เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 668: ถูกจูงจมูก ! ? ความร่วมมือที่ดี !

บทที่ 668: ถูกจูงจมูก ! ? ความร่วมมือที่ดี !

บทที่ 668: ถูกจูงจมูก ! ? ความร่วมมือที่ดี !


ดังนั้น  ไม่นานข่าวก็แพร่พะพัดไปทั่วกลุ่มสถานที่ท่องเที่ยวชิงหลิน  ว่าห้องทดลองชิงหลินได้พัฒนาเทคโนโลยีหิมะตกในเมืองและกำลังเตรียมค้นหาเมืองที่จะร่วมมือในการทดลอง

ที่แผนกการท่องเที่ยวโหยวเฉิง  หลี่หมิงเจี๋ยหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาตรวจสอบข่าวสารตามปกติ  แล้วแฟนสาวก็ได้ส่งข้อความมาหาว่า “ที่รัก  มีข่าวลือในสถานที่ท่องเที่ยวว่าที่ห้องแล็บมีเทคโนโลยีหิมะอะไรเนี่ยแหละแล้วก็กะลังมองหาเมืองที่จะให้ความร่วมมือในการทดลองอยู่”

แฟนสาวของเขาเป็นหัวหน้าคนงานอยู่ที่สถานที่ท่องเที่ยวชิงหลิน

ในอำเภอโยวเฉิง  หัวหน้าคนงานของสถานที่ท่องเที่ยวชิงหลินนั้นเป็นคนที่เหมาะสมกับคนที่เป็นข้าราชการอย่างแน่นอน  ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของเงินเดือน  โอกาส  หรือแม้กระทั่งสถานะทางสังคมและตำแหน่งงานก็ล้วนเหมาะสมกันทั้งนั้น

หลี่หมิงเจี๋ยทำงานในสำนักงานการท่องเที่ยว  ดังนั้นเขาจึงต้องตระหนักถึงสถานการณ์ในสถานที่ท่องเที่ยวอยู่เสมอ  เขาจึงขอให้แฟนสาวคอยแจ้งข่าวให้เขาทราบหากเกิดปัญหาใด ๆ ในทันทีอยู่เสมอ

ท้ายที่สุดแล้วทางอำเภอก็ให้ความสำคัญกับสถานที่ท่องเที่ยวชิงหลินมากที่สุด  และโอกาสก็มักจะมาหาคนที่เตรียมตัวมาเป็นอย่างดีเสมอ  ใช่ไม่ใช่ ?

เมื่อเขาฟังข้อความเสียงของแฟนสาวแล้วก็ได้กลิ่นแหม่ง ๆ ที่ต่างไปจากเดิม  เพราะใคร ๆ ก็รู้ว่าในอดีตที่ผ่านมานั้นอำเภอโหยวเฉิงจะเป็นที่แรกที่ได้รับผลประโยชน์จากเทคโนโลยีใด ๆ ของห้องทดลองชิงหลินเสมอ

แต่ครั้งนี้ทางนั้นกลับไม่ได้มองมาที่อำเภอโหยวเฉิง  กลับมีแผนจะมองหาที่อื่นอยู่ซะงั้น  หรือไม่จริง ?

นี่ดูเหมือนว่าเป็นจะสัญญาณไม่ดี  และท่านนายอำเภอเองก็ควรจะให้ความสำคัญกับปัญหานี้อย่างยิ่งยวด

ทันทีที่รู้ข่าวเขาก็รีบโทรหาหัวหน้าของตนทันที  เรื่องแบบนี้จะต้องรีบรายงานโดยเร็วที่สุด

เป็นที่ชัดเจนว่าหลี่หมิงเจี๋ยไม่รู้ว่าตนพึ่งจะกินเบ็ดที่ที่เฉิ่นลี่โยนลงไป

แน่นอนว่าหลี่หมิงเจี๋ยนั้นไม่ใช่แค่คนเดียวที่ตกหลุมพรางนี้

แต่คนแรกที่รายงานเรื่องนี้คือหลี่หมิงเจี๋ย  เขารายงานเรื่องนี้กับหัวหน้าของตนทันทีที่ได้รับข่าวจากแฟนสาว

ไม่นานหลังจากนั้นเฉินหลี่ก็ได้รับข่าว  เขาถามเลขาฯ อย่างไม่ใคร่จะแน่ใจว่า “คุณแน่ใจนะว่าข่าวนี้เป็นเรื่องจริง”

เลขาฯ พยักหน้า “จริงครับ  ตอนนี้พนักงานทุกคนในสถานที่ท่องเที่ยวชิงหลินต่างรู้เรื่องนี้กันหมดแล้ว  เพราะงั้นไม่น่าจะใช่เรื่องเท็จ”

เฉินหลี่กำลังจะขอให้เลขาฯ ตรวจสอบเรื่องนี้ให้ชัดเจนอยู่นั้นแต่จู่ ๆ นายอำเภอซุนก็โทรมาขัดจังหวะเสียก่อน “รองฉิน  คุณรู้ข่าวของห้องแล็บชิงหลินแล้วใช่มั้ย !”

เฉินหลี่ประหลาดใจแต่ก็ตอบไปว่า “ท่านเองก็รู้แล้วเหรอครับ”

“มาพบผมหน่อย !” นายอำเภอซุนพูดด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล

ไม่ว่าเทคโนโลยีในการนำหิมะมาสู่เมืองที่ว่านี้จะเป็นอย่างไรก็ตาม  แต่สำคัญคือห้องทดลองชิงหลินวางแผนที่จะแสวงหาความร่วมมือกับเมืองอื่น ๆ ซึ่งนี่ไม่ใช่ข่าวดีสำหรับพวกเราที่ว่าการอำเภอโหยวเฉิงแน่นอน

แม้จะเป็นเพียงข่าวลือ  แม้อาจจะแค่ข่าวปลอม  แต่มันก็ยังทำให้เราเป็นกังวลได้  เพราะเมื่อเมืองอื่น ๆ ได้รับข่าวนี้  พวกเขาคงรีบวิ่งเข้าไปหาสถานที่ท่องเที่ยวชิงหลินทันทีเหมือนดั่งแมลงวันที่เห็นไข่แตก

เราไม่สามารถให้โอกาสเมืองอื่นได้

แบบนี้ไม่ต่างจากผู้หญิงกำลังทอดสะพานให้ท่าชายอื่นเลย  แล้วชายเหล่านั้นมีหรือจะไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง  ชายเหล่านั้นจะต้องให้เงิน  ของขวัญ ฯลฯ เพื่อที่จะได้ใกล้ชิดกับหญิงคนนั้นให้ได้ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีใดก็ตามเท่าที่ตนเองทำได้

ซึ่งนี่คือสถานการณ์ปัจจุบันของสถานที่ท่องเที่ยวชิงหลิน  และเมื่อตอนอำเภอหนิงเฉิงเองก็เคยเป็นตัวอย่างมาก่อนแล้วด้วย

เป็นเพราะความไม่ระมัดระวังของพวกตนในช่วงแรกจึงทำให้โรงงานชายามว่างชิงหลินถูกอำเภอหนิงเฉิงดอดเข้ามาล้วงเอาไปจนได้

หลังจากที่เฉินหลี่วางสายปุ๊บก็รีบไปที่ห้องทำงานของนายอำเภอซุนทันที  และทันทีที่เข้าประตูไปนายอำเภอซุนก็พูดขึ้นมาอย่างรอไม่ไหว “นั่งลงก่อน  เราต้องคิดหาวิธี  ต้องไปคุยกะห้องแล็บชิงหลินเรื่องทดลองหิมะตกที่อำเภอเรา”

เฉินหลี่พยักหน้าแต่ก็ถามด้วยความสงสัย “ท่านครับ  ผมยังไม่รู้สถานการณ์โดยละเอียดเลย  ผมขอคุยกับท่านก่อน”

...

นายอำเภอซุนอธิบายทันที “ผมเองก็ยังไม่รู้รายละเอียดเหมือนกัน  แต่จากข้อมูลที่รวบรวมมาเราพอจะรู้ว่าเทคโนโลยีที่ว่าเป็นสิ่งที่สามารถทำให้หิมะตกทั่วทั้งเมืองได้  ตอนนี้มีแค่ข่าวห้องแล็บชิงหลินออกข่าวประกวดราคา  หากเมืองใดยินดีออกกองทุนให้ก็จะไปทดสอบที่เมืองนั้น”

เฉินหลี่ส่ายหน้าเมื่อได้ยิน “ห้องแล็บชิงหลินไม่ขาดเงินทุน  นี่ต้องเป็นเฟกนิวส์แน่นอน  บางทีเมืองอื่น ๆ อาจรู้ข่าวนี้เหมือนกันเลยจงใจปั้นเรื่องขึ้นมา”

นายอำเภอซุนพยักหน้า “เป็นไปได้สูงมาก  ที่เป็นไปได้ที่สุดคือทางหนิงเฉิงอาจเป็นคนทำ  เพราะพวกนี้เคยมีประวัติมาก่อน  แต่ตอนนี้ข่าวก็แพร่ออกไปแล้ว  ซึ่งถ้าเราต้องการโอกาสในการทดลองนี้ก็ต้องเป็นผู้จ่ายเงินทุน”

“กลัวแต่ว่าห้องแล็บชิงหลินจะจัดการประกวดราคาจริง ๆ เพราะข่าวนี้นี่แหละ  เพราะงั้นนะรองเฉิน  คราวนี้ก็ขึ้นอยู่กับคุณแล้ว  คุณที่มีความสัมพันธ์อันดีกับเถ้าแก่ฉินต้องไปคุยเอง”

เฉินหลี่พยักหน้า “แม้ว่าผมต้องเสียหน้าแก่ ๆ นี่ไปผมก็จะต้องคุยกับเถ้าแก่ฉินให้สำเร็จให้ได้ครับ”

ทั้งคู่พูดคุยหารือกันอยู่นาน  โดยพูดถึงวิธีป้องกันไม่ให้เมืองอื่น ๆ เล็งเป้ามาที่ห้องทดลองชิงหลิน

แม้ว่าในปัจจุบันอำเภอโหยวเฉิงจะพึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นหลัก  แต่ห้องทดลองชิงหลินเองก็มีความสำคัญต่ออำเภอโหยวเฉิงมากเช่นกัน  ไม่ต้องพูดถึงผลประโยชน์ที่อำเภอโหยวเฉิงได้รับจากห้องทดลองชิงหลินเลย

การมีห้องทดลองเช่นนี้ในสถานที่แห่งหนึ่งได้แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้า  เทคโนโลยี  และอื่น ๆ อีกมากมาย

ในเขตมหานครส่วนใหญ่คงไม่มีโอกาสที่จะได้มีห้องทดลองแบบนี้แน่นอน

คฤหาสน์ชิงหลิน

ฉินหลินพึ่งออกจากโซนด้านในและมาถึงห้องทำงาน  แล้วเฉินหลี่ก็โทรมาพอดี

เมื่อเห็นว่าใครโทรมาเขาก็รู้จุดประสงค์ของเฉินหลี่ทันที  เขากดรับสายและได้ยินน้ำเสียงวิตกกังวลของเฉินหลี่ดังมาจากปลายสาย “เถ้าแก่ฉินว่างมั้ยครับ  ผมอยากไปคุยด้วยที่คฤหาสน์หน่อย  เรื่องสำคัญมาก”

ฉินหลินรู้จุดประสงค์ของเฉินหลี่อยู่แล้วก็ตอบด้วยรอยยิ้ม “ครับท่านรองเฉิน  ถ้าเป็นเรื่องสำคัญก็มาคุยกันเถอะครับ  ผมว่างพอดี”

อีกด้านหนึ่ง  หลังจากที่รองนายอำเภอเฉินคุยเสร็จก็วางสายและบอกคนขับรถส่งตนไปที่คฤหาสน์ชิงหลินทันที

ไม่นานเฉินหลี่ก็ได้พบกับฉินหลิน  ทันทีที่พวกเขาพบกันเฉินหลี่ก็พูดอย่างเก้อเขินว่า “เถ้าแก่ฉิน  เรื่องที่ผมอยากจะคุยด้วยนี่เอาจริง ๆ ผมก็อายเหมือนกัน  พอดีผมได้ยินมาว่าห้องแล็บของคุณได้พัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถทำให้หิมะตกในเมืองได้ตลอดเวลา  ไม่ทราบว่านี่จริงรึเปล่าครับ”

ฉินหลินแสร้งทำเป็นประหลาดใจและบอกว่า “เทคโนโลยีนี้พึ่งออกมาเองนะ  คุณรู้เรื่องนี้ได้ยังไงกัน”

แม้ว่าเขาจะพูดไปแบบนั้นก็ตาม  แต่ในใจเขากลับรู้สึกเต็มแน่น  ทุกวันนี้ข่าวซุบซิบนินทาแพร่กระจายได้รวดเร็วมาก  เฉิ่นลี่ขอให้หลินหลานจื่อช่วยแพร่กระจายข่าวนี้ออกไปแค่เล็กน้อยเอง  ทางอำเภอก็รู้ข่าวได้ในทันทีเลย

แน่นอนว่าข่าวที่พวกเขาเผยแพร่ออกไปนั้นเป็นเรื่องจริงจัง  หากมันเป็นแค่เรื่องซุบซิบนินทาที่ทุกคนสนใจจริง ๆ ล่ะก็  มันคงจะแพร่กระจายไปเร็วกว่านี้อีกมั้ง

วันนี้มีผู้หญิงคนหนึ่งไปกินข้าวเย็นกับผู้ชายเลว ๆ คนหนึ่ง  ข่าวที่ออกมาในวันพรุ่งนี้หรือวันมะรืนนี้ก็คือผู้หญิงคนนั้นถูกผู้ชายคนนั้นคบชู้และพาเข้าโรงแรม

ดังนั้นบางครั้งแม้มันจะไม่จำเป็น  แต่เราก็ยังคงต้องระวังในสิ่งที่พูดและทำเอาไว้ก่อนเสมอ  เพราะไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นคนปากแจ๋ว  และใครมีเจตนาไม่ดีในหมู่คนที่นั่งร่วมโต๊ะด้วยกัน

หัวใจคนนั้นลึกดั่งมหาสมุทร...

เฉินหลี่พูดต่อทันที “เถ้าแก่ฉิน  ทางอำเภอได้รับข่าวว่าห้องแล็บชิงหลินคิดที่จัดประกวดราคา  เมืองใดที่มีการลงทุนสูงที่สุดเมืองนั้นจะได้ทดลองเทคโนโลยีหิมะตก”

ฉินหลินเข้าใจสิ่งที่เขาพูด  แต่ก็ยังแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องเลยและพูดด้วยน้ำเสียงหน้าตาตรงไปตรงมาว่า “เป็นไปไม่ได้  เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน  ใครกันที่เป็นคนแพร่ข่าว  ทำไมผมถึงไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย”

เฉินหลี่เชื่อการแสดงนี้อย่างไม่ลังเลและถามออกไปโดยไม่รู้ตัว “ข่าวนี้ไม่ใช่มาจากห้องแล็บชิงหลินเหรอครับ  หรือไม่ก็ผอ. เฉิ่นมีแผนการนี้อยู่”

“ถ้าคุณเฉิ่นจะมีแผนนี้อยู่ยังไงก็ต้องบอกผมสิ” ฉินหลินตอบก่อนจะโทรหาเฉิ่นลี่ต่อหน้าเฉินหลี่พร้อมกับเปิดสปีกเกอร์โฟน

ทันทีที่ต่อสายติดเขาก็ถามว่า “ผอ. เฉิ่น  มีข่าวลือข้างนอกว่าห้องแล็บเรากะลังจัดประกวดราคาเทคโนโลยีหิมะตก  ตกลงมันเกิดไรขึ้นเหรอ”

เมื่อเฉิ่นลี่ได้ยินดังนั้นก็เข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นและตอบด้วยน้ำเสียงตรง ๆ ว่า “เรื่องมันจะเป็นแบบนั้นได้ไงกันล่ะครับท่านประธาน  ไอ้เลวหน้าไหนที่มันกล้าแพร่ข่าวกัน  ด้วยความสัมพันธ์ระหว่างห้องแล็บเรากับโหยวเฉิงเราจะต้องทดลองเทคโนโลยีนี้ในอำเภอโหยวเฉิงก่อนอยู่แล้วสิ !”

น้ำเสียงจริงจังมากจนเฉินหลี่อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาภายในใจ

บอกแล้วว่าเรื่องนี้ต้องมีผู้ไม่หวังดีเผยแพร่  และเมืองอื่น ๆ ต่างก็ไม่สามารถทนเห็นอำเภอโหยวเฉิงได้ดีได้

เมื่อคิดได้ดังนั้นเฉินหลี่ก็รีบพูดว่า “ผมว่าแล้วว่าต้องมีผู้ไม่หวังดีเผยแพร่ข่าวลือ  และหนิงเฉิงก็เป็นหนึ่งในนั้น !”

“เอ่อ !” ฉินหลินไม่รู้จะตอบอย่างไรจึงแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน

ชัดเจนว่าเรื่องนี้เฉิ่นลี่เป็นคนเผยแพร่

หนิงเฉิงเอ๋ยหนิงเฉิง  คงได้แค่ให้คำว่า ‘ขอโทษด้วยครับ’ แก่พวกคุณแล้วล่ะ

เฉินหลี่รีบถามต่อว่า “เถ้าแก่ฉิน  เทคโนโลยีการสร้างหิมะที่ว่าคืออะไรเหรอครับ”

ฉินหลินอธิบายว่า “ก็เป็นเทคโนโลยีที่สามารถทำให้หิมะตกได้  เป็นประสบการณ์ที่หายากสำหรับภาคใต้เรา  ลองนึกภาพดูซิว่าภาคใต้เราที่ไม่เคยมีหิมะตกมาก่อนเลยจู่ ๆ ก็มีขึ้นมาอย่างกะทันหันมันจะน่าตื่นเต้นน่าดึงดูดใจมากขนาดไหน  นอกจากนี้ยังเป็นวิธีดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ดีมากด้วย  หลังจากหิมะตก  การทำความสะอาดและการจราจรจะต้องได้รับการควบคุม”

เมื่อได้ดังนั้นเฉินหลี่ก็พูดทันทีว่า “เถ้าแก่ฉิน  ห้องแล็บคุณไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบเรื่องการทำความสะอาดและการจราจร  แค่เอาเมืองทดลองมาไว้ในการรับผิดชอบกับทางอำเภอเราก็พอแล้ว  ทางเราจะให้เงินทุนทดลอง  ส่วนเรื่องอื่น ๆ ก็ปล่อยให้เราจัดการเองครับ”

เฉินหลี่รับประกันทันที  เขาเข้าใจถึงประโยชน์ของเทคโนโลยีการสร้างหิมะนี้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว  ท้ายที่สุดแล้วมันคือสิ่งที่สามารถสร้างหิมะตกได้ทุกที่ทุกเวลาเลยเชียวนะ

สำหรับเมืองอื่น ๆ โดยเฉพาะทางภาคเหนือนั้นดูเหมือนว่าสิ่งนี้จะไร้ประโยชน์และอาจทำให้ประชาชนทั่วไปเดือดร้อนได้  เช่น  ในภาคเหนือ  ผู้คนคุ้นเคยกับการเห็นหิมะและเกลียดมันมาก  หากจู่ ๆ ก็มีหิมะตกขึ้นมาล่ะก็พวกเขาจะต้องรำคาญมากอย่างแน่นอน

แต่หากชาวเหนือได้รับอนุญาตให้ไปเยือนเมืองที่มีภูมิอากาศอย่างอำเภอโหยวเฉิงล่ะก็  พวกเขาคงจะรู้สึกดีใจและตื่นเต้นมาก

ในทำนองเดียวกัน  ผู้คนจำนวนมากในภาคใต้กลับไม่เคยเห็นหิมะ  ดังนั้นพวกเขาคงจะตื่นเต้นมากหากจู่ ๆ ก็มีหิมะตกในเมือง  ในประเด็นนี้ชาวโหยวเฉิงคงไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ และอาจตั้งหน้าตั้งตารอคอยให้มันตกด้วยซ้ำ

นอกจากนี้อำเภอโหยวเฉิงยังเป็นเมืองท่องเที่ยวอีกด้วย  ผู้ที่มาที่นี่เพื่อเที่ยวเล่นล้วนเป็นนักท่องเที่ยวที่มีความคิดแตกต่าง  พวกเขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อรับแรงกดดัน  แต่มาเพื่อคลายความกดดันและสนุกสนานอย่างเต็มที่

เมื่อมีหิมะตกมันก็จะกลายเป็นเรื่องโรแมนติกมากสำหรับคนเหล่านี้แทน

ถ้าพิจารณาถึงสภาพอากาศของอำเภอโหยวเฉิงในปัจจุบัน  หิมะที่ตกลงมาอย่างกะทันหันและควบคุมได้ก็ถือเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งเช่นกันใช่หรือไม่ ?

เมื่อฉินหลินได้ยินคำพูดของเฉินหลี่เขารู้ว่าทางอำเภอติดกับดักแล้วเรียบร้อย  ดังนั้นเขาจึงยิ้มและบอกว่า “ท่านรองเฉิน  เมื่อพิจารณาจากความสัมพันธ์ระหว่างห้องแล็บเรากับทางอำเภอแล้วเราย่อมต้องตกลงตามคำขอของคุณอยู่แล้ว  แต่คุณก็น่าจะรู้นะว่าผมไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้  เพราะผมจะช่วยคุณติดต่อผอ. เฉิ่น  ทางคุณก็ไปคุยกับผอ. เฉิ่นเอานะ”

“เรื่องนี้เถ้าแก่ฉินทำเองมันก็รบกวนคุณเกินไปจริง ๆ แหละครับ” เฉินหลี่พึงพอใจมาก  ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกขอบคุณ  และเขาก็รู้สึกว่าการมีความสัมพันธ์อันดีกับเถ้าแก่ฉินนั้นมีประโยชน์มากจริง ๆ

โดยที่เขาไม่ได้รู้เลยว่าเขาเป็นเพียงแค่ปลาที่ติดเบ็ดแล้ว

ฉินหลินโทรหาเฉิ่นลี่อีกครั้ง  และเฉิ่นลี่ก็ให้ความร่วมมือโดยปริยายและหลอกเฉินหลี่ให้ไปที่ห้องทดลองชิงหลิน

เป็นธรรมดาที่หลังจากที่เฉินหลี่โทรหานายอำเภอซุนเกี่ยวกับเงินทุนทดลองที่เฉิ่นลี่พูดถึง  ปลายสายก็ตอบตกลงด้วยความกระตือรือร้นทันที  โดยคิดว่าตนได้มันมาในข้อตกลงที่คุ้มค่ามาก

อย่างไรก็ตาม  ไม่นานหลังจากนั้นเว็บไซต์ออฟฟิเชียลของที่ว่าการอำเภอโหยวเฉิงก็ได้เผยแพร่ข้อความที่ทำให้ทุกคนตกตะลึง

นั่นก็คือ  ในเร็ว ๆ นี้จะมีหิมะตกในอำเภอโหยวเฉิง  ดังนั้นทุกคนจึงควรเตรียมตัวรับมือกับหิมะตกครั้งนี้

เมื่อข่าวนี้เผยแพร่ออกไปทุกคนต่างก็คิดว่ามันเป็นเฟกนิวส์

ที่โหยวเฉิงจะมีหิมะตกเหรอ ?

เป็นไปได้ไงอะ ?

ยิ่งไปกว่านั้นคือในเวลาและสภาพภูมิอากาศแบบนี้ต่างจากการมีหิมะในเดือนมิถุนายนตรงไหน ? (เดือนมิถุนายนมันร้อนไม่มีทางมีหิมะตกได้  หรือก็คือเป็นเรื่องเพ้อฝันเป็นไปไม่ได้นั่นเอง)

จบบทที่ บทที่ 668: ถูกจูงจมูก ! ? ความร่วมมือที่ดี !

คัดลอกลิงก์แล้ว