เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 374: ผลลัพธ์อันน่าอัศจรรย์!

บทที่ 374: ผลลัพธ์อันน่าอัศจรรย์!

บทที่ 374: ผลลัพธ์อันน่าอัศจรรย์!


ฉินหลินอ่านรายละเอียดของหินแสงจันทร์แล้วก็รู้ว่าไอ้นี่คือของดีที่แท้ทรู

มันดีตรงที่ต้องเลือกสถานที่ที่จะใช้งาน  ซึ่งเมื่อเลือกแล้วจะใช้ที่อื่นไม่ได้  และแม้ว่าจะเลือกสถานที่แล้วก็ตามมันก็ยังไร้ผลหากปราศจากน้ำพุเทพธิดา

แน่นอนว่าตอนนี้ฉินหลินอยากจะเอาหินแสงจันทร์นี้มาตั้งไว้ในคฤหาสน์

ขนาดของหินแสงจันทร์นี้ค่อนข้างใหญ่  ในภาพการ์ตูนอนิเมชันของเกมจะเห็นว่ามันสูงถึงเอวของตัวละครเลยทีเดียว

หากเป็นหินในโลกจริงขนาดเอวของเขาล่ะก็เรื่องความหนักอย่างน้อยก็น่าจะซัก 300 กว่าจิน

นอกจากนี้เนื่องจากเงื่อนไขที่ว่าจำเป็นต้องมีน้ำพุเทพธิดาเป็นองค์ประกอบ  ดังนั้นเขาจึงต้องขุดสระน้ำขึ้นมาก่อนแล้วค่อยวางหินแสงจันทร์ไว้กลางสระ  จากนั้นก็ค่อยเอาน้ำพุเทพธิดาเติมลงไป

คิดแผนเสร็จก็ออกจากเกม  จากนั้นก็หยิบมือถือมาโทรหาซุนหมิงจากโหยวเฉิงอี้เจี้ยน

“หวัดดีค้าบเถ้าแก่ฉิน  เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับใช้  ไม่ทราบว่ามีงานอะไรจะสั่งเหรอค้าบ” น้ำเสียงกระตือรือร้นของซุนหมิงดังจากปลายสาย

สำหรับเขาแล้วถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ฉินหลินโทรหา

ใครบ้างไม่รู้ว่าเถ้าแก่ฉินคนนี้เป็นคนที่ทุกคนในอำเภอโหยวเฉิงจะต้องให้ความเคารพไปแล้ว

ฉินหลินบอกจุดประสงค์ของตนออกไป “คุณซุน  พอดีผมอยากปรับปรุงคฤหาสน์ซักหน่อยน่ะ  ช่วยส่งคนมาดูให้หน่อยได้มั้ยครับ”

เมื่อซุนหมิงได้ยินดังนั้นก็เอ่ยปากสัญญาทันที “ได้เลยครับเถ้าแก่ฉิน  เดี๋ยวผมจะพาคนไปหาเดี๋ยวนี้เลย”

ไม่ต้องรอนานซุนหมิงก็นำทีมมาถึงคฤหาสน์ด้วยตัวเอง  เมื่อพบฉินหลินก็รีบถามทันทีเลยว่า “ไม่ทราบเถ้าแก่ฉินอยากให้เราจัดการอะไรยังไงให้ครับ  วันนี้ผมจะเป็นคนฟังคำขอของคุณด้วยตัวเองเลย”

ซุนหมิงตอนนี้ดูไม่เหมือนเถ้าแก่ของโหยวเฉิงอี้เจี้ยน  แต่ดูเหมือนเด็กเดินงานซะมากกว่า

บางทีอาจเพราะคิดว่ากำลังทำงานให้กับเถ้าแก่ฉินซึ่งคนอื่น ๆ ไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะได้ทำ  แค่คิดถึงเรื่องเมื่อไม่นานมานี้ก็ไม่ต้องพูดกันมากแล้ว  หมายถึงเรื่องผงอาบน้ำร้อนชิงหลินน่ะ

ขายของให้คนหัวล้าน 50 ล้านคน  ยอดขายเหนาะ ๆ ก็ 3 แสนล้าน

คนที่มีปัญหาเส้นผมอื่น ๆ อีก 460 ล้าน  ต่อให้แต่ละคนซื้อเดือนละ 10 ซอง (แพ็ก 50 หยวน) ก็ได้ยอดถึง 2.3 แสนล้านแล้ว

หลังจากคนเหล่านี้ใช้แล้วเห็นผลย่อมจะซื้ออีกเพื่อเผื่อไว่ก่อนอยู่แล้ว

นอกจากนี้คนที่ไม่มีปัญหาเรื่องเส้นผมก็อาจจะซื้อเพื่อกันไว้ก่อนอีก  ยังไม่นับรวมซอสมะเขือเทศกับเครื่องดื่มชิงหลินอื่น ๆ ของดีกว่าแก้อีก  เป็นการป้องกันไว้ก่อนอย่างแน่นอน รวมถึงเครื่องดื่ม ซอสมะเขือเทศบ้านไร่ชิงหลินและห้องทดลองชิงหลินของบริษัทชิงหลินฟู้ด

เชื่อกันว่าความมั่งคั่งของเถ้าแก่ฉินจะพัฒนาจนกลายเป็นคนที่ร่ำรวยที่สุดในเร็ว ๆ นี้

แล้วมันเป็นเรื่องน่าอายเหรอที่ได้ทำงานให้กับคนที่รวยที่สุด

ไม่เลย  กลับน่าภาคภูมิใจเสียอีก  นี่ยังสามารถเอาไปขิงใส่คนอื่นได้อีกแหนะ

ฉินหลินพาซุนหมิงไปยังสวนของคฤหาสน์และบอกว่า “คุณซุน  ผมกะว่าจะสร้างน้ำพุที่สระนี้แล้วผมก็มีหินหน้าตาแปลก ๆ จะเอามาวางตรงกลางให้มันสวย ๆ ซักหน่อยด้วย...”

ฉินหลินก็อธิบายความต้องการไป  ซุนหมิงได้ฟังแล้วก็พอจะรู้คร่าว ๆ แล้วว่าจะต้องทำยังไง  จากนั้นก็พาคนไปเริ่มงาน

หลี่หยวนชื่อ  ฉู่หยวนชื่อ  และหลินหยวนชื่อเดินผ่านมาพอดีและพอเห็นพวกซุนหมิงกำลังทำงานกันอยู่จึงเป็นต้องหยุดดูด้วยความสงสัย

“เถ้าแก่ฉินจะรีโนเวตสวนเหรอครับ” หลี่หยวนชื่อถาม  ในสายตาของเขาไม่ว่าจะต้นไม้ใบหญ้าไม้ดอกไม้ประดับที่สวนนี้มันก็สมบูรณ์แบบพออยู่แล้วแท้ ๆ

ฉินหลินยิ้มและตอบว่า “พอดีว่าผมได้หินหน้าตาประหลาดที่เวลาโดนแสงจันทร์มันจะส่องแสงออกมาดูแล้วคล้ายไข่มุกราตรีอะไรเทือกนั้นมาน่ะครับ”

หลี่หยวนชื่อยิ้ม “ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นไข่มุกราตรีเสมอไปล่ะนะ  มีหินภูเขาไฟหลาย ๆ แบบที่เรืองแสงตอนกลางคืนได้เหมือนกัน  เช่นพวกหินโบโลญญา  หินฟลูออไรต์...  พวกนี้ล้วนแต่เรืองแสงในเวลากลางคืนได้ทั้งนั้น  เพียงแต่ว่าความสว่างที่ได้มันต่างกันก็เท่านั้นเอง”

ข้อมูลที่บอกออกมานี้ทำให้ฉินหลินชักรู้สึกว่าตัวเองนั้นโง่  ไม่ได้มีความรู้อะไรกับเขาเล้ย

อุตส่าห์คิดวิธีแก้ปัญหาเรื่องหินแสงจันทร์ที่เรืองแสงได้จากการดูดซับแสงจันทร์จนหัวแทบแตก  ไม่นึกว่าบนโลกนี้มันจะมีหินเรืองแสงได้อีกตั้งเยอะแยะ  แถมในสายตาของนักวิทยาศาสตร์อย่างหลี่หยวนชื่อแล้วนี่เป็นเรื่องปกติโคตร ๆ อีกต่างหาก

กลายเป็นว่าตัวเองดันคิดมากไปซะงั้น

ซุนหมิงพาคนมาจัดการปรับปรุงสวนอย่างรวดเร็ว  ในเวลาเพียงแค่สัปดาห์เดียวงานทั้งหมดก็เสร็จสิ้น

มีการทำน้ำพุขึ้นมาที่สวน  โดยน้ำที่ใช้จะเชื่อมต่อกับระบบน้ำของคฤหาสน์  แต่มีการแก้ไขปรับปรุงเพิ่มเติมอะไรไป

ผลงานที่ได้ฉินหลินดูแล้วพึงพอใจมาก  หลังจากรับมอบงานจากซุนหมิงเสร็จแล้วเขาก็ขับรถไปที่โกดังเช่า  จากนั้นก็เอาหินแสงจันทร์ออกมาวางหลังรถบรรทุก

จากนั้นก็ขับรถขนเอาหินแสงจันทร์กลับไปที่คฤหาสน์

แค่หินแสงจันทร์หนัก 300 กว่าจิน  ด้วยตัวเขาที่กินผลของต้นไม้แห่งพลังไป 2 ผลเต็ม ๆ สามารถเคลื่อนย้านเองได้สบายบรื๋อ  แต่ว่ามันไม่ใช่อะไรที่จู่ ๆ จะเอาออกมาโชว์ได้  ดังนั้นเขาเลยให้อวี้สุ่ยหาคนมาช่วยขนไปวางที่น้ำพุสร้างใหม่

และทันทีที่หินแสงจันทร์ถูกวางลงในน้ำพุก็มีข้อความแจ้งเตือนเด้งขึ้นในเกมอย่างน่าพิศวง

เป็นอะไรที่น่าประหลาดใจจริงเชียว

เป็นครั้งแรกเลยที่เขาได้เจอสถานการณ์แบบนี้  แต่เขาก็เลือก [ใช่] เพื่อยืนยันว่าจะให้หินแสงจันทร์แสดงผลในสถานที่นี้

หลังจากที่ฉินหลินตัดสินใจเลือกแล้วระบบก็เด้งแจ้งเตือนอีกรอบ

เขาไม่เสียเวลา  ให้ตัวละครเอาถังเปล่าไปหาตักน้ำพุเทพธิดากลับมาไว้ที่ฟาร์ม

ให้ตัวละครไป ๆ กลับ ๆ ตักน้ำอยู่หลายรอบจนตอนนี้มีถังน้ำที่ใส่น้ำพุเทพธิดาเต็มถังวางเรียงกันเป็นโหลอยู่ในพื้นที่ว่างของฟาร์ม

คราวนี้ก็ถึงตาตัวฉินหลินเองบ้าง  เขาเข้าไปในพื้นที่ด้านในของคฤหาสน์   จากนั้นเข้าสู่โลกในเกม  นำน้ำพุเทพธิดาออกมา  จากนั้นก็เอาไปเทใส่น้ำพุเทียมที่สร้างขึ้นใหม่

เมื่อฉินหลินเทน้ำจากน้ำพุเทพธิดาลงในน้ำพุเทียมแล้วระบบก็เด้งแจ้งเตือนขึ้นมาอีกครั้ง

หรือก็คือสามารถสั่งให้หินแสงจันทร์แสดงผลในยามค่ำคืนได้แล้วนั่นเอง

ตอนนี้เขาเพียงแค่ต้องรอให้แสงจันทร์ยามค่ำคืนออกมาเท่านั้น  จากนั้นถึงค่อยจะสามารถทดสอบผลลัพธ์จากการอาบแสงจากหินแสงจันทร์ได้  ซึ่งแน่นอนว่าหนูทดลองตัวใหญ่สุดที่เขาหมายตาไว้ก็คือพี่หลี่นั่นเอง

เมื่อถึงเวลานั้นก็ไปเชิญพี่หลี่มา  จากนั้นก็พูดจาล่อลวงให้คิดถึงเรื่องการทดลองยีนที่อุณหภูมิต่ำ  บางทีพี่หลี่อาจจะได้อะไรบางอย่างก็เป็นได้

ถ้าเป็นไปได้จริง ๆ ล่ะก็  ในอนาคตเวลาที่บรรดาหยวนชื่อที่รับผิดชอบด้านการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่สำคัญ ๆ มาพักฟื้นที่คฤหาสน์ชิงหลินแห่งนี้  เมื่อมานั่งที่นี่ตอนกลางคืนก็อาจจะได้รู้แจ้งถึงอะไรบางอย่างใช่มั้ย

ยิ่งเขาคิดถึงเรื่องนี้มากเท่าไรฉินหลินก็ยิ่งตั้งตารอคอยมันมากขึ้นเท่านั้น

ทว่าเมื่อตอนใกล้ค่ำเขากลับต้องรู้สึกหดหู่เล็กน้อย

เพราะว่าบนฟ้ามีเมฆดำมืดบดบัง  แสงจันทร์ซักนิดก็ไม่มีให้เห็น

แบบนี้ไม่กลายเป็นหวังลม ๆ แล้ง ๆ เสียเวลาทั้งวันไปโดยเปล่าประโยชน์เหรอ

ถ้ามีเมฆมืดตึ๊บแบบนี้ทุกวันล่ะก็ทั้งปีก็ไม่ต้องดูแสงจันทร์กันพอดีสิ

ทว่าในคืนนี้เขากลับต้องพบกับเรื่องประหลาดอีกอย่าง  เพราะในสวนของคฤหาสน์เขาสามารถมองเห็นแสงสีขาวนวลคล้ายแม่คะนิ้งกระจายปกคลุมบริเวณโดยรอบ  ทำให้ต้นไม้ใบหญ้าทั้งหลายดูเหมือนมีชั้นน้ำค้างแข็งปกคลุมอยู่ทั่วไปหมด

นี่เป็นปรากฏการณ์ที่แปลกมาก

กลายเป็นว่าหินแสงจันทร์มันใช้งานได้จริงแม้ว่าพระจันทร์จะไม่ออกมาให้เห็นก็ตาม

ฉินหลินคิดว่ามันช่างน่าอัศจรรย์ใจซะจริง  ดังนั้นเพื่อความชัวร์ไม่ใชว์โง่เขาเลยตรวจสอบข้อมูลจากทางออนไลน์ก่อนเลย  แล้วก็เจอ  ความรู้ใหม่ที่คิดไม่ถึงมาก่อนเลยว่าจะเป็นแบบนี้  นั่นคือจริง ๆ แล้วพระจันทร์มันก็ขึ้นของมันทุกวันนั่นแหละ  ตราบใดที่ตะวันไม่ดับจันทราไม่มีวันอับแสง  หรือก็คือแสงจันทร์มีอยู่ทุกวันนั่นเอง

หลายครั้งที่พระจันทร์ถูกเมฆหรืออะไรพวกนั้นบดบัง  ทว่ามันแค่บดบังการมองเห็นของคนบนโลกเท่านั้น  แต่ก็ไม่อาจบดบังแสงจันทร์ทั้งหมดได้จริง

ในอินเทอร์เน็ตถึงขนาดมีบอกเลยว่าในช่วงกลางวันยังมีแสงจันทร์ซะด้วยซ้ำ  เพียงแต่ว่าช่วงเวลานั้นมีแสงแดดเจิดจ้าเกินไปจนตาคนไม่อาจมองเห็นหรือแยกแยะออกว่าอันไหนแสงจันทร์อันไหนแสงแดดได้เลยก็เท่านั้น

แต่แสงจันทร์นี้มีอยู่จริง

และความรู้ก็เพิ่มขึ้นจริงด้วย

หรือก็คือไม่ว่าตอนนี้เขาจะมองเห็นแสงจันทร์หรือไม่ก็ตาม  แต่แสงจันทร์ก็ยังคงมีอยู่ของมันแบบนั้น  ดังนั้นจึงไม่มีผลกระทบใด ๆ ต่อหินแสงจันทร์  ยิ่งกว่านั้นยังเห็นได้ชัดว่าหินแสงจันทร์ไม่จำเป็นต้องอาศัยแสงจันทร์อันเจิดจ้าอะไรก็สามารถเรืองแสงได้เป็นปกติ

ฉินหลินรีบเดินไปที่น้ำพุเทียม  แสงอันนุ่มนวลที่ปลดปล่อยออกมาจากหินแสงจันทร์ได้ห่อหุ้มเขาไว้ทันที

ภายใต้แสงแบบนั้นมันทำให้รู้สึกสบายใจจริง ๆ

ทว่าฉินหลินที่ยืนอาบแสงจากหินแสงจันทร์อยู่นานแท้ ๆ กลับไม่มีการกระตุ้นความรู้แจ้งอะไรใด ๆ เลย  เขาจงใจคิดถึงทักษะการทำอาหารรวมถึงสูตรต่าง ๆ อยู่ในใจ  แต่สุดท้ายก็ไม่หือไม่อือแม้แต่นิดเดียว

ทักษะที่เขามีควรจะเป็นอะไรที่สุดยอดที่สุดใรสาขาวิชาแล้วแท้ ๆ แต่กลับกระตุ้นอะไรไม่ได้เลย  เดาว่าคงมาจากการที่ทักษะเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ระบบสร้างขึ้นล่ะมั้ง

ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงเดินออกจากสวนแล้วโทรหาพี่หลี่เพื่อจะล่อให้พี่หลี่มาลองดู

แสงที่ปล่อยออกมาจากหินหินแสงจันทร์ทำให้คนอื่น ๆ ในคฤหาสน์สังเกตเห็นได้ในทันที

คนแรกคือพนักงานเสิร์ฟ  คนเหล่านี้ต่างก็ประหลาดใจกับแสงที่หินแสงจันทร์ปล่อยออกมา

ท้ายที่สุดแล้วพวกเธอก็เป็นแค่คนธรรมดาที่มีความรู้จำกัด

หลี่หยวนชื่อ  ฉู่หยวนชื่อ  และหลินหยวนชื่อ  ทั้งสามต่างอดเดินเข้ามาดูในสวนไม่ได้หลังจากสังเกตเห็น

ก็รู้อยู่หรอกว่าเถ้าแก่ฉินมีหินเรืองแสง  แต่ไม่นึกเลยว่าหินเรืองแสงนี้มันจะเกินความคาดหมายไปไกลลิบ  ระยะที่แสงส่องถึงนั้นกว้างมากทีเดียว

ถึงขนาดปกคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของสวนเลยด้วย

ฉากเหมือนแม่คะนิ้งเต็มไปหมดแบบนี้มันช่างสวยงามเนียนตาดีจริง ๆ

ท่านผู้เฒ่าอู๋ไข่เองก็ได้เห็นฉากการแสดงของหินแสงจันทร์  ซึ่งฉากที่แสงปกคลุมจนเหมือนแม่คะนิ้งนี้ได้ทำให้เจ้าตัวถึงกับตาลุกวาว

เขาเป็นจิตรกร  ดังนั้นสิ่งที่เขาเห็นจึงย่อมเป็นศิลปะที่แตกต่างจากที่คนธรรมดาเห็นอยู่แล้ว

ในช่วงเวลาที่ผ่านมานี้เขาได้วาดภาพขึ้นมามากมายที่คฤหาสน์ชิงหลิน  และยังได้พบแรงบันดาลใจอีกมากมายด้วย

ในเวลานี้การได้เห็นฉากแสงส่องหล้าที่ไม่เคยเห็นมาก่อนนี้เล่นเอาอยากจะวาดออกมาซะจริงเชียว

ดังนั้นเขาจึงหยิบกระดานวาดภาพตรงไปยังทิศทางของสวนอย่างไม่ลังเล  เขาไปที่น้ำพุเทียมแล้วจัดวางของให้พร้อม

เมื่อเขากำลังจะเริ่มลงมือวาดภาพนั้นจู่ ๆ แรงบันดาลใจอันเหลือเชื่อจากไหนไม่รู้ก็ปะทุขึ้นมาในใจ  ดูเหมือนว่าจะรู้แจ้งถึงอะไรบางอย่างในทักษะการวาดภาพของตน

ทักษะการวาดภาพและปัญหาทางศิลปะที่กวนใจอยู่ดูเหมือนจะกระจ่างชัดขึ้นมาในทันที

ช่างเป็นอะไรที่เหลือจะเชื่อแท้ ๆ

ทักษะการวาดภาพของเขาไม่มีวี่แววการพัฒนาใด ๆ มานานแล้ว  แต่ไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าทันทีที่เข้ามาในสถานที่แห่งนี้เพราะความอยากจะวาดภาพตรงหน้านี่กลับกระตุ้นให้ตนเองเกิดแรงบันดาลใจจนถึงขั้นรู้แจ้งและมีวี่แววของการพัฒนาฝีมือให้ก้าวหน้า

เขาหยิบกระดานวาดภาพขึ้นมาแล้วมองทิวทัศโดยรอบ  มือก็วาดภาพไปด้วยอาการมึนงงหลงไหล

จบบทที่ บทที่ 374: ผลลัพธ์อันน่าอัศจรรย์!

คัดลอกลิงก์แล้ว