เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 601: จะเป็นหยวนชื่อเหรอ ?

บทที่ 601: จะเป็นหยวนชื่อเหรอ ?

บทที่ 601: จะเป็นหยวนชื่อเหรอ ?


เวลาผ่านไปเร็วมาก !

แม้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังภูเขาเทพนิยายจะยังคงสูงมากก็ตาม  แต่ความนิยมบนอินเทอร์เน็ตกลับลดลงมากแล้ว

ในห้องทำงานของคฤหาสน์ชิงหลิน  ฉินหลินพึ่งทำกิจวัตรประจำวันของตนเสร็จสิ้น  แล้วเฉิ่นลี่ก็มาหาพอดี

ทันทีที่เข้ามาในห้องทำงานเฉิ่นลี่ก็รีบพูดด้วยน้ำเสียงลิงโลด “ผมมีเรื่องจะรายงานครับเถ้าแก่  แหนใบหลิวของคุณโตเร็วมากจนเหลือจะเชื่อเลยครับ  ขอแค่ให้เวลาห้องแล็บเราอีกซักหน่อยล่ะก็  แค่ห้องแล็บเราที่เดียวก็สามารถจัดการกับคุณภาพน้ำของคนทั้งโลกได้ !”

ฉินหลินรู้ว่าแหนใบหลิวพิเศษมีโบนัสคุณสมบัติโตเร็ว +2 ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่มันจะโตเร็ว

ยิ่งไปกว่านั้นคือหลังจากได้ทดลองใช้ดูแล้วเขาก็รู้ว่าที่กังวลเรื่องการเป็นเอเลี่ยนสปีชีส์ก่อนหน้านี้คือกังวลมากไป

ถ้าเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นจริง ๆ ล่ะก็จะเท่ากับว่าแหนใบหลิวนี่แหละที่เข้าไปแทนทีมลพิษทางน้ำที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์

แหนใบหลิวเหล่านี้สามารถย่อยสลายและดูดซับสารมลพิษได้ในปริมาณจำกัด  เมื่อแหนใบหลิวเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทและจับกันเป็นก้อนแล้วก็เท่ากับพวกมันได้ตายไปแล้ว  ดังนั้นหากแหนใบหลิวมีการระบาดจนเป็นเอเลี่ยนสปีชีส์จริง ๆ ล่ะก็การกำจัดก็ง่ายมาก

ถึงยังไงมนุษย์เราก็เก่งเรื่องการทำลายล้าง  แค่ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็สร้างมลพิษได้แล้วล่ะ

“โอเค  ก็อย่างว่าแหละว่ามันโตเร็ว  เพราะงั้นเราถึงต้องควบคุมการแพร่กระจายของมันให้ดี” ฉินหลินไม่ลืมเตือน

นี่เป็นสิ่งที่เขากังวลมากที่สุดตอนนี้

แหนใบหลิวมันโตเร็วและศักยภาพการทำงานสูง  ซึ่งถ้าหากไม่ควบคุมให้ดีล่ะก็แป๊บเดียวเดี๋ยวทั่วโลกก็เอาไปปลูกเองใช้เองได้แล้ว

แม้ว่าจะเป็นไปไม่ได้ที่จะควบคุมสิ่งประเภทนี้ได้เป็นเวลานาน  แต่การควบคุมมันได้แม้จะช่วงสั้น ๆ ก็ยังคงถือเป็นเรื่องดีกว่าเสมอ

เฉิ่นลี่รีบรายงานต่อ “ผมได้จัดทีมวิจัยไว้สองทีมแล้วครับ  ทีมแรกเพื่อเพาะพันธุ์ในห้องแล็บ  อีกทีมเพื่อทำหมันแล้วส่งเสริมการใช้ภายนอก”

“เอาตามที่คุณเห็นสมควรนั่นแหละ” ฉินหลินพยักหน้า  เนื่องจากเฉิ่นลี่เตรียมการรับมือเอาไว้แล้ว  และเขาก็วางใจอีกฝ่ายมาก  ดังนั้นก็ปล่อยให้อีกฝ่ายทำไปตามนั้น

เฉิ่นลี่พูดต่อไปอีกว่า “ยังมีเรื่องที่ผมต้องบอกเถ้าแก่อีกครับ  คือว่าองค์การอนามัยโลกได้ระดมเงินทุนจำนวนมากและร่วมกับมอริเชียสในการเชิญบริษัทต่าง ๆ ทั่วโลกที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมมลพิษให้เข้าร่วมประกวดราคาในการดูแลพื้นที่ทะเลที่ปนเปื้อนน้ำมันสี่พันตัน”

“ซึ่งด้วยความเร็วในการเติบโตของแหนใบหลิว  ผมคิดว่าห้องแล็บเราสามารถเข้าร่วมการประกวดราคานี้ได้อย่างแน่นอน  เมื่อถึงตอนนั้นเชื่อว่าทั้งโลกจะต้องตกตะลึงกับแหนใบหลิวของเราแน่ ๆ ครับ”

“รายละเอียดมันว่ายังไง” ฉินหลินรู้เรื่องน้ำมันรั่ว 4,000 ตันในมอริเชียสอยู่

ขณะนี้มอริเชียสยังไม่มีแนวทางในการจัดการพื้นที่ทะเลแห่งนี้  แต่ก็ไม่คาดว่าองค์การอนามัยโลกจะเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

เฉิ่นลี่รีบตอบทันที “ผมได้ส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ทางเมล์แล้วครับ”

ฉินหลินเลยเปิดอีเมล์ของแอปฯหลังบ้านและเห็นว่ามีเอกสารดังกล่าวจริง

หลังจากอ่านเนื้อหาของเอกสารแล้วก็เข้าใจคร่าว ๆ แล้วทางองค์การอนามัยโลกต้องการจัดการพื้นที่ทางทะเลแห่งนี้

ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน  ตราบใดที่มีเงินทุนเพียงพอก็เกรงว่ามันจะทำให้เกิดการแข่งขันที่รุนแรงระหว่างบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการบำบัดน้ำเสียทั่วโลก !

ตราบใดที่การประกวดราคาประสบความสำเร็จ  ก็จะพิสูจน์ได้ว่าเทคโนโลยีของตนเป็นเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในโลก

ฉินหลินมั่นใจได้ว่าไม่มีบริษัทใดในโลกที่มีเทคโนโลยีที่เหนือกว่าแหนใบหลิวพิเศษในแง่ของการบำบัดน้ำเสีย

ยิ่งกว่านั้นคือเขาไม่กลัวเลยว่าจะมีใครมายุ่งกับมัน

เนื่องจากมอริเชียสต้องการจัดการพื้นที่ทางทะเลแห่งนี้จริง ๆ และหากองค์การอนามัยโลกได้ทราบถึงผลกระทบของแหนใบหลิวพิเศษแล้วล่ะก็จะต้องมาขอความช่วยเหลือถึงหน้าบ้านชัวร์ ๆ

และแล้วสุดฉินหลินก็พูดว่า “คุณไปจัดการเรื่องนี้เอาเองได้เลย  ผมเชื่อมือคุณ”

“ได้ครับเถ้าแก่” เฉิ่นลี่พยักหน้าและรู้สึกขอบคุณมากที่ฉินหลินไว้ใจ

ขณะที่ทั้งสองกำลังคุย ๆ กันอยู่นั้นเอง  จู่ ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูห้องทำงาน

เกาเหยาเหยาเดินนำรัฐมนตรีหลู่เข้ามาและรายงานว่า “เถ้าแก่คะ  ท่านรัฐมนตรีมาหา”

“พวกเรามารบกวนอีกแล้วครับเถ้าแก่ฉิน” รัฐมนตรีหลู่พูดอย่างเขิน ๆ ทันทีที่เขาเข้ามา

เนื่องจากเขาคอยรบกวนเถ้าแก่ฉินอยู่บ่อย ๆ ซึ่งต่อให้หน้าจะหนแค่ไหนมันก็ต้องมีเกรงใจกันบ้างแหละ

โชคดีที่เอกสารการคำร้องที่ตนยื่นไปควรจะได้รับการอนุมัติในเร็ว ๆ นี้  ซึ่งนั่นถือเป็นสิ่งชดเชยเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับเถ้าแก่ฉิน

เมื่อฉินหลินเห็นรัฐมนตรีหลู่ก็ลุกไปต้อนรับอีกฝ่ายทันที “พูดอะไรแบบนั้นล่ะครับท่านรัฐมนตรี  หากมีเรื่องอะไรก็ขอแค่บอก”

รัฐมนตรีหลู่รู้จักฉินหลินดีดังนั้นเขาจึงยิงตรงเข้าประเด็น “เรื่องหญ้าฟองน่ะสิครับ  พวกเราค้นพบหญ้าฟองกับต้นไม้เปลี่ยนสีบนดาวเคราะห์ดวงนั้นใช่มั้ยล่ะครับ  ทางเบื้องบนเลยลงความเห็นว่าจะปล่อยจรวดอีกลูกจะไปปลูกต้นไม้เปลี่ยนสีกับหญ้าฟองบนดาวเคราะห์ดวงนั้นเพื่อจะดูว่ามันสามารถปลูกจนโตได้มั้ย”

“เพราะงั้นนอกจากเมล็ดพันธุ์ต้นไม้เปลี่ยนสีแล้วเรายังต้องการเมล็ดพันธุ์หญ้าฟองอีกจำนวนหนึ่งด้วย  ซึ่งปริมาณที่เราต้องการก็ไม่ใช่น้อย ๆ ตอนนี้เราก็ได้แค่ขอให้ทางห้องทดลองชิงหลินของคุณช่วยจัดหาเมล็ดพันธุ์ให้เราก่อน”

ฉินหลินได้ยินก็อึ้งไป  จากนั้นก็ตอบทันทีว่า “แน่นอนว่าไม่ใช่ปัญหาครับ  ทางห้องทดลองชิงหลินเราจะให้ความร่วมมือกับทางเบื้องบน”

เขาเข้าใจความหมายของเรื่องนี้ !

มนุษย์ไม่เคยค้นพบสิ่งมีชีวิตในอวกาศซึ่งไม่ใช่แค่สัตว์เท่านั้น  แม้แต่พืชเองก็ด้วย

แต่ปัจจุบันมีการค้นพบเมล็ดพันธุ์พืชบนดาวเคราะห์ดวงหนึ่ง  และเมล็ดพันธุ์เหล่านี้ได้มางอกและเจริญเติบโตอยู่รอดบนโลกนี้แล้ว

หากเมล็ดพันธุ์นี้ถูกเอาไปเพาะและเติบโตบนดาวเคราะห์ดวงนั้นได้  มันจะเป็นอะไรที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด

หากว่ามีจำนวนมากพอล่ะก็  การสังเคราะห์ด้วยแสงของพวกมันจะสามารถกลายเป็นพื้นที่พิเศษได้

แล้วพื้นที่นี้ก็จะสามารถเปลี่ยนแปลงได้  นั่นคือหากสามารถปลูกหญ้าบริสุทธิ์ได้  การสังเคราะห์ด้วยแสงจะปล่อยออกซิเจนออกมาในปริมาณมาก  และสถานการณ์ก็จะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ฉินหลินจะไม่ให้ความร่วมมือได้อย่างไร

แม้แต่ตอนนี้ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกเองก็ยังไม่ทราบเรื่องนี้เลย  พวกเขาแอบทำทุกอย่างโดยปิดเป็นความลับ  ความสำคัญของเรื่องนี้ยิ่งมาก็ยิ่งมากขึ้นไปอีก  ประเทศของพวกเขากำลังทำอะไรบางอย่างกันอย่างเงียบ ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ล้ำหน้าประเทศอื่น ๆ ในโลก

เมื่อผลลัพธ์ทั้งหมดกลายเป็นข้อสรุปตามที่คาดไว้  ทุกประเทศทั่วโลกจะต้องตกตะลึงอย่างแน่นอน

แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่ยังไม่ชัดเจน  คือต้นไม้เปลี่ยนสีนั้นเป็นสิ่งที่ถูกนำกลับมาจากดาวเคราะห์ดวงนั้นและอาจสามารถเจริญเติบโตที่นั่นได้

แต่หญ้าฟองไม่ใช่พืชจากนอกโลก  เขาเอาออกมาจากเกมจึงไม่รู้ว่ามันสามารถปลูกบนดาวดวงนั้นได้หรือไม่

เมื่อคิดได้ดังนี้ฉินหลินจึงกล่าวว่า “ท่านรัฐมนตรี  เมล็ดหญ้าฟองทั้งหมดที่เก็บได้ที่ห้องทดลองชิงหลินในช่วงแรกเราจะมอบให้กับทางเบื้องบน  และเราจะยังไม่ส่งเสริมมันแก่โลกภายนอกรวมถึงจะยังไม่เปิดเผยข่าวนี้ในช่วงนี้ด้วยครับ”

เมื่อท่านรัฐมนตรีหลู่ได้ยินดังนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจ “เฮ่อ ~ ขอคุณเถ้าแก่ฉินมากครับที่ให้ความร่วมมือ”

ในเวลานี้นอกจากคำขอบคุณแล้วเขาก็ไม่รู้จะพูดอะไรเลยจริง ๆ

ในความเป็นจริงหลังจากที่ทางเบื้องบนลงมติในเรื่องนี้พวกเขาต่างก็หวังว่าทางห้องทดลองชิงหลินจะไม่ส่งเสริมหญ้าฟองแก่โลกภายนอกในตอนนี้เหมือนกัน

แต่ไม่คิดเลยว่าตัวเองไม่ต้องพูดอะไร  ทางเถ้าแก่ฉินก็พูดขึ้นมาเองก่อนแล้ว

ดังนั้นรัฐมนตรีหลุ่จึงตัดสินใจแล้วว่าเมื่อกลับไปจะต้องไปขอให้ผู้นำของตนเร่งรัดเรื่องนั้นให้ได้รับการอนุมัติโดยเร็วที่สุด

จากนั้นรัฐมนตรีหลู่กับฉินหลินก็ได้ตามเฉิ่นลี่ไปที่ห้องทดลองชิงหลินเพื่อตรวจสอบการเพาะพันธุ์หญ้าฟอง

ในช่วงนี้หญ้าฟองชุดแรกที่เพาะพันธุ์ขึ้นมานั้นโตเร็วมาก  มีฟองอากาศเริ่มควบแน่นและขยายใหญ่ขึ้นกันแล้ว

หลังจากตรวจสอบดูแล้วรัฐมนตรีหลู่ก็เดินทางกลับเมืองหลวงทันที  เมื่อไปถึงก็รีบไปที่ห้องทำงานของผู้นำเพื่อรายงานผลการเดินทางไปยังอำเภอโยวเฉิง

หลังจากฟังรายงานแล้วผู้นำก็รู้สึกตื้นตันใจเช่นกัน “เถ้าแก่ฉินให้ความร่วมมือดีมากจนเราเกรงใจจริง ๆ”

รัฐมนตรีหลู่รีบบอก “ท่านครับ  แล้วเอกสารคำร้องที่ผมยื่นไปก่อนหน้านี้ล่ะครับ”

ได้ยินดังนั้นผู้นำก็ยิ้มและหยิบสำเนาเอกสารสองฉบับจากลิ้นชักยื่นให้รัฐมนตรีหลู่ “ผมไปเร่งให้ด้วยตัวเองเลยล่ะ  แล้วเอกสารนี่ก็ออกมา”

เมื่อรัฐมนตรีหลู่ได้ยินดังนั้นก็เดินไปรับเอกสารเหล่านั้นมาดู

ทั้ง 2 ชุดเป็นเอกสารการเสนอชื่อเข้ารับตำแหน่งหยวนชื่อ

ในแต่ละปีจะมีผู้รับการเสนอชื่อเป็นหยวนชื่ออยู่จำนวนหนึ่ง  และแน่นอนว่าเกณฑ์การพิจารณาข้อแรก ๆ เลยคือความอาวุโส  แต่จะมีอัจฉริยะเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถหลีกเลี่ยงกฎเกณฑ์นี้ได้

แน่นอนว่ายังมีบุคคลอีกประเภทหนึ่งที่สามารถเข้ารับตำแหน่งหยวนชื่อเป็นกรณีพิเศษได้ตลอดเวลาอยู่

คนแบบนี้หาได้ยากในหมู่นักวิจัย  หรือแม้แต่ในหมู่อัจฉริยะที่มีเพียงน้อยนิดก็ไม่มี

มีเพียงผู้ที่มีคุณูปการอันยิ่งใหญ่เท่านั้นที่จะได้รับการยกย่องเป็นพิเศษ  ซึ่งเป็นคุณูปการที่ทำให้แม้แต่ผู้ที่มีตำแหน่งเป็นหยวนชื่อยังรู้สึกละอายใจ

แม้กระทั่งบรรดาหยวนชื่อและผู้ที่จะเป็นหยวนชื่อในอนาคตก็ไม่กล้าที่จะคัดค้านบุคคลเหล่านี้

คนประเภทนี้สามารถบดขยี้เพื่อนร่วมวงการได้เลยทีเดียว

เถ้าแก่ฉินกับศาสตราจารย์หลี่ไข่เป็นคนประเภทนั้น

คุณูปการของบุคคลทั้งสองคนนี้มีมากขนาดที่ว่าแม้แต่บรรดาหยวนชื่อที่ทำการวิจัยยีนพืชก็ยังรู้สึกละอายใจตัวเอง

จึงถือเป็นเรื่องปกติที่จะต้องให้ความเห็นชอบมอบตำแหน่งหยวนชื่อให้เป็นกรณีเป็นพิเศษ

ความจริงแล้วนี่ควรเป็นสิ่งที่โลกภายนอกคาดหวัง  และทุกคนจะปรบมือให้

“ต้องขอโทษท่านจริง ๆ ครับที่รบกวนเรื่องเอกสารนี่” รัฐมนตรีหลู่เก็บเอกสารเหล่านั้นไปแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม  หลังจากพูดคุยกับผู้นำต่ออีกพักหนึ่งเขาก็รีบกลับไปที่ห้องทำงานและโทรหาเลขาฯ

“มีอะไรจะสั่งเหรอครับท่าน” เลขาฯถามทันที

รัฐมนตรีหลู่ยื่นเอกสารทั้งสองชุดให้ไป  สั่งให้จัดเตรียมข้อมูลที่เกี่ยวข้องส่งไปให้ห้องทดลองชิงหลิน  โดยขอให้เถ้าแก่ฉินกับศาสตราจารย์หลี่ไข่กรอกข้อมูลและส่งกลับมา

“ครับ !” เลขาฯรับเอกสารมาแล้วก็แปลกใจเมื่อเห็นเนื้อหาข้างในแต่ก็ไม่ได้วุ่นวายอะไร

ในฐานะเลขาฯของผู้บริหารก็ย่อมต้องรู้ในสิ่งและคนที่เจ้านายให้ความสำคัญอยู่ตลอด  และรู้ดีว่าเถ้าแก่ฉินกับศาสตราจารย์หลี่ไข่มีคุณูปการต่อประเทศชาติมากแค่ไหน

การมอบตำแหน่งหยวนชื่อให้แก่ทั้งคู่ถือว่าสมเหตุสมผลแล้ว

ถ้าเราไม่ให้สองคนนี้ล่ะก็  พวกต่างชาติรู้เข้าคงเหน็บอย่างเจ็บเลยว่าไม่รู้จักใช้คนอย่างฉลาด  ถ้าเป็นกูล่ะก็คงปรนเปรอทั้งคู่แบบถึงไหนถึงกันไปแล้วพวกโง่

ในอดีตเคยมีคนเก่ง ๆ ถูกชาติตะวันตกดึงตัวไปโดยมอบตำแหน่งในระดับหยวนชื่อของประเทศนั้น ๆ ให้โดยไม่ลังเล  และเนื่องจากคนเก่ง ๆ เหล่านั้นต่างก็อยากได้ตำแหน่ง  สุดท้ายเลยตัดสินใจเปลี่ยนสัญชาติตัวเอง

คนเก่งบางคนก็เป็นแบบนี้แหละ  และด้วยความสามารถของทั้งสองคนนี้มันก็เป็นไปได้ยิ่งกว่า

เลขาฯไม่ลังเลใจเลย  หลังจากได้รับเอกสารแล้วก็รีบออกจากห้องทำงานไปจัดการเรื่องต่าง ๆ ทันที  พร้อมกันนั้นเขายังได้ให้คนไปเผยแพร่เอกสารที่เกี่ยวข้องบนเว็บไซต์ทางการของสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติด้วย

เมื่อมีการเลื่อนตำแหน่งหยวนชื่อคนใหม่  เว็บไซต์ทางการของสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติจะมีการประกาศต่อสาธารณะ

ไม่ช้าไม่นาน  เว็บไซต์ทางการของสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติก็ได้อัปเดตประกาศซึ่งเป็นเอกสารอนุมัติให้ศาสตราจารย์ฉินหลินและหลี่ไข่เข้าเป็นหยวนชื่อ

ในฐานะศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์ประจำชาติ  สถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติย่อมได้รับความสนใจจากนักข่าวและคนในแวดวงการวิจัยมากมาย  แม้กระทั่งคนคลั่งชาติจำนวนมากก็ยังให้ความสนใจกับสถาบันแห่งนี้  โดยตั้งตารอการพัฒนาอย่างรวดเร็วของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศชาติรวมไปถึงผลงานการวิจัยใหม่ ๆ ที่จะขึ้นไปสู่ระดับโลก

สรุปจึงมีผู้คนจำนวนมากให้ความสนใจเว็บไซต์ทางการของสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติทุกวัน

เมื่อเอกสารการรับรองตำแหน่งหยวนชื่อของฉินหลินกับหลี่ไข่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ  จึงมีคนจำนวนมากได้เห็นเอกสารเหล่านี้และทำให้เกิดความฮือฮาอย่างมากขึ้นมาทันที

จบบทที่ บทที่ 601: จะเป็นหยวนชื่อเหรอ ?

คัดลอกลิงก์แล้ว