เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 181: ฝูงปลาเลเวล 2 อันน่าทึ่ง! บ้านไร่ชิงหลินมีที่สวย ๆ แบบนี้ด้วยเหรอ?

บทที่ 181: ฝูงปลาเลเวล 2 อันน่าทึ่ง! บ้านไร่ชิงหลินมีที่สวย ๆ แบบนี้ด้วยเหรอ?

บทที่ 181: ฝูงปลาเลเวล 2 อันน่าทึ่ง! บ้านไร่ชิงหลินมีที่สวย ๆ แบบนี้ด้วยเหรอ?


หลังจากวันที่สิบห้าของปีตามปฏิทินจีนความปรารถนาของนักท่องเที่ยวที่อยากจะเดินทางเพิ่มขึ้นอย่างมาก

จำนวนผู้มาเที่ยวบ้านไร่ชิงหลินในแต่ละวันก็ค่อย ๆ ฟื้นตัวขึ้นมาอย่างช้า ๆ

เพียงแต่ต้องใช้เวลาอีกซักระยะกว่าจะฟื้นคืนสู่วันละ 3,000 คนได้สำเร็จ  ยังไม่ถึงช่วงระบาดหนักของนักท่องเที่ยวหลังปี

ในบ้านไร่

หลังจากขั้นตอนการทำสัญญาที่ดิน 5,000 หมู่เสร็จสิ้นบริษัทก่อสร้างโหยวเฉิงอี้เจี้ยนของซุนหมิงก็ลงพื้นที่กันอีกรอบ  พวกเขาเริ่มก่อสร้างส่วนคฤหาสน์บ้านไร่กับฟาร์มปศุสัตว์พร้อม ๆ กัน

จ้าวโม่ชิงดึงฉินหลินมายังถนนที่ยังปิดอยู่อย่างมีความสุข

เดินไปไม่นานนักก็มองเห็นทุ่งดอกไม้เป็นหย่อม ๆ

นี่คือทะเลดอกไม้รวมของบ้านไร่

มองเข้าไปด้านในจะเห็นดอกไม้ชนิดต่าง ๆ ปลูกไว้อยู่  แต่ละชนิดต่างมีสีสันสวยงามจัดวางอย่างเป็นระเบียบและไม่ซ้ำซากจำเจดูน่ามองมาก

ดอกไม้เหล่านี้ยังแค่พึ่งปลูกเท่านั้นและมันจะสวยงามกว่านี้อีกในอนาคต

ในการสร้างทะเลดอกไม้รวมนี้เรื่องที่ลำบากที่สุดคือชนิดของดอกไม้ที่แตกต่างกันย่อมมีฤดูกาลที่พวกมันจะบานต่างกันด้วย

ฉินหลินกอดจ้าวโม่ชิงจากด้านหลังแล้วกระซิบข้างหูว่า “จู่ ๆ พามาดูทะเลดอกไม้นี่แปลว่าอยากถ่ายพรีเวดดิ้งกันเร็ว ๆ เหรอ  จะว่าไปทะเลดอกไม้ก็ใกล้จะเสร็จแล้วนี่เนอะ”

“ฉันพาเธอมาเช็คความเรียบร้อยของทะเลดอกไม้ตะหากล่ะ!” จ้าวโม่ชิงกล่าวอย่างไม่ซื้อสัตย์

แต่แววตาที่กำลังปลื้มปริ่มของตนกลับไม่อาจปิดบังไว้ได้ซะงั้น

สุดท้ายแล้วเพราะเธอบอกว่าอยากถ่ายพรีเวดดิ้งในทะเลดอกไม้ฉินหลินถึงได้ตัดสินใจสร้างที่นี้ขึ้นมา

การได้ถ่ายภาพแต่งงานท่ามกลางทะเลดอกไม้แห่งนี้จะต้องเป็นสิ่งที่มีความสุขและน่าจดจำที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตแน่นอน

สองผัวเมียจูงมือกันเดินตรวจตราความเรียบร้อยเสร็จแล้วถึงเดินออกโดยผ่านแปลงนาใกล้ ๆ อ่างเก็บน้ำโดยในนามีต้นข้าวเขียว ๆ ถูกดำไว้อย่างสวย

“ฉินหลิน  พวกนี้คือข้าวหลวงเสียงสุ่ยจริงเหรอ?” จ้าวโม่ชิงถามอย่างมีความหวัง

เธอกินข้าวหลวงเสียงสุ่ยทุกวันดังนั้นเธอจึงรู้ว่าถ้าบ้านไร่ชิงหลินสามารถปลูกข้าวหลวงเสียงสุ่ยได้เองล่ะก็มันจะดีเพียงใด

“ถึงตอนนั้นเราไม่อาจใช้ชื่อข้าวหลวงเสียงสุ่ยได้น่ะ  ต้องตั้งชื่อพันธุ์ข้าวของเราเอง” ฉินหลินพยักหน้าตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

เขาไม่จำเป็นต้องปิดบังจ้าวโม่ชิง

“งั้นก็ชื่อข้าวชิงหลิน  ง่าย ๆ แต่ชัดเจน” จ้าวโม่ชิงพูดพร้อมคล้องแขนฉินหลิน

“ไปเช็กสะพานโป๊ะที่เล้าเป็นต่อ”

“ปะ!” ฉินหลินพยักหน้า

สะพานโป๊ะที่เล้าเป็ดสร้างเสร็จแล้วตั้งแต่เมื่อวาน

เฉินต้าเป่ยได้นำ รปภ.วิ่งบนสะพานวนไปวนมาซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายสิบรอบจนแน่ใจแล้วว่าไม่มีปัญหา

และบริษัทที่สร้างสะพานโป๊ะได้เปลี่ยนสนามรบไปสร้างสวนชมต้นแปะก๊วยที่ต้นแปะก๊วยคู่อายุ 500 ปีอยู่ตอนนี้

บริเวณเล้าเป็ดแตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง  มีทางทางเดินหินสวย ๆ ทอดอยู่รอบริมฝั่งอ่างเก็บน้ำให้นักท่องเที่ยวได้เดินเที่ยวชม

มีรั้วสไตล์ย้อนยุคที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษระหว่างเล้าเป็ดกับทางเดินหินเพื่อความปลอดภัยและป้องกันเป็ดวิ่งหนี

ทางเดินหินได้เชื่อมทางเข้า – ออกของสะพานโป๊ะทั้งสองด้าน

ฉินหลินพาจ้าวโม่ชิงไปที่สะพานโป๊ะจากทางเข้าตรงไปยังศาลา

จ้าวโม่ชิงมองไปที่ทิวทัศน์รอบ ๆ ด้วยดวงตาที่สดใส  เธอเคลิบเคลิ้มไปกับความสวยงามของแหนที่มาจากเกม  เป็ดสีขาวราวหิมะที่เล่นน้ำกระจายตัวอยู่ในแหนนั้นดูราวกับหลุดออกมาจากภาพวาดจริง ๆ

“ที่รัก  เธอน่าทึ่งจริง ๆ เลย” จ้าวโม่ชิงอดชื่นชมไม่ได้

“ก็ขนาดผ้าปูที่นอนยังเปียกชุ่มเหมือนไปแช่น้ำมาเลยนี่นา” ฉินหลินพูดอย่างภาคภูมิใจ

ใบหน้าสวยของจ้าวโม่ชิงเปลี่ยนเป็นสีแดงทันที  เธอรู้ว่าฉินหลินก็เป็นงี้แหล่ะ  ชินแล้ว

แต่คิดไปคิดมาเธอก็มองเขาแบบคาดโทษอีกครั้ง “ฉันจริงจังอยู่นะ!”

เธอชื่นชมสามีจริง ๆ อ่างเก็บน้ำธรรมดา + แหน + โป๊ะ + เป็ดแล้วก็ตู้มกลายเป็นฉากที่สวยงามขนาดนี้

ใครที่ไหนจะทำเช่นนี้ได้?  แม้แต่ปรมาจารย์ด้านการออกแบบฉากมืออาชีพยังทำไม่ได้เลยมั้ย?

เธอตัดสินได้เลยว่าทิวทัศน์ตรงหน้านี้ไม่ได้ด้อยไปกว่าทะเลเฟื่องฟ้าเลย

ทั้งสองเดินเล่นบนโป๊ะจนสมใจแล้วจ้าวโม่ชิงก็กลับไปห้องทำงานของตน

ฉินหลินไปที่โป๊ะข้าง ๆ เล้าเป็ดซึ่งในบริเวณนี้จะเห็นว่ามีกระชังปลาขนาดใหญ่แต่ตอนนี้ยังไม่มีปลา

ในเมื่อเล้าเป็ดก็มีแล้ว  โป๊ะก็มีแล้ว  กระชังก็มีแล้ว  จะขาดปลาได้ยังไงเล่า

ฉินหลินคิดว่าจะเอาปลาป่าเลเวล 1 และ 2 กว่า 800 ในเกมออกมา

แถมจำนวนปลาป่าเลเวล 2 ยังเยอะมากด้วย  หลังจากที่อัปเกรดเบ็ดตกปลาแล้วเวลาตกปลา 35 ตัวจึงมักเป็นปลาเลเวล 2 ไม่หนึ่งโหลก็เยอะจนถึง 20 ตัวทุกครั้งไป

ต่อให้ใช้รถบรรทุกที่มีอยู่ก็ตามแต่มันก็ยังต้องขนกันหลายรอบอยู่ดีเพราะปลามันมีแต่ตัวใหญ่ ๆ และยังต้องจัดการให้ดีด้วยเพราะจู่ ๆ จะไปขนมาจากโกดังเช่าดื้อ ๆ ไม่ได้

เนื่องจากปลาป่าหนัก 20 – 30 จินมันไม่ใช่ของหาง่าย  ขนาดเศรษฐีจะหากินซักครั้งยังยากเลย  แล้วจู่ ๆ จะให้เอามาพร้อมกันทีละเยอะ ๆ ง่าย ๆ นั้นมันจะทำให้แตกตื่นกันยกใหญ่เอาน่ะสิ  เผลอ ๆ อาจมีคนจับพิรุธได้อีกด้วย

ดังนั้นเขาจึงบอกจ้าวโม่ชิงว่าจะไปหาซื้อปลาจากเขตเมืองหมิง  แต่กลับขับรถไปอำเภอชาเฉิงโดยใช้เวลาชั่วโมงครึ่ง

อำเภอชาเฉิงอยู่ติดกับเขตเมืองหมิงและเดิมเคยเป็นเขตปกครองเมืองมาก่อน  แต่ตอนนี้ถูกถอดถอนออกจากการเป็นเขตเมืองเหลือแค่อำเภอและเขตเมืองหมิงก็เข้ามาแทน

หลังจากที่ฉินหลินมาถึงชาเฉิงแล้วเขาก็เสิร์จในเว็บไซด์หาเช่าโกดังชั่วคราวในย่านชานเมืองอันห่างไกลจากผู้คน

หลังจากเช่าโกดังแล้วฉินหลินก็หาข้องมูลแหล่งตกปลาในเขตเมืองหมิงและได้มา 4 แห่ง  จากนั้นก็สั่งซื้อลูกปลาตะเพียน, ปลาเฮย (ปลาช่อนอาร์กัส), ปลาเปี่ยน, ปลาคาร์พดำ 100,000 ตัว  และปลาที่โตเต็มวัยแล้วอีก 3,000 ตัว

ที่ซื้อปลาเหล่านี้เป็นเพราะมันเป็นชนิดเดียวกันกับที่จับได้ในเกมซึ่งส่งไปที่บ้านไร่ทุกวัน

หลังจากสั่งซื้อและกรอกที่อยู่ของโกดังที่เช่าเสร็จแล้วฉินหลินก็จ่ายเงินมัดจำพร้อมบอกข้อมูลติดต่อโดยสินค้าจะส่งให้พรุ่งนี้เที่ยง  จากนั้นเขาก็ขับรถกลับโหยวเฉิง

วันต่อมา

หลังจากที่ฉินหลินส่งสินค้าในเกมไปที่บ้านไร่แล้วเขาก็ไปที่ชาเฉิงทันที  ครั้งนี้เขาได้ซื้อภาชนะพลาสติกขนาดใหญ่สำหรับใส่ปลาขนไปที่โกดังเช่าชั่วคราวด้วย

เมื่อถึงแล้วเขาก็ปิดประตูโกดังและตรวจสอบโกดังอย่างละเอียดว่ามีรูให้ส่องหรือแอบติดกล้องไว้มั้ย?

ระวังไว้ 10,000 เท่าดีกว่าเสียใจภายหลัง

หลังจากยืนยันแล้วว่าไม่มีปัญหาเขาก็เข้าโลกในเกมพร้อมกับภาชนะพลาสติกที่ซื้อมา  จากนั้นก็หยิบเอาปลาที่เก็บไว้ในเกมใส่ลงภาชนะทีละตัว ๆ และเมื่อภาชนะเต็มแล้วเขาก็เอาออกจากเกมแล้วเอาใบใหม่กลับเข้ามาแทน

หลังจากเอาปลาป่าเลเวล 1 และ 2 จำนวนกว่า 800 ตัวออกจากเกมเสร็จแล้วก็โทรหาจ้าวลี่หยวน

ปลาทั้งหมดถูกเอาออกจากเกมแบบนี้ก็ต้องใช้บริษัทขนส่งช่วยขนอยู่แล้ว  และเมื่อจ้าวลี่หยวนมาถึงชาเฉิงก็คาดว่าปลาที่สั่งไว้ก็น่าจะมาถึงพร้อมกันพอดี

อำเภอโหยวเฉิง

จ้าวลี่หยวนกำลังอธิบายให้พวกหัวหน้าคนงานทั้งหลายฟัง “ช่วงนี้พวกนายต้องรับสมาชิงใหม่เพิ่มด้วยนะ  ธุรกิจซอสมะเขือเทศชิงหลินต้องห้ามละเลยแม้แต่นิดเดียว”

เนื่องจากบริษัทชิงหลินฟู้ดทำสัญญาธุรกิจการขนส่งกับทีมขนส่งของพวกเขา  อีกฝ่ายมีการขยายโรงงานดังนั้นพวกเขาเองก็ต้องขยายขนาดและรับคนเพิ่มด้วย

จ้าวลี่หยวนเห็นว่าฉินหลินโทรมาก็รีบรับสายทันที “สวัสดีครับฉินตงมีอะไรให้รับใช้ครับ?”

เขาให้ความเคารพฉินหลินเป็นอย่างสูงเนื่องจากทีมของเขาตอนนี้พึ่งพาธุรกิจการส่งซอสมะเขือเทศชิงหลินเพียว ๆ

“ช่วยพาคนมาที่ชาเฉิงหน่อยครับ  ผมอยากให้ขนส่งลูกปลา 100,000 ตัวกับตัวโตเต็มวัยอีก 3,000...” ฉินหลินบอกจ้าวลี่หยวนว่าเขาต้องการจะขนส่งอะไรและให้อีกฝ่ายประเมินราคามาเลย

จ้าวลี่หยวนก็ไม่กล้าลังเล  เมื่อวางสายแล้วก็พาคนตามที่รับสั่งไปยังโกดังที่ชาเฉิงตามตำแหน่งที่ปักหมุดมา

เมื่อจ้าวลี่หยวนพาคนมาถึงโกดังเขาก็เห็นว่ามีรถขนส่งจอดอยู่ข้างในแล้วและมีการขนกล่องใส่ปลาลงมาทีละกล่องสองกล่อง

นั่นคือลูกปลาและปลาโตเต็มวัยที่ฉินหลินสั่ง

จ้าวลี่หยวนลงจากรถมาก็ทักทายฉินหลินทันที “สวัสดีครับฉินตง  ใช่ปลาพวกนี้มั้ยครับ”

ฉินหลินพยักหน้า “เอาทั้งหมดนี่กลับไปบ้านไร่  แล้วก็ยังมีที่อยู่ในโกดังด้วย”

“ได้ครับ” จ้าวลี่หยวนพยักหน้า  และเมื่อรถบรรทุกส่งปลาออกไปเขาก็สั่งให้ลูกน้องของตนเริ่มขนปลาทั้งหมดใส่รถบรรทุกของทีมตน

ในตอนแรกไม่มีอะไรนอกจากปลาที่ฉินหลินสั่ง

แต่เมื่อจ้าวลี่หยวนพาคนเข้าไปในโกดังก็เป็นต้องตกใจกับภาพที่เห็น “เชี่ยปลาอะไรวะเนี่ย!”

ในปลาจำนวนมากเหล่านั้นมีตัวที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวอื่นซึ่งอาจหนัก 20 – 30 จินเลยมั้ง

ฉินตงนี่ซื้อปลาที่โคตรน่าทึ่งมาจนได้

เมื่อพวกลูกน้องเห็นปลาก็แทบจะตาถลนกันหมด

“หัวจ้าว...  ปลาพวกนี้มันใหญ่เวอร์”

“ใหญ่ขนาดนี่แค่ตัวเดียวเกิดมายังไม่เคยเจอเลย  แล้วนี่มาทีเดียวเป็นฝูง...”

“น่าจะเป็นปลาป่า!”

“...”

ปฏิกิริยาของคนเหล่านี้ก็เป็นไปตามที่ฉินหลินคาดไว้อยู่แล้ว  ตัวเขาที่เล่นเกมตกพวกมันทุกวันนั้นต้องเห็นจนเบื่อ...

ปลาป่าตัวใหญ่เป็นฝูงขนาดนี้ต่อให้เป็นนักตกปลาเลเวลเศรษฐีอย่างเฉินเชิ่งเฟยมาเห็นก็ไม่อาจอยู่สุขได้แน่นอน

แม้จ้าวลี่หยวนจะตกใจกับสิ่งที่เห็นแต่เขาก็ไม่ลืมหน้าที่และตะโกนสั่งลูกน้อง “รีบ ๆ ทำงานสิวะ!  แล้วเวลายกก็ระวังด้วย!”

หลังจากยกปลาทั้งหมดขึ้นรถแล้วฉินหลินก็ขับรถออกจากชาเฉิงพร้อมกับขบวนรถขนส่งของจ้าวลี่หยวนกลับมายังโหยวเฉิงโดยใช้เวลาชั่วโมงกว่า ๆ

เมื่อเขากำลังจะไปถึงบ้านไร่เขาก็โทรหาเฉินต้าเป่ยให้พาคนมารอขนปลาไว้ก่อน

ดังนั้นเมื่อมาถึงอ่างเก็บน้ำแล้วจึงพบว่าเฉินต้าเป่ยพาคนมารออยู่แล้ว  เมื่อรถหยุดก็เข้าไปช่วยพวกจ้าวลี่หยวนขนปลาลงมา

“มีปลาป่าเยอะขนาดนี้เลยเหรอครับเถ้าแก่” เฉินต้าเป่ยปีนขึ้นไปบนรถบรรทุกและต้องตกใจกับฝูงปลาป่าที่เห็น

ใช้เวลาไม่นานปลาที่นำกลับมาทั้งหมดก็ลงจากรถและทยอยถูกปล่อยลงอ่างเก็บน้ำ

ฉินหลินเดินไปที่โป๊ะขณะที่พวกเฉินต้าเป่ยแยกปลาไปปล่อยตามจุดต่าง ๆ ของกระชัง  เนื่องจากแหนใบหลิวจากเกมมีคุณสมบัติในการทำให้น้ำบริสุทธิ์  ผิวน้ำในบริเวณนี้จึงใสมากและสามารถเห็นปลาที่กำลังว่ายอยู่ในน้ำได้อย่างชัดเจน  โดยเฉพาะปลาป่าเลเวล 2 ขนาดใหญ่ที่แสนจะแข็งแรง

เมื่อเจ้าพวกเลเวล 2 มันมารวมตัวและว่ายน้ำไปด้วยกันแล้วมันช่างเป็นภาพที่ตื่นตาตื่นใจเสียจริงเชียว

บางทีนี่อาจกลายเป็นทิวทัศน์ที่น่าดึงดูดใจได้เช่นกัน

ลองคิดดูซิว่าการที่คนธรรมดาจะได้เห็นปลาขนาดใหญ่เป็นตัว ๆ น่ะมันยากขนาดไหน  แต่ที่นี่มีให้เห็นกันเป็นฝูง!

หยางตงเดินมาที่สะพานโป๊ะและมาหยุดอยู่ข้าง ๆ ฉินหลิน “นี่มูลเป็ดหมักครับเถ้าแก่”

เหล่าผู้เลี้ยงเป็ดได้สาดมูลเป็ดที่หมักแล้วลงในน้ำ

ทันทีที่มูลเป็ดกระจายตัวในน้ำปลาทั้งฝูงที่หนาแน่นก็ว่ายมาแย่งกันกันอย่างรวดเร็ว

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเจ้าตัวใหญ่มันเบียดผ่านเข้ามาทำเอาพวกตัวเล็ก ๆ กระเจิงกันหมด  เจ้าตะเพียนป่าตัวใหญ่ใจร้อนแอ่นตัวด้านหนึ่งให้เห็นแล้วว่ายโฉบอย่างแรงทำเอาพวกตัวเล็ก ๆ ที่ตกใจต้องแตกฮือ

ฉากนี้น่าตื่นตาตื่นใจมาก!

ฉินหลินถามหยางตง “นายคิดว่าทำบริการให้อาหารปลาดีปะ?  สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งก็มีการขายอาหารปลาให้นักท่องเที่ยวเอามาให้ปลากินด้วยหนิ  ใช่มะ?”

“น่าจะได้ครับ!  แล้วถ้าใช้เป็นให้ขี้เป็ดล่ะดีมั้ยครับ?”หยางตงพยักหน้าแล้วถาม

“...” ฉินหลินตกตะลึงกับคำถาม

‘ไอ้บ้านี่มันคิดบ้าอะไรของมันอยู่วะ?’

‘ให้อาหารเป็ดโดยให้นักท่องเที่ยวซื้ออาหารที่ทางเราทำเองเพราะกลัวเป็ดป่วย’

‘ก็เลยจะให้อาหารปลาโดยให้นักท่องเที่ยวซื้อขี้เป็ดที่ทางฟาร์มหมักเองว่างั้น?  มึงนี่ก็ช่างคิดมาได้เนาะ’

‘นี่เสียค่าโง่แพงกว่าจ่ายเงิน 25 หยวนเพื่อซื้อประสบการณ์การเป็นคนงานเก็บข้าวโพดอีกนาเว่ยโอเค้?’

หลังจากนั้นไม่นานเฉินต้าเป่ยก็ขึ้นมารายงาน “ปล่อยปลาทั้งหมดแล้วครับเถ้าแก่”

ฉินหลินพยักหน้าแล้วบอกหยางตงว่า “การเตรียมการที่นี่ใกล้จะเสร็จแล้ว  นายพาคนไปเช็กความเรียบร้อยดูอีกทีว่ามีอะไรขาดเหลืออีกมั้ย  ถ้าไม่มีให้ช่วยกันกับพวกเฉินต้าเป่ยทำป้ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องติดไว้ให้เรียบร้อย”

“หายห่วงเถ้าแก่  เดี๋ยวผมจัดให้อย่างดีเลย” หยางตงสัญญาทันที  เขาคงจะเป็นคนที่มีความสุขมากกว่าใครเมื่อพื้นที่ชมโป๊ะเปิด

เนื่องจากเขาเป็นผู้ดูแลการฝึกงานของพื้นที่ชมโป๊ะ  เขาแทบรอให้สถานที่นี้เปิดไม่ไหวแล้ว  และเมื่องานนี้สำเร็จตัวเขาเองก็จะได้เป็นพนักงานประจำพอดีเลยด้วย

หลังจากฉินหลินออกคำสั่งเสร็จก็เดินจากไป  ส่วนหยางตงกับเฉินต้าเป่ยพาผู้คนกลับไปวุ่นกับงานที่ได้รับมอบหมาย

เวลาผ่านไปจนเมื่อพระอาทิตย์เริ่มตกดินนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักเพื่อทำอาหารเองในช่วงมื้อเย็นต่างก็เริ่มมาลงทะเบียนที่โซนทำอาหารเองของร้านอาหารบ้านไร่

เฉินเสวี่ยเองก็เดินตามครอบครัวอันประกอบไปด้วยพ่อ  แม่  พี่ชาย  และพี่สะใภ้ไปที่ร้านอาหารด้วย

นี่เป็นครั้งที่สามที่เธอได้มาเที่ยวบ้านไร่ชิงหลิน

ครั้งแรกเธอกลับบ้านมาและบังเอิญมาเจอที่นี่เข้า  ครั้งที่สองเธอพาเพื่อนจากมหาลัยมาเที่ยวด้วยกันตามที่ตกลงไว้ (บทที่ 35, 127)

และครั้งนี้เธอมากับครอบครัว

ไม่รู้ทำไมเหมือนกันทะเลเฟื่องฟ้าของบ้านไร่ชิงหลินนี่ขนาดมาถึงสามครั้งสามคราแล้วก็ยังไม่เห็นจะเบื่อ  ซึ่งครั้งนี้เธอทั้งถ่ายรูปและถ่ายคลิปร่วมกับครอบครัวอย่างมีความสุข

“เสี่ยวเสวี่ยรีบมาเร็วเข้า  เวลาเดินอยู่อย่าเล่นมือถือสิ”

“ค่า~”

เฉินเสวี่ยพึ่งโพสต์รูปเสร็จและตอบกลับด้วยรอยยิ้มพลางเดินตามครอบครัวไป  แต่แล้วเธอก็หันไปเจอ รปภ. 2 คนยืนถือป้ายทำอะไรอยู่ก็ไม่รู้ข้าง ๆ ทางเดินหิน

ฉากนี้ได้ดึงดูดความสนใจของเธอ

เพราะถ้าเธอจำไม่ผิดที่มาเที่ยวก่อนหน้านี้ทั้ง 2 ครั้งทางเดินหินที่เห็นนั้นยังไม่มี  แต่วันนี้มีแล้วและมีการกั้นทางเดินไว้ด้วย

“หือ?  พื้นที่เข้าชมสะพานลอยน้ำ?”

เฉินเสวี่ยเข้าไปถาม รปภ.คนหนึ่งด้วยความสงสัย “เอ่อขอถามหน่อยได้มั้ยคะ  ตรงนี้ใช่พื้นที่เปิดใหม่รึเปล่า?”

รปภ.เมื่อเห็นว่าเป็นนักท่องเที่ยวสาวสวยที่ถามก็พยักหน้า “ครับ  พื้นที่เปิดใหม่ครับ”

จากนั้น รปภ.ทั้งสองก็เดินจากไปทำงานอื่นต่อ  ส่วนเฉินเสวี่ยนั้นอดความอยากรู้อยากเห็นไว้ไม่ไหวแล้ว

‘พื้นที่เปิดใหม่  ป้ายชื่อก็พึ่งถูกติด  แปลว่าตอนนี้ข้างในนั้นก็ไม่น่าจะมีนักท่องเที่ยวอยู่ใช่มั้ย?’

เธอไม่อาจระงับความอยากรู้อยากเห็นได้อีกเลยเดินเข้าไปข้างในอย่างหน้าตาเฉย  ในใจก็คิดว่าตนเองอาจเป็นนักท่องเที่ยวคนแรกที่ได้สัมผัสกับทิวทัศน์ในพื้นที่เปิดใหม่แห่งนี้ก็เป็นได้

เธอเดินไปตามทางเดินหินโดยลืมเรื่องที่ครอบครัวตะโกนเรียกเมื่อกี๊ไปซะสนิท

ไม่นานเฉินเสวี่ยก็เดินไปจนถึงพื้นที่เที่ยวชมบริเวณสะพานโป๊ะ  สิ่งแรกที่ดึงดูดสายตาของเธอคือทิวแถวของไผ่โมโซที่ใช้สร้างเล้าเป็ด

แม้ว่าเล้าเป็ดจะสร้างอย่างประณีตและมีความสวยงามอยู่บ้าง  แต่สิ่งก่อสร้างแบบนี้ก็ใช่ว่าจะไม่มีในสถานที่ท่องเที่ยวแห่งอื่น ๆ

แต่ก่อนที่จะทันได้ก้าวเข้าไปข้างในเฉินเสวี่ยก็เห็นร่างสีขาวราวกับหิมะกางปีกอันสง่างาม  รูปร่างของเจ้าของปีกคู่นั้นงดงามมาก ๆ

“หงส์?”

เฉินเสวี่ยอึ้ง ๆ ไป ‘บ้านไร่ชิงหลินเลี้ยงหงส์ด้วยเหรอ?’

ขณะที่เธอกำลังคิดอยู่นั้นเธอก็ได้เห็นเจ้า ‘หงส์’ ที่แสนสง่าตัวหนึ่งกระโจนลงน้ำ

“????”

เฉินเสวี่ยตกตะลึง ‘เป็ดงั้นเหรอ?  ไม่ใช่หงส์หรอกเหรอ?’

‘โม้ป๊ะเนี่ยยยยยยยยย!’

‘โลกเรามันจะไปมีเป็ดตัวใหญ่แบบนี้ได้ยังไงกัน?  นี่มันใหญ่กว่าหงส์อีกน้า~~~~~~~~~~!’

เฉินเสวี่ยเดินผ่านเล้าเป็นโดยที่ตาก็ยังถลึงมองมันอย่างไม่อยากจะเชื่อจนกระทั่ง...

พื้นที่ชมโป๊ะทั้งหมดปรากฏขึ้นแก่สายตาและจัดการตราตรึงเข้าไปในหัวใจ

‘จะสวยอะไรเบอร์นี่~~~~~~~~!’

โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีแสงยามพระอาทิตย์กำลังตกประกอบฉากด้วแล้ว  แหนที่มีสีตัดกับสีของพระอาทิตย์ยิ่งขับความงดงามของตัวมันเองออกมา

พื้นที่ตรงนั้นเต็มไปด้วยแหนเลเวล 2

คุณสมบัติสวยงาม +, ดึงดูดใจ +2 ผสมผสานกับความงามของพระอาทิตย์ตกดินได้สกดให้เฉินเสวี่ยต้องยืนดูอยู่แบบนั้น

เธอไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าบ้านไร่ชิงหลินจะมีทิวทัศน์แบบนี้ด้วย  ด้วยความเคยชินเธอได้หยิบมือถือขึ้นมาถ่ายทิวทัศน์อันสุดแสนงดงามตรงหน้าโดยไม่รู้ตัว

และเมื่อละสายตามามองจอมือถือเธอก็ต้องพบว่าบรรยากาศที่ถ่ายออกมามันช่างวิจิตรบรรจงราวกับงานศิลปะซะเหลือเกิน  แม้แต่ตัวเธอเองที่เป็นคนถ่ายยังรู่สึกว่าดูยังไงก็ไม่เบื่อ

พระอาทิตย์ตกที่สวยงาม  สระน้ำใสปกคลุมด้วยแหนสีเขียว!  นี่เป็นทิวทัศน์ที่สวยงามแตกต่างจากทะเลเฟื่องฟ้าไปคนละแบบอย่างสิ้นเชิง

‘ไม่ได้ ๆ ของดีแบบนี้ต้องส่งให้เพื่อน ๆ ที่หอพักดู  เอาให้อิจฉาตาร้อนจนอกแตกตายไปเล้ยยยยยยย...’

จบบทที่ บทที่ 181: ฝูงปลาเลเวล 2 อันน่าทึ่ง! บ้านไร่ชิงหลินมีที่สวย ๆ แบบนี้ด้วยเหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว