เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 671: แปลงปลูกกลายพันธุ์อัปเกรดได้แล้ว ! คุณสมบัติ - ทะเลทราย !

บทที่ 671: แปลงปลูกกลายพันธุ์อัปเกรดได้แล้ว ! คุณสมบัติ - ทะเลทราย !

บทที่ 671: แปลงปลูกกลายพันธุ์อัปเกรดได้แล้ว ! คุณสมบัติ - ทะเลทราย !


ทำไมต้องปั้นตุ๊กตาหิมะ ?

ทั้งคู่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าจะมีเรื่องน่าขายหน้าแบบนี้เกิดขึ้นได้  หรือจะพูดว่าแผนอยู่ที่คนผลอยู่ที่ฟ้า  เพราะก่อนหน้านี้ไม่ได้เอาหญ้าคงอุณหภูมิออกไปก่อน

เมื่อเห็นฉินเฟิงน้อยตะโกนว่า “ตุ๊กตาหิมะ” พวกเธอก็ได้แต่เงียบปาก

ในเวลาเดียวกัน  ข่าวหิมะตกที่อำเภอโหยวเฉิงก็ถูกโพสต์ในโลกออนไลน์แล้ว

ตอนแรกหลายคนต่างก็สงสัยข่าวว่าอำเภอโหยวเฉิงบอกว่าจะมีหิมะตกตอนเที่ยงวันอยู่  แต่เมื่อทุกคนเห็นข่าวนี้แล้วพวกเขาก็เข้าใจแล้วว่าอำเภอโหยวเฉิงมีแบล็กเทคโนโลยีอยู่จริง ๆ ด้วย

นอกจากนี้สิ่งแรกที่ผู้คนที่เห็นก็นึกถึงคือห้องทดลองชิงหลินของอำเภอโหยวเฉิงเลย  เพราะมีเพียงแค่ห้องทดลองชิงหลินเท่านั้นที่สามารถผลิตแบล็กเทคโนโลยีดังกล่าวขึ้นมาได้

และเมื่อบริษัทโฆษณาของฉินเหรินโพสต์กระบวนการหิมะตกทั้งหมดในออนไลน์ทุกคนต่างก็ตกตะลึง

เป็นภาพตั้งแต่การยิงกระสุนพิเศษเหล่านั้น  ไปถึงการระเบิด  จนเป็นม่านแสงสีขาว

โดยเฉพาะแสงรุ้งหลากสีที่เกิดขึ้นจากแสงแดดนั่นสร้างความตกตะลึงให้กับทุกคนเป็นอย่างดี

ฉากที่เกล็ดหิมะร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้าภายใต้แสงที่ส่องประกายนั้นช่างน่าตกใจยิ่งกว่าตัวหิมะที่ตกลงมาเสียอีก  นอกจากนี้ใครบ้างที่เคยเห็นฉากที่น่าตกใจเช่นนี้ในวันที่หิมะตก

หากไม่มีนักท่องเที่ยวถ่ายไว้และอัปโหลดกันยกใหญ่แล้วล่ะก็  คนดูคนอื่น ๆ อาจคิดว่าเป็นสเปเชียลเอฟเฟกต์ของบริษัทโฆษณาของฉินเหรินทำขึ้นแน่ ๆ

แต่ความจริงแล้วกลับกลายเป็นว่านี่ไม่ใช่สเปเชียลเอฟเฟกต์เลย

ดังนั้นสำหรับหลาย ๆ คนแล้ว  แม้แต่ชาวเหนือซึ่งเคยชินกับวันหิมะตกอยู่แล้วก็ยังคิดว่านี่เป็นเรื่องที่น่าตกใจยิ่งเช่นกัน

เพราะโดยปกติแล้วในวันหิมะตกทั่วไปจะไม่มีฉากแบบนี้เกิดขึ้น

ทั้งหมดที่พูดได้ก็แค่เทคโนโลยีในห้องทดลองชิงหลินนั้นน่าทึ่งเกินไป

ทว่าในขณะที่โลกภายนอกกำลังตกตะลึงอยู่กับเทคโนโลยีหิมะตกนั้น  ฉินหลินกำลังนั่งอยู่ในห้องทำงานเปิดจอเกมเล่นด้วยแววตาประหลาดใจ

เพราะคนแคระอาร์นีปรากฏตัวอีกครั้งพร้อมเครื่องหมาย ‘!’ บนหัวซึ่งเป็นตัวบอกว่ามีเควสต์

เจ้าหมอนี่ไม่มีเควสต์ให้ทำมาก็นานมากแล้ว  ตัวเขาไม่คิดว่าเจ้าคนแคระนี่จะมาหาตนอีกด้วยซ้ำ  เจ้าอาร์นีคนนี้เป็นผู้สนับสนุนเควสต์รายใหญ่จริง ๆ

ฉินหลินให้ตัวละครไปกดคุยกับอาร์นี  แต่กลับมีเครื่องหมาย ‘?’ ยาวเป็นแถวขึ้นเหนือหัวมัน

[ ดูเหมือนอาร์นีอยากจะคุยอะไรด้วย ! ]

เมื่อฉินหลินเห็นฉากนี้เขาก็รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นจึงรีบล็อกประตูห้องทำงานและเข้าสู่โลกในเกม

เนื่องจาก BUG ก่อนหน้านี้ทำให้เควสต์ในเกมดูจะค่อนข้างวุ่นวายอยู่หน่อย ๆ ทำให้เมื่อต้องทำเควสต์ที่เกี่ยวข้องกับคนแคระกับโนมจะต้องเข้าสู่โลกในเกมบ่อย ๆ ด้วย

หลังจากสับเปลี่ยนตัวกับตัวละครในเกมแล้ว  สิ่งแรกที่เขาเห็นตรงหน้าก็คืออาร์นีนั่นแหละ

แล้วเสียงของอาร์นีก็ดังเข้ามาในหูของเขา “ยืนบื้อไรอยู่  ที่พูดตะกี๊คิดว่าไงมั่ง”

ฉินหลินอึ้งเลย  แต่ก็ถามกลับว่า “ตะกี๊ว่าไงนะ”

อาร์นี่ได้ยินก็พูดความเห็นตัวเองออกมาทันที “แสดงว่าตะกี๊นายไม่ได้ฟังกันเลยนี่หว่า”

ฉินหลินเลยต้องอธิบายว่า “โทษที ๆ ตะกี๊เหม่อไปหน่อย  พูดอีกทีได้ปะ”

แล้วอาร์นีก็เริ่มบรรยายอีกครั้งอย่างไม่ใคร่จะเต็มใจนะ “เพื่อนเอ๋ย  ฉันเห็นว่าในฟาร์มนายมีแปลงนึงที่ตั้งนานแล้วก็ยังไม่อัปเกรดอยู่  แปลงนั่นเหมือนจะมีพลังพิเศษนะ  ฉันไปเจอผลึกพิเศษในซากปรักหักพังบนภูเขานอเทรอดาม  เหมือนมันจะมีประโยชน์กับแปลงของนาย  แต่ฉันก็สูงแค่นี้เลยเอื้อมไปหยิบผลึกไม่ถึง  นายอยากไปดูผลึกนั่นมะ”

“...” ฉินหลินตกตะลึง  จากนั้นก็มีความสุขมาก  ก็ที่อาร์นีพูดถึงคือแปลงปลูกกลายพันธุ์ที่ได้หลังจากตัวละครอัปเลเวลในครั้งนี้ไม่ใช่รึไง

ตลอดมาเขาไม่เคยรู้วิธีอัปเกรดแปลงปลูกที่ว่านั่นเลย  แต่ตอนนี้อาร์นีกลับเอาข่าวมาว่ามีวิธีอัปเกรดแปลงปลูกนี้  และสำคัญที่สุดคือผลึก

ฉินหลินตอบว่า “อืม” โดยไม่ลังเล

นี่เป็นโอกาสในการอัปเกรดแปลงปลูกนี้ดังนั้นเขาย่อมต้องคว้าโอกาสนี้ไว้อยู่แล้ว  เพราะก่อนหน้านี้เขาไม่มีไอเดียอะไรใด ๆ เลย

เมื่ออาร์นีเห็นว่าฉินหลินตกลงแล้วมันก็ทำหน้าเจ้าเล่ห์ทันทีก่อนจะมองฉินหลินเฉย ๆ โดยไม่ต้องเอ่ยปากพูดอะไร  แต่ก็เหมือนกับกำลังบอกว่า “เข้าใจแล้วนะ” นั่นแหละ

ฉินหลินเข้าใจเองทันทีและถามตรง ๆ ว่า “บอกมาเลยว่าครั้งนี้จะเอาพิมพ์เขียวกี่อัน”

อาร์นีได้ยินก็มีความสุขขึ้นมาทันที “นี่แหละเพื่อนรัก  เข้าใจกันดีจริง ๆ แต่ครั้งนี้เดินค่อนข้างไกลหน่อย  ถ้าขอเป็นพิมพ์เขียวต้นไม้เรือนกระจกซักสิบแบบนี่ถือว่ามากเกินไปมั้ย”

ฉินหลินพยักหน้าอย่างไม่ลังเล  เขาคาดไม่ถึงเลยว่าราคาของเจ้าคนแคระนี้จะไม่ได้วัดจากคุณภาพสิ่งของ  แต่วัดจากระยะทางที่ต้องไป

นั่นไม่ได้หมายความว่าขี้ที่อยู่ห่างไป 100 เมตรจะมีค่ามากกว่าทองคำที่อยู่ห่างไป 10 เมตรหรอกเหรอ

ยิ่งไปกว่านั้นคือครั้งนี้ราคาแค่พิมพ์เขียวต้นไม้เรือนกระจกแค่ 10 แบบเท่านั้น  ที่ตัวฉินหลินนั้นมีเยอะเท่าที่ตัวเขาเองต้องการ

เมื่อเห็นว่าฉินหลินตกลงอย่างเด็ดขาดมากอาร์นีก็ดีใจและพูดว่า “นายนี่เพื่อนรักฉันของแท้เลย  ไป ๆ ๆ ออกเดินทางกันเลย !”

หลังจากอาร์นีพูดจบก็เดินออกจากฟาร์มทันที  ฉินหลินเองก็รีบเดินตามไปทันทีเช่นกัน

คราวนี้เมื่อเข้าไปในภูเขานอเทรอดาม  อาร์นีได้พาเขาไปยังทิศทางที่ไม่เคยไปมาก่อน  ป่าในทิศทางนี้ไม่ได้รกทึบ  แต่กลับปกคลุมไปด้วยพุ่มไม้หนา

พุ่มไม้เหล่านี้รกไปด้วยกิ่งก้านใบไม้  และมีทางเดินแคบ ๆ ที่ให้ผ่านได้แค่คนเดียวเท่านั้นซึ่งไม่ได้มีอยู่ในเกม

การเดินทางก็ใช้เวลานานมากและดูเหมือนว่าจะไปถึงอีกฝั่งของภูเขานอเทรอดามเลยด้วยซ้ำ  แล้วตรงหน้าก็ไปเจอเข้ากับหน้าผาเข้า

ที่ผนังของหน้าผามีรอยแตกซึ่งใช้เป็นทางผ่าน

พอเดินตามอาร์นีเข้าไปก็พบว่ามีซากปรักหักพังปรากฏอยู่ตรงหน้า

ซากปรักหักพังนี้เป็นโบราณสถานที่มีร่องรอยจากการโดนขวานจามใส่อย่างชัดเจน  ยังมองเห็นซากบ้านที่พังทลายและโบราณวัตถุจากหินพัง ๆ ที่มีแต่มอสปกคลุมด้วย

“มานี่เร็ว  ตรงนี้ ๆ ผลึกที่ว่าอยู่นี่แหละ” เสียงของอาร์นีดังขึ้นอีกครั้งก่อนรีบเดินไปยังผนังหินที่หนึ่งอย่างเร็ว

ฉินหลินก็รีบวิ่งตามไปและเห็นประติมากรรมรูปปั้นชิ้นหนึ่งติดอยู่กับกำแพงหิน  โดยที่รูปปั้นนั้นได้เสียหัวไปแล้ว  และแขนขาก็แตกหักเสียหาย  ในมือข้างหนึ่งของรูปปั้นนมีผลึกหินที่เปล่งประกายแสงพิเศษอยู่

“ผลึกอันนี้แหละ  ตัวอักษรบนนั้นดูคล้ายกับลวดลายทางไกลที่เผ่าคนแคระเราบันทึกไว้เลย” คนแคระอาร์นีชี้ไปที่ผลึกในมือของรูปปั้นนั่นพร้อมกับอธิบายให้ฟัง

ฉินหลินจ้องมองที่รูปปั้นนั่นโดยในใจก็รู้สึกว่ามันมีบางอย่างผิดปกติ  หรือก็คือมันอาจไม่ใช่รูปปั้นมนุษย์  เคยเห็นคนที่ไหนเกิดมามีมือมีตีนรูปโดรายากิไหมล่ะ

นี่มันเป็นไปไม่ได้

สำหรับฉินหลินแล้วรูปปั้นนี้ถือว่าค่อนข้างตัวสูง  ยิ่งกับคนแคระด้วยแล้วยิ่งสูงขึ้นไปใหญ่

อย่างไรก็ตามฉินหลินได้กินผลไม้จากต้นไม้แห่งพลังไปแล้วสองผลจึงทำให้ความสูงนี้ไม่เป็นปัญหากับตัวเขาเลย  เขาสามารถไปเอาผลึกนั้นมาได้อย่างง่ายดาย

ในเวลาเดียวกันเขาเพ่งจนเห็นข้อมูลรายละเอียดของผลึกด้วย

[ ผลึกพิเศษ: พิเศษ ! ]

[ ผลึกหินพิเศษที่มีต้นกำเนิดลึกลับมาก  มันถูกบุคคลลึกลับที่ปรากฏตัวจากที่ไหนก็ไม่รู้นำมาไว้ที่นี่  อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่ามันจะมีพลังพิเศษที่สามารถเปลี่ยนดินแดนพิเศษบางแห่งได้  สามารถใช้ร่วมกับดินแดนพิเศษภายใต้เงื่อนไขพิเศษเท่านั้น ]

เมื่อฉินหลินอ่านข้อมูลรายละเอียดเสร็จแล้วเขาก็คิดไปถึงแปลงปลูกพิเศษที่ยังไม่ได้อัปเกรดขึ้นมาเลย  นั่นควรจะเป็นดินแดนพิเศษที่ว่า

เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาก็อยากรีบกลับทางเดิมเพื่อไปเช็กดูสถานการณ์

แต่แล้วกลับมีเสียงเป็นกังวลของอาร์นีดังขึ้นเสียก่อน “เพื่อนเลิฟ  นายลืมไรไปป่าวอะ !”

ในขณะที่พูดสีหน้าก็เป็นกังวลไปด้วย  เหมือนกลัวฉินหลินจะโกง

ฉินหลินเข้าใจชัดเจนว่าที่อาร์นีแสดงออกแบบนี้หมายความว่าอย่างไร  เจ้าคนแคระน้อยนี่ไม่ได้รู้เลยว่าพิมพ์เขียวของต้นไม้เรือนกระจกเหล่านั้นไม่ได้มีค่าอะไรเลยสำหรับเขา

แต่เขาก็จงใจแซวว่า “พูดไรของนายอะเพื่อนเลิฟ ?”

อาร์นีได้ยินดังนั้นก็ยิ่งแต่จะกังวล “ไม่เอาแบบนี้สิ  คนเราทำธุรกิจต้องมีความน่าเชื่อถือนะ !”

“งั้นก็ไปกันเถอะ !” ฉินหลินยิ้มและเรียกให้อาร์นีให้เดินออกจากภูเขานอเทรอดาม

แล้วสีหน้าของอาร์นีก็เปลี่ยนเป็นมีความสุขอีกครั้ง  แต่แล้วก็พึ่งนึกได้ว่าตัวเองถูกฉินหลินหยอกล้ออยู่

ฉินหลินนั้นไม่ผิดคำพูดกับคนแคระอย่างแน่นอน  เพราะถ้าเขาผิดคำพูดล่ะก็เขาอาจสูญเสียตัวกระตุ้นเควสต์ทั้งหมดไป

เขาเข้าใจหลักการเรื่องกินอิ่มมื้อเดียวกับกินอิ่มทุกมื้อเป็นอย่างดี

นอกจากนี้พิมพ์เขียวของแบบบ้านต้นไม้เรือนกระจกเองก็ไม่ใช่สิ่งที่มีค่าสำหรับเขาเลย

หลังจากกลับมาที่ฟาร์มฉินหลินก็ออกจากเกม  ไปหยิบพิมพ์เขียวแบบบ้านต้นเรือนกระจก 10 อันจากในห้องทำงาน

หลังจากคิด ๆ ดูแล้วเขาก็หยิบพิมพ์เขียวเพิ่มอีก 2 อัน

เขาตั้งใจจะให้อาร์นีไป 12 อัน  ทว่านั่นไม่ใช่เพราะเขาเปลี่ยนใจ  แต่เป็นเพราะเขาอยากให้คนแคระอาร์นีได้เอาไปใช้ประโยชน์

เพราะหากคน ๆ หนึ่งเอาเปรียบใครคนหนึ่งได้ครั้งหนึ่งแล้ว  มันก็มีความเป็นไปได้สูงที่คน ๆ นั้นจะคิดเอาเปรียบอีกฝ่ายเป็นครั้งที่สองหรืออาจถึงสามครั้งก็เป็นได้...

ดังนั้นตราบใดที่คนแคระอาร์นีพัฒนาทัศนคติดังกล่าวนี้ขึ้นมาก็จะรับมือได้ง่าย  เพราะเขาจะต้องคิดที่จะเอาเปรียบใครคนนั้นอีกครั้งแน่นอน

แต่จะเกิดอะไรขึ้นหากเราต้องการใช้ประโยชน์จากนิสัยนี้ ? สิ่งเดียวที่ต้องทำคือทำข้อตกลงกับอีกฝ่ายต่อไป  แล้วมันก็ใช้มันเป็นตัวกระตุ้นเควสต์เนื้อเรื่องเพิ่มเติมของคนแคระได้ใช่ไหมล่ะ

ซึ่งถ้ามันเป็นไปได้จริง ๆ แล้วล่ะก็  มันจะสำคัญอะไรถ้าเราจะให้พิมพ์เขียวกับคนแคระอาร์นีเพิ่มอีกสักอันสองอัน

เมื่อคิดได้ดังนี้แล้วฉินหลินก็หยิบเอาพิมพ์เขียวเข้าเกมไป

เมื่อเห็นพิมพ์เขียวแบบบ้านของต้นไม้เรือนกระจกในมือเขา  น้ำเสียงเป็นกังวลของคนแคระอาร์นีก็ดังขึ้นอีกทันที “นี่ ๆ ๆ พิมพ์เขียวหมดนี่ให้ฉันเหรอ ?”

ฉินหลินยื่นพิมพ์เขียวทั้งหมดให้พร้อมบอกว่า “อะ  ให้นายหมดนี่เลย”

คนแคระอาร์นีรีบรับพิมพ์เขียวไปด้วยความตื่นเต้นและนับอยู่ในใจไปด้วยทันที “หนึ่ง, สอง, สาม, สี่, ห้า... สิบ, สิบเอ็ด, สิบสอง...”

นับไปนับมาก็เริ่มรู้สึกว่ามันมีอะไรแหม่ง ๆ นั่นคือมีพิมพ์เขียวเพิ่มขึ้นมาอีก 2 อัน

ในขณะนั้นเองดวงตาเล็ก ๆ ของคนแคระก็เปล่งประกายลุกวาวด้วยความรู้สึกไม่น่าเชื่อ  เซอร์ไพรส์แบบนี้ก็มีได้ด้วยเหรอ !

โดยไม่รู้ตัว  เจ้าตัวอยากจะยื่นพิมพ์เขียวที่เกินมาให้ฉินหลินคืน  แต่เมื่อหันไปมองฉินหลินเขาก็พบว่าฉินหลินดูเหมือนจะไม่สังเกตเห็นเลย  ดังนั้นจึงรีบหดมือกลับทันที

อีกฝ่ายไม่เห็นสินะ

เมื่อคิดได้ดังนี้คนแคระก็รีบเก็บพิมพ์เขียวทั้งหมดไปอย่างเงียบ ๆ แล้วพูดกับฉินหลินว่า “เพื่อนรักเอ๋ย  นายนี่พูดคำไหนคำนั้นจริง ๆ ฉันยินดีที่ได้ทำธุรกิจกับนายนะ”

พูดจบก็รีบวิ่งหนีไปทันทีราวกับเด็กที่รู้ตัวว่าตัวเองทำผิดแล้วกลัวถูกจับได้

ฉินหลินเห็นแบบนั้นแล้วก็ออกจากเกมไป  จากนั้นก็ให้ตัวละครในเกมไปยังแปลงปลูกพิเศษที่ต้องอัปเกรด !

[ ขอแสดงความยินดี  พบสสารพิเศษแล้ว  จะปรับเปลี่ยนแปลงปลูกกลายพันธุ์ในปัจจุบันหรือไม่ ? ]

ฉินหลินรู้สึกว่าคำถามนี้ไร้สาระเกินไปและกด [ ใช่ ] ทันที  เขาต้องใช้เวลานานมากกว่าจะหาวิธีอัปเกรดแปลงปลูกนี้เจอ  ดังนั้นจึงมีแค่คนโง่เท่านั้นที่จะเลือก [ ไม่ ]

[ ขอแสดงความยินดีที่ประสบความสำเร็จในการอัปเกรดแปลงปลูกกลายพันธุ์  กำลังสุ่มสร้างคุณสมบัติของแปลงปลูก...  ขอแสดงความยินดี  คุณสมบัติของแปลงปลูกกลายพันธุ์คือ : ทะเลทราย ! ]

จบบทที่ บทที่ 671: แปลงปลูกกลายพันธุ์อัปเกรดได้แล้ว ! คุณสมบัติ - ทะเลทราย !

คัดลอกลิงก์แล้ว