- หน้าแรก
- ปลูกผักเล่น ๆ ในเกมแต่กลับเอามาขายจนรวยในความเป็นจริง
- บทที่ 595: วันนี้โชคดี ! โชคดีเหลือเชื่อ !
บทที่ 595: วันนี้โชคดี ! โชคดีเหลือเชื่อ !
บทที่ 595: วันนี้โชคดี ! โชคดีเหลือเชื่อ !
หลังจากอ่านข้อมูลรายละเอียดของสูตรลับไก่ขอทานเสร็จแล้วฉินหลินก็ตัดสินใจกดใช้และเรียนรู้มันทันที
แล้วจู่ ๆ ม้วนตำราลับก็กลายเป็นละอองแสงทะลุเข้าไปในร่างกายเขา
ตามมาด้วยเหมือนอย่างเคย ในหัวก็ได้รับข้อมูลทั้งหมดในสูตรลับไก่ขอทาน รวมถึงกรรมวิธีและวัตถุดิบลับพิเศษที่ต้องใช้ด้วย
ในทำนองเดียวกัน ความทรงจำร่างกายที่ระบบมอบให้ก็ทำให้เขารู้สึกราวกับว่าตัวเองได้ทำไก่ขอทานสูตรลับนี้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
ส่วนด้านวัตถุดิบสูตรพิเศษนั้นก็เป็นสิ่งที่ฉินหลินคุ้นเคยอย่างมาก
นี่มันวัตถุดิบแบบเดียวกับที่ใช้ในสูตรเนื้อวัวเลยไม่ใช่เหรอ...
เพราะวัตถุดิบเหล่านี้บวกกับพลังของระบบนี่เองที่ทำให้เมนูเนื้อวัวเรืองแสงได้
แล้วตอนนี้สูตรไก่ขอทานนี้ก็ยังใช้วัตถุดิบดังกล่าวซึ่งแทบจะเหมือนกันทุกประการ เพียงแต่ว่ามันต้องใช้ส่วนผสมในสูตรน้อยกว่าที่ใช้ในสูตรเมนูเนื้อวัวเล็กน้อย
หลังจากเรียนรู้สูตรลับของไก่ขอทานนี้แล้ว ฉินหลินก็รีบไปที่โกดังเก็บของและเห็นว่ามีไก่วัตถุดิบพิเศษเลเวล 3 ที่เขาได้วางเอาไว้ก่อนหน้านี้
ไก่ตัวนี้ไม่เล็กเลย จะพูดว่าใหญ่มากก็ไม่ผิด ขนาดใหญ่กว่าไก่ธรรมดาทั่วไปประมาณเท่าตัว
[ไก่วัตถุดิบพิเศษ: เลเวล 3]
[เป็นไก่บ้านชนิดหนึ่งที่เพาะพันธุ์ขึ้นเพื่อการบริโภคโดยเฉพาะ สามารถนำมาทำอาหารเมนูไก่แสนอร่อยได้ รสสัมผัส +3, อร่อย +3, กลิ่นหอม +3, ความอยากอาหาร +3, คุณค่าทางโภชนาการ +2, โปรตีน +2 !]
เมื่อฉินหลินอ่านข้อมูลของวัตถุดิบพิเศษซึ่งก็คือไก่ตัวนี้แล้ว เขาก็เข้าใจแล้วว่ามันคือไก่บ้านที่เพาะพันธุ์ขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อใช้ทำอาหารเมนูไก่โดยเฉพาะ
รสสัมผัส +3 อร่อย +3 กลิ่นหอม +3 ด้วยโบนัสคุณสมบัติ 3 อย่างนี้ให้คนครับคนไหนมาทำก็อร่อย ขอแค่ฝีมือการทำอาหารไม่ห่วยแตกถึงขนาดทำออกมาก็กลายเป็นวัตถุลึกลับก็พอ แล้วทุกคนก็จะสามารถใช้มันในการแสดงความแข็งแกร่งในฐานะเทพเจ้าแห่งการทำอาหารได้
นอกจากนี้ยังมีโบนัสคุณสมบัติความอยากอาหาร +3 ที่จะเร่งให้น้ำลายแตก ต่อให้เป็นผู้ป่วยโรคเบื่ออาหารก็ยังกลายเป็นคนตะกละได้
ยังไม่รวมโบนัสคุณสมบัติคุณค่าทางโภชนาการ +2 กับโปรตีน +2 อีก
ถ้าไม่ใช่เพื่อคุณค่าทางโภชนาการแล้วทำไมคนเราถึงกินไก่กันเล่า
แม้ว่าโบนัสคุณสมบัติทั้งสองนี้จะมีแค่ +2 เท่านั้นก็ตาม แต่มันก็สุดยอดจริง ๆ ว่ามั้ย
หลักใหญ่ใจความคือนักชิมได้มอบสูตรลับในการทำไก่ขอทานให้แก่เขาด้วย ซึ่งมีโบนัสคุณสมบัติอร่อย +1, รสสัมผัส +1 และกลิ่นหอม +1 เพิ่มเติมอีกด้วย
นี่ก็แปลว่าเขาสามารถทำอาหารเลิศรสเลเวล 4 ได้อีกครั้งใช่หรือไม่
ฉินหลินรีบหยิบไก่เลเวล 3 ขึ้นมาทันที ออกจากเกมมาโผล่ในบ้านต้นไม้
เขาเปิดประตูที่ล็อกไว้ และเมื่อเห็นว่าพี่หลี่ยังไม่กลับมาจึงค่อยโล่งใจและแขวนไก่เลเวล 3 ไว้ข้าง ๆ
หลังจากนั้นไม่นานหลี่ไข่ก็กลับมา โดยมีผู้ดูแลชุมชนต้นไม้เรือนกระจกตามมาด้วย ด้านหลังเธอมีพนักงานหลายคนเดินถืออุปกรณ์ทำอาหารต่าง ๆ ตามมา
ชุมชนต้นไม้เรือนกระจกไม่มีบริการบาร์บีคิวทำตนเองหรืออะไรอื่น ๆ ในทำนองเดียวกัน ส่วนของที่พนักงานถือมานี้เป็นเครื่องอุปโภคที่นำมาจากครัวของชุมชนต้นไม้เรือนกระจก
ถ้าเถ้าแก่อยากใช้ก็จะรีบเอามาให้ใช้ทันที และที่สำคัญคือคนในครัวก็จะสบายใจ เพราะทุกคนรู้ดีว่าเถ้าแก่เป็นเทพแห่งการทำอาหาร
“น้องฉิน ! เครื่องครัวพร้อมแล้ว !” หลี่ไข่เดินเข้ามาพูดขอความดีความชอบ
ฉินหลินดูเครื่องครัวด้วยสีหน้าไร้เรี่ยวแรง เพราะเขาไม่รู้มาก่อนว่าไอ้เจ้านักชิมมันจะให้สูตรลับทำไก่ขอทาน
ในการทำไก่ขอทานนั้นเครื่องครัวพวกนี้ส่วนใหญ่แล้วไม่จำเป็นเลย
หลังจากที่ผู้ดูแลชุมชนต้นไม้เรือนกระจกให้คนเอาของที่ไม่จำเป็นไปเก็บแล้วเธอก็ถามฉินหลินด้วยความเคารพ “มีอะไรเพิ่มเติมมั้ยคะเถ้าแก่”
ฉินหลินส่ายหน้า “กลับไปทำงานเถอะ ถ้ามีอะไรเดี๋ยวจะโทรเรียกเอง”
“ค่ะ” ผู้ดูแลชุมชนต้นไม้เรือนกระจกพยักหน้าพาคนที่เหลือออกไป
เพียงแต่เธอไม่ได้ไปไหนไกล แต่เธอกับเพื่อน ๆ รอสแตนด์บายอยู่ข้างนอกแทน
เพราะถึงยังไงเถ้าแก่ก็ยังอยู่ในนั้น หากมีคำสั่งอะไรเธอจะได้ไปรับคำสั่งได้ในทันที
หลี่ไข่เห็นไก่ที่แขวนอยู่ข้าง ๆ ก็รีบถามเลย “วันนี้กินไก่กันเหรอ แต่ไก่นี่ตัวใหญ่น่าดูเลยนะ”
ฉินหลินพยักหน้าและหยิบมือถือออกมาโทรหาจ้าวโม่ชิง
ก็นี่เป็นถึงเมนูเลิศรสเลเวล 4 เลยนี่นา แล้วจะให้ละเลยแม่ละเลยเมียที่รออยู่บ้านได้ไง
เขาโทรศัพท์ไปบอกจ้าวโม่ชิงให้พาแม่มา แล้วก็บอกให้พาหมอถังเมียของพี่หลี่มากินด้วยกันด้วย
แค่คิดว่าเป็นอาหารว่างตอนเที่ยงคืนก็พอแล้ว
และเขายังอาศัยโอกาสนี้ให้ให้จ้าวโม่ชิงเอาวัตถุดิบพิเศษบางอย่างมาให้ด้วยเลย
เมื่อก่อนตอนที่ทำเมนูเนื้อวัว เขาได้ซื้อวัตถุดิบมาเยอะมากและตอนนี้ก็ยังเก็บไว้ในครัวของร้านอาหารคฤหาสน์อยู่เลย ก็แค่ไปเอาทั้งหมดมาให้ที่ยอดเขา
เมื่อถึงเวลานั้นเขาก็แค่คัดแยกเอาวัตถุดิบไม่กี่อย่างที่ไม่จำเป็นสำหรับทำไก่ขอทานออกไปก็พอ
อีกอย่างคือต้องนำวัตถุดิบอาหารอย่างอื่นขึ้นมาด้วย แค่เมนูเดียวแน่นอนว่าไม่พอ มันต้องมีอย่างอื่นคู่ด้วยสิถึงจะอิ่ม
ไม่นานหลังจากนั้นจ้าวโม่ชิงก็เดินอุ้มฉินเฟิงน้อยเข้ามา
ข้าง ๆ เธอคือถังซิ่วหว่านที่เดินอุ้มลูกมาคู่กัน
ตามหลังมาด้วยหลินเฟินที่กำลังสนทนาอย่างมีความสุขอยู่กับหญิงชราอีกคน เธอเป็นแม่ของถังซิ่วหว่านซึ่งเธอกำลังเดินจูงมือเด็กหญิงตัวน้อยคนหนึ่งไว้
ที่หลี่ไข่วิจัยวัตถุดิบหลักของยารักษาโรค SMA ในตอนแรกก็เพื่อเด็กหญิงตัวน้อยคนนี้โดยเฉพาะ
แต่หลี่ไข่ก็ไม่ได้ขาดทุน มันเหมือนเป็นการซื้อหนึ่งแถมหนึ่งด้วยซ้ำ
ตามหลังมาด้วยพนักงานอีก 3 คนที่เดินถือของพะรุงพะรังซึ่งล้วนเป็นวัตถุดิบที่ฉินหลินต้องการ
เมื่อมาถึงที่นี่แล้วแม่เฒ่าทั้งสองก็พาเด็ก ๆ เข้าไปข้างใน
จ้าวโม่ชิงเดินมาถามฉินหลินด้วยความอยากรู้อยากเห็น “เธอทำไมจู่ ๆ ถึงอยากทำอาหารกินที่นี่ล่ะ ?”
ฉินหลินหาข้ออ้างไปว่า “ก็ชุมชนต้นไม้เรือนกระจกพึ่งเปิด และสภาพแวดล้อมที่นี่ก็ดีมาก ด้วยสภาพอากาศในตอนนี้มันจะทำการได้กินของว่างตอนเที่ยงคืนที่นี่ก็เป็นความสุขที่หาได้ยากน่ะ นอกจากนี้ วันนี้พี่หลี่ก็ว่างพอดีด้วยก็เลยถือโอกาสรวมตัวกันซะเลย”
จ้าวโม่ชิงพยักหน้าโดยไม่ได้สงสัยอะไรต่อ
บรรยากาศของพื้นที่กันไว้แห่งนี้ดีมากจริง ๆ อย่างที่ว่า และเห็นด้วยว่าเป็นการดีที่จะได้กินของว่างยามดึกที่นี่ ส่วนที่ฉินหลินพูดเรื่องการที่ทั้งสองครอบครัวมารวมตัวกันก็ยิ่งฟังดูสมเหตุสมผล
หลังจากที่ฉินหลินรับของมาแล้วเขาก็ได้เลือกวัตถุดิบบางอย่างที่ไม่จำเป็นในการทำไก่ขอทานออก
ด้วยวัตถุดิบและส่วนผสมตามสูตรนี้ โบนัสคุณสมบัติของสูตรลับไก่ขอทานจะสามารถนำมาใช้ได้และเปล่งแสงออกมา
แน่นอนว่าหากมีเพียงวัตถุดิบตามสูตรแต่ไม่มีสกิลการทำอาหารสูตรลับของไก่ขอทานที่ระบบให้มา ผลลัพธ์ก็จะไม่เกิด
หลังจากที่ฉินหลินจัดแบ่งวัตถุดิบอื่น ๆ เสร็จแล้วเขาก็เริ่มเตรียมซอสที่จะใช้ทาลงบนไก่ทั้งตัว
ส่วนตัวซอสก็ต้องทำไปตามลำดับขั้นตอนเช่นกัน และสัดส่วนวัตถุดิบที่ใส่ก็ต่างกันออกไป โดยต้องเตรียมตามสัดส่วนในสูตรลับเฉพาะแบบเป๊ะ ๆ ด้วย
โชคดีที่ข้อมูลที่เกี่ยวกับสูตรลับของระบบถูกประทับอยู่ในใจเขาอย่างเหนียวแน่น
ความจำร่างกายยังทำให้เขามีทักษะในการผสมวัตถุดิบต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี
หลังจากเตรียมซอสเสร็จแล้วเขาก็หยิบไก่พิเศษซึ่งแขวนอยู่ใกล้ ๆ ลงมาแล้วเริ่มบั้งให้เป็นขีดเล็ก ๆ เพื่อให้เนื้อไก่สามารถดูดซับซอสได้ดียิ่งขึ้น
เมนูไก่ขอทานนั้นมีมานานแล้ว มันได้แพร่หลายตั้งแต่ในประเทศไปจนถึงต่างประเทศ ซึ่งส่งผลให้เกิดวิธีทำที่แตกต่างกันไปตามแต่ละที่
อย่างไรก็ตาม ทุกวิธีจะต้องมี 2 ขั้นตอนที่คล้ายคลึงกัน หนึ่ง – ทาส่วนผสมต่าง ๆ ที่ทำเสร็จแล้วลงบนตัวไก่ สอง – ห่อด้วยใบบัวและพอกด้วยโคลน เสร็จก็เอาไปอบไฟอ่อน
ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือพวกวัตถุดิบเสริม
เมื่ออบไก่เสร็จแล้วก็กะเทาะเอาดินกับแกะใบบัวออก จากนั้นก็จะเผยให้เห็นไก่อบแสนอร่อยที่อยู่ภายใน
ฉินหลินลงมือทาซอสลงบนไก่ทั้งตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งแม้แต่ขั้นตอนนี้ก็ยังต้องใช้ความเอาใจใส่เป็นอย่างมาก ความหนาของซอสที่ทาลงไปต้องควบคุมแบบอย่างเป๊ะ
ไม่งั้นมันจะส่งผลต่อรสชาติและกลิ่นหอมของไก่ขอทานอย่างมาก
ในขณะเดียวกันเขาก็สั่งหลี่ไข่ไปด้วย “อย่าอยู่เฉย ๆ สิพี่หลี่ ไปขุดดินมาทำเป็นโคลนหน่อยเร็ว เด๋วต้องใช้ แล้วตอนนี้เราไม่มีใบบัวเพราะงั้นต้องใช้กระดาษฟู้ดเกรดห่อแทน”
หลี่ไข่นั้นตั้งตารออาหารที่ฉินหลินทำอยู่ตลอด เมื่อได้ยินที่ฉินหลินสั่งเขาก็ไม่มัวมานั่งสงสัย รีบไปหยิบจอบมาเลยทันทีแล้วเดินออกจากพื้นที่กันไว้ไปหาขุดดินในภูเขา
เขาขุดดินใส่ถุงเล็ก ๆ กลับไปมาที่บ้านต้นไม้ แล้วไปหาน้ำมาเทผสมให้เป็นโคลน
“อิ ๆ ๆ แอ๊ !” เมื่อฉินเฟิงน้อยเห็นหลี่ไข่กำลังเล่นโคลนก็หัวเราะดีใจและยื่นมือจะไปหาหลี่ไข่ เหมือนจะบอกว่าขอเล่นด้วยคน
ไม่ว่าเจ้าตัวน้อยนี่จะมีพัฒนาการเร็วมากแค่ไหน แต่ก็ยังหนีวัยอยากเล่นโคลนไม่พ้นอยู่ดีสินะ
แน่นอนแหละว่าหลินเฟินไม่ปล่อยให้เจ้าตัวน้อยสมหวัง เธอกอดมันไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
เมื่อผ่านไประยะหนึ่ง
ฉินหลินได้จัดการเคลือบซอสบนไก่วัตถุดิบพิเศษทั้งตัวเรียบร้อยแล้ว จากนั้นก็เอากระดาษฟู้ดเกรดมาห่อแทนใบบัว มันด้วยเชือก
หลี่ไข่รีบเอาโคลนขึ้นมาพร้อมเสนอตัว “เด๋วฉันช่วยพอกโคลนให้เองนายจะได้ไม่ต้องมือเปื้อน แค่พอกโคลนเนี่ยคงไม่ต้องใช้เทคนิคอะไรใช่มั้ย”
“ใช้สิ ! แถมใช้เยอะด้วย !” ฉินหลินยิ้มตอบ
“เอ่อ แค่นี้ก็ยังต้องมีเทคนิคอีกเหรอ” หลี่ไข่เจอแบบนี้ก็เขินเลยจึงรีบถอยไปอย่างชาญฉลาด
ฉินหลินหยิบโคลนขึ้นมาแล้วเริ่มลงมือ
เขาไม่ได้ล้อเล่น เพราะสูตรลับทำไก่ขอทานที่ระบบให้มามันเป็นแบบนั้นเลย ทาซอสก็มีเทคนิค พอกโคลนเองก็มี มันต้องดูความหนาของโคลนให้เป๊ะด้วยเช่นกัน
ถ้าหนาเกินความร้อนก็เข้าถึงไก่ได้น้อย ถ้าบางเกินความร้อนก็เข้าถึงไก่ได้มากเกินน ไม่ว่าจะเอียงไปทางไหนก็ส่งผลกระทบไม่ดีทั้งสิ้น
ขนาดไก่ขอทานธรรมดาก็ยังทำลวก ๆ ไม่ได้เลย ดังนั้นจึงไม่ต้องพูดถึงไก่ขอทานที่มีเลเวล 4
หลังจากที่ทุกอย่างพร้อมแล้วฉินหลินก็เริ่มก่อไฟและวางไก่ขอทานที่เตรียมไว้ลงไป
แม้แต่ในขั้นตอนนี้ก็ยังต้องมีการคุมไฟให้เป๊ะอีก ทว่ามันมีเตาปิกนิกที่สามารถควบคุมไฟได้อยู่ ทำให้ช่วยทุ่นแรงในขั้นตอนนี้ลงได้เยอะ
เสร็จเขาก็ไปจัดการกับวัตถุดิบอื่น ๆ ต่อ
วัตถุดิบเหล่านี้ล้วนเป็นวัตถุดิบเลเวล 2 ซึ่งหากไม่มีสกิลการทำอาหารที่เกี่ยวข้องเขาก็สามารถทำได้แค่ระดับอร่อย +2 กับรสสัมผัส +2 เท่านั้น
แต่ก็โชคดีที่สิ่งเหล่านี้จะเอาไว้แค่กินแกล้มกับไก่ขอทาน
หลังจากที่ฉินหลินปรุงวัตถุดิบทั้งหมดจนเป็นอาหารแสนอร่อยแล้วเขาก็เอาไปวางไว้บนโต๊ะข้าง ๆ
เมื่อหลี่ไข่เห็นแล้วก็รีบเดินอมยิ้มเข้ามาหา “มา ๆ น้องฉินเด๋วช่วยชิมให้ ขาดเหลือไรเด๋วบอก”
ฉินหลินส่ายหน้า ถ้าอยากกินก็แค่พูดออกมา ไม่เห็นจะต้องทำเป็นมาช่วยเลยแท้ ๆ
จากนั้นเขาก็หันกลับมาสนใจไก่ขอทานต่อ
แล้วจู่ ๆ เขาก็ต้องประหลาดใจ เพราะที่จอเกมมีความผิดปกติเกิดขึ้นอีกครั้ง
เพราะที่ทางเข้าฟาร์มมีร่างคนอีกร่างมาปรากฏตัวขึ้น ซึ่งก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากนายกเทศมนตรีโธมัสเจ้าเก่า
ไอ้นี่มาพร้อมเควสต์อีกแล้วใช่มั้ย
ฉินหลินอดแสดงสีหน้าเซอร์ไพรส์ไม่ได้
เพราะนี่เป็นครั้งแรกเลยที่มีการกระตุ้นเควสต์ทีเดียวสองเควสต์ภายในวันเดียวกัน
หรือวันนี้ตนจะเป็นราชาแห่งโชค โชคของตนมันดีเหลือเชื่อขนาดนี้เลยจริงเหรอ ?