เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 269: น้ำใจครั้งนี้ยิ่งใหญ่นัก! นี่คืออาเล็กสุดที่รักเลยเชียวนะ!

บทที่ 269: น้ำใจครั้งนี้ยิ่งใหญ่นัก! นี่คืออาเล็กสุดที่รักเลยเชียวนะ!

บทที่ 269: น้ำใจครั้งนี้ยิ่งใหญ่นัก! นี่คืออาเล็กสุดที่รักเลยเชียวนะ!


เมื่อท่านผู้เฒ่าตระกูหลี่ได้ยินที่หลี่ชิงพูดก็ถามกลับว่า “แล้วไอ้เวรหลี่ไข่มันอยู่ไหนล่ะ มัวทำบ้าอะไรอยู่”

เมื่อหลี่ชิงเห็นว่าสามารถเบี่ยงเบนความสนใจของชายชราได้สำเร็จก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ไม่รู้เหมือนกันอะปู่ ช่วงนี้อาเล็กเอาแต่ขลุกอยู่ในห้องแล็บไม่โผล่หัวมาให้เห็นเลย”

ถังซิ่งหว่านที่รู้เรื่องราวภายในก็รีบอธิบาย “พี่หลี่บอกว่าพึ่งได้รับงานช่วยเหลือสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติทำการวิจัยระดับชาติอยู่น่ะค่ะ เห็นว่ามีกรรมาธิการมาคอยยืนคุมด้วย ตอนนี้น่าจะอยู่ที่แล็บ เดี๋ยวหนูโทรเรียกให้นะคะ”

“ไม่ต้องวุ่นวายหรอก ให้มันทำงานของมันไปเถอะ” ชายชรารีบหยุดถังซิ่วหว่าน

แม้ว่าเขาจะไม่ใช่นักวิจัยก็ตาม แต่ก็รู้ดีถึงความสำคัญของการทดลองระดับชาติ อีกทั้งยังรู้ดีว่านี่คือเกียรติประวัติอันดีงามที่จะนำพามาซึ่งสิทธิประโยชน์มากมายอีกด้วย

เมื่อกี๊ ๆ ที่ลูกชายคนโตได้เลื่อนขั้นก็มาจากการที่ลูกชายคนเล็กมีส่วนร่วมในการบริจาคหญ้าอโดนาซี มันทำให้ลูกชายคนโตได้รับประโยชน์คือมีผลการประเมินที่ดีในบางด้าน

ถ้าหากวันหนึ่งลูกชายคนเล็กสามารถกลายเป็นนักวิจัยที่ยิ่งใหญ่ได้ล่ะก็ ตัวเองอาจจะถึงขั้นนอนละเมอลุกมานั่งหัวเราะเอากลางดึกเลยก็เป็นได้

ที่เขากล้าคิดแบบนี้ก็เพราะเจ้าลูกคนเล็กนั่นวาดลวดลายได้น่าทึ่งจริง ๆ

คิดได้ดังนี้ก็มองที่หลี่ชิง “เหลือแกคนเดียวแล้วนาที่ทำไรไม่เป็นโล้เป็นพายน่ะ ไม่เดินตามทางที่เราขีดไว้ให้แล้วเอาแต่เล่นกับเหล้าอยู่ได้”

“…” หลี่ชิงถึงกับพูดไม่ออกไปซะเฉย ๆ

‘แล้วไมไปเรื่องนั้นได้วะปู่

นี่ปู่จะบอกว่าแต่เดิมมีผมกะอาเล็กที่เคยไม่เป็นโล้เป็นพายมาก่อน แต่ตอนนี้เหลือแค่ผมคนเดียวงั้นเอ่อ?

งั้นแปลว่าในอนาคตจะมีแค่ผมที่ถูกทุบตี?

นี่มันไม่ยุติธรรมซักนิด

เมื่อก่อนตอนที่มีแค่ผมคนเดียวที่ได้เหล้าสมุนไพรชิงหลินไม่เห็นปู่จะพูดงี้เลยหนิ

แล้วตอนนี้ทำไมข้ามแม่น้ำได้แล้วถึงเผาสะพานทิ้งเล่า!’

ท่านผู้เฒ่าตระกูหลี่ไม่สนใจว่าหลานชายจะคิดยังไงและยังคงพูดด้วยน้ำเสียงโมโห “ยังไม่พาฉันกับย่าแกไปเที่ยวบ้านไร่อีก!”

แล้วหลี่ชิงจะพูดอะไรได้ ก็ได้แต่เพียงนำทางไปอย่างเชื่อฟังเท่านั้น

ท่านแม่เฒ่าตระกูลหลี่จับมือถังซิ่วหว่านแล้วพูดว่า “มาเดินเล่นด้วยกันหน่อยสิลูก!”

“หา... อะ... ค่ะคุณป้า!” ถังซิ่งหว่านทำอะไรไม่ถูกเพราะไม่ได้เตรียมตัวมาก่อนเลย

สำหรับผู้สูงอายุเช่นสองคนนี้ที่ที่สามารถเพลิดเพลินและสนุกสนานได้ในบ้านไร่ก็มีแค่ทะเลเฟื่องฟ้าและสะพานโป๊ะเท่านั้น

หลี่ชิงเป็นคนรู้จักเก่าของบ้านไร่อยู่แล้ว ดังนั้นเขาสามารถเข้าชมได้เลยโดยไม่ต้องไปต่อคิวซื้อตั๋ว แค่โผล่หน้าไปให้พนักงานเห็นและพาผู้ชราทั้งสองเดินเข้าไปภายในก็พอ

“โห!”

ไม่นานหลังจากเข้าสู่ทะเลดอกเฟื่องฟ้าชายชราก็ต้องประหลาดใจ “ทะเลเฟื่องฟ้านี่งดงามมากจริง ๆ”

เขาประหลาดใจจริง ๆ เพราะยังไง ๆ คนที่อายุเท่าเขาก็จิตใจด้านชาไปกับสิ่งสวยงามอะไรเทือกนี้ไปนานแล้ว แต่ว่าทะเลเฟื่องฟ้าแห่งนี้มันทำเอาใจที่ด้านชากลับมาเต้นอีกรอบอย่างไม่อาจควบคุม

ความดึงดูดใจ ความซาบซึ้ง ความงดงามอันล้นเหลือ ตลอดจนความรู้สึกสบายกายสบายใจที่สัมผัสได้ในทันทีนี้ทำให้เขาเหลือจะเชื่อจริง ๆ

โบนัสคุณสมบัติสวยงาม, เตะตา, ต้องใจ, สบายตาจากเกมนี่กระทบได้หมดไม่เกี่ยงอายุ

แปลว่าไม่ว่าคนจะสิ้นหวังแค่ไหนก็ยังยังได้รับผลกระทบจากโบนัสคุณสมบัติของระบบนี้

อย่างเช่นสาว ๆ ที่ถูกผู้ชายหลอกให้ต้องอกหัก แต่เมื่อมาเจอกับโบนัสคุณสมบัติสบายตานี้เข้าจะกลายเป็นมีความสุขทันทีทั้ง ๆ ที่ถูกผัวทิ้งมาแท้ ๆ

และยิ่งพูดให้ลึกขึ้นอีกก็คือยิ่งโบนัสคุณสมบัติ + เยอะขึ้นเท่าไหร่ ความรู้สึกที่สัมผัสได้จะยิ่งเด่นชัดมากขึ้นเท่านั้น

นี่คือความสุดยอดของระบบ

ดังนั้นเมื่อชายชราได้เดินลึกเข้าไปในทะเลเฟื่องฟ้าจึงสัมผัสได้ถึงอารมณ์ที่เหลือจะเชื่อมากขึ้นเท่านั้น “ทะเลเฟื่องฟ้านี่สวยที่สุดเท่าที่เคยเจอมาเลย ก่อนจะมาที่นี่ก็เปิดคลิปดูก่อนแล้ว แต่ไม่นึกว่าจะสู้มาดูด้วยตัวเองไม่ได้แบบนี้”

หลี่ชิงไม่แปลกใจเลยกับปฏิกิริยาของชายชรา

ใครบ้างไม่เป็นแบบนี้เวลาที่มาเที่ยวทะเลเฟื่องฟ้าแห่งนี้เป็นครั้งแรก

จากนั้นเขาก็พาปู่กับย่าไปยังจุดเที่ยวชมสะพานลอยน้ำ และเมื่อชายชราได้เห็นแหนที่อยู่ทั่วทั้งทะเลสาบก็ต้องตกใจอีกรอบ “จากอ่างเก็บน้ำธรรมดา ๆ เปลี่ยนเป็นทัศนียภาพที่งดงามขนาดนี้ ถึงตาแก่อย่างฉันจะไม่รู้เรื่องอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวก็เถอะ แต่ก็รู้แน่ ๆ แหละว่าไม่ใช่ง่าย ๆ ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวที่บ้านไร่ชิงหลินหามาได้ขนาดนี้ ทางอำเภอควรต้องมาตรการการจัดการที่ดีให้ด้วย”

“เรียบร้อยหมดแล้ว” หลี่ชิงยิ้มตอบ

ชายชราพยักหน้า “อืม คนของทางอำเภอโหยวเฉิงยังก็มีสมองกันอยู่บ้าง”

พื้นที่ดูโป๊ะมีขนาดใหญ่กว่าทะเลเฟื่องฟ้า แน่นอนว่าชายชราไม่ได้มีแรงมากพอที่จะเดินดูให้ทั่ว เมื่ออายุเท่าเขาเรี่ยวแรงอะไรมันก็ไม่ค่อยจะมีแล้ว ดังนั้นหลี่ชิงจึงพาปู่กับย่าเดินชมแค่บริเวณทางเข้าอยู่ซักพักก่อนจะพาไปยังฟาร์มชิงหลินต่อ

แน่นอนว่าเมื่อเข้าฟาร์มมาชายชราก็ต้องตกใจอีกรอบเพราะทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาที่มีโบนัสคุณสมบัติหอมหญ้าสด +2, เปิดความรู้สึก +2, สดชื่นผ่อนคลาย +2, ประดับ +2

หลี่ชิงนั้นกังวลถึงเรี่ยวแรงของปู่กับย่าได้พาทั้งคู่ขึ้นมินิบัสเที่ยวชม

ชายชราที่นั่งอยู่บนมินิบัสเที่ยวชมทุ่งหญ้าอันน่าทึ่งที่มองไม่เห็นที่สิ้นสุดถึงกับอดถามไม่ได้ว่า “หลี่ชิง ที่ในเน็ตพูด ๆ กันว่าเพราะหญ้านี่ที่ทำให้ทั้งฟาร์มกลายเป็นภาพที่สวยงามขนาดนี้กับที่บอกว่าหญ้านี่อาเล็กของแกเป็นคนพัฒนาขึ้นมานี่จริงมั้ย”

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงมาที่นี่ในครั้งนี้ด้วย

ลูกชายคนเล็กพึ่งประสบความสำเร็จเช่นนี้ได้อย่างรวดเร็ว พ่อแก่ ๆ อย่างเขามีหรือจะไม่ภาคภูมิใจ ทว่าเขาก็รู้ดีว่าก่อนหน้านี้ลูกชายตัวเองเป็นยังไงเหมือนกัน

เมื่อเห็นว่าเจ้าลูกคนเล็กที่ไม่เป็นโล้เป็นพายนั่นจู่ ๆ ก็ถูกชาวเน็ตซูฮกซะยกใหญ่จึงรู้สึกผิดปกติเล็กน้อย

หลี่ชิงอธิบายว่า “จะไม่จริงได้ไงล่ะปู่ ทุกคนในบ้านไร้ก็เห็นกันหมดแหละว่าอาเล็กทำไรมั่ง แต่ก็ไม่ได้แปลว่าแกทำได้เองโดยที่ไม่มีความช่วยเหลือนา พอดีว่าเถ้าแก่ฉินน่ะไปพบดินที่หายากมาก ๆ ที่บ้านเกิดแล้วก็มอบดินทั้งหมดนั่นให้อาเล็กเอามาใช้ทดลอง นี่เป็นความลับที่คนนอกไม่รู้”

แค่ข้อความสั้น ๆ แค่นี้ท่านผู้เฒ่าตระกูหลี่ก็มองอะไร ๆ ออกได้แล้วว่าดินที่หลี่ชิงพูดถึงนั้นคือตัวสำคัญที่คอยชี้ขาด

จะเห็นว่าความต่างของเจ้าลูกชายคนเล็กก่อนหลังมันชัดเกินไป และคงเป็นไปไม่ได้ที่จะทำตัวโลว์โพรไฟล์เหมือนอย่างที่ชาวเน็ตว่ากัน

เขารู้ดีว่าการทดลองด้านพันธุกรรมที่อุณหภูมิต่ำของลูกคนเล็กนั้นเต็มไปด้วยความพยายามอย่างยิ่งยวด ทว่าแม้จะใช้เวลานานมากแล้วกลับยังไม่ประสบความสำเร็จใด ๆ เลย

“ตระกูลหลี่เราเป็นหนี้บุญคุณเถ้าแก่ฉินอีกแล้ว” ชายชราสะท้อนอารมณ์

ถ้าเป็นคนอื่นมาได้เหมือนกันบ้างล่ะก็เกรงว่าคงไม่ด้อยกว่าเจ้าลูกคนเล็กของตนเช่นกัน

เพราะงั้นไม่ต้องบอกเลยว่าน้ำใจในครั้งนี้ยิ่งใหญ่ขนาดไหน

และแบบนี้ชายชราจึงได้รู้ว่าลูกคนเล็กของตนนั้นมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเถ้าแก่ฉินอย่างมาก

เมื่อรู้ทั้งหมดแล้วชายชราก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ตอนนี้ความรู้สึกผิดจากความไม่สมจริงแบบแต่ก่อนได้หายไปแล้ว

หลังจากนั่งมินิบัสเที่ยวชมฟาร์มแล้วหลี่ชิงก็พาชายชราออกจากฟาร์ม

“ปู่อยากไปพบฉินหลินป่าว” หลี่ชิงถาม

ท่านผู้เฒ่าตระกูหลี่ส่ายหน้า “ไม่จำเป็นหรอก ฉันกับยี่ยี่บรรลุเป้าหมายที่มาแล้ว อีกทั้งจู่ ๆ จะไปพบหน้ากะทันหันเลยมันก็ไม่ดีด้วย”

“ขอแค่อาเล็กของแกยังมีความสัมพันธ์อันดีกับเถ้าแก่ฉินอยู่ก็พอแล้ว ส่วนแกน่ะเมียกะลังท้องเพราะงั้นอย่าเอาแต่มาอยู่ที่นี่ กลับบ้านไปใช้เวลากับเมียให้มาก ๆ ไว้ซะ”

เมื่อหลี่ชิงได้ยินดังนั้นก็ต้องตอบอย่างเสียมิได้ว่า “รู้หน่าปู่ เด๋วเหล้าชุดนี้เสร็จผมก็กลับแล้ว”

‘ขอแค่อาเล็กกับฉินหลินมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันก็ดีแล้วงั้นเหรอ

นี่ปู่ลืมไปแล้วเหรอวะว่าเราเป็นคนที่มาบ้านไร่ชิงหลินก่อนอะ

ดูซิ ตอนนี้เอาอกเอาใจอาเล็กซะเต็มเหนี่ยวเลย’

และแล้ววันที่อาหลานได้แบ่งปันทุกข์สุขต่อกันก็ได้หายวับไปตลอดกาล

แล้วทันใดนั้นเองชายชราก็พูดว่า “ยังไงก็ตามแกอย่าได้ลือมเอาเหล้าสมุนไพรชิงหลินมาให้ฉันด้วยสี่ขวด”

หลี่ชิงได้ยินก็ใจสลายและโพล่งออกไปโดยไม่ทันรู้ตัว “ใครจะไปมีตั้งสี่ขวด ผมมีแค่สามขวดเองนะ!”

“เออ งั้นก็เอามาสามขวด!” ชายชราตอบกลับด้วยรอยยิ้มดั่งผู้ชนะ

“…” หลี่ชิงรู้สึกเหมือนจะเอ๊ะขึ้นมาได้และถามตัวเองซ้ำ ๆ ว่าเมื่อกี๊มันอะไรกันวะ

แล้วก็รู้ตัวว่าพลาดเข้าให้แล้ว ตอนนี้เหล้าที่อุตส่าห์ซ่อนไว้มีอันต้องโดนปู่รวบไปจนเกลี้ยงแน่ ๆ แล้วสิ

ชายชราส่ายหน้าแล้วพูดว่า “แกเป็นแบบนี้แหละดีแล้ว ดีจริง ๆ ที่แกไม่เดินตามทางที่พวกเราขีดไว้ให้”

“…” จู่ ๆ หลี่ชิงก็รู้สึกเหมือนจะร้องไห้โดยไม่มีน้ำตา

โอ้โฮ แค่หลอกแดกยังไม่พอยังมีขยี้ซ้ำด้วย?

หลี่ชิงไปส่งชายชราที่ลานจอดรถพลางมองดูเหล้าทั้ง 3 ขวดในมืออีกฝ่ายด้วยหัวใจที่เหมือนถูกกระซวกอย่างแรงกล้าและอดที่จะพูดไม่ได้ว่า “นี่ปู่ อาเล็กเองก็มีเหล้าสมุนไพรชิงหลินเหมือนกันนะ กว่าปู่จะได้มาก็ยากแสนยากเพราะงั้นเรากลับเข้าไปอีกรอบกันเถอะ”

‘ของกูโดนกวาดไปหมดแต่ของอาเล็กยังเหลือครบทุกขวด แบบนี้มันไม่แฟร์โว่ย

ก็ไหนเมื่อก่อนสัญญากันไว้ว่าเราอาหลานมีสุขร่วมเสพมีทุกข์ร่วมต้านไง เพราะงั้นตอนนี้หลานกะลังทุกข์อยู่อาก็ควรทุกข์ด้วยซี่มันถึงจะถูก’

แต่ชายชรากลับตอบกลับน้ำเสียงโกรธ ๆ “กูแก่ขนาดนี้จะเอาเหล้าไปแดกทำห่าไรเยอะแยะวะ ส่วนอาเล็กมึงที่ผ่านมาก็เอาแต่เรียน ๆ ๆ แล้วนี่ก็พึ่งจะมาหาเมียได้เอาตอนแก่เพราะงั้นก็ต้องเก็บไว้ใช้บ้างเซ่”

“...” หลี่ชิงรู้สึกว่าโลกนี้มันช่างไม่ยุติธรรมเอาซะเลย

เมื่อเข้าไปในลานจอดรถ

ชายคนหนึ่งลงจากรถแล้วรีบเข้ามาช่วยชายชรารับขวดเหล้า

คนนี้คือคนขับรถประจำตัวที่ชายชราเลือกมาเอง

แม้ว่าชายชราจะเกษียณแล้วก็ตามแต่ว่าตำแหน่งก่อนเกษียณก็ใหญ่โตพอ และยังมีการเตรียมการหลังเกษียณไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ด้วย

ขณะที่ชายชรากำลังจะขึ้นรถอยู่นั้นเองก็มีรถอีกคันมาจอดซึ่งมีคนรู้จักสองคนลงจากรถมา ทั้งคู่ทำให้หลี่ชิงต้องประหลาดใจเพราะว่าเป็นหลิวอี้กับเฝิงเหรินซึ่งเป็นลูกเขยตระกูลเว่ย (บทที่ 240)

หลิวอี้กับเฝิงเหรินลงจากรถมาก็เห็นพวกหลี่ชิงเข้าพอดีและแน่นอนว่าต้องจำท่านผู้เฒ่าตระกูลหลี่ได้

ทั้งคู่ต่างก็ตกใจอย่างบอกไม่ถูก

ท่านผู้เฒ่าแห่งตระกูลหลี่ถึงกับมาบ้านไร่ชิงหลินด้วยตัวท่านเองแบบนี้ดูท่าว่าความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลหลี่กับเถ้าแก่ฉินจะใกล้ชิดกว่าที่คาด

เฟิงเหรินไม่กล้าลังเลรีบทักทายก่อนเลย “สวัสดีครับท่านผู้เฒ่าหลี่ ท่านแม่เฒ่าหลี่ พบกันอีกแล้วนะครับ”

“ไอ้หมอนี่ใคร” เห็นได้ชัดว่าชายชราไม่รู้จักเฝิงเหรินจึงถามหลี่ชิง

หลี่ชิงจึงอธิบายว่า “สามีของเว่ยเฉียนแห่งตระกูลเว่ยไงปู่ ท่านผู้เฒ่าตระกูลเว่ยเองก็เคยเข้าผ่าตัดเหมือนกันจำไม่ได้เหรอ คนพวกนี้เองก็มาขอสุราหยวนชี่จากเถ้าแก่ฉินเหมือนกัน”

พอได้ยินว่าเป็นตระกูลเว่ยชายชราก็พยักหน้าและพูดว่า “จงรู้วิธีการของเถ้าแก่ฉินและอย่าสร้างปัญหาให้ก็พอ”

“ไม่ต้องห่วงครับท่านผู้เฒ่า!” เฝิงเหรินรู้ว่าท่านผู้เฒ่าตระกูหลี่หมายถึงอะไร ก็เรื่องสุราหยวนชี่นี่แหละ หากเขาเอาไปบอกต่อกับคนอื่น ๆ ล่ะก็คงได้แห่กันมาวุ่นวายกับเถ้าแก่ฉินเหมือนที่ตัวเองทำแน่ ๆ ล่ะ

ตระกูลเว่ยเองก็ไม่ใช่คนโง่ ทั้งเมียและพ่อตาต่างก็กำชับนักหนาว่าอย่าเราเรื่องนี้ไปปากโป้งที่ไหน

ท่านผู้เฒ่าตระกูหลี่ไม่สนใจเฝิงเหรินมากนัก เขากับภรรยาขึ้นรถและกลับไป

หลี่ชิงมองตามหลังรถที่ค่อย ๆ ไกลออกไปด้วยหัวใจที่เศร้าสร้อย เพราะในฐานะนักดื่มระดับโปรแล้วการที่ปกป้องเหล้าที่ตนเองเป็นเจ้าของอยู่เอาไว้ไม่ได้นี่มันช่างน่าเศร้าใจซะเหลือเกินจะกล่าว

“เป็นไรไปเหรอคุณชายน้อยหลี่ ทำไมทำหน้าหมอง ๆ แบบนั้นล่ะ” เฝิงเหรินถามด้วยความสงสัย

ทว่าหลี่ชิงไม่อยากจะพูดถึงและถามกลับว่า “ว่าแต่นายเถอะมาทำไรอีกนิ”

เฝิงเหรินก็อธิบายว่า “ปู่ของภรรยาผมออกจากโรงบาลแล้ว เพราะงั้นผมเลยเป็นตัวแทนตระกูลเว่ยมาแสดงความขอบคุณน่ะสิ แถมเปี่ยวตี้ (ลูกพี่ลูกน้องฝ่ายพ่อแบบเป็นน้องชาย) ของผมยังมีตั๋วกินมื้ออาหารสูงสุดระดับฮ่องเต้กับเหล้าสมุนไพรชิงหลินอีกหนึ่งขวดด้วย ของพวกนี้เห็นว่าเป็นของดีล้วน ๆ”

“...” ใบหน้าของหลี่ชิงยิ่งหดหู่มากกว่าเดิมอีกเมื่อได้ยินคำว่าเหล้าสมุนไพรชิงหลิน จากนั้นก็หันหลังหนีเดินเข้าบ้านไร่ไปเลย

ตอนนี้คำว่าเหล้าสมุนไพรชิงหลินเป็นอะไรที่เจ็บกระดองใจอย่างยิ่ง

เฝิงเหรินกับหลิวอี้มองหน้ากันด้วยความงุนงงกับฉากที่เห็น

คุณชายน้อยหลี่แกเป็นไรไปวะ

ทว่าทั้งคู่ก็ไม่มีเวลามาคิดเรื่องของคนอื่น สำคัญที่สุดตอนนี้คือการไปพบเถ้าแก่ฉิน

เฝิงเหรินเตือนอีกว่า “เดี๋ยวไปพบเถ้าแก่ฉินก็ถ่อมตัวให้มากกว่าเดิมด้วยนะ”

“เข้าใจแล้วหน่า” หลิวอี้พยักหน้าทันที

เขาไม่ใช่คนโง่

ขนาดท่านผู้เฒ่าตระกูหลี่ยังมาเองเลยโอเค้?

............................................................................................

อีกด้าน

หลังจากหลี่ชิงเข้ามาในบ้านไร่แล้วก็เกิดคิดขึ้นมาได้ว่าจะต้องหาทางเติมสิ่งที่เสียไปกลับคืนมา หลังจากที่คิดแผนการออกแล้วก็ได้หยิบมือถือออกมาส่งคลิปวิดีโอไปให้อาเล็ก

เป็นคลิปวิดีโอที่ถ่ายเมื่อกี๊ตอนที่พาปู่ ย่า และหมอถังไปเดินเที่ยวชมบ้านไร่

ตอนแรกก็ถ่ายเก็บไว้กะเอาไปเซอร์ไพส์อาเล็กเล่น ๆ อยู่แล้ว

ในตอนนี้หลี่ไข่ไม่ได้อยู่ที่ห้องทดลองชิงหลิน แต่อยู่ที่สำนักงานเช่าของแล็บ

ตอนนี้เขากำลังฝังตัวเองลงในกองกระดาษข้อมูลพลางทดสอบข้อมูลทางพันธุกรรมของเทียนมู่ทงฝูด้วยเครื่องมือที่อยู่ใกล้ตัว

ทั้งหมดนี้ทำเพื่อเอาไว้โชว์สถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ

เพื่อไม่ให้ต้องเชื่อมโยงไปถึงดินพิเศษทำให้เขาต้องสูญเสียเส้นผมไปหย่อมหนึ่งโดยไม่รู้ตัวจากงานนี้

และทันใดนั้นเองก็ได้ยินเสียงข้อความเข้าของแอปวีแชต และเมื่อเหลือบมองก็เห็นว่าเป็นหลานชายส่งมาก็เลยกดดู

และเมื่อเคาะจอให้คลิปวิดีโอเล่นก็ต้องเห็นตาแก่พ่อตัวเองเดินด้วยกันกับถังซิ่วหว่านและต้องลุกพรวดด้วยความลก

เขายังไม่พร้อมที่จะพาซิ่วหว่านไปพบพ่อแม่ ครั้งล่าสุดก็อาศัยความช่วยเหลือจากน้องฉินเพื่อเคลียร์ทางให้ตนกับซิ่วหว่านได้อยู่ด้วยกัน แต่เรื่องนั้นก็ทำให้เขากลัวว่าพ่อตัวเองจะมีปมในใจด้วยเหมือนกัน

แล้วตอนนี้มันเกิดเชี่ยไรขึ้นอีก

ขณะที่หลี่ไข่กำลังลกจนทำอะไรไม่ถูกอยู่นั้นเองจู่ ๆ หลี่ชิงก็โทรเข้ามาและเขาก็รีบรับสาย “หลี่ชิง นี่มันเรื่องไรวะเนี่ย ทำไมตาแก่กับเมียถึงมาอยู่กับซิ่วหว่านได้วะ”

“ผมมีข่าวร้ายจะบอกอะอาเล็ก ปู่กะย่ามาหาหมอถังถึงบ้านไร่ชิงหลินเลยอะ แล้วผมก็มีเรื่องด่วนจะบอกอาด้วย” เสียงของหลี่ชิงดังขึ้น

“เกิดไรขึ้นกันแน่” หลี่ไข่ถามอย่างเป็นกังวล

“ก็จะอะไรเล่า เหล้าสมุนไพรชิงหลินทั้งหมดที่ผมมีก็ยกให้ตาแก่ไปหมดไง แถมแกยังรู้ด้วยว่าอาเองก็มี เพราะงั้นอาบอกมาเหอะว่าเอาไว้ไหน อย่าได้โกหกเชียวล่ะ เพราะอาคงไม่อยากให้แกโกรธเอาตอนนี้หรอกใช่มั้ย” เสียงของหลี่ชิงดังตอบมาอีกครั้ง

หลี่ไข่รู้สึกเป็นทุกข์ขึ้นมาทันใด

เพราะตอนนี้ตนต้องตรากตรำอาบเหงื่อตากน้ำแถมยังมานั่งปวดกะบาลซะขนาดนี้กว่าจะได้มาไว้ในมือ 3 ขวด แล้วจู่ ๆ ตาแก่พ่อตนจะมายกเค้าไปจนเกลี้ยงมันสมควรเหรอ

แต่ก็อย่างที่หลี่ชิงว่ามานั่นแหละ ตอนนี้แกก็เจอกับซิ่วหว่านแล้วเพราะงั้นเรื่องเหล้าก็ไม่ควรจะทำให้แกโกรธอีก อีกทั้งยังนึกถึงเรื่องที่หลี่ชิงโดนจับได้ว่าแอบซุกเหล้าเอาไว้และถูกด่าอย่างแรงมาก่อนด้วย

คิดได้ดังนี้หลี่ไข่ก็รีบพูดว่า “หลี่ชิง แกบอกตาแก่ไปนะว่าช่วงนี้ฉันยุ่งมากไปเยี่ยมไม่ได้หรอก แล้วแกไปที่ห้องบ่าวสาวของฉัน ไปเปิดกล่องที่ใส่อุปกรณ์ทดลอง ในนั้นมีเหล้าสมุนไพรชิงหลินสามขวด รหัสคือห้าสี่แปดเจ็ด เอาให้แกไปสองขวดนะ เหลือให้ฉันไว้ด้วยขวดนึง อย่าลืมล่ะ ตอนนี้อาเล็กของแกต้องการมันมาก ๆ เข้าใจมั้ย!”

บ้านไร่ชิงหลิน

หลี่ชิงมาถึงบริเวณห้องบ่าวสาวแล้วก็เข้าห้องของหลี่ไข่ทันที ซึ่งก็ตามคาดคือเขาเห็นกล่องดังกล่าว

หลังจากที่ใส่รหัสแล้วก็เปิดกล่อง แน่นอนว่ามีเหล้าสมุนไพรชิงหลินวางอยู่ 3 ขวด

ภาพนี้ทำให้เขาต้องยิ้มเยาะให้อาเล็ก

เมื่อก่อนแม่งไม่เห็นจะสนใจสูตรเสริมหยางสร้างใต แต่ทีตอนนี้ล่ะก็... ฮึ่ม...

แล้วเสียงของหลี่ไข่ก็ดังมาจากโทรศัพท์มือถือ “แล้วก็อย่าลืมพูดถึงฉันดี ๆ ล่ะ อย่ามาทรยศกันช่วงจังหวะเป็นตายนาเว่ย!”

“ไม่ต้องห่วงหน่าอาเล็ก ยังไงผมก็เป็นหลายชายสุดที่รักของอาเลยนา พวกเรามีสุขร่วมเสพมีทุกข์ร่วมต้านตอนอยู่ตระกูลหลี่มาโดยตลอดแล้วผมจะไปทรยศอาได้ยังไงกันเล่า” หลี่ชิงพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“ผมไม่ทรยศหรอก เด๋วผมจะพูดถึงอากับหมอถังแบบดี ๆ ให้ รับรองเลยว่าปู่กับย่าจะต้องรักหมอถังมาก ๆ”

เขาไม่ได้โกหก เพราะปู่กับย่ารักหมอถังมากจริง ๆ

หลี่ไข่ได้ยินคำรับรองของหลี่ชิงก็กล่าวขอบคุณ “ขอบใจนะหลี่ชิง แกยังคงเป็นที่พึ่งยามยากให้ฉันได้เสมอเลย”

“อยู่แล้ว!” หลี่ชิงตอบด้วยรอยยิ้ม

หลังจากวางสายเขาก็หยิบเอาเหล้าสมุนไพรชิงหลินออกมาทั้ง 3 ขวดแล้วกอดอย่างมีความสุข

แต่เมื่อเหลือบมองไปยังกล่องเปล่าก็นึกถึงเรื่องที่ปู่บอกว่าอาเล็กอายุปูนนี้แล้วพึ่งจะมีแฟนซึ่งก็คือหมอถัง... จากนั้นก็ยอมเอาขวดหนึ่งวางกลับลงไปด้วยความสำนึกผิดในที่สุด

เฮ่อ~ ใครใช้ให้อีกฝ่ายเป็นอาเล็กที่สนิทกันที่สุดในตระกูลกันล่ะเนอะ

จบบทที่ บทที่ 269: น้ำใจครั้งนี้ยิ่งใหญ่นัก! นี่คืออาเล็กสุดที่รักเลยเชียวนะ!

คัดลอกลิงก์แล้ว