- หน้าแรก
- ปลูกผักเล่น ๆ ในเกมแต่กลับเอามาขายจนรวยในความเป็นจริง
- บทที่ 639: แผนการอันน่าตกตะลึง !
บทที่ 639: แผนการอันน่าตกตะลึง !
บทที่ 639: แผนการอันน่าตกตะลึง !
คฤหาสน์ชิงหลิน
ฉินหลินให้ตัวละครในเกมให้ทำกิจวัตรประจำวันจนเสร็จ แล้วก็หยิบมือถือขึ้นมาเปิดดูประกาศที่ Universal Pictures เผยแพร่ออกมา
จริง ๆ แล้วนี่คือการปฏิบัติที่มีต่อคลิปวิดีโอที่เหมือนกับหน้าจอเกมที่ฉินเหรินโพสต์ไว้
ขณะนั้นเองหลินหลานจื่อก็โทรมา พอกดรับสายก็ได้ยินเสียงเป็นกังวลของอีกฝ่ายจากปลายสาย “เถ้าแก่คะ บริษัทยูนิเวอร์แซลพึ่งส่งคำถามมาหาเรา ถามว่าเรากำลังค้นคว้าเกมเหมือนที่ในอินเทอร์เน็ตว่าอยู่รึเปล่าพร้อมกับแนบคำเตือนมาด้วยน่ะค่ะ”
ฉินหลินยิ้มและตอบอย่างไม่ใส่ใจ “ไม่เป็นไรหรอก ไม่ต้องไปสนใจ”
เมื่อได้ยินเถ้าแก่ตอบมาแบบนั้นหลินหลานจื่อค่อยจะรู้สึกโล่งใจหน่อย
หลังจากวางสายแล้วฉินหลินก็ออกจากห้องทำงานและไปที่แผนกเพาะปลูก
“สวัสดีครับเถ้าแก่ !” อวี้สุ่ยเดินเข้ามาทักทายทันที
“ไปดูกัน !” ฉินหลินพยักหน้า
อวี้สุ่ยรีบนำทางออกจากแผนกเพาะปลูกตรงไปยังจุดที่มีการเอาผ้าม่านคลุมไว้
ม่านที่ใช้ล้อมรอบพื้นที่จุดนี้ถูกยกจนสูงขึ้นมาก สูงเกือบถึงสามเมตรเลยทีเดียว
แน่นอนแหละว่าฉินหลินรู้ว่าที่นี่มีการปลูกอะไรเอาไว้บ้าง พวกมันเป็นพืชผลขนาดใหญ่ยักษ์ที่แปลงสภาพโดยใช้น้ำพุแห่งผืนโลก – 11
หลังจากเข้าไปแล้วสิ่งที่ดึงดูดสายตาของฉินหลินเลยก็คือทุ่งของฟักทองขนาดใหญ่ยักษ์ ซึ่งฟักทองแต่ละลูกมีความสูงกว่า 1.5 เมตร
ยิ่งไปกว่านั้น การได้เห็นฟักทองเหล่านี้ในโลกจริงนั้นน่าตกใจมากกว่าเห็นในเกมอย่างแน่นอน
นี่อาจเป็นความรู้สึกทางจิตวิทยาก็เป็นได้ เพราะเมื่อก่อนนี้ฟักทองยักษ์ขนาดนี้เคยมีอยู่จริงหรือเปล่าก็ไม่รู้
เมื่อเดินผ่านทุ่งฟักทองไปก็จะพบกับทุ่งมะเขือยาว มะเขือยาวต้นใหญ่ที่ใบเขียวขจีดูคล้ายกับต้นไม้ขนาดเล็ก และลูกมะเขือยาวที่ห้อยย้อยลงมาก็ยาวเกือบ 2 เมตร
หากนำมาทำมะเขือเผาก็คงจะอร่อยมาก ๆ แน่ เพราะนอกจากขนาดจะใหญ่แล้วมะเขือยาวชนิดนี้ยังมีโบคุณสมบัติอร่อย +1 และรสสัมผัส +1 อีกด้วย
อวี้สุ่ยอดที่จะเอ่ยปากชมไม่ได้เลย “พืชผลที่เถ้าแก่ทำมานี่อย่างสุดเลยครับ แต่ละต้นมีแต่ต้นบักเอ้กทั้งนั้น ไม่พอยังโตเร็วกว่าแบบปกติด้วย ผมคำนวณวันล่วงหน้าแล้วพบว่าอีกไม่นานมันน่าจะโตเต็มที่แล้วครับ”
“ดีมาก” ฉินหลินไม่ลังเลที่จะเอ่ยปากชมเชยลูกน้องที่ทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว
อวี้สุ่ยถามอีกครั้ง “ว่าแต่เถ้าแก่ครับ เราจำเป็นต้องใช้พืชผลยักษ์ทั้งหมดนี่เก็บเมล็ดพันธุ์ก่อนมั้ยครับ”
ฉินหลินมองไปที่พืชผลยักษ์ทั้งหลายแล้วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบไปว่า “ใช้ครึ่งนึงเก็บเมล็ดพันธุ์ ส่วนอีกครึ่งเดี๋ยวเอาไปจัดอีเวนต์หรือไม่ก็เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมละกัน”
เมล็ดพันธุ์เหล่านี้ไม่ได้อยู่ในสภาพที่เขาต้องการ คือเขาต้องการนำเมล็ดพันธุ์ไปแปรรูปที่เครื่องแปรรูปเมล็ดพันธุ์ในเมืองแร่ดิบก่อน
“ได้ครับเถ้าแก่ !” อวี้สุ่ยพยักหน้ารับคำสั่ง
แล้วฉินหลินเดินชมทุ่งพืชผลขนาดใหญ่ยักษ์กับอวี้สุ่ยจนทั่วก่อนที่เขาจะกลับไปที่คฤหาสน์
พอมาถึงคฤหาสน์ปุ๊บก็ได้รับสายโทรศัพท์จากศาสตราจารย์หวางทันที
เมื่อรับสายก็ได้ยินเสียงของศาสตราจารย์หวางดังขึ้นจากปลายสาย “เถ้าแก่ครับ ตอนนี้จัดการเรื่องรายละเอียดของออปติมัสกับเมกาทรอนเสร็จแล้ว อีกไม่นานก็สามารถเอาไปใช้ที่สถานที่ท่องเที่ยวได้แล้วครับ แต่เรื่องการบังคับนี่ทางสถานที่ท่องเที่ยวจะต้องส่งคนมาฝึกบังคับสองคนนะครับ”
“โอเคครับ” ฉินหลินวางสายแล้วโทรหาหลินหลานจื่อ
ออปติมัสกับเมกาทรอนจะถูกวางไว้ในสถานที่ท่องเที่ยว ดังนั้นวิธีดำเนินการที่ถูกต้องยังคงต้องหารือกับหลินหลานจื่อที่เป็นผู้รับผิดชอบก่อน
หลินหลานจื่อพึ่งจัดการเรื่องของ Universal Pictures เสร็จ
อีกฝ่ายส่งจดหมายถามเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์มา และเธอก็ตอบกลับอีกฝ่ายไปว่าไม่ได้มีการละเมิดลิขสิทธิ์ใด ๆ และเธอไม่เคยทำเกมดังกล่าวมาก่อน
หลังจากที่อีกฝ่ายได้ยินแบบนั้นแล้วก็ไม่ได้ถามคำถามใด ๆ เพิ่มเติม แต่ระบุว่าจะต้องไปค้นหาบริษัทที่ผลิตเกมดังกล่าวให้ได้ ไม่เช่นนั้นบริษัทก็จะไม่ให้เผยแพร่เกมดังกล่าวโดยเด็ดขาด
เมื่อเธอเห็นเถ้าแก่โทรมาก็กดรับสายทันที
ฉินหลิน “ผู้จัดการหลิน คุณกับผู้จัดการเฉินไปคัดเลือกรปภ. ผลงานดีมาสองคนแล้วส่งไปที่ห้องแล็บชิงหลินทีนะ”
“ได้ค่ะเถ้าแก่” แม้ว่าหลินหลานจื่อจะไม่เข้าใจจุดประสงค์ของฉินหลินก็ตาม แต่เธอก็เข้าใจเถ้าแก่ของตนอยู่
ว่าแม้เถ้าแก่คนนี้จะทำอะไรทีละอย่างสองอย่าง แต่สิ่งที่เขาสั่งด้วยตัวเองนั้นไม่เคยมีอะไรธรรมดาแน่นอน
และเธอจะต้องเป็นคนจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง
หลินหลานจื่อรีบโทรติดต่อเฉินต้าเป่ยอย่างเร็ว
............................................................................................…
คฤหาสน์ชิงหลิน
ฉินหลินเปิดจอเกมขึ้นมาดูอีกรอบแล้วให้ตัวละครไปขุดเหมืองที่เหมืองทะเลสาบต่อ
ครั้งนี้เขาขุดไปสองชั้นติดต่อกัน แต่ก็โชคไม่ดีที่ไม่ได้ผลกำไรดี ๆ อะไรเลยและต้องยอมแพ้ไปก่อน
ในแต่ละครั้งที่ตัวละครในเกมเลเวงอัป การเปิดชั้นของเหมืองจะไม่ได้มากมายนัก
เขาได้ขุดเหมืองน้ำพุที่เปิดเพิ่มจนหมดทุกชั้นแล้ว ดังนั้นจึงคิดว่าควรทะนุถนอมเหมืองทะเลสาบไว้ให้ได้นานที่สุด ไม่ใช่แค่โชคไม่ดีก็ตะบี้ตะบันขุดไปจนกว่าจะเจอโชคดีแล้วรู้ตัวอีกทีก็ขุดไปหมดทุกชั้นไปซะแล้ว
ต่อมาเขาก็เอาตัวละครไปเดินรอบเมืองแร่ดิบ แต่ก็น่าเสียดายที่อัตราการเจอเควสต์ใหม่นั้นน้อยลงเรื่อย ๆ
ถ้า NPC ในเกมเหล่านั้นไม่แสดงตัวออกมาเองก็ดูเหมือนจะไม่มีทางที่จะเจอเควสต์ได้เลย
ไม่นานหลังจากนั้นหลินหลานจื่อก็มาถึงพร้อมกับเฉินต้าเป่ย
ด้านหลังเฉินต้าเป่ยมีชายหนุ่มร่างใหญ่สองคน
ชายหนุ่มทั้งสองเดินตัวตรงมาก ๆ ใบหน้าดูแมน ๆ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าทั้งคู่มาจากกองทัพ
“เถ้าแก่คะ ฉับกับผู้จัดการเฉินเลือกคนมาแล้วค่ะ” หลินหลานจื่อรายงานทันทีที่เขาเข้าประตูมา
เฉินต้าเป่ยอธิบายทันที “สองคนนี้ชื่อหลินซื่อซานกับหวงหยวนครับ เป็นเคยเป็นทหารจากหน่วยรบพิเศษมาก่อน และยังเป็นหัวหน้าสำรองของแผนกรักษาความปลอดภัยของเราด้วย สองคนนี้เป็นทหารหน่วยรบพิเศษที่เก่งที่สุดในสถานที่ท่องเที่ยวของเราแล้ว แน่นอนว่าถ้าไม่นับพวกหม่าหงน่ะนะครับ”
ไม่น่าแปลกใจที่สถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งจะมีทหารที่เป็นอดีตหน่วยรบพิเศษมาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย แม้แต่ทหารหน่วยรบพิเศษเมื่อปลดเกษียณจากหน่วยมาแล้วก็ยังต้องเผชิญกับปัญหาการหางานทำ คนที่มีงานทำนั้นเป็นแค่คนส่วนน้อยในคนจำนวนนั้น
อดีตทหารหน่วยรบพิเศษจำนวนมากเหล่านี้มักจะเข้าร่วมกับบริษัทรักษาความปลอดภัยเฉพาะทางไม่ก็ดำเนินชีวิตต่อไปบนเส้นแบ่งระหว่างความเป็นความตายผ่านคอนเนกชันพิเศษ
บางคนเคยชินกับการต่อสู้และเกิดไซด์เอฟเฟกต์บางอย่างจนทำให้ปรับตัวเข้ากับสังคมได้ยาก มีเพียงโลกที่เต็มไปด้วยเลือดและห่ากระสุนเท่านั้นที่เป็นโลกที่ให้ตัวเองมีที่อยู่
แน่นอนว่ายังมีอดีตทหารหน่วยรบพิเศษบางส่วนที่เส้นสายดีสามารถหางานที่รายได้สูงได้อยู่ด้วย
อดีตทหารหน่วยรบพิเศษเหล่านี้ล้วนได้รับคำแนะนำให้เข้าทำงานในระบบรักษาความปลอดภัยของห้องทดลองต่าง ๆ เป็นหลักผ่านเพื่อนร่วมรบสมัยที่ยังประจำการอยู่
ความปลอดภัยของห้องทดลองนั้นอยู่ในระดับสูงสุด โดย 100% ของเจ้าหน้าที่ต้องเป็นอดีตทหารหน่วยรบพิเศษ
และตอนนี้ที่ห้องทดลองชิงหลินไม่จำเป็นต้องมีคนเพิ่มแล้ว ดังนั้นคนเหล่านี้นเลยถูกจัดให้มาทำงานที่สถานที่ท่องเที่ยวชิงหลินแทน
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสถานที่ท่องเที่ยวชิงหลินยังมีเงินเดือนและโบนัสที่สูงมาก และที่สำคัญคือเป็นงานที่มั่นคงและมีสวัสดิการเพียบพร้อม ดังนั้นอดีตหน่วยรบพิเศษเหล่านี้จึงเต็มใจทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่นี่เป็นอย่างยิ่ง
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งสองรู้แน่นอนว่าเสี่ยวฉินเป็นเถ้าแก่ของบริษัทนี้ เพียงแต่พวกตนแค่ไม่เคยพบเจ้าตัวตามลำพังเลย
เมื่อได้รับการแนะนำตัวจากเฉินต้าเป่ยแล้วทั้งคู่ก็รีบทักทายด้วยความเคารพ
“สวัสดีครับเถ้าแก่ !” X2
“โอเค ไปที่แล็บกันเถอะ !” ฉินหลินพยักหน้าและนำทั้งกลุ่มคนไปที่ห้องทดลองชิงหลิน
ศาสตราจารย์หวางกำลังรออยู่ที่ทางเข้าอาคารทดลองแห่งใหม่แล้ว โดยมีอีกคนยืนอยู่ข้าง ๆ ซึ่งก็คือชายคนหนึ่งที่สวมเครื่องแบบรักษาความปลอดภัยของห้องทดลอง
เมื่อเห็นคนดังกล่าวฉินหลินก็รู้ว่าอีกฝ่ายคือคนที่เคยควบคุมเมกาทรอนก่อนหน้านี้
“สวัสดีครับเถ้าแก่ !”
ศาสตราจารย์หวางเข้ามาทักทายก่อนทันทีและบอกว่า “รปภ. สองคนนั้นจะถูกส่งมอบให้กับคนนี้ เขาคือหัวหน้าหลู่จากแผนกรักษาความปลอดภัยของห้องทดลองและจะเป็นคนฝกฝนทั้งคู่นี้ให้เชี่ยวชาญและใช้งานได้โดยเร็วที่สุดเองครับ”
ฉินหลินพยักหน้า “เข้าไปดูข้างในกัน !”
ศาสตราจารย์หวางยังนำกลุ่มคนเข้าไปในภายในห้องทดลอง
หลินหลานจื่อกับเฉินต้าเป่ยเดินก็เดินตามไปด้วยสีหน้างุนงง เรื่องนี้ดูจะเป็นเรื่องใหญ่มากเลยนะเนี่ย แต่จนถึงตอนนี้พวกตนก็ยังไม่รู้เลยว่าเถ้าแก่ทำอะไรอยู่กันแน่
และในไม่ช้าหมู่คณะก็ถูกพาไปที่หน้าต่างกระจกบานนั้น ที่เมื่อมองผ่านเข้าไปจะเห็นพื้นที่กว้างใหญ่ที่อยู่ภายในซึ่งในพื้นที่โล่งนั้นมีออปติมัสกับเมกาทรอนกำลังยืนอยู่
ในหน้าจอที่ห้องทำงานของฉินหลินก็แชร์ภาพที่เห็นจากในหน้าต่างนี้เอง
หรือจะบอกว่าหน้าต่างกระจกบานนี้ผลิตจากเทคโนโลยีขั้นสูงก็ไม่ผิด
หลินหลานจื่อกับเฉินต้าเป่ยเองก็มองเห็นออปติมัสกับเมกะทรอนผ่านหน้าต่างนี้เช่นกัน ซึ่งสีหน้าของทั้งคู่คือตกใจมาก
ตอนนี้หลินหลานจื่อรู้แล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับคลิปเกมที่เห็นบนอินเทอร์เน็ต
ไหนคลิปคลิปเกม นี่มันคลิปเกมซะที่ไหน
ออปติมัสกับเมกาทรอนในคลิปกลับเป็นสิ่งของที่มีอยู่จริง พื้นผิวเงาวับของโลหะนั้นมันไม่มีทางเป็นของปลอมได้เลย
นั่นหมายความว่าพวกเถ้าแก่ไม่ได้เล่นเกม แต่บังคับออปติมัสของจริงอยู่งั้นสินะ !
นี่มันน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว !
ชาวเน็ตดันคิดว่ามันเป็นแค่เกมซะงั้น
แม้แต่คนจาก Universal Pictures ก็ยังคิดที่จะติดต่อกับบริษัทเกมนี้เพื่อปกป้องลิขสิทธิ์ของพวกตน
แต่ถ้าเกิดรู้ว่าจริง ๆ แล้วเรื่องมันเป็นอะไรยังไงล่ะก็ไม่ใช่จะหัวใจวายกันหมดบริษัทเลยเหรอ
จากนั้นฉินหลินก็พูดกับอดีตทหารหน่วยรบพิเศษว่า “พวกคุณอยู่ที่นี่แหละ เรียนรู้วิธีบังคับออปติมัสกับเมกาทรอนจากหัวหน้าหลู่ให้ดี ๆ ไป”
หลินซื่อซานกับหวงหยวนตอนนี้ยืนอึ้งไปแล้ว
แน่นอนว่าทั้งคู่ต่างเคยดูคลิปเกมในโซเชียลออนไลน์มาก่อน ส่วนตอนที่ผู้จัดการเฉินมาคคัดเลือกพวกตนในใจก็สงสัยอยู่ว่ามันเรื่องอะไรกันแน่ ได้ยินมาแค่ว่าเถ้าแก่เป็นคนสั่งด้วยตัวเองแถมผู้จัดการหลินเองก็ยังโคตรจริงจังกับเรื่องนี้ด้วย
แต่ที่แน่ ๆ เลยคือไม่คิดแน่นอนว่ามันจะเกี่ยวข้องกับออปติมัสกับเมกาทรอนบนอินเตอร์เน็ต แถมพวกตนยังต้องมารับผิดชอบในการบังคับเจ้าตัวใหญ่ทั้งคู่นี้ด้วย
แล้วทั้งคู่ก็เริ่มจะตื่นเต้นกันขึ้นมาทันที
หัวหน้าหลู่ก็เดินเข้ามาคุยและเริ่มอธิบายถึงวิธีการควบคุมให้กับทั้งคู่ฟัง จากนั้นก็เอาเครื่องเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวมาให้ทั้งคู่ใส่
หลินซื่อซานกับหวงหยวนก็อยากรู้อยากลองมากเป็นธรรมดา และหลังจากสวมเครื่องตรวจจับแล้วก็ลองควบคุมหุ่นทั้งสองดู
และพอทั้งคู่ลงมือทำอะไร เจ้าหุ่นยักษ์ทั้งสองก็ทำแบบเดียวกันโดยพร้อมเพรียงกันกับคนบังคับ
นอกจากนี้ฉินหลินยังพาศาสตราจารย์หวาง, หลินหลานจื่อและเฉินต้าเป่ยไปอีกด้านหนึ่ง
หลังจากที่ให้ทุกคนนั่งลงแล้วฉินหลินก็ถามว่า “ผู้จัดการหลิน ตอนนี้เราคิดได้แล้วว่าจะเอาออปติมัสกับเมกาทรอนพวกนี้ไปไว้ที่ไหน”
หลินหลานจื่อพูดเกือบจะทันทีว่า “เถ้าแก่คะ จริง ๆ แล้วมีสถานที่มากมายที่เราสามารถเอาเจ้าสองตัวนี้ไปวางได้ อย่างทางเข้าของสถานที่ท่องเที่ยวเองก็สามารถใช้เป็นฟังก์ชันรักษาความปลอดภัยได้ นั่นคงจะน่าตกใจมากเลยใช่มั้ยล่ะคะ ? แล้วก็ยังมีจัตุรัสที่พึ่งสร้างใหม่ด้วยที่ก่อนหน้านี้พึ่งเคยใช้แค่จัดอีเวนต์หญ้าคงอุณหภูมิอย่างเดียวแล้วก็ไม่ได้ใช้อะไรอย่างอื่นอีกเลยนั่นด้วย”
“ถ้าเราเอาออปติมัสกับเมกาทรอนไปวางไว้ที่นั่นแล้วบังคับพวกมันทำการแสดงอะไรให้ดู หรือแม้แต่ให้หลินซื่อซานกับหวงหยวนปลอมเสียงพวกมันให้ด่ากันเองล่ะก็ ฉันว่ามันต้องดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวได้ไม่น้อยแน่เลยค่ะ”
ฉินหลินพยักหน้าเห็นด้วย
เหตุผลหลักก็คือออปติมัสกับเมกาทรอนนั้นมีความสมจริงมากเกินไป และในปัจจุบันไม่มีเทคโนโลยีใดในโลกที่สามารถสร้างออปติมัสกับเมกาทรอนที่ยืดหยุ่นเช่นนี้ได้
อาจกล่าวได้ว่านอกเหนือจากการขาดประกายแบบชีวจักรกลอย่างในหนังแล้ว ความแตกต่างระหว่างออปติมัสกับเมกาทรอนกับของจริงก็แทบไม่มีเลย
หลังจากฟังไอเดียของหลินหลานจื่อแล้วฉินหลินก็พูดขึ้นว่า “งั้นก็เอาเจ้าสองตัวนี้วางไว้ที่ทางเข้าบ้านไร่เพื่อเป็นรปภ. ไปคู่หนึ่ง แล้วอีกคู่ก็เอาวางไว้ที่จัตุรัสใหม่ให้เป็นนักแสดงไป ผู้จัดการเฉิน เดี๋ยวคุณกลับไปก็ไปคัดเลือกรปภ. มาเพิ่มอีกสองคนซะนะ”
“ได้ครับเถ้าแก่ !” เฉินต้าเป่ยพยักหน้าทันที
เมื่อเห็นว่าฉินหลินเห็นด้วยกับไอเดียของตน หลินหลานจื่อก็พูดต่อทันทีว่า “จริง ๆ แล้วเราสามารถทำให้อะไรที่มันน่าตื่นเต้นขึ้นอีกนิดได้อยู่นะคะ ก็ในเมื่อเราสามารถควบคุมออปติมัสกับเมกาทรอนให้เดินได้อย่างอิสระ แล้วทำไมเราไม่ลองบังคับออปติมัสกับเมกาทรอนให้เดินจากห้องทดลองไปยังสถานที่ท่องเที่ยวด้วยตัวเองซะเลยล่ะ”
“ลองนึกภาพดูสิคะว่าบนถนนในเมือง หากมีสิ่งชีวจักรกลเหมือนเหมือนอย่างในหนังที่เคลื่อนไหวได้ วิ่งได้ และพูดได้อย่างอิสระจู่ ๆ ก็โผล่มานี่มันจะน่าตกใจขนาดไหน”
“ซึ่งนี่จะไม่ใช่แค่ตัวประกอบฉากเหมือนกับของที่อื่น ๆ แต่เป็นเทคโนโลยีที่แยกแยะจากของจริงไม่ออก !”
ฉินหลินเจอไอเดียนี้เข้าไปก็ถึงกับอึ้งไปเหมือนกัน
พูดตรง ๆ ก็คือออปติมัสกับเมกาทรอนที่สร้างด้วยเทคโนโลยีของโนมนั้นมันเรียลมาก ๆ จนถึงขั้นที่ว่าถ้าหากติดอาวุธให้พวกมันล่ะก็ พวกมันสามารถสร้างความหายนะให้กับเมืองต่าง ๆ ได้เลยทีเดียว แถมพลังทำลายล้างก็ยังน่าทึ่งอีกด้วย
ดังนั้นเมื่อหลินหลานจื่อเสนอไอเดียนี้เขาก็ถึงกับจินตนาการออกเลยว่ามันจะต้องเป็นฉากที่น่าตกตะลึงอย่างแน่นอน
กลัวว่าคนที่อยู่บนท้องถนนจะตกใจตายกันซะก่อน
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้แล้วเขาก็ถามกับศาสตราจารย์หวางว่า “พอจะมีวิธีทำให้เราบรรลุผลที่ว่านี้ได้บ้างมั้ย”
ศาสตราจารย์หวางรีบอธิบายทันที “ผมว่าคนบังคับน่าจะทำไม่ไหวนะครับ เพราะระยะทางที่หุ่นทั้งคู่ต้องเดินมันทั้งไกลและซับซ้อนเกินไป”
หลินหลานจื่อเลยพูดไปว่าง “ศาสตราจารย์หวางเคยดูหนังเรื่อง ‘เรดี้เพลเยอร์วัน’ มั้ยคะ ? เกมเมอร์ในหนังเรื่องนี้เค้าใช้อุปกรณ์ที่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ เป็นอุปกรณ์ที่คล้าย ๆ กับตัวรวบรวมข้อมูลแล้วก็ยังมีลู่วิ่งอยู่ใต้เท้าของเกมเมอร์ด้วยน่ะค่ะ”
ศาสตราจารย์วังไม่เคยดู ‘เรดี้เพลเยอร์วัน’ หรอก แต่เขาพอจะเข้าใจว่าหลินลันซี่หมายถึงอะไรได้ในทันที่และตอบว่า “ผมเข้าพอเข้าใจแล้ว อันนี้ไม่น่าจะยาก เดี๋ยวผมจะให้คนทำขึ้นโดยเร็วที่สุดครับ”
ฉินหลินพยักหน้าและพูดกับหลินหลานจื่อ “ผู้จัดการหลิน คุณต้องติดต่อกับทางอำเภอด้วยนะถ้าจะทำเรื่องนี้ ไม่งั้นเกิดจู่ ๆ มีเจ้าตัวใหญ่สองตัวนี้เดินดุ่ย ๆ ออกมากลางถนนโดยไม่บอกไม่กล่าวไม่จัดการล่ะก็เดี๋ยวจะเกิดอุบัติเหตุกับคนที่ใช้รถใช้ถนนอยู่เอาได้”
หลินหลานจื่อพยักหน้า
แน่นอนว่าในเวลานั้นมันจะต้องเกิดความแตกตื่นตกใจจนโกลาหลกันยกใหญ่แน่ ๆ !