจินตนาการจริง ๆ”
“แต่ที่ผมงงคือนอกจากหญ้าแพรกแล้วทำไมพืชอื่น ๆ ถึงเป็นอาหารหมดเลยล่ะ แล้วก็นี่ต้นกล้าแอปเปิลใช่มั้ย”
รัฐมนตรีหลู่พูดไม่ออกจริง ๆ
บ้าเอ้ย ปลูกแอปเปิ้ล แตงโม ข้าว กับกุยช่ายในทะเลทรายเนี่ยนะ
หากในอนาคตเราหลงทางในทะเลทรายเราก็ยังสามารถเก็บข้าวสารไว้เป็นอาหาร เก็บแอปเปิลเก็บแตงโมมากิน แล้วสุดท้ายก็เอากุยช่ายมาย่าง เอางั้นเหรอ
ทำไมมันมีแต่อาหารกันเล่า แต่มันก็เป็นฉากที่โคตรน่าตกใจเลย
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้แล้วก็อดถามไม่ได้ “เถ้าแก่ฉิน ทำไมคุณไม่ปลูกยี่หร่าไม่ก็พริกไทยที่สามารถอยู่รอดในทะเลทรายได้ล่ะ แบบนี้ก็จะได้มีเครื่องเทศท้องถิ่นเอามาใช้ย่างกุยช่ายได้ด้วย”
“เป็นความคิดที่ดี” ฉินหลินได้ยินดังนั้นก็ตอบจริงจัง “เดี๋ยวหลังจากนี้ผมลองเมล็ดพันธุ์ยี่หร่ากะพริกไทยเลยละกัน”
เขาคิดว่านี่เป็นความคิดที่ดีจริง ๆ มันช่างเต็มไปด้วยรสนิยมประหลาด
ลองนึกสิดูว่าในอนาคตถ้าฉากแบบนั้นเกิดขึ้นในทะเลทรายจริง ๆ แล้วล่ะก็มันอาจกลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกก็ได้
“? ? ?” เมื่อรัฐมนตรีหลู่ได้ยินดังนั้นก็รีบพูด “ไม่เอาแบบนี้สิเถ้าแก่ฉิน ผมแค่ล้อเล่นเองอย่าคิดมาก”
แต่ฉินหลินกลับยกมือห้ามเป็นสัญญาณว่ากูเอาแน่แล้ว
สำหรับเขาแล้วตราบใดที่ปลูกเมล็ดพันธุ์ทั้งสองชนิดนี้ซ้ำ ๆ กันไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวมันก็กลายพันธุ์สำเร็จเอง
“…” รัฐมนตรีหลู่อ้าปากค้างเพราะไม่รู้จะพูดอะไรดี ทำได้แค่ตำหนิตัวเองที่ปากโป้ง
อย่างไรก็ตาม ต่อมาเขาได้พูดคุยกับฉินหลินถึงเรื่องการประชุมการแลกเปลี่ยนการจัดการสิ่งแวดล้อมโลก และในเวลานั้นพืชที่สามารถอยู่รอดในทะเลทรายได้เหล่านี้ก็จะไปปรากฏตัว
หลังจากที่ฉินหลินพูดคุยกับรัฐมนตรีหลู่แล้วเขายังได้รู้เรื่องพืชที่เติบโตในทะเลทรายได้จากห้องทดลองฟาร์สรวมถึงจุดประสงค์ของพวกมันด้วย
สิ่งนี้ทำให้เขาต้องเปิดจอเกมดูแปลงปลูกกลายพันธุ์ทะเลทรายด้วยความประหลาดใจ
เกิดอะไรขึ้น
พืชที่สามารถอยู่รอดในทะเลทรายได้มันมีคุณค่ามีราคาด้วยเหรอ
มันไม่คุ้มค่าเงินสักแดงเดียวเลยไม่ใช่เหรอ
แล้วที่ไอ้พวกนี้มันทำอยู่คือขอทานอวดรวยต่อหน้าเศรษฐีไม่ใช่เหรอ
ฉินหลินพูดต่อ “ท่านรัฐมนตรี ผมจะร่วมมือกับท่านทุกอย่างที่ท่านต้องการเลยครับ”
รัฐมนตรีหลู่โล่งใจอย่างมากหลังจากได้รับคำตอบจากฉินหลิน จากนั้นเขาก็ซื้อตั๋วและเดินทางกลับเมืองหลวง
ทันทีที่กลับมาถึงเมืองหลวงก็มีเจ้าหน้าที่จากแผนกจัดการสิ่งแวดล้อมก็มาหาถึงหน้าประตู
หัวหน้าแผนกการจัดการสิ่งแวดล้อมบอกว่า “ท่านรัฐมนตรี ในที่สุดท่านก็กลับมา การประชุมแลกเปลี่ยนกะลังจะเริ่มแล้ว พวกเรายังไม่ได้เตรียมตัวกันเลย”
รัฐมนตรีหลู่บอก “ผมไม่ได้บอกแล้วเหรอว่าเถ้าแก่ฉินได้ทำพืชทะเลทรายมาสามชนิดแล้วน่ะ”
หัวหน้าแผนกการจัดการสิ่งแวดล้อมรีบพูด “พวกเราพึ่งดูคลิปแล้วก็อยู่ไม่ได้จนต้องรีบมายืนยันกับท่านนี่แหละครับ”
รัฐมนตรีหลู่ยิ้ม “มาที่ห้องทำงานผม ผมมีเซอร์ไพรส์ดี ๆ ให้ดู”
หัวหน้าแผนกการจัดการสิ่งแวดล้อมรู้สึกสับสน แต่หลังจากที่ได้ยินที่รัฐมนตรีหลู่พูดแล้วก็รีบเดินตามเข้าไปในห้องทำงาน
รัฐมนตรีหลู่หยิบ USB ออกมาเสียบกับคอมพิวเตอร์ เปิดคลิปวิดีโอที่ถ่ายที่สถานที่ท่องเที่ยวชิงหลินเอาขึ้นจอใหญ่บนผนัง
หลังจากนั้นไม่นานคลิปวิดีโอก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
รัฐมนตรีหลู่ชี้ที่จอภาพและบอกกับหัวหน้าแผนกสิ่งแวดล้อมว่า “ดูนี่ เดี๋ยวผมจะแนะนำให้รู้จัก นี่เป็นแตงโมทะเลทราย ส่วนนี่เป็นต้นกล้าแอปเปิลทะเลทราย แล้วนี่ก็ข้าวทะเลทราย นี่กุยช่ายทะเลทราย แล้วก็มีวาซาบิกับหญ้าแพรกด้วย ว่าแต่คุณทำหน้าแบบนั้นทำไม”
“ก็… ทำไมพวกมันถึงเป็นของกินหมดเลยล่ะครับท่าน” หัวหน้าแผนกการจัดการสิ่งแวดล้อมมองข้ามหญ้าแพรกไปเลย
เพราะใจเขาถูกดึงดูดด้วยคำว่า แอปเปิล แตงโม ข้าว และกุยช่าย
ของพวกนี้มันสามารถปลูกในทะเลทรายได้จริงเหรอ
ไม่อาจจินตนาการได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าทะเลทรายกลายเป็นฐานเพาะปลูกธัญพืชหรือผลไม้...
ต้องรู้ก่อนนะว่าตอนนี้กุยช่ายไม่ใช่ของถูกอีกต่อไปแล้ว หนึ่งจินราคาตั้ง 8 หยวน แถมราคานี้ก็ยังขายดีเพราะเป็นที่นิยมในหมู่ผู้ชาย
หากสามารถปลูกกุยช่ายแบบสเกลใหญ่ในทะเลทรายได้ล่ะก็ เมื่อเก็บเกี่ยวมาแล้วมันอาจกลายเป็นพืชเศรษฐกิจได้เลยไม่ใช่เหรอ
รัฐมนตรีหลู่โบกมือ “ทำไรไม่ได้หรอก เถ้าแก่ฉินสนใจแต่เรื่องอาหาร คุณรู้มั้ยว่าเขาน่ะเป็นถึงเชฟเบอร์หนึ่งของโลก เพราะงั้นสิ่งที่ปลูกส่วนใหญ่จะเป็นอาหารก็ไม่แปลก”
“แถมเมื่อกี๊ยังบอกอีกว่าต่อไปจะปลูกยี่หร่ากะพริกไทยด้วย เผื่อว่าตอนย่างกุยช่ายในทะเลทรายจะได้มีเครื่องเทศท้องถิ่นใช้”
เห็นได้ชัดว่าเขาละความจริงที่ว่าตัวเองเป็นคนเสนอยี่หร่ากับพริกไทยออกไป โดยตั้งใจโบ้ยความผิดไปให้คนอื่น
หัวหน้าแผนกการจัดการสิ่งแวดล้อมยิ่งประหลาดใจ “แล้วทำไมเถ้าแก่ฉินถึงไม่พวกปลูกพริก กระเทียม หรือผักอื่น ๆ ที่อยู่รอดในทะเลทรายได้ล่ะครับ แบบนั้นจะยิ่งทำให้การทำบาร์บีคิวสมบูรณ์แบบขึ้นนะ”
รัฐมนตรีหลู่ได้ยินก็ตกใจ แล้วแกจะคิดไปในเวย์นั้นเหมือนกันเพื่อ ?
อย่าให้เถ้าแก่ฉินได้ยินเรื่องนี้เด็ดขาด ไม่งั้นล่ะก็ต่อไปอาจมีพริก กระเทียม หรือผักย่างทะเลทรายอื่น ๆ ออกมาจริงก็เป็นได้
เดี๋ยวคนอื่น ๆ จะหาว่าเราเป็นพวกตะกละเอาได้
หัวหน้าแผนกการจัดการสิ่งแวดล้อมถอนหายใจด้วยความโล่งอกหลังจากได้ดูคลิปวิดีโอที่รัฐมนตรีหลู่นำกลับมา ดูเสร็จแล้วก็กลับไปที่ห้องทำงานของตนด้วยสีหน้าผ่อนคลาย
ในเมื่อมีพืชที่สามารถอยู่รอดในทะเลทรายมากมายขนาดนี้แล้ว แล้วทำไมเราถึงต้องมานั่งกังวลกับเรื่องการแลกเปลี่ยนอะไรนั่นอีก
พืชที่สามารถอยู่รอดในทะเลทรายได้ที่ห้องทดลองฟาร์สทำพันธุ์ขึ้นมานั่นก็ถือเป็นการแสดงที่น่าดูชมอยู่เหมือนกัน
เวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า
แล้วก็มาถึงวันนี้ การประชุมแลกเปลี่ยนการจัดการสิ่งแวดล้อมโลกได้สร้างกระแสฮือฮาบนโลกออนไลน์ และทุกคนก็รู้เรื่องนี้
เนื่องจากปัญหาสิ่งแวดล้อมแบบทะเลทรายกลืนเมืองของประเทศนี้ก็ช่างร้ายแรงเกินไป มีคนคำนวณไว้ว่าหากสามารถควบคุมทะเลทรายได้ล่ะก็ ประเทศของเราจะมีพื้นที่ใช้ประโยชน์ได้เพิ่มขึ้นอีกถึง 4 มณฑลตามทฤษฎี
ตราบใดที่การปกครองยังประสบความสำเร็จก็จะมีอีก 4 มณฑลที่มีที่ดินให้ใช้สอย และราคาที่อยู่อาศัยก็จะลดลงไปตามทฤษฎี
ถูกต้องแล้ว พอมีคนพูดถึงเรื่องราคาที่อยู่อาศัยขึ้นมาทำให้ความสนใจจึงเพิ่มมากขึ้น
ในเวลานี้จึงปรากฏข่าวที่คลุมเครือและยั่วยุเกิดขึ้นมาบ้าง
“มีพืชที่อยู่รอดในทะเลทรายได้จริงด้วย ถ้าเกิดเราควบคุมทะเลทรายได้ล่ะก็ งั้นราคาบ้านอาจร่วงหนักก็ได้ !”
“เราว่าจำเป็นต้องแลกเปลี่ยนพืชจากห้องแล็บฟาร์สนะ แบบนี้ทุกคนต่างได้ประโยชน์”
“ขอแนะนำให้เบื้องบนแลกเปลี่ยนพืชนั่นมา เพราะสุดท้ายแล้วความพยายามในการควบคุมทะเลทรายของเราก็ไม่เคยได้ผล”
“ขอเสนอว่าควรแลกเปลี่ยนพืชนั่นกลับมาไม่ว่าจะต้องจ่ายราคาเท่าไหร่ก็ตาม หรือต้องเอาปลาภูมิคุ้มกันไปแลกมาก็ต้องยอม”
เห็นได้ชัดว่าคอมเมนต์เหล่านี้ได้เปิดเผยจุดประสงค์ออกมาแล้ว มีคนคอยปั่นกระแสอยู่เบื้องหลังซึ่งมันได้ผลดีจริง ๆ
แนวคิดเรื่องการใช้ประโยชน์จากราคาที่อยู่อาศัยได้รับความสนใจจากคนไม่น้อย เพราะถึงอย่างไรราคาที่อยู่อาศัยก็ถือเป็นปัญหาทางสังคมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ
ไม่รู้มีคนเท่าไหร่ที่ทำงานหนักมาทั้งชีวิตแล้วแต่ก็ยังไม่มีเงินซื้อบ้านสักหลัง และมีคนเท่าไรที่ถูกบังคับให้ต้องแยกจากคนที่ตัวเองรักเพราะบ้าน
หากราคาบ้านสามารถลดลงได้จริงก็เป็นเรื่องดีสำหรับพวกเขาอย่างแน่นอน
เสียงเรียกร้องให้เอาปลาภูมิคุ้มกันไปแลกกับพืชจากห้องทดลองฟาร์สดังขึ้นเรื่อย ๆ และแทบทุกคนต่างเห็นพ้องต้องกันว่าถึงเวลาแล้วที่จะทำเช่นนั้น
แล้วการประชุมแลกเปลี่ยนการจัดการสิ่งแวดล้อมโลกเริ่มต้นขึ้นในบริบทนี้
............................................................................................
ประเทศสวยงาม
ทรานส์ไปหาอาโดซีอีกครั้งด้วยรอยยิ้ม “อาโดซี คุณดูกระแสคอมเมนต์ของชาวเน็ตในประเทศนั้นสิ โดนเราควบคุมโดยสมบูรณ์แล้ว”
“ตอนนี้ทุกคนคิดว่าควรเอาปลาภูมิคุ้มกันมาแลกกับพืชของเรา ที่ประเทศนั่นเรียกแบบนี้ว่ามติมหาชนใช่มั้ย”
“ประเทศนั่นไม่กล้าขัดขืนและต้องเชื่อฟังความเห็นของสาธารณชน ผมไปเช็กมาแล้วเหมือนจะมีสำนวนที่ว่า น้ำพยุงเรือได้ก็คว่ำเรือได้เหมือนกัน”
“ยิ่งไปกว่านั้นเรายังทำความเข้าใจปัญหาที่ร้ายแรงที่สุดของพวกนั้นแล้วก็คือเรื่องราคาบ้าน คุณก็รู้นะว่าราคาบ้านของพวกมันแพงกว่าของประเทศพัฒนาแล้วอย่างเรา”
“คนของพวกมันอยู่ในสลัมแออัด ราคาบ้านเป็นเรื่องที่คนไม่น้อยเป็นกังวล เมื่อเราจี้ใจดำพวกมันแบบนี้ต่อให้พวกมันรู้ว่าเรากำลังเล่นลูกไม้แต่พวกมันก็ต้องยอมสนับสนุนเราอยู่ดี”
“นี่คือธรรมชาติของมนุษย์ ผมเก่งเรื่องการเล่นกับธรรมชาติของมนุษย์มากกว่าพวกมัน”
ไม่รู้ทำไมเหมือนกันแต่อาโดซีเพิกเฉยต่อทรานส์และหยิบข่าวขึ้นมาดู
หลังจากดูเนื้อหาคลิปวิดีโอข่าวแล้วสีหน้าที่แสดงออกมาคือความประหลาดใจ
บางทีคราวนี้ไอ้คุณทรานส์นี่อาจให้การสนับสนุนตนหลังจากที่ได้ปลาภูมิคุ้มกันมา
แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง อาโดซีกลับรู้สึกถึงลางสังหรณ์อัปมงคลในใจขึ้นมาแทน !