- หน้าแรก
- ปลูกผักเล่น ๆ ในเกมแต่กลับเอามาขายจนรวยในความเป็นจริง
- บทที่ 601: จะเป็นหยวนชื่อเหรอ ?
บทที่ 601: จะเป็นหยวนชื่อเหรอ ?
บทที่ 601: จะเป็นหยวนชื่อเหรอ ?
เวลาผ่านไปเร็วมาก !
แม้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังภูเขาเทพนิยายจะยังคงสูงมากก็ตาม แต่ความนิยมบนอินเทอร์เน็ตกลับลดลงมากแล้ว
ในห้องทำงานของคฤหาสน์ชิงหลิน ฉินหลินพึ่งทำกิจวัตรประจำวันของตนเสร็จสิ้น แล้วเฉิ่นลี่ก็มาหาพอดี
ทันทีที่เข้ามาในห้องทำงานเฉิ่นลี่ก็รีบพูดด้วยน้ำเสียงลิงโลด “ผมมีเรื่องจะรายงานครับเถ้าแก่ แหนใบหลิวของคุณโตเร็วมากจนเหลือจะเชื่อเลยครับ ขอแค่ให้เวลาห้องแล็บเราอีกซักหน่อยล่ะก็ แค่ห้องแล็บเราที่เดียวก็สามารถจัดการกับคุณภาพน้ำของคนทั้งโลกได้ !”
ฉินหลินรู้ว่าแหนใบหลิวพิเศษมีโบนัสคุณสมบัติโตเร็ว +2 ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่มันจะโตเร็ว
ยิ่งไปกว่านั้นคือหลังจากได้ทดลองใช้ดูแล้วเขาก็รู้ว่าที่กังวลเรื่องการเป็นเอเลี่ยนสปีชีส์ก่อนหน้านี้คือกังวลมากไป
ถ้าเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นจริง ๆ ล่ะก็จะเท่ากับว่าแหนใบหลิวนี่แหละที่เข้าไปแทนทีมลพิษทางน้ำที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์
แหนใบหลิวเหล่านี้สามารถย่อยสลายและดูดซับสารมลพิษได้ในปริมาณจำกัด เมื่อแหนใบหลิวเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทและจับกันเป็นก้อนแล้วก็เท่ากับพวกมันได้ตายไปแล้ว ดังนั้นหากแหนใบหลิวมีการระบาดจนเป็นเอเลี่ยนสปีชีส์จริง ๆ ล่ะก็การกำจัดก็ง่ายมาก
ถึงยังไงมนุษย์เราก็เก่งเรื่องการทำลายล้าง แค่ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็สร้างมลพิษได้แล้วล่ะ
“โอเค ก็อย่างว่าแหละว่ามันโตเร็ว เพราะงั้นเราถึงต้องควบคุมการแพร่กระจายของมันให้ดี” ฉินหลินไม่ลืมเตือน
นี่เป็นสิ่งที่เขากังวลมากที่สุดตอนนี้
แหนใบหลิวมันโตเร็วและศักยภาพการทำงานสูง ซึ่งถ้าหากไม่ควบคุมให้ดีล่ะก็แป๊บเดียวเดี๋ยวทั่วโลกก็เอาไปปลูกเองใช้เองได้แล้ว
แม้ว่าจะเป็นไปไม่ได้ที่จะควบคุมสิ่งประเภทนี้ได้เป็นเวลานาน แต่การควบคุมมันได้แม้จะช่วงสั้น ๆ ก็ยังคงถือเป็นเรื่องดีกว่าเสมอ
เฉิ่นลี่รีบรายงานต่อ “ผมได้จัดทีมวิจัยไว้สองทีมแล้วครับ ทีมแรกเพื่อเพาะพันธุ์ในห้องแล็บ อีกทีมเพื่อทำหมันแล้วส่งเสริมการใช้ภายนอก”
“เอาตามที่คุณเห็นสมควรนั่นแหละ” ฉินหลินพยักหน้า เนื่องจากเฉิ่นลี่เตรียมการรับมือเอาไว้แล้ว และเขาก็วางใจอีกฝ่ายมาก ดังนั้นก็ปล่อยให้อีกฝ่ายทำไปตามนั้น
เฉิ่นลี่พูดต่อไปอีกว่า “ยังมีเรื่องที่ผมต้องบอกเถ้าแก่อีกครับ คือว่าองค์การอนามัยโลกได้ระดมเงินทุนจำนวนมากและร่วมกับมอริเชียสในการเชิญบริษัทต่าง ๆ ทั่วโลกที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมมลพิษให้เข้าร่วมประกวดราคาในการดูแลพื้นที่ทะเลที่ปนเปื้อนน้ำมันสี่พันตัน”
“ซึ่งด้วยความเร็วในการเติบโตของแหนใบหลิว ผมคิดว่าห้องแล็บเราสามารถเข้าร่วมการประกวดราคานี้ได้อย่างแน่นอน เมื่อถึงตอนนั้นเชื่อว่าทั้งโลกจะต้องตกตะลึงกับแหนใบหลิวของเราแน่ ๆ ครับ”
“รายละเอียดมันว่ายังไง” ฉินหลินรู้เรื่องน้ำมันรั่ว 4,000 ตันในมอริเชียสอยู่
ขณะนี้มอริเชียสยังไม่มีแนวทางในการจัดการพื้นที่ทะเลแห่งนี้ แต่ก็ไม่คาดว่าองค์การอนามัยโลกจะเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
เฉิ่นลี่รีบตอบทันที “ผมได้ส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ทางเมล์แล้วครับ”
ฉินหลินเลยเปิดอีเมล์ของแอปฯหลังบ้านและเห็นว่ามีเอกสารดังกล่าวจริง
หลังจากอ่านเนื้อหาของเอกสารแล้วก็เข้าใจคร่าว ๆ แล้วทางองค์การอนามัยโลกต้องการจัดการพื้นที่ทางทะเลแห่งนี้
ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน ตราบใดที่มีเงินทุนเพียงพอก็เกรงว่ามันจะทำให้เกิดการแข่งขันที่รุนแรงระหว่างบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการบำบัดน้ำเสียทั่วโลก !
ตราบใดที่การประกวดราคาประสบความสำเร็จ ก็จะพิสูจน์ได้ว่าเทคโนโลยีของตนเป็นเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในโลก
ฉินหลินมั่นใจได้ว่าไม่มีบริษัทใดในโลกที่มีเทคโนโลยีที่เหนือกว่าแหนใบหลิวพิเศษในแง่ของการบำบัดน้ำเสีย
ยิ่งกว่านั้นคือเขาไม่กลัวเลยว่าจะมีใครมายุ่งกับมัน
เนื่องจากมอริเชียสต้องการจัดการพื้นที่ทางทะเลแห่งนี้จริง ๆ และหากองค์การอนามัยโลกได้ทราบถึงผลกระทบของแหนใบหลิวพิเศษแล้วล่ะก็จะต้องมาขอความช่วยเหลือถึงหน้าบ้านชัวร์ ๆ
และแล้วสุดฉินหลินก็พูดว่า “คุณไปจัดการเรื่องนี้เอาเองได้เลย ผมเชื่อมือคุณ”
“ได้ครับเถ้าแก่” เฉิ่นลี่พยักหน้าและรู้สึกขอบคุณมากที่ฉินหลินไว้ใจ
ขณะที่ทั้งสองกำลังคุย ๆ กันอยู่นั้นเอง จู่ ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูห้องทำงาน
เกาเหยาเหยาเดินนำรัฐมนตรีหลู่เข้ามาและรายงานว่า “เถ้าแก่คะ ท่านรัฐมนตรีมาหา”
“พวกเรามารบกวนอีกแล้วครับเถ้าแก่ฉิน” รัฐมนตรีหลู่พูดอย่างเขิน ๆ ทันทีที่เขาเข้ามา
เนื่องจากเขาคอยรบกวนเถ้าแก่ฉินอยู่บ่อย ๆ ซึ่งต่อให้หน้าจะหนแค่ไหนมันก็ต้องมีเกรงใจกันบ้างแหละ
โชคดีที่เอกสารการคำร้องที่ตนยื่นไปควรจะได้รับการอนุมัติในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งนั่นถือเป็นสิ่งชดเชยเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับเถ้าแก่ฉิน
เมื่อฉินหลินเห็นรัฐมนตรีหลู่ก็ลุกไปต้อนรับอีกฝ่ายทันที “พูดอะไรแบบนั้นล่ะครับท่านรัฐมนตรี หากมีเรื่องอะไรก็ขอแค่บอก”
รัฐมนตรีหลู่รู้จักฉินหลินดีดังนั้นเขาจึงยิงตรงเข้าประเด็น “เรื่องหญ้าฟองน่ะสิครับ พวกเราค้นพบหญ้าฟองกับต้นไม้เปลี่ยนสีบนดาวเคราะห์ดวงนั้นใช่มั้ยล่ะครับ ทางเบื้องบนเลยลงความเห็นว่าจะปล่อยจรวดอีกลูกจะไปปลูกต้นไม้เปลี่ยนสีกับหญ้าฟองบนดาวเคราะห์ดวงนั้นเพื่อจะดูว่ามันสามารถปลูกจนโตได้มั้ย”
“เพราะงั้นนอกจากเมล็ดพันธุ์ต้นไม้เปลี่ยนสีแล้วเรายังต้องการเมล็ดพันธุ์หญ้าฟองอีกจำนวนหนึ่งด้วย ซึ่งปริมาณที่เราต้องการก็ไม่ใช่น้อย ๆ ตอนนี้เราก็ได้แค่ขอให้ทางห้องทดลองชิงหลินของคุณช่วยจัดหาเมล็ดพันธุ์ให้เราก่อน”
ฉินหลินได้ยินก็อึ้งไป จากนั้นก็ตอบทันทีว่า “แน่นอนว่าไม่ใช่ปัญหาครับ ทางห้องทดลองชิงหลินเราจะให้ความร่วมมือกับทางเบื้องบน”
เขาเข้าใจความหมายของเรื่องนี้ !
มนุษย์ไม่เคยค้นพบสิ่งมีชีวิตในอวกาศซึ่งไม่ใช่แค่สัตว์เท่านั้น แม้แต่พืชเองก็ด้วย
แต่ปัจจุบันมีการค้นพบเมล็ดพันธุ์พืชบนดาวเคราะห์ดวงหนึ่ง และเมล็ดพันธุ์เหล่านี้ได้มางอกและเจริญเติบโตอยู่รอดบนโลกนี้แล้ว
หากเมล็ดพันธุ์นี้ถูกเอาไปเพาะและเติบโตบนดาวเคราะห์ดวงนั้นได้ มันจะเป็นอะไรที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด
หากว่ามีจำนวนมากพอล่ะก็ การสังเคราะห์ด้วยแสงของพวกมันจะสามารถกลายเป็นพื้นที่พิเศษได้
แล้วพื้นที่นี้ก็จะสามารถเปลี่ยนแปลงได้ นั่นคือหากสามารถปลูกหญ้าบริสุทธิ์ได้ การสังเคราะห์ด้วยแสงจะปล่อยออกซิเจนออกมาในปริมาณมาก และสถานการณ์ก็จะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ฉินหลินจะไม่ให้ความร่วมมือได้อย่างไร
แม้แต่ตอนนี้ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกเองก็ยังไม่ทราบเรื่องนี้เลย พวกเขาแอบทำทุกอย่างโดยปิดเป็นความลับ ความสำคัญของเรื่องนี้ยิ่งมาก็ยิ่งมากขึ้นไปอีก ประเทศของพวกเขากำลังทำอะไรบางอย่างกันอย่างเงียบ ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ล้ำหน้าประเทศอื่น ๆ ในโลก
เมื่อผลลัพธ์ทั้งหมดกลายเป็นข้อสรุปตามที่คาดไว้ ทุกประเทศทั่วโลกจะต้องตกตะลึงอย่างแน่นอน
แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่ยังไม่ชัดเจน คือต้นไม้เปลี่ยนสีนั้นเป็นสิ่งที่ถูกนำกลับมาจากดาวเคราะห์ดวงนั้นและอาจสามารถเจริญเติบโตที่นั่นได้
แต่หญ้าฟองไม่ใช่พืชจากนอกโลก เขาเอาออกมาจากเกมจึงไม่รู้ว่ามันสามารถปลูกบนดาวดวงนั้นได้หรือไม่
เมื่อคิดได้ดังนี้ฉินหลินจึงกล่าวว่า “ท่านรัฐมนตรี เมล็ดหญ้าฟองทั้งหมดที่เก็บได้ที่ห้องทดลองชิงหลินในช่วงแรกเราจะมอบให้กับทางเบื้องบน และเราจะยังไม่ส่งเสริมมันแก่โลกภายนอกรวมถึงจะยังไม่เปิดเผยข่าวนี้ในช่วงนี้ด้วยครับ”
เมื่อท่านรัฐมนตรีหลู่ได้ยินดังนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจ “เฮ่อ ~ ขอคุณเถ้าแก่ฉินมากครับที่ให้ความร่วมมือ”
ในเวลานี้นอกจากคำขอบคุณแล้วเขาก็ไม่รู้จะพูดอะไรเลยจริง ๆ
ในความเป็นจริงหลังจากที่ทางเบื้องบนลงมติในเรื่องนี้พวกเขาต่างก็หวังว่าทางห้องทดลองชิงหลินจะไม่ส่งเสริมหญ้าฟองแก่โลกภายนอกในตอนนี้เหมือนกัน
แต่ไม่คิดเลยว่าตัวเองไม่ต้องพูดอะไร ทางเถ้าแก่ฉินก็พูดขึ้นมาเองก่อนแล้ว
ดังนั้นรัฐมนตรีหลุ่จึงตัดสินใจแล้วว่าเมื่อกลับไปจะต้องไปขอให้ผู้นำของตนเร่งรัดเรื่องนั้นให้ได้รับการอนุมัติโดยเร็วที่สุด
จากนั้นรัฐมนตรีหลู่กับฉินหลินก็ได้ตามเฉิ่นลี่ไปที่ห้องทดลองชิงหลินเพื่อตรวจสอบการเพาะพันธุ์หญ้าฟอง
ในช่วงนี้หญ้าฟองชุดแรกที่เพาะพันธุ์ขึ้นมานั้นโตเร็วมาก มีฟองอากาศเริ่มควบแน่นและขยายใหญ่ขึ้นกันแล้ว
หลังจากตรวจสอบดูแล้วรัฐมนตรีหลู่ก็เดินทางกลับเมืองหลวงทันที เมื่อไปถึงก็รีบไปที่ห้องทำงานของผู้นำเพื่อรายงานผลการเดินทางไปยังอำเภอโยวเฉิง
หลังจากฟังรายงานแล้วผู้นำก็รู้สึกตื้นตันใจเช่นกัน “เถ้าแก่ฉินให้ความร่วมมือดีมากจนเราเกรงใจจริง ๆ”
รัฐมนตรีหลู่รีบบอก “ท่านครับ แล้วเอกสารคำร้องที่ผมยื่นไปก่อนหน้านี้ล่ะครับ”
ได้ยินดังนั้นผู้นำก็ยิ้มและหยิบสำเนาเอกสารสองฉบับจากลิ้นชักยื่นให้รัฐมนตรีหลู่ “ผมไปเร่งให้ด้วยตัวเองเลยล่ะ แล้วเอกสารนี่ก็ออกมา”
เมื่อรัฐมนตรีหลู่ได้ยินดังนั้นก็เดินไปรับเอกสารเหล่านั้นมาดู
ทั้ง 2 ชุดเป็นเอกสารการเสนอชื่อเข้ารับตำแหน่งหยวนชื่อ
ในแต่ละปีจะมีผู้รับการเสนอชื่อเป็นหยวนชื่ออยู่จำนวนหนึ่ง และแน่นอนว่าเกณฑ์การพิจารณาข้อแรก ๆ เลยคือความอาวุโส แต่จะมีอัจฉริยะเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถหลีกเลี่ยงกฎเกณฑ์นี้ได้
แน่นอนว่ายังมีบุคคลอีกประเภทหนึ่งที่สามารถเข้ารับตำแหน่งหยวนชื่อเป็นกรณีพิเศษได้ตลอดเวลาอยู่
คนแบบนี้หาได้ยากในหมู่นักวิจัย หรือแม้แต่ในหมู่อัจฉริยะที่มีเพียงน้อยนิดก็ไม่มี
มีเพียงผู้ที่มีคุณูปการอันยิ่งใหญ่เท่านั้นที่จะได้รับการยกย่องเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นคุณูปการที่ทำให้แม้แต่ผู้ที่มีตำแหน่งเป็นหยวนชื่อยังรู้สึกละอายใจ
แม้กระทั่งบรรดาหยวนชื่อและผู้ที่จะเป็นหยวนชื่อในอนาคตก็ไม่กล้าที่จะคัดค้านบุคคลเหล่านี้
คนประเภทนี้สามารถบดขยี้เพื่อนร่วมวงการได้เลยทีเดียว
เถ้าแก่ฉินกับศาสตราจารย์หลี่ไข่เป็นคนประเภทนั้น
คุณูปการของบุคคลทั้งสองคนนี้มีมากขนาดที่ว่าแม้แต่บรรดาหยวนชื่อที่ทำการวิจัยยีนพืชก็ยังรู้สึกละอายใจตัวเอง
จึงถือเป็นเรื่องปกติที่จะต้องให้ความเห็นชอบมอบตำแหน่งหยวนชื่อให้เป็นกรณีเป็นพิเศษ
ความจริงแล้วนี่ควรเป็นสิ่งที่โลกภายนอกคาดหวัง และทุกคนจะปรบมือให้
“ต้องขอโทษท่านจริง ๆ ครับที่รบกวนเรื่องเอกสารนี่” รัฐมนตรีหลู่เก็บเอกสารเหล่านั้นไปแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม หลังจากพูดคุยกับผู้นำต่ออีกพักหนึ่งเขาก็รีบกลับไปที่ห้องทำงานและโทรหาเลขาฯ
“มีอะไรจะสั่งเหรอครับท่าน” เลขาฯถามทันที
รัฐมนตรีหลู่ยื่นเอกสารทั้งสองชุดให้ไป สั่งให้จัดเตรียมข้อมูลที่เกี่ยวข้องส่งไปให้ห้องทดลองชิงหลิน โดยขอให้เถ้าแก่ฉินกับศาสตราจารย์หลี่ไข่กรอกข้อมูลและส่งกลับมา
“ครับ !” เลขาฯรับเอกสารมาแล้วก็แปลกใจเมื่อเห็นเนื้อหาข้างในแต่ก็ไม่ได้วุ่นวายอะไร
ในฐานะเลขาฯของผู้บริหารก็ย่อมต้องรู้ในสิ่งและคนที่เจ้านายให้ความสำคัญอยู่ตลอด และรู้ดีว่าเถ้าแก่ฉินกับศาสตราจารย์หลี่ไข่มีคุณูปการต่อประเทศชาติมากแค่ไหน
การมอบตำแหน่งหยวนชื่อให้แก่ทั้งคู่ถือว่าสมเหตุสมผลแล้ว
ถ้าเราไม่ให้สองคนนี้ล่ะก็ พวกต่างชาติรู้เข้าคงเหน็บอย่างเจ็บเลยว่าไม่รู้จักใช้คนอย่างฉลาด ถ้าเป็นกูล่ะก็คงปรนเปรอทั้งคู่แบบถึงไหนถึงกันไปแล้วพวกโง่
ในอดีตเคยมีคนเก่ง ๆ ถูกชาติตะวันตกดึงตัวไปโดยมอบตำแหน่งในระดับหยวนชื่อของประเทศนั้น ๆ ให้โดยไม่ลังเล และเนื่องจากคนเก่ง ๆ เหล่านั้นต่างก็อยากได้ตำแหน่ง สุดท้ายเลยตัดสินใจเปลี่ยนสัญชาติตัวเอง
คนเก่งบางคนก็เป็นแบบนี้แหละ และด้วยความสามารถของทั้งสองคนนี้มันก็เป็นไปได้ยิ่งกว่า
เลขาฯไม่ลังเลใจเลย หลังจากได้รับเอกสารแล้วก็รีบออกจากห้องทำงานไปจัดการเรื่องต่าง ๆ ทันที พร้อมกันนั้นเขายังได้ให้คนไปเผยแพร่เอกสารที่เกี่ยวข้องบนเว็บไซต์ทางการของสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติด้วย
เมื่อมีการเลื่อนตำแหน่งหยวนชื่อคนใหม่ เว็บไซต์ทางการของสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติจะมีการประกาศต่อสาธารณะ
ไม่ช้าไม่นาน เว็บไซต์ทางการของสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติก็ได้อัปเดตประกาศซึ่งเป็นเอกสารอนุมัติให้ศาสตราจารย์ฉินหลินและหลี่ไข่เข้าเป็นหยวนชื่อ
ในฐานะศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์ประจำชาติ สถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติย่อมได้รับความสนใจจากนักข่าวและคนในแวดวงการวิจัยมากมาย แม้กระทั่งคนคลั่งชาติจำนวนมากก็ยังให้ความสนใจกับสถาบันแห่งนี้ โดยตั้งตารอการพัฒนาอย่างรวดเร็วของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศชาติรวมไปถึงผลงานการวิจัยใหม่ ๆ ที่จะขึ้นไปสู่ระดับโลก
สรุปจึงมีผู้คนจำนวนมากให้ความสนใจเว็บไซต์ทางการของสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติทุกวัน
เมื่อเอกสารการรับรองตำแหน่งหยวนชื่อของฉินหลินกับหลี่ไข่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ จึงมีคนจำนวนมากได้เห็นเอกสารเหล่านี้และทำให้เกิดความฮือฮาอย่างมากขึ้นมาทันที