เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 484: ตะลึง! ตั้งคำถาม!

บทที่ 484: ตะลึง! ตั้งคำถาม!

บทที่ 484: ตะลึง! ตั้งคำถาม!


คำพูดของดูพอลนั้นนอกจากจะสมเหตุสมผลแล้วยังเป็นการข่มขู่คุกคามอีกด้วย  จุดประสงค์คือเพื่อเปิดเผยว่าหยุนหัวตกลงที่จะขายหุ้นของตัวเองและฝ่าแนวป้องกันทางจิตใจของคนอื่น ๆ

ทว่าฉู่เยว่กลับมองดูพอลด้วยความสนุกสนาน

การได้เห็นคนตัวใหญ่ ๆ อย่าดูพอลดูโง่นี่มันก็น่าสนุกดีจริง ๆ

เมื่อเห็นว่าพวกฉู่เยว่ไม่ได้แสดงสีหน้าใด ๆ อยู่นานดูพอลก็ขมวดคิ้วและหันไปมองหยุนหัว “มิสเตอร์หยุน  คุณจะไม่พูดอะไรซักหน่อยรึไง”

หยุนหัวยิ้มและพูดตามที่อีกฝ่ายร้องขอ “ถ้างั้นผมก็ขอพูดอะไรซักเล็กน้อย  ก่อนอื่นเลยผมอยากขอบคุณคุณดูพอลมากที่เข้ามาช่วยจัดการโรงงาน  อุปกรณ์  และวัตถุดิบที่หมิงเล่อเราไม่ได้ต้องการอีกต่อไป  และเพื่อเป็นการขอบคุณผมเลยตัดสินใจขายหุ้นศูนย์จุดศูนย์ศูนย์ศูนย์หนึ่งเปอร์เซ็นต์ (0.0001%) ให้แก่คุณดูพอล  และผมก็เชื่อว่าพวกคุณทุกคนเองก็เต็มใจที่จะแสดงความขอบคุณคุณดูพอลโดยการขายหุ้นให้กับเขาเช่นกัน”

คำพูดเหล่านี้ทำให้สีหน้าของดูพอลเข้มขึ้นทันที “เฮ่ยมิสเตอร์หยุน  นี่ไม่เหมือนที่เราตกลงกันไว้นี่  เราเซ็นสัญญากันแล้วนะ!”

หยุนหัวยังคงยิ้ม “ถูกต้องครับเราเซ็นสัญญากันแล้ว  แล้วผมไม่ได้จัดการประชุมผู้ถือหุ้นของหมิงเล่อให้คุณแล้วเหรอ  มันเป็นเพราะคุณไม่สามารถโน้มน้าวให้ผู้ถือหุ้นรายอื่นยอมขายหุ้นให้คุณได้ต่างหากล่ะ”

“ส่วนสัญญาของผมที่จะขายหุ้นให้คุณนั้นผมก็ไม่ได้ผิดสัญญาซักหน่อย  เพราะในสัญญาไม่ได้ระบุไว้นี่ว่าผมจะขายให้คุณเท่าไหร่  เพราะงั้นผมขายให้คุณซักศูนย์จุดศูนย์ศูนย์ศูนย์หนึ่งเปอร์เซ็นต์ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่”

พวกฉู่เยว่ก็นั่งกลั้นขำกันหมด

ฉู่เยว่กล่าว “คุณดูพอลใช่มั้ยครับ  นี่คือการประชุมผู้ถือหุ้นของหมิงเล่อดังนั้นหากคุณไม่มีธุระอะไรอย่างอื่นแล้วก็กรุณาออกไปด้วย”

“แก...” ดูพอลดูเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่างแล้วและจ้องมองหยุนหัวกับฉู่เยว่อย่างอาฆาต

“ดีมากมิสเตอร์หยุนที่กล้าเล่นลิ้นกับผมแบบนี้”

“สงสัยผมที่คิดจะให้โอกาสคุณนั้นดูจะเมตตาคุณมากเกินไปหน่อยสินะ  ถ้าไม่มีตลาดแว่นสายตาสั้นแล้วพวกคุณหมิงเล่อคิดหรือว่าจะอยู่รอดได้จริง ๆ น่ะหา!  คิดว่าจะอาศัยตลาดแว่นกันแดด  น้ำยา  หรือ...  บิ๊กอายส์!  อะไรพวกนี้ประคองทรงงั้นเรอะ!  งี่เง่าโง่งมเกินไปแล้วโว่ย!”

ตอนนี้ดูพอลโกรธมาก  รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นกษัตริย์ที่ต้องกลายเป็นตัวตลกในดินแดนที่ตนเองพึ่งจะยึดมาได้

แน่นอนว่าไอ้คนพวกนี้มันจะต้องชดใช้

คิดว่าพวกกูไม่มีเหรอวะไอ้ตลาดแว่นกันแดดอะไรพวกนั้นน่ะ  แค่ขยี้พวกมึงน่ะง่ายกว่าบี้มดอีก!

ถ้าพวกมึงอยากตายห่ากันนักงั้นก็อย่ามาหาว่ากูโหดเหี้ยมละกัน!

คิดได้ดังนั้นดูพอลก็เดินปึงปังออกจากห้องไปด้วยความกระฟัดกระเฟียด

แล้วในจังหวะนี้เองเสียงตะโกนเตือนของหยุนหัวก็ดังไล่หลังมา “เออใช่คุณดูพอล!  กลับไปแล้วอย่าลืมอ่านข่าววันนี้ด้วยล่ะ  ผมเชื่อว่าคุณต้องเจอบิ๊กเซอร์ไพรส์แน่ ๆ เลยเชียวล่ะคร้าบบบบบบ...”

ดูพอลหยุกไปนิดหนึ่งก่อนจะแค่นเสียงสบถแล้วจากไป

เมื่อกลับไปที่สำนักงานสาขาในประเทศนี้แล้วก็เรียกผู้รับผิดชอบมาถามด้วยสีหน้าหมองหม่น “ทำไมคนในแผนกกฎหมายของแกไม่สังเกตเห็นว่าสัญญามันมีปัญหาล่ะวะ!  หา!”

ผู้รับผิดชอบก็สีหน้าไม่ดี  ตอนนี้มันรู้ว่าดูพอลกำลังโกรธจัดจึงไม่รอช้ารีบโทรหาหัวหน้าฝ่ายกฎหมายของบริษัทโดยด่วน

ในไม่ช้าหัวหน้าฝ่ายกฎหมายก็มาถึงซึ่งเจ้าตัวก็เป็นชาวต่างชาติผมบลอนด์เช่นกัน

จากนั้นก็ได้ยินแต่เสียงต่อว่าของดูพอลดังลั่นสำนักงาน

หัวหน้าฝ่ายกฎหมายก็ไม่กล้าเถียง  เพราะว่าได้อ่านสัญญาแล้วจริง ๆ แต่กลับไม่คาดคิดเลยว่าคนในประเทศนี้จะกล้าเล่นไม้นี้ด้วย

เห็น ๆ อยู่ว่าบริษัทของมันกำลังจะล้มละลายอยู่รอมร่อ  แต่มันก็ยังกล้าเล่นลิ้นแบบนี้ในเวลาแบบนี้อีกนี่มันก็ช่าง...

ประเด็นสำคัญมันอยู่ตรงที่ตนได้เตือนคุณดูพอลในงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จไปแล้ว  แต่ตอนนั้นตัวคุณเองนั่นแหละที่ไม่สนใจ  และดูเหมือนว่าตอนนี้จะลืมไปแล้วด้วย

ดังนั้นจะให้เถียงอะไรได้ล่ะ

ดูพอลที่กำลังตำหนิหัวหน้าฝ่ายกฎหมายอยู่นั้นเหมือนนึกอะไรบางอย่างออกเลยรีบถามว่า “เปิดข่าวดูซิว่าวันนี้มีเรื่องไรบ้าง!”

ผู้รับผิดชอบในประเทศไม่กล้าเสียเวลา  รีบหยิบมือถือออกมาเปิดแอปและพิมพ์คำศัพท์คำว่าหมิงเล่อลงในช่องค้นหาทันที

รอแค่แป๊บเดียวก็มีข่าวผุดขึ้นมาให้เลือกดูเพียบ

แต่สิ่งที่ทำให้ผู้รับผิดชอบในประเทศต้องงงก็คือพาดหัวข่าวเหล่านี้ส่วนใหญ่แล้วจะเอ่ยถึงบริษัทชิงหลินฟาร์มาซูติคอล  โดยกล่าวว่าบริษัทชิงหลินฟาร์มาซูติคอลได้พัฒนาโสมขาวชนิดหนึ่งที่มีฤทธิ์ในการปรับปรุงการมองเห็น

แน่นอนว่านี่เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่พัฒนาโดยบริษัทชิงหลินฟาร์มาซูติคอลที่สื่อรายงาน

แล้ว...  มันมาเกี่ยวอะไรกับหมิงเล่อล่ะเนี่ย

ทำไมบริษัทยาชิงหลินถึงได้โผล่มาในการค้นหาเรื่องของหมิงเล่อ  เห็น ๆ อยู่ว่าทั้งคู่มันคนละบริษัทกันเลย

ผู้รับผิดชอบสาขาในประเทศนี้ก็มือลั่นกดเล่นคลิปหนึ่งไปโดยไม่ได้ตั้งใจ  จากนั้นเมื่อดูเนื้อหาแล้วสีหน้าก็ต้องเปลี่ยนไป

“ขอขอบคุณที่ให้ความสนใจบริษัทชิงหลินฟาร์มาซูติคอลของเรา...”

ในคลิปวิดีโอนั้นเห็นได้ชัดว่าเป็นประชาสัมพันธ์สาวสวยที่เผยแพร่ข่าวเกี่ยวกับบริษัทยาชิงหลิน

“...บริษัทชิงหลินฟาร์มาซูติคอลของเราได้พัฒนาโสมชนิดหนึ่งที่เรียกว่าโสมขาวตาใส  โสมขาวตาใสนี้ไม่ได้มีฤทธิ์ของโสม  ไม่สามารถนำมาใช้เป็นยาชูกำลังอะไรได้  ทว่าอย่างไรก็ตามโสมขาวตาใสนี้กลับมีฤทธิ์แปลก ๆ คือสามารถรักษาโรคสายตาสั้นได้”

“...หลังจากการทดลองวิจัยมาแล้วหลายครั้ง  โสมขาวตาใสของบริษัทชิงหลินฟาร์มาซูติคอลเราหากหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ รับประทานวันละสามครั้งสามารถฟื้นฟูสายตาที่สั้นเจ็ดร้อยไดออปเตอร์ให้หายดีได้ภายในเวลาเพียงสี่ถึงห้าเดือนค่ะ”

“แน่นอนว่าหากสายตาสั้นน้อยกว่านี้ระยะเวลาในการฟื้นตัวก็จะเร็วขึ้น  บริษัทชิงหลินฟาร์มาซูติคอลเราได้ร่วมมือกับบริษัทหมิงเล่อ  ตราบใดที่เป็นลูกค้าที่ลงทะเบียนกับร้านหมิงเล่อทั่วประเทศ  ลูกค้าทุกท่านก็จะได้รับสิทธิพิเศษในการซื้อโสมขาวตาใสชุดแรก  ส่วนผู้ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนเป็นลูกค้าที่ร้านหมิงเล่อก็สามารถไปลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ได้นะคะ”

เมื่อคลิปวิดีโอเล่นมาถึงจุดนี้ฉากก็เปลี่ยนไปกลายเป็นหน้าร้านซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นร้านของหมิงเล่อแต่ตอนนี้ร้านได้เปลี่ยนเป็นศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพในการมองเห็นชิงหลิน – หมิงเล่อแล้ว

นี่คือการเปลี่ยนแปลงของบริษัทหมิงเล่อในเครือชิงหลิน  ก่อนหน้านี้หยุนหัวสั่งให้ลบป้ายร้านค้าและป้ายประชาสัมพันธ์ออกให้หมด  และเปลี่ยนชื่อร้านค้าทั้งหมดให้มีคำว่าชิงหลินนำหน้า

เห็นได้ชัดว่าร้านค้าในคลิปวิดีโอพึ่งถูกสร้างขึ้น

นอกจากนี้ที่หน้าร้านยังมีพนักงานสวมยูนิฟอร์มที่มีคำว่าชิงหลินนำหน้ากำลังตะโกนสโลแกน “โสมขาวชิงหลินปรับปรุงการมองเห็น!  บำรุงสุขภาพสายตา!”

จะเห็นได้ว่าพนักงานเหล่านี้มีความกระตือรือร้นอย่างมาก  เมื่อบริษัทมีความซับซ้อนมากขึ้นพนักงานเองก็มีเช่นกัน

จากพนักงานหมิงเล่อไปจนถึงพนักงานชิงหลินแม้ว่าเงินเดือนจะยังคงเท่าเดิม  แต่พนักงานกลับมีความสุขมากขึ้น  เพราะนั่นคือการเปลี่ยนแปลงทางความคิด

ไม่เห็นคนจำนวนมากที่โพสต์ลงในโมเมนต์ว่าพวกตัวเองได้เป็นพนักงานของนกเพนกวิ้น, อาลีป๊ะป๋า, เสียวมิ...  เหล่านี้ได้สร้างความอิจฉาแก่คนมากมายเหรอ

เช่นเดียวกับบริษัทชิงหลินในตอนนี้  ข้อแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือบริษัทชิงหลินกำลังพัฒนาและโอกาสในการเข้าสู่บริษัทชิงหลินจริง ๆ ก็มีมากขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้น  หลังจากที่พนักงานหมิงเล่อกลายเป็นชิงหลินแล้วเงินเดือนจะสูงขึ้น  ตามมาตรฐานของพนักงานบริษัทชิงหลินฟาร์มาซูติคอลแล้วพนักงานจะได้ประกันอยู่ 5 ฉบับ  กองทุนที่อยู่อาศัย 1 กองทุน  และโบนัส

ดังนั้นถ้าพนักงานเหล่านี้ไม่กระตือรือร้นทำงานก็ประหลาดคนแล้วล่ะ

ผู้รับผิดชอบภายในประเทศของอิสลู่ตอนนี้รู้สึกเหมือนฟ้าจะถล่มใส่หัวจึงรีบรายงานดูพอล “คุณดูพอลครับเกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ  บริษัทชิงหลินได้พัฒนาโสมขาวที่จะกระทบกับเราอย่างมากครับ!”

ดูพอลตะลึงและรีบถาม “บริษัทชิงหลินเหรอ  บริษัทที่ขายผงอาบน้ำร้อนนั่นน่ะนะ  แล้วมันจะมามีผลกระทบต่อบริษัทแว่นตาของเราได้ไง”

ดูพอลไม่ค่อยรู้จักบริษัทชิงหลินมากนัก  เนื่องจากไม่มีรายงานข่าวเกี่ยวกับบริษัทชิงหลินมากนักในประเทศสวยงาม (ประเทศดาวกับแถบเส้น  คนเขียนเปลี่ยนชื่ออีกแล้ว) ของตน

ดังนั้นความประทับใจเดียวของดูพอลที่มีต่อบริษัทชิงหลินคือผงอาบน้ำร้อน

เพราะก่อนหน้านี้เจ้าตัวหัวล้าน  พอซื้อผงอาบน้ำร้อนมาใช้ก็ได้เห็นผลลัพธ์ที่แน่นอน

แต่ก็ไม่คิดว่าบริษัทนี้จะเข้ามามีผลกระทบอะไรต่ออิสลู่เลย  เพราะบริษัทที่ขายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผมกับบริษัทขายแว่นตา  มันไม่ได้อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกันเลยซักนิด

ผู้รับผิดชอบสาขาในประเทศเห็นทัศนคติของดูพอลก็เป็นกังวลอย่างหนัก

เพราะรู้ว่าดูพอลไม่รู้ว่าบริษัทชิงหลินนั้นทรงพลังแค่ไหน  และที่มันเป็นแบบนี้ก็เพราะการปิดกั้นข้อมูล

บริษัทชิงหลินได้คว่ำบาตรบริษัทตะวันตกหลายครั้งแล้ว  ซึ่งบริษัทของประเทศสวยงามต่างก็ปิดกั้นข้อมูลนี้ไว้

ยกเว้นผงอาบน้ำร้อนที่มีการเผยแพร่แล้ว  เป็นไปไม่ได้ที่ประเทศเหล่านั้นจะเปิดเผยข่าวที่เกี่ยวข้องกับบริษัทชิงหลิน

ในความเป็นจริงประเทศนี้เองก็มีการปิดกั้นข้อมูลเช่นกัน  คนในประเทศนี้หาข่าวต่างประเทศดูได้น้อยมาก

เพียงแต่ว่าประเทศอย่างประเทศสวยงามนั้นได้มีการปิดล้อมที่รุนแรงกว่า  โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ต้องการให้ผู้คนของประเทศตัวเองได้รับรู้ถึงหญ้าบริสุทธิ์

หากรู้เรื่องหญ้าบริสุทธิ์และรู้ว่าบริษัทชิงหลินไม่ยอมขายให้  เกรงว่าพวกประเทศอุตสาหกรรมซึ่งมีคุณภาพอากาศแย่มากทั้งหลายจะต้องคำวิพากษ์วิจารณ์ต่าง ๆ มากมาย

และมันจะยิ่งเลวร้ายกับประเทศสวยงามมากยิ่งขึ้นเมื่อถึงตอนนั้นที่ประเทศอุตสาหกรรมเหล่านั้นเข้ามาเจรจากับประเทศนี้

ผู้รับผิดชอบสาขาในประเทศนี้รีบอธิบายรายละเอียดบางส่วนเรื่องอำนาจของบริษัทชิงหลินให้แก่ดูพอลได้รับทราบโดยด่วน  พร้อมทั้งเปิดข่าวให้ดูและอธิบายรายละเอียดเรื่องโสมขาวตาใส

“มีเรื่องแบบนี้ได้ไงกัน!” หลังจากที่ดูพอลเข้าใจชัดเจนแล้วก็ต้องทำสีหน้าหน้าเกลียดในบัดดล

บางทีตอนนี้ดูพอลอาจเข้าใจแล้วว่าทำไมพวกหยุนหัวถึงได้มั่นใจนัก  ที่แท้ก็เพราะมีโสมขาวตาใสกับบริษัทชิงหลินหนุนหลังอยู่นี่เอง

ผู้รับผิดชอบสาขาในประเทศพูดหน้าเครียด “คำประกาศของบริษัทชิงหลินไม่ควรเป็นเท็จครับ  ในประเทศนี้บริษัทชิงหลินเป็นบริษัทที่โดดเด่นมากอยู่แล้ว  ซึ่งแต่ละผลิตภัณฑ์ที่ออกมาล้วนไม่เคยทำให้ผิดหวัง”

“ไม่อยากจะเชื่อว่ามันจะมีเรื่องเช่นนี้”

ดูพอลส่ายหัวยิก ๆ “พวกเราอิสลู่ศึกษาโรคสายตาสั้นมานานมาก  ไม่ใช่ว่าเราไม่เคยศึกษาตัวยาที่ช่วยฟื้นฟูการมองเห็น  แต่ทุกครั้งก็ไม่เคยจะประสบความสำเร็จเลย  แล้วตอนนี้เราจะไปหาพึ่งยาแบบนั้นได้ที่ไหนกัน  จู่ ๆ ก็มีโสมที่รักษาโรคสายตาสั้นได้โผล่มาเนี่ยนะ  มันไม่สมเหตุสมผลเลยซักนิด!”

ผู้รับผิดชอบสาขาในประเทศเองก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน  แต่ว่านี่คือบริษัทชิงหลิน “งั้นเราควรไปหาโสมขาวตาใสมาลองดูก่อนมั้ยครับ  แล้วจะทำยังไงต่อก็ดูผลก่อนแล้วค่อยว่ากัน”

“แล้วมึงจะอยู่ทำห่าไรอีกล่ะ” แม้ว่าดูพอลจะไม่เชื่อ  แต่ก็ยังรีบออกคำสั่ง

เห็นได้ชัดว่าตอนนี้เจ้าตัวเป็นกังวลมากกว่าใคร ๆ และต้องการรู้ถึงความถูกต้องของโสมขาวตาใสนี้

หากมันเป็นเรื่องจริงล่ะก็มีหรือดูพอลจะไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วมันจะกระทบต่อพวกตัวเองมากแค่ไหน

ถ้าโรคสายตาสั้นหายไปแล้วมันจะไปมีตลาดแว่นสายตาสั้นได้ไง

และถ้าไม่มีตลาด  อิสลู่ก็ถึงคราวจบเห่น่ะสิ

คิดมาถึงตรงนี้ก็พลันนึกเรื่องที่หมิงเล่อตัดสินใจขายโรงงาน  อุปกรณ์  และวัตถุดิบอย่างเด็ดขาดขึ้นมาได้

ก่อนหน้านี้คิดว่าที่พวกมันทำไปก็เพราะสิ้นหวัง  แต่พอมาคิด ๆ ดูแล้วพวกมันคงต้องการขุดหลุมล่อตนให้มารับช่วงต่อขยะกองใหญ่ซะมากกว่า

แต่...  หากไม่ยืนยันผลของโสมขาวตาใสล่ะก็ดูพอลจะไม่มีวันเชื่อแน่ ๆ

“ถึงมันจะได้ผลก็เถอะ  แต่ยังไงฤทธิ์มันก็ไม่แรงขนาดนั้นหรอกหน่า  ก็เหมือน ๆ กะยาหยอดตาแหละ  เป็นแค่โฆษณาชวนเชื่อเกินจริง...”

ไม่ใช่แค่ดูพอลเท่านั้นที่ได้เห็นข่าว

ชาวเน็ตอีกนับไม่ถ้วนเองก็เห็นประกาศดังกล่าวกันแล้ว

บริษัทที่เกี่ยวข้องกับชิงหลินย่อมเป็นอะไรที่ติดท็อปเสิร์จได้อย่างง่ายดาย  อีกทั้งอย่างลืมว่าช่องบ้านไร่ชิงหลินออฟฟิเชียลนั้นมียอดผู้ติดตามทะลุ 100 ล้านรายไปแล้ว  ดังนั้นทันทีที่ประกาศเรื่องโสมขาวตาใสเผยแพร่ในช่องบ้านไร่ชิงหลินออฟฟิเชียลก็ย่อมต้องมีคนเห็นกันมากมายเป็นเรื่องธรรมดา

ประกอบกับความพิเศษของโสมขาวที่ทำให้สายตาสั้นดีขึ้นด้วย  จึงเป็นเรื่องยากที่จะไม่ได้รับความนิยม

ดังนั้นในอินเทอร์เน็ตตอนนี้จึงเต็มไปด้วยคนที่เสิร์จข่าวคราวที่เกี่ยวกับโสมขาวตาใส

ผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนได้ให้ความสนใจและสงสัยเกี่ยวกับโสมขาวตาใส  ในทำนองเดียวกันบริษัทหมิงเล่อเองก็ได้รับความนิยมเช่นกัน

เป็นธรรมดาที่เมื่อทุกคนเห็นชื่อบริษัทชิงหลิน - หมิงเล่อแล้วก็รู้ทันทีว่าหมิงเล่อโดนชิงหลินเข้าไปควบคุมแล้วเรียบร้อย

ไม่รู้ว่ามีอีกกี่บริษัทที่กำลังอิจฉา

แน่นอนว่าที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในตอนนี้คือโสมขาวตาใส

ก็ในประเทศนี้ดันมีคนสายตาสั้นมากเกินไป  ถ้ามีของแบบนี้อยู่จริงล่ะก็ใครบ้างจะไม่อยากใช้

ใครบ้างจะไม่อยากถอดแว่น

แต่ประสิทธิภาพของโสมขาวตาใสนี้กลายเป็นเครื่องหมายคำถามในใจทุกคน  เพราะท้ายที่สุดแล้วคือยังไม่มีใครได้ใช้มัน

ทว่าชาวเน็ตทั้งหลายต่างเชื่อ

เพราะถึงยังไงก็มีชื่อเสียงของบริษัทชิงหลินค้ำคออยู่

แต่ก็มีหลายคนที่ตั้งคำถาม  แต่สิ่งที่ฉินหลินไม่คาดคิดก็คือคนแรกที่ออกมาตั้งคำถามกลับไม่ใช่บริษัทแว่นตา  แต่เป็นโรงพยาบาลที่มีโครงการหลักคือการรักษาโรคสายตาสั้น

และคนที่ออกมาตั้งคำถามคือหมอใส่แว่น...!

จบบทที่ บทที่ 484: ตะลึง! ตั้งคำถาม!

คัดลอกลิงก์แล้ว