- หน้าแรก
- ปลูกผักเล่น ๆ ในเกมแต่กลับเอามาขายจนรวยในความเป็นจริง
- บทที่ 630: ห้องทดลองชิงหลินควรจะถูกเปลี่ยนชื่อเป็นสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติแทน
บทที่ 630: ห้องทดลองชิงหลินควรจะถูกเปลี่ยนชื่อเป็นสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติแทน
บทที่ 630: ห้องทดลองชิงหลินควรจะถูกเปลี่ยนชื่อเป็นสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติแทน
เมืองหลวง
หลังจากที่รัฐมนตรีหลู่ได้ส่งเครื่องพ่นหิมะไปที่สถานีดับเพลิงชุดหนึ่งแล้วก็ได้มานั่งรอข่าว
ไม่นานหลังจากนั้นเลขาฯ ก็รีบเข้ามายื่นคลิปวิดีโอให้ดู “นี่เป็นคลิปการทดสอบเครื่องพ่นหิมะที่ทางสถานีดับเพลิงส่งมาให้ครับ”
รัฐมนตรีหลู่รับคลิปวิดีโอนั้นมาดูเกือบจะทันที
คลิปวิดีโอเริ่มต้นด้วยนักดับเพลิงที่สวมชุดดับเพลิงแบบฟองอากาศรุ่นล่าสุดกำลังประกอบเครื่องพ่นทีละเครื่อง
เมื่อคลิปวิดีโอเล่นไปเรื่อย ๆ ก็ไปถึงตอนที่เครื่องพ่นเหล่านั้นถูกส่งไปยังจุดยิง
จากนั้นก็มีเรื่องที่น่าตกใจเกิดขึ้น
เพราะเปลวเพลิงที่กำลังลุกไหม้โหมกระหน่ำอยู่นั้นจู่ ๆ ก็ดับมอดลงโดยสิ้นเชิงและกลายเป็นชั้นน้ำแข็งสีขาว
รัฐมนตรีหลู่ตกตะลึงกับภาพเหตุการณ์ดับเพลิงนี้มาก
แบบนี้ในอนาคตการดับไฟป่าในประเทศเรามันก็ง่าย ๆ เลยไม่ใช่เหรอเนี่ย
นอกจากนี้คือตอนสร้างบ้านนั้นไม่ใช่แค่เตรียมหัวดับเพลิงไว้เท่านั้น แต่ยังต้องเตรียมเครื่องพ่นหิมะนี้ด้วย
สำหรับจุดเพลิงไหม้บางจุดก็ไม่จำเป็นต้องใช้รถดับเพลิงขนาดใหญ่เยอะแยะอะไร เพียงแค่มีรถดับเพลิง 1 คันขนเครื่องพ่นหิมะเข้าไปยิงถล่มเอาก็ได้แล้ว
“สั่งให้เร่งผลิตเครื่องพ่นหิมะให้เร็วกว่านี้” รัฐมนตรีหลู่สั่งเลขาฯ แล้วเริ่มเขียนรายงาน
จนป่านนี้ก็ยังไม่ได้รายงานผู้นำเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่ได้รับจากห้องทดลองชิงหลินทราบเลย
วันต่อมา
รัฐมนตรีหลู่พึ่งเขียนรายงานเสร็จ ตรวจสอบแก้ไขและขัดเกลาหลายครั้งก่อนจะพิมพ์ออกมาและส่งไปที่ห้องทำงานของท่านผู้นำ
“เสี่ยวหลู่ เธอถือรายงานมาแบบนี้แสดงว่าต้องพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ อะไรบางอย่างได้สินะ” ผู้นำพูดด้วยรอยยิ้มเมื่อเห็นหน้ารัฐมนตรีหลู่
เขารู้หน้าที่ของสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ โดยทั่วไปแล้วอีกฝ่ายจะไม่มารบกวนผู้นำแบบนี้ โดยเฉพาะกับตนยิ่งแล้วใหญ่ แต่เมื่ออีกฝ่ายมาหาแปลว่าจะต้องมีเรื่องเซอร์ไพรส์เกิดขึ้นอย่างแน่นอน
“เชิญท่านดูรายงานก่อนเถอะครับ” รัฐมนตรีหลู่ส่งรายงานให้พร้อมรอยยิ้ม
ผู้นำรับรายงานมาและพบว่ามันมีอยู่ 3 ฉบับ
ฉบับแรกเป็นเรื่องเกี่ยวกับเทคโนโลยีการพ่นหิมะ ซึ่งระบุว่าเทคโนโลยีดังกล่าวมีความสมบูรณ์และสามารถนำไปใช้ในการดับเพลิงได้
“อันที่ว่าพ่นหิมะนี่มีคลิปสาธิตการใช้งานมั้ย” ผู้นำถาม
รัฐมนตรีหลู่พยักหน้าและหยิบมือถือออกมาเปิดคลิปวิดีโอให้ผู้นำดู 2 คลิป ซึ่งอันแรกเป็นฉากของภูเขาเทพนิยายที่ถูกหิมะปกคลุม และอันที่สองคือฉากที่สถานีดับเพลิงฝึกซ้อม
ผู้นำดูคลิปแล้วก็ตกใจมาก จากนั้นก็รีบถามทันที “เทคโนโลยีนี่มันสุดยอดเกินไปแล้ว ว่าแต่มีวิธีที่จะพัฒนามันให้เป็นอาวุธได้บ้างมั้ย”
เห็นได้ชัดว่าทุกคนมีความเห็นว่าในบางครั้งความหนาวเย็นก็เป็นศัตรูตัวฉกาจในสนามรบ หากเราสามารถสร้างสนามรบอันหนาวเหน็บได้ด้วยตัวเอง หรือกระทั่งเป็นความหนาวเหน็บขนาดแช่แข็งคนทั้งเป็นได้ล่ะก็ มันจะเป็นอะไรที่ยากจะจินตนาการเลยทีเดียว
รัฐมนตรีหลู่พูดต่อ “ท่านช่วยดูรายงานต่อไปด้วยครับ”
ผู้นำก็เปิดดูรายงานต่อไป ซึ่งเป็นเอกสารการวิจัยเชิงลึกในเรื่องอาวุธที่ใช้เทคโนโลยีแช่แข็ง
หลังจากเห็นรายงานแผนการวิจัยข้างดังกล่าวแล้วผู้นำก็รีบพูดทันที “ทุ่มเทให้กับการวิจัยนี้ให้มากเข้าไว้ !”
“ครับ !” รัฐมนตรีหลู่พยักหน้า
จากนั้นผู้นำก็อ่านรายงารสุดท้าย ซึ่งก็คือแผนการวิจัยชุดออกศึกจากเส้นใยชนิดพิเศษ แล้วก็ต้องตกตะลึงอีกครั้ง “คุณภาพของชุดออกศึกนี่ดีกว่าชุดที่ดีที่สุดที่เรามีตั้งห้าเท่าเลยเหรอ”
ผู้นำลุกขึ้นพรวดด้วยความตกใจ
ไม่มีทางไม่รู้ว่าเจ้าสิ่งนี้มันมีความหมายยังไงก่อนจะชื่นชมว่า “เสี่ยวหลู่เอ๊ย สถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติของเธอนี่น่าทึ่งมาก เทคโนโลยีเหล่านี้ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นมาทีละอย่างสองอย่างเลยนะ ถ้าเกิดอาวุธแช่แข็งกับชุดออกศึกพวกนี้ออกมาล่ะก็ มันจะเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในด้านอาวุธในช่วงหลายปีมานี้เลยเชียวล่ะ”
รัฐมนตรีหลู่อธิบายทันทีว่า “แต่ว่าท่านครับ เทคโนโลยีเหล่านี้มาจากห้องทดลองชิงหลิน ผมพึ่งไปที่นั่นมาและได้รับเทคโนโลยีมาจากเถ้าแก่ฉินนะครับ”
“อะไรนะ !” ผู้นำประหลาดใจอีกครั้ง จะไม่แปลกใจเลยหากการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีเหล่านี้เป็นความสำเร็จของสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ
เพราะถึงยังไงที่นี่ก็ถือเป็นศูนย์วิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่แข็งแกร่งที่สุดของพวกตน
แต่ตอนนี้ทั้งสองเทคโนโลยีนี้มาจากห้องทดลองชิงหลินงั้นเหรอเนี่ย
รู้มั้ยว่าในเวลาสั้น ๆ แบบนี้ห้องทดลองชิงหลินผลิตเทคโนโลยีระดับนี้ได้กี่อย่างแล้ว
ในอดีตมีเพียงการวิจัยเกี่ยวกับพืชเท่านั้น แต่ในปัจจุบันถึงกับมีผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิดในการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ด้านอื่น ๆ อีก
ความเร็วแบบนี้จะเหมือนกับสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติมากกว่าตัวสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติเองซะอีก
ผู้นำถามอย่างไม่รู้ตัวว่า “นี่เป็นผลงานการวิจัยของเถ้าแก่ฉินกับหลี่ไข่หยวนชื่อรึเปล่า”
สองคนนี้มีชื่ออยู่ในทำเนียบรายชื่อที่นี่ด้วย นักวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่น่าทึ่งเช่นนี้ถือเป็นสมบัติล้ำค่าสำหรับทุกประเทศ เป็นสิ่งล้ำค่ามหาศาลที่ห้ามเป็นอะไรไปโดยเด็ดขาด
ทั้งคู่ยังได้รับตำแหน่งหยวนชื่อเป็นกรณีพิเศษจากระดับผู้นำทั้งหมดด้วย
รัฐมนตรีหลู่รีบส่ายหน้าปฏิเสธ “นี่ไม่ใช่ผลงานของเถ้าแก่ฉินกับหลี่ไข่หยวนชื่อหรอกครับ แต่เป็นความสำเร็จของศาสตราจารย์หวาง ความสามารถของศาสตราจารย์หวางอาจแข็งแกร่งกว่าหยวนชื่อส่วนใหญ่ในสถาบันของเราด้วยซ้ำไปครับ”
“ยังจะมีศาสตราจารย์หวางเพิ่มมาอีกเหรอ !” คราวนี้ผู้นำไม่สามารถสงบสติอารมณ์ได้จริง ๆ
เหตุใดในห้องทดลองชิงหลินถึงมีคนเก่ง ๆ ปรากฏตัวมากมายนักนะ
สำหรับห้องทดลองเอกชนแบบนี้ การที่มีคนอย่างหลี่ไข่หยวนชื่อก็ถือเป็นอะไรที่หายากมากแล้ว ยิ่งมีเถ้าแก่ฉินด้วยก็ยิ่งหายาก
แล้วตอนนี้ยังจะมามีศาสตราจารย์หวางอีกคน
ถ้าเกิดในอนาคตมีศาสตราจารย์หลี่ เจิ้ง หรืออะไรอื่น ๆ เพิ่มมาอีกซักสองสามคนล่ะก็ ห้องทดลองชิงหลินก็คงจะเป็นสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติมากกว่าตัวสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติเองจริง ๆ แล้วนะนั่น
อย่างไรก็ตาม เรื่องแบบนั้นมันคงจะเกิดขึ้นได้ยากอยู่แหละ จริงมั้ย
ไม่มีเหตุผลที่คนเก่ง ๆ ทั้งหมดจะไปอยู่ที่ห้องทดลองชิงหลินหรอกใช่มั้ย
............................................................................................…
เวลาผ่านไปเรื่อย ๆ
ภูเขาเทพนิยายยังคงได้รับความนิยมและเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว
เนื่องจากไม่ใช่หน้าหนาวทำให้แม่คะนิ้งบนภูเขาเทพนิยายละลายหายไป ดังนั้นในช่วงเวลานี้จึงมีการเปิดใช้งานเครื่องพ่นหิมะถึงสองครั้ง อย่างน้อย ๆ ก็ในช่วงที่อากาศร้อนมันก็ได้รับความนิยมสูงสุด และเหตุการณ์นี้ก็เกิดขึ้นซ้ำอีกรอบ
ทว่านี่ได้กลายเป็นงานหนักสำหรับตำรวจจราจรของอำเภอโหยวเฉิง เพราะรถที่ถนนวงแหวนเส้นที่ 5 ยังคงติดหนึบไม่เปลี่ยน แถมติดแต่ละครั้งก็ยาวนานซะเหลือเกิน มีแต่คนร้องเรียนเรา แต่ตัวเราเนี่ยร้องเรียนใครได้บ้างหนอ
............................................................................................
ที่ว่าการอำเภอโหยวเฉิง
ในห้องประชุม
นายอำเภอซุนพูดกับทุกคนอย่างช่วยไม่ได้ว่า “ทุกคนทราบดีแล้วว่าถนนวงแหวนเส้นที่ห้าพึ่งจะเปิดใช้ได้หมาด ๆ ก็รถติดอีกแล้ว เพราะงั้นจุดประสงค์ของการประชุมวันนี้คือเพื่อจัดการกับปัญหาจราจร !”
“ผมได้หารือกับรองเฉินและคนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องแล้วได้ความว่าต้องสร้างถนนวงแหวนรอบนอกอีกสองเส้น เพราะงั้นครั้งนี้ผมจึงอยากหารือกับพวกคุณทุกคนว่าเราจะสร้างยังไงดี”
เป็นการเปิดประชุมที่เล่นเอาทุกองค์ประชุมต้องเงียบกริบกันหมด
ก็พวกเราเป็นแค่อำเภอเล็ก ๆ อำเภอหนึ่งเองนะ
ไม่ต้องพูดถึงว่าพึ่งเปิดถนนวงแหวนรอบนอกเส้นที่ 5 ไปหมาด ๆ ก็รถติดเลย เอาเป็นเคยเห็นอำเภอไหนมีถนนวงแหวนรอบนอกถึง 5 เส้นบ้างมั้ยเล่า
ทว่านี่ก็เป็นความภาคภูมิใจสำหรับอำเภอเล็ก ๆ จริง ๆ นั่นแหละ
คนหนึ่งพูดว่า “คราวนี้ถนนวงแหวนรอบนอกเราสามารถสร้างจากหมู่บ้านกวงหลินได้อยู่นะครับ เพราะหมู่บ้านกวงหลินเป็นหมู่บ้านที่อยู่ใกล้กับตัวอำเภอที่สุด”
อีกคนพูดว่า “ผมเห็นด้วย เพราะถึงยังไงหมู่บ้านกวงหลินก็อยู่ในระยะของงการรื้อถอนของโครงการก่อสร้างเมืองใหม่ในปีหน้าพอดี แบบนีก็สมบูรณ์แบบเลย ถนนวงแหวนรอบนอกที่พึ่งสร้างใหม่สองสายนี้อาจสร้างให้อยู่ติดกับเมืองใหม่ที่จะสร้างใหม่นี้ก็ได้”
อีกคนพูดต่อ “แต่ถ้าเป็นกรณีนี้ ถนนวงแหวนรอบนอกมันจะเบี่ยงออกจากสถานที่ท่องเที่ยวชิงหลิน สาเหตุที่ใหญ่ที่สุดที่ทำให้รถติดในตอนนี้คือนักท่องเที่ยวแห่กันไปสถานที่ท่องเที่ยวชิงหลิน ถ้าเป็นอย่างนั้นจะต้องใช้เวลานานขึ้นในการตัดถนนให้ใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวชิงหลินให้มากขึ้นกว่าเดิมนะครับ”
และแล้วในห้องประชุมก็มีการอภิปรายกันอย่างคึกคัก
............................................................................................
คฤหาสน์ชิงหลิน
มีคนอีกคนมาที่ห้องทำงานของฉินหลินนั่นก็คือรัฐมนตรีหลู่
ขณะที่ดื่มชากันอยู่นั้นรัฐมนตรีหลู่ก็บอกว่า “เถ้าแก่ฉิน เทคโนโลยีการพ่นหิมะของห้องแล็บคุณทางเราได้ตัดสินใจผลิตขึ้นในปริมาณมากเพื่อใช้ในการดับเพลิงก่อน คุณอาจไม่รู้ว่าเทคโนโลยีนี้ใช้ดับเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพขนาดไหน เรียกได้ว่าเป็นอาวุธที่ท้าทายสวรรค์จริง ๆ”
“ผมเชื่อว่าด้วยเจ้าสิ่งนี้มันจะทำให้ความสามารถในการดับเพลิงโดยภาพรวมของประเทศเราสามารถพัฒนาให้สูงขึ้นได้ และในอนาคตจะมีนักดับเพลิงที่ต้องเสียสละน้อยลง”
“ยิ่งไปกว่านั้น การวิจัยเชิงลึกเกี่ยวกับอาวุธที่ใช้เทคโนโลยีนี้ยังได้เข้าสู่กระบวนการเริ่มต้นแล้ว นอกจากนี้เส้นใยชนิดพิเศษเองก็ได้เริ่มถูกนำมาใช้ในการผลิตชุดออกศึกแล้วเหมือนกัน”
คำพูดของรัฐมนตรีหลู่ดูเหมือนจะเป็นรายงาน แต่กลับไม่ใช่การรายงาน ตั้งแต่ที่เขาได้รับเทคโนโลยีจากเถ้าแก่ฉิน เขาก็ต้องแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเหล่านี้อยู่เสมอ
โดยทั่วไปแล้วข้อมูลประเภทนี้ไม่สามารถปล่อยสู่ภายนอกได้ และยังต้องถูกเก็บเป็นความลับสุดยอดอีกด้วย
แต่เนื่องจากอีกฝ่ายคือเถ้าแก่ฉินมันจึงไม่สำคัญ
“งั้นผมก็หวังว่าท่านจะประสบความสำเร็จในเร็ว ๆ นี้นะครับ” ฉินหลินพูดด้วยรอยยิ้มและรินชาให้รัฐมนตรีหลู่อีกถ้วย
รัฐมนตรีหลู่หยิบชาขึ้นมาดื่มจากนั้นก็ถามด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยแน่ใจ “เอ่อ... เถ้าแก่ฉิน... การวิจัยนี้จริง ๆ แล้วจะทำได้ดีที่สุดหากมีตัวนักพัฒนาเองมาช่วยทำด้วย ไม่ทราบว่าเราจะขอให้ศาสตราจารย์หวางมาช่วยงานที่สถาบันฯ เราซักระยะหนึ่งได้มั้ยครับ”
ฉินหลินอึ้งเลย
อีกแล้วนะ นี่มันแอบล่าตัวคนอีกแล้วนะเนี่ย
แต่ก็นะ แค่ขอศาสตราจารย์หวางไปแค่นี้เอง สำหรับเขาแล้วยังไงก็ได้แหละ
ต่อให้จะไม่มีศาสตราจารย์หวางก็ตาม แต่ตอนนี้เขาก็ยังมีศาสตราจารย์หลี่ ศาสตราจารย์อู๋ ศาสตราจารย์หลิน... เยอะแยะเต็มไปหมด
อย่างน้อยการได้เข้าไปทำงานที่สถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติก็ถือเป็นเรื่องดีสำหรับศาสตราจารย์หวาง เพราะมันสามารถให้อนาคตที่ดีกว่าแก่เจ้าตัวได้
ส่วนเรื่องออปติมัสกับเมกาทรอนนั้นสามารถมอบให้ศาสตราจารย์คนอื่นดูแลต่อได้อยู่แล้ว
แล้วเขาก็โทรหาศาสตราจารย์หวางต่อหน้ารัฐมนตรีหลู่เลย
หลังจากรับสายแล้วน้ำเสียงอันสุภาพของศาสตราจารย์หวางก็ดังขึ้น “ครับเถ้าแก่ มีอะไรจะสั่งเหรอครับ”
ฉินหลินตอบไปว่า “ศาสตราจารย์หวาง คืองี้ ตอนนี้ท่านรัฐมนตรีหลู่อยู่กับผม ท่านบอกว่าอยากจะให้คุณไปช่วยงานที่สถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ...”
“ไม่ครับ ผมจะอยู่ที่ห้องแล็บชิงหลินเท่านั้น !” ศาสตราจารย์หวางพูดตัดบททันทีก่อนที่ฉินหลินจะทันได้พูดจบ
แถมน้ำเสียงปฏิเสธก็ยังเด็ดขาดมากด้วย
แม้แต่รัฐมนตรีหลู่เองก็ยังตะลึง
ดูเหมือนว่าเขาจะรู้สึกว่าสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติจะไม่เป็นที่ชื่นชอบสำหรับศาสตราจารย์หวางอย่างมาก
นี่ยิ่งทำให้เขาถึงกับหมดหนทาง เพราะดูแล้วศาสตราจารย์หวางได้ทุ่มเทให้กับห้องทดลองชิงหลินมาก ท่าทางบรรยากาศในการวิจัยที่ห้องทดลองชิงหลินจะดีจริงอย่างที่โลกภายนอกบอก
ดังนั้นจึงไม่แปลกที่คนมีความสามารถอย่างแท้จริงอย่างศาสตราจารย์หวางยังเต็มใจอยู่ทำวิจัยต่อที่ห้องทดลองชิงหลิน
............................................................................................
ในห้องทดลองชิงหลิน
ศาสตราจารย์หวางถอนหายใจด้วยความโล่งใจหลังจากวางสาย
ล้อเล่นเหรอ
เขารู้ตัวดีที่สุดแล้ว ว่าถ้าเกิดตัวเองกล้าเสนอหน้าไปที่สถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติล่ะก็คงไม่แคล้วต้องความแตกดังโพละในทันที
การวิจัยทั้งหมดมันคือสิ่งที่เถ้าแก่มอบให้มา มันไม่ใช่จุดแข็งของตนอย่างแท้จริงเลย
แต่นี่ก็ยิ่งทำให้สับสนมากขึ้นไปอีก นั่นคือสิ่งที่เถ้าแก่ให้มานั้นดูเหมือนจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติเลย ไม่งั้นอีกฝ่ายคงไม่คิดจะเชิญให้ตนไปช่วยงานแน่
ทางด้านฉินหลินพึ่งจะวางสายไปหมาด ๆ จู่ ๆ ก็มีสายเข้าเฉยเลยซึ่งคนที่โทรมาคือเฉิ่นลี่
หลังจากคุยสายเสร็จแล้วฉินหลินก็บอกกับรัฐมนตรีหลู่ว่า “ท่านรัฐมนตรี คุณเฉิ่นได้เตรียมการไว้เรียบร้อยแล้ว เราไปดูกันเถอะครับ”
“โอเคครับ !” รัฐมนตรีหลู่พยักหน้า
แน่นอนอยู่แล้วว่าที่ถ่อมาถึงที่นี่อีกรอบก็ต้องมาเพื่อจุดประสงค์อะไรบางอย่างโดยเฉพาะ