เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 256: เถ้าแก่ขี่ม้าหล่อมาก! จู่ล่งไม่ใช่เหรอ?

บทที่ 256: เถ้าแก่ขี่ม้าหล่อมาก! จู่ล่งไม่ใช่เหรอ?

บทที่ 256: เถ้าแก่ขี่ม้าหล่อมาก! จู่ล่งไม่ใช่เหรอ?


บางครั้งคนเราก็เกิดอาการจิตตกแบบไม่ทันตั้งตัว ซึ่งก็มักจะเกิดจากการถูกกระทบกระเทือนอันยากที่จะยอมรับได้โดยบังเอิญ

ในขณะนี้ผางโป๋รู้สึกว่าจิตใจของตนพังทลายลงมือที่ยื่นไปยังค้างอยู่กลางอากาศด้วยความเงิบทำอะไรไม่ถูก

ที่สุดจะเชื่อคือท่าทางรังเกียจที่ม้าแสดงออกมันชัดเกินไป

คงจะดีถ้าเป็นแค่เรื่องบังเอิญ แต่ถ้าไม่ใช่เรื่องบังเอิญล่ะ ใครจะเชื่อว่าตัวเองจะโดนม้ารังเกียจเอา?

ผางโป๋ชักมือกับเขิน ๆ แล้วกันไปเห็นราชาม้ากำลังเอาหัวถูตัวเถ้าแก่อย่างรักใคร่ ส่วนเถ้าแก่ก็ลูบแผงคอของมันทำให้มันฟินจนร้องฮี้ ๆ ออกมาอย่างมีความสุข

ใคร ๆ ก็ได้ยินเสียงอันเบิกบานนั้น

เหมือนเพลง ‘หนี่หนงหว่อหนง’ ดังขึ้นมาเลย

พอคิดว่าม้านี่เป็นของเถ้าแก่ผางโป๋ก็ไม่รู้สึกแปลกใจ เพราะม้าระดับสูงพวกนี้มักจะฉลาดหลักแหลมกว่าม้าทั่ว ๆ ไปซึ่งจะผูกพันกับเจ้าของมาก ๆ

ดังนั้นในนิยายหรือในหนังในละครจึงมีเรื่องราวที่ม้าวิ่งไปช่วยเจ้าของอยู่บ่อย ๆ เพราะเรื่องแบบนี้มันมีอยู่จริงมาตั้งนานแล้ว

“เถ้าแก่ครับ ม้านี่ไม่ใช่พันธุ์ธรรมดาทั่วไปใช่มั้ยครับ?” ผางโป๋เดินเข้ามาหาและชื่นชมขนสีขาวจั๊วะของเสี่ยวชี

“ม้าพันลี้ชื่อเสี่ยวชีน่ะ จากนี้ไปก็ให้คนดูแลมันดี ๆ ด้วย” ฉินหลินอธิบาย

“ม้าสิงโตหยกนั่นเหรอครับ!” ผางโป๋รู้สึกประหลาดใจ

แม้จะไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องสายพันธุ์ของม้าแต่ก็พอมีความรู้พื้น ๆ อยู่บ้าง

ในตอนแรกม้าสิงโตหยกไม่ได้หมายถึงม้าพันลี้เท่านั้น แต่ยังหมายถึงม้าขาวชนิดที่ขาวหมดจดโดยไม่มีขนสีอื่นปนเลยแม้แต่เส้นเดียว

ในประวัติศาสตร์และนวนิยายมีม้าสิงโตหยกและม้าพันลี้ที่โด่งดังเกินไป

ตัวแรกคือม้าสิงโตหยกของจู่ล่ง เพียงแต่ม้าสิงโตหยกตัวนั้นไม่ได้ถูกเรียกว่าม้าพันลี้ในตอนนั้น จะบอกว่ามันคือบรรพชนของม้าพันลี้ก็ว่าได้

กองกำลังม้าขาวของกงซุนจ้านเองก็เป็นม้าพันลี้รุ่นหลัง

สมัยราชวงศ์จิน ม้าสิงโตหยกขององค์ชายหวานเหยียนกับม้าสิงโตหยกที่สังหารเฉาไก้ที่สุยหู่จ้วนต่างก็เป็นม้าพันลี้

ดังนั้นหลายคนจึงมองว่าม้าพันลี้ที่ขาวเหมือนหิมะชนิดนี้คือม้าสิงโตหยก

ยิ่งไปกว่านั้นม้าพันลี้ยังเป็นตัวเลือกนัมเบอร์วันในการหมู่ม้าศึกของจีนไม่ว่าจะสมัยราชวงศ์ซ่ง ราชวงศ์หมิง ยันปลายราชวงศ์ชิง

ใครจะไปนึกล่ะว่าเถ้าแก่จะมีม้าสิงโตหยกด้วย

ผางโป๋ไม่มีคุณสมบัติที่จะได้เห็นม้าชนิดนี้จริง ๆ ‘อยากจับโว้ย อยากขี่ด้วย!’

ทว่าพอนึกถึงสีหน้าขยะแขยงของม้านั่นแล้วถ้าไปแตะจะโดนถีบป่าวนิ?

‘แต่ถ้าต้องสอนเถ้าแก่ขี่ล่ะก็ยังไงก็ต้องสาธิตให้ดูด้วยตัวเองใช่ปะ แบบนั้นก็ไม่น่าจะโดนถีบใช่มะ?’

พอคิดได้ดังนั้นก็เริ่มอยากถามเถ้าแก่แล้วว่าสนใจเรียนขี่ม้ามั้ย แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรออกไปเจ้าม้ามันก็ร้องใส่เถ้าแก่อย่างกระตือรือร้นจากนั้นเถ้าแก่ก็พลิกตัวขึ้นขี่บนหลังม้า การเคลื่อนไหวไหลลื่นเรียบร้อยดูหล่อเท่ห์เหลือหลาย

“...” ผางโป๋ตกตะลึง ดูเหมือนเถ้าแก่จะไม่จำเป็นต้องให้สอน

ทันทีที่ฉินหลินขึ้นม้าเสี่ยวชีก็วิ่งออกไปไปด้วยกำลังทั้งหมด ถังเจิ้นที่ได้ยินมันร้องเมื่อกี๊เขาก็ฟังออกว่ามันเรียกให้เขาขี่

ฮี้ ๆ~

เสี่ยวชีส่งเสียงร้องอย่างร่าเริงอีกครั้งและเร่งความเร็วขึ้นวิ่งออกไปไกล ฉินหลินอยู่บนหลังม้าอย่างมั่นคงด้วยสกิลขี่ม้า

พวกเทรนเนอร์ตกตะลึงไปเลย

“เถ้าแก่สุดยอด!”

“เถ้าแก่ขี่ม้าได้อย่างหล่ออะ”

“เท่ห์กว่าพี่ผางอีก”

“...” ผางโป๋พูดไม่ออก

เพราะทักษะการขี่ของเถ้าแก่นั้นดีจริง ๆ ท่าทางที่เห็นตอนนี้อย่างกับช่ำชองมานานแสนนาน

ด้วยความเร็วที่สุดยอดขององค์ราชาที่ตอนนี้ยังเร็วขึ้นเรื่อย ๆ นั้นไม่รู้ทำไมเถ้าแก่ถึงยังชิล ๆ อยู่ได้ แล้วก็ไม่รู้ทำไมถึงยังเท่ห์อยู่ได้อีก!

เถ้าแก่ตอนนี้ราวกับขุนศึกที่ขี่ม้าตะลุยสนามรบในสมัยโบราณ ด้วยท่าทางอันเป็นอิสระนั่นหากมีหอกซักเล่มกับเกราะเงินเท่ห์ ๆ ล่ะก็มันจู่ล่งชัด ๆ เลยไม่ใช่เรอะ!

ทุกคนที่เห็นฉากนี้ล้วนอินไปกับมันมาก ส่วนฉินหลินนั้นเป็นผู้เดียวที่รู้ว่าการที่ตัวเองหล่อก็เพราะโบนัสจากสกิลขี่ม้าท่วงท่า +1

ที่ด้านหลังมีม้าทั้ง 55 ตัวออกวิ่งตามเสี่ยวชีอีกรอบ จากเสียงกีบม้านี่หากใครมาได้ยินอาจคิดไปเองว่าเป็นกองทหารม้าออกโจมตีข้าศึกก็เป็นได้

...................................................................................…

พื้นที่กางเต็นท์

ภายใต้การนำของเกาเหยาเหยานักท่องเที่ยวกลุ่มของหยางตงได้ทดลองใช้เต็นท์ ถุงนอน เสื่อ... ฯลฯ กันอย่างกระตือรือร้น

หยางตงกับหูจิงต่างก็เป็นคนใต้ เอาตรง ๆ ก็ไม่ได้นอนเต็นท์มากว่า 20 ปีแล้ว ยิ่งเป็นเต็นท์ระดับไฮเอนด์ที่ออกแบบและสร้างขึ้นมาอย่างประณีตนี่บอกเลยว่าเกิดมาก็พึ่งเคยโดน

อุปกรณ์รองนั่งและสิ่งของต่าง ๆ ที่ลองใช้นั้นขนาดเอามาใช้ในเต็นท์ยังสบายเลย

อย่างน้อย ๆ เต็นท์ทุกหลังเวลานอนก็รู้สึกดีและสัมผัสได้ถึงการใช้ชีวิต

ถ้าถามว่าอันไหนดีอันไหนไม่ดีล่ะก็บอกเลยว่าตอบยาก

ตอนนี้พวกเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกมีส่วนร่วมในการเลือกสรรสิ่งที่ดีที่สุด และในเมื่อด้านความสะดวกสบายมันเลือกยากนักงั้นก็ต้องวัดกันที่หน้าตาแล้วล่ะ

ในไม่ช้าพวกหยางตงก็ทดลองกันจนเสร็จและไปลงทะเบียนตัวเลือกของตนกับเกาเหยาเหยา

เกาเหยาเหยาเช็กข้อมูลที่นักท่องเที่ยวเลือกอย่างระมัดระวัง ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วเต็นท์ทุกหลังล้วนถูกนักท่องเที่ยวเลือก แต่ที่มากที่สุดคือเต็นท์ของบริษัทอุปกรณ์เอาท์ดอร์เชิ่งตัวย่า

การออกแบบเต็นท์ของบริษัทนี้เรียบง่ายและใช้งานสะดวก มีอุปกรณ์ที่ใช้อำนวยความสะดวกที่ทำจากไม้ทำเป็นรูปทรงกรวย อีกทั้งสีของเต็นท์ยังดูสบายตาด้วย

มีการวางโต๊ะเก้าไม้ขนาดเล็กไว้หน้าเต็นท์อย่างประณีต

แม้โครงสร้าเต็นท์จะไม่ได้ดีเท่ากับของบริษัทอื่น ๆ แต่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ของกลุ่มนี้กับเลือก

บริษัทอื่น ๆ นั้นทำออกมาค่อนข้างหรูหราและจะดีกว่าบริษัทนี้แน่นอน หากเอาตั้งไว้ที่อื่นล่ะก็ไม่ว่าจะดูยังไงก็ดีกว่า ทว่าพอเอามาตั้งบนพื้นหญ้าแล้วกลับดูรก ๆ เหมือนส่วนผสมที่ไม่ลงตัว

ดังนั้นสไตล์เรียบง่ายที่ตรงกันข้างจึงเข้ากับทุ่งหญ้าได้ดีมากกว่า

เกาเหยาเหยาได้เช็กดูโดยพื้นฐานแล้วซึ่งเธอก็พบว่าแม้สไตล์จะเรียบ ๆ แต่ด้านความสะดวกสบายแล้วไม่แพ้ของบริษัทอื่น

นี่คือคีย์หลังของเรื่องนี้

ต่อไปก็ต้องรอจนกว่านักท่องเที่ยวอีก 5 คนที่เหลือจะมาเลือก หลังจากสำรวจความคิดเห็นจนครบหมดแล้วถึงค่อยได้ข้อสรุป

หลังจากทุกคนเลือกกันเสร็จแล้วเกาเหยาเหยาก็บอกกับนักท่องเที่ยวว่า “ขอบคุณทุกท่านที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้นะคะ เดี๋ยวขอเชิญคุณลูกค้าทุกท่านตามไปรับของขวัญและบัตรส่วนพิเศษเพื่อเป็นการขอบคุณได้เลยค่ะ”

ของขวัญและบัตรส่วนลดเป็นเรื่องธรรมดาทั่วไปที่ต้องแจก นอกจากนี้หลังจากที่จัดตั้งแผนกบริการเสร็จสมบูรณ์แล้วจะมีการแจกของขวัญและบัตรส่วนลดจำนวนหนึ่งในทุก ๆ เดือน และคนที่ต้องจัดสรรเรื่องนี้ก็คือเธอที่เป็นผู้จัดการฝ่ายบริการนั่นเอง

พวกหยางตงที่ได้ยินว่าจะได้ของฟรีก็ตามเกาเหยาเหยาขึ้นมินิบัสด้วยใบหน้ามีความสุข

ไม่นานรถก็วิ่งผ่านสนามแข่งม้าอีกครั้ง

แต่ครั้งนี้พวกหยางตงต้องแปลกใจเพราะเห็นฝูงม้าที่กำลังควบอย่างเร็ว โดยเฉพาะม้าขาวที่วิ่งนำมาซึ่งมีคนขี่อยู่ด้วย

“หล่อโคตร!” หูจิงชื่นชมอย่างอดไม่ไหว เธอเคยดูซีรีส์มามากมายที่มีการขี่ม้า แต่เธอไม่เคยคิดเลยว่าจะมีใครที่ขี่ม้าได้หล่อเท่ห์ถึงเบอร์นี้

หยางตงได้ยินก็วิตกเล็กน้อย แต่ก็ต้องยอมรับว่าไอ้หนุ่มหลังม้านั่นมันเท่ห์ระเบิดจริง ๆ ม้านั่นวิ่งโคตรเร็วเลย ขนาดตัวเองแค่นั่งดูไม่ได้เป็นคนขี่ยังหวาดเสียวไม่รู้ว่าไอ้หนุ่มหลังม้านั่นยังทำเท่ห์อยู่ไม่เปลี่ยนได้ยังไง

นักท่องเที่ยวบนมินิบัสต่างควักมือถือออกมาถ่ายกันอีกรอบ ในสังคมที่มีมือถือติดตัวตลอดเวลานั้นการบันทึกฉากที่สวยงามทุกที่ทุกเวลาไม่ใช่แค่คำพูดลอย ๆ ไม่มีมูล

เกาเหยาเหยาที่เห็นฉินหลินขี่อยู่บนหลังเสี่ยวชีเธอก็จำได้ทันทีว่านั่นเถ้าแก่

เธอคิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าเถ้าแก่ของเธอยังมีความสามารถแบบนี้ด้วย อะไรจะเก่งแท้

และในไม่ช้าม้าก็วิ่งผ่านไป พวกหยางตงก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากนั่งมินิบัสออกจากฟาร์มไป

ฉินหลินควบม้าด้วยสกิลขี่ม้า ความเร็วของเสี่ยวชีก็เพิ่มขึ้น ๆ เรื่อย ๆ ตัวเขาเองก็ยิ่งตื่นเต้นขึ้นตามไปด้วย

ยิ่งไปกว่านั้นสนามแข่งขนาด 300 หมู่เมื่อเทียบกับพื้นที่ในเกมแล้วเสี่ยวชีได้วิ่งอย่างมีความสุขมากกว่า ทำให้เขาสัมผัสได้ถึงความเร็วอันน่าหลงใหล มันช่างตื่นเต้นยิ่งกว่าขับ BMW ซะอีก

หลังจากวิ่งจนสาแก่ใจแล้วแล้วฉินหลินก็บังคับเสี่ยวชีให้วิ่งกลับไปที่เดิม

พวกเทรนเนอร์ต่างก็เฝ้ามองด้วยแววตาชื่นชม

ดวงตาของผางโป๋ก็เต็มไปด้วยความเคารพเช่นกัน

ฉากเมื่อกี้ได้บอกเขาว่าฝีมือการขี่ม้าของเถ้าแก่นั้นสูงมาก สูงกว่าตัวเขาเองด้วย

“ช่วยดูแลเสี่ยวชีให้หน่อยล่ะ” หลังจากที่ฉินหลินลงจากหลังม้าเขาก็สั่งพวกผางโป๋มาดูแลต่อ และเมื่อเขากำลังจะเดินจากไปเสี่ยวชีก็ร้องเรียกอย่างไม่เต็มใจ

เขาก็เลยปลอบโยนมันอยู่ครู่หนึ่งจนมันยอมเชื่อฟังจากนั้นก็ออกจากทุ่งหญ้าไปที่บ้านไร่

หลังจากมาถึงบริเวณออฟฟิศของบ้านไร่แล้วจ้าวโม่ชิงก็ได้เรียกเขาไปที่ห้องทำงานของเธอ

เกาเหยาเหยาเองก็อยู่ด้วย ซึ่งเมื่อเห็นฉินหลินเข้ามาก็ส่งสายตาชื่นชมใส่

“นี่ ๆ เหยาเหยา อย่ามองแบบนั้นสิมันเขินนะเอ้อ” ฉินหลินสังเกตเห็นสายตาของเกาเหยาเหยาและพูดติดตลก

เกาเหยาเหยาก็รีบอธิบายว่า “ก็ตะกี๊หนูเห็นเถ้าแก่ขี่ม้าด้วยอะ อย่างหล่อเลย!”

“เธอเห็นด้วยเหรอ!” ฉินหลินผงะ

เกาเหยาเหยาพยักหน้า “อื้ม ๆ มีนักท่องเที่ยวเห็นตั้งหลายคนนะ ทุกคนต่างก็ชมว่าหล่อว่าเท่ห์ทั้งนั้นเลยค่ะ”

“...” ฉินหลินขมวดคิ้ว ตัวเขามักจะทำตัวพื้น ๆ ไม่ต้องการแสร้งทำเป็นเก่งต่อหน้านักท่องเที่ยวเลย

ถ้าเกิดมีคนเอาคลิปวิดีโอนั่นไปโพสต์ลงโซเชียลล่ะก็จะต้องกลายเป็นกระแสแน่ ๆ

เขาไม่ต้องการให้ตัวตนของตนถูกเปิดเผยสู่สาธารณะ เพราะนั่นจะทำให้สูญเสียความชิล ๆ ที่มีอยู่ในตอนนี้ไป

จ้าวโม่ชิงสนใจในหัวข้อนี้ขึ้นมา “เธอไปขี่ม้ามาเหรอ? ยังไม่ลืมตอนสมัยเรียนมหาลัยสินะ”

เธอรู้ว่าฉินหลินเคยไปเรียนม้ากับเพื่อนเศรษฐีรุ่นสองสมัยมหาลัย แต่ก็ไม่คิดว่าผ่านมานานขนาดนี้แล้วเขายังไม่ลืมอีก

ก็เหมือนกับไปสอบใบขับขี่มานั่นแหละ ถ้าสอบมาแล้วแต่ไม่แตะต้องรถเลยตลอดครึ่งปีจู่ ๆ จะให้ไปขับลงถนนใหญ่เลยมันก็ไม่กล้าเหมือนกันนับประสาอะไรกับขี่ม้า

“อือฮึ” ฉินหลินยอมรับอย่างง่ายดาย

แล้วจ้าวโม่งชิงก็ส่งรูปถ่ายและเอกสารให้ฉินหลิน “นี่เป็นเต็นท์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดที่นักท่องเที่ยวกลุ่มแรกเลือกในพื้นที่กางเต็นท์ ถ้านักท่องเที่ยวกลุ่มที่สองส่วนใหญ่เลือกอันนี้อีกเราจะเลือกร่วมมือกับบริษัทนี้เลย”

ฉินหลินรับข้อมูลมาดู บริษัทขายเต็นท์แห่งนี้มีชื่อว่าเชิ่งตัวย่า เต็นท์ที่ใช้มีสไตล์เรียบง่ายเข้ากับทุ่งหญ้าสีเขียว

แล้วถ้าเกิดเอาไม้ประดับขนาดเล็กมาปลูกในพื้นที่นั้นด้วยล่ะก็แจ่มเลย

“เต็นท์ของบริษัทนี้ค่อนข้างเหมาะกะทุ่งหญ้าเราพอดี ถ้าเธอว่าดีก็จัดเลย” ฉินหลินอ่านข้อมูลเสร็จก็ยิ้มตอบ

หลังจากตัดสินใจเรื่องนี้แล้วขั้นตอนต่อไปคือการเตรียมรายละเอียดการเปิดฟาร์มและจะมีการสั่งสัตว์ชุดที่สอง

นอกจากสัตว์สวยงามที่มีมูลค่าสูงเช่นโคนมและหมูเล็กเนื้อหอมแล้ว ในทุ่งหญ้าก็ควรมีวัวกับหมูธรรมดาเสริมเข้าไปด้วย

ซึ่งสัตว์พวกนี้จะเลี้ยงไว้ให้ดูรวม ๆ แล้วสมเป็นฟาร์มมากขึ้นเท่านั้น

หลังจากที่ฉินหลินจากไปจ้าวโม่ชิงได้โทรหาหลินหลานจื่ออย่างเร็วโดยต้องการให้อีกฝ่ายทำประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวในฟาร์มโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะยังไงบ้านไร่ก็ลงทุนกับมันไปเยอะ... มาก...

หากโครงการนี้ไม่ดีล่ะก็จะล้มเหลวโดยสิ้นเชิงเลย

ทว่าเธอกลับคิดมากเกินไปอย่างเห็นได้ชัด เพราะว่าหลินหลายจื่อยังไม่ทันได้ทำอะไรเลยวันต่อมาบ้านไร่ชิงหลินก็ติดท็อปยอดค้นหาในโลกออนไลน์อีกแล้ว

เนื่องจากเมื่อวานกลุ่มนักท่องเที่ยวได้อัปโหลดคลิปวิดีโอที่ฟาร์มชิงหลินบนติ๊กต็อกโดยเฉพาะคลิปของนกยูงขาว

ด้วยโบนัสคุณสมบัติขึ้นกล้อง + 2 ของหญ้าแพรกทำให้ภาพทุ่งหญ้าเขียวขจีสุดลูกหูลูกตานั้นน่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างยิ่ง

และยังมีคุณสมบัติขึ้นกล้อง +2 ของนกยูงขาวอีกทำให้เมื่อประสานกับทุ่งหญ้าแล้วออกมาเลิศเลอจนไม่อาจละสายตาจากจอได้เลย

เนื่องจากบ้านไร่ชิงหลินมีลูกเล่นเจ๋ง ๆ อยู่เสมอจึงทำให้ความนิยมสูงอยู่ตลอด ขนาดฟาร์มยังไม่ทันได้เปิดก็มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวบ้านไร่และเฝ้ามองอย่างใจจดใจจ่อจากระยะไกล

แต่โอกาสอันดีก็มาด้วยเช่นกัน

เพราะเมื่อมีคนเอาคลิปภายในมาโพสต์อวดมันก็เกิดเหตุการณ์เหมือนกับตอนทะเลเฟื่องฟ้าและพื้นที่เข้าชมสะพานลอยน้ำซึ่งกลายเป็นที่นิยมในทันทีจนเกิดเป็น traffic pool

อีกทั้งผู้โพสต์ยังชอบใช้หัวตัวเองเป็นประกันเลยว่าที่นี่มันช่างมหัศจรรย์จริง ๆ หากใครพลาดระวังจะเสียใจอะไรประมาณนี้ด้วย

และแน่นอนว่าคลิปวิดีโอที่ร้อนแรงและน่าดึงดูดใจที่สุดไม่ใช่คลิปพวกนี้ แต่เป็นคลิปม้าขาวที่กำลังควบอย่างสุดกำลังกับชายหนุ่มบนหลังม้าที่อย่างเท่ห์

ในทุ่งหญ้าที่สวยงามและน่าหลงใหล ชายหนุ่มรูปงามควบม้าอย่างเท่ห์นี่ทำให้ใครเห็นเป็นต้องกรี๊ด

“ไอ้หนุ่มหลังม้านั่นจะเก่งเกินไปมั้ย นี่ถ้าล้มด้วยความเร็วขนาดนั้นกระดูกน่าจะแหลกเหลวไปทั้งตัว”

“เห็นหมอนี่ขี่ม้าแล้วนึกถึงในหนังขึ้นมายังไงม่ายรุ”

“ให้เวลาห้านาทีเอาข้อมูลน้อนคนนี้มาให้เดี๊ยนที เดี๊ยนอยากให้น้อนอุ้มไปขี่ไปบนม้าขาวตัวนั้ลอ่า~”

“หล่อโคตร ยอมเลยคุณเทพบุตรสุดหล่อ~”

“ไอ้หนุ่มหลังม้านั่นหล่อจริงไรจริง แถมตอนขี่ม้าขาวนี่นึกถึงขุนศึกม้าขาวในหนังเลยอะ พี่ขอจัดชุดเกราะเท่ห์ ๆ ตัวนึงเลย อยากรู้ว่าเกราะเท่ห์แค่ไหนก็เข้าไปดูได้เลยไอ้น้องงงงงงง”

เมนต์บนนี่ได้ดึงดูดความสนใจของคนอ่านจนมีคนมากดไลค์กันนับไม่ถ้วน นอกจากนี้ยังกดเข้าไปดูในเพจของผู้โพสต์และเห็นคลิปวิดีโอเกี่ยวกับชุดเกราะขึ้นตรึม

มีคลิปหนึ่งที่แต่งคอสเพลย์ขุนศึกขี่ม้าขาวสวมเกราะเงินแถมยังมีถือหอกเงินด้วย

ส่วนคลิปวิดีโอของฉินหลินตอนขี่ม้าเนื่องจากโบนัสคุณสมบัติท่วงท่า +1 ให้คนที่ดูอดตะโกน ‘เชี่ย!’ ดัง ๆ ขึ้นมาไม่ได้

เพราะหล่อเกินเบอร์

ถ้าใส่เกราะเงินควบม้าขาวมาเต็มแรงล่ะก็จะต้องดูเหมือนจู่ล่งตอนยุทธการเตียงปันชัวร์เลย (ไม่รู้ใช่อันนี้มั้ยรู้แต่มันเท่ห์มาก)

ยิ่งกว่านั้นไม่แน่อาจจะเท่ห์กว่ากว่าจู่ล่งในจอก็เป็นได้

วิดีโอชุดเกราะและหอกในคลิปหลังบ้านอันนั้นกลายเป็นที่นิยมยิ่งกว่าคลิปต้นฉบับซะอีก

ฉินหลินถูกบังคับให้กลายเป็นที่นิยมไปโดยปริยาย และคลิปวิดีโอตอนที่เขาควบม้าก็ถูกรีโพสต์กันมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เขาถูกบังคับให้ต้องกลายเป็นเน็ตไอดอลไปซะอย่างนั้นเลย

จบบทที่ บทที่ 256: เถ้าแก่ขี่ม้าหล่อมาก! จู่ล่งไม่ใช่เหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว