เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 111: การขยายโรงงาน! ขุดแร่หยก!

บทที่ 111: การขยายโรงงาน! ขุดแร่หยก!

บทที่ 111: การขยายโรงงาน! ขุดแร่หยก!


ตกกลางคืน

ในบ้านไร่ชิงหลินที่เดิมทีพลุกพล่านบัดนี้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ได้กลับออกไปแล้ว  จะเหลือก็แต่พวกตั้งเต็นท์ที่มีไม่กี่หลังโดยนักท่องเที่ยวข้างในเต็นท์ก็กำลังใช้เวลายามค่ำคืนไปกับความน่าตื่นเต้น

“เถ้าแก่ฉิน  พวกเราเลิกงานแล้วไว้เจอกันพรุ่งนี้ครับ” หัวหน้าหงพาลูกน้องมาบอกลาฉินหลินจากนั้นก็ขับรถสายตรวจออกจากบ้านไร่ไป

“อู้วู่วววววว!” เสียงร้องขอความช่วยเหลือของเจ้าวั่งไฉดังขึ้น

มันกระโดดเหยง ๆ ไปมาอยู่ตรงหน้าฉินหลิน  โม่ชิง  และหลินเฟิน  เพราะว่าบนหลังมันมีเจ้าชื่อเหมาเกาะอยู่แถมดูเหมือนมันจะสลัดยังไงก็ไม่ยอมหลุดด้วย  เจ้าตัวเล็กเหมือนอยากเป็นกระรอกตัวแรกของโลกที่ได้ขี่หมา  ส่วนเจ้าหมาก็ไม่อยากเป็นหมาตัวแรกของโลกที่ให้กระรอกขี่แล้วสุดท้ายก็มาจบที่สภาพแบบนี้

เมื่อเผชิญกับการขอความช่วยเหลือของเจ้าวั่งไฉทั้งจ้าวโม่ชิงและหลินเฟินเฝ้าดูอยู่เฉย ๆ ส่วนฉินหลินก็ดุไปว่า “ชื่อเหมาแกอย่ารังแกวั่งไฉสิ!”

‘เหมือนเห็นเด็กน้อยสองคนทะเลาะกันเลยเว้ย!’

เมื่อเห็นว่าเจ้านายทั้งสามไม่ยอมจับกระรอกออกให้เจ้าหมามันเลยแก้ทางโดยลงไปนอนเกลือกกลิ้งทำให้เจ้ากระรอกต้องโดนบีบให้หนีจากหลังมันและปีนขึ้นไปนั่งบนไหล่ของฉินหลินแทน

“งี้ด ๆ ๆ ๆ แง่ง” เจ้าวั่งไฉลุกขึ้นคร่ำครวญใส่ชื่อเหมาด้วยความไม่พอใจ

แล้วจู่ ๆ เกาเหยาเหยาก็วิ่งเข้ามาหา “เถ้าแก่คะ  ดูลิสต์การค้นหายอดนิยมของติ๊กต็อกสิ  เจ้าชื่อเหมาดังใหญ่แล้วค่ะ!”

ทั้งฉินหลินและจ้าวโม่ชิงหยิบมือถือออกมาไถดูและเปิดลิสต์ยอดการค้นหายอดนิยมของติ๊กต็อกก็เห็นว่ามีแต่เรื่องของเจ้าชื่อเหมาเต็มไปหมด  เป็นการค้นหาคลิปของมันที่นักท่องเที่ยวถ่ายไว้ได้จนมีหลาย ๆ คนก็อปปี้ไปลงช่องตัวเองและบางช่องมีคนไปกดไลค์กันเป็นแสน

คลิปดังกล่าวเป็นคลิปที่สาวสวยเอาลูกสนที่กัดไปแล้วครึ่งลูกให้เจ้าชื่อเหมาแล้วก็โดนมันชู้ตทิ้งด้วยความขยะแขยง  ก็ไม่รู้เหมือนกันว่านักท่องเที่ยวคนไหนที่ถ่ายไว้ทันแล้วเอาไปลงติ๊กต็อก

ชื่อคลิปว่า “กระรอกในบ้านไร่ชิงหลินก็มีหัวใจ  ต่อให้เป็นสาวสวยก็อย่ามาแหยมนะ!”

“ชื่อเหมาทำงั้นจริงเหรอ?” จ้าวโม่ชิงถามขึ้นหลังจากเห็นชื่อเหมาเตะลูกสนด้วยความขยะแขยง

คอมเมนต์ใต้คลิปสิยิ่งหนัก

“กระรอกน้อย:  แม่สาวปากเหม็นนี้อยากให้กูแดกน้ำลายเหรอวะ  ยากส์บอกเลอ!”

“โคตรเอา  แม้จะไม่ใช่เรื่องอันตรายแต่ก็ดูถูกกันเกิ๊น!”

“ต่อต้านกระรอกที่เอาคนมาฆ่าด้วยสายตารังเกียจ”

“กระรอกมันจะรู้ว่าคนสวยมีกลิ่นปากแล้วไงวะ  พวกมึงอะหลีกไปให้หมด  ถ้ากระรอกไม่ยอมจูบงั้นเด๋วพี่จูบเองก็ได้น้อง!”

“...”

ฉินหลินอ่านเมนต์ไปก็อมยิ้มไป

‘แม่สาวไฟหน้าคู่โตนั่นเห็นคลิปตัวเองแบบนี้จะอายม้วนต้วนเลยป่าววะ?’

“ฉินหลิน  ดูหมีตัวนี้สิมันฮ็อตกว่าเจ้าชื่อเหมาอีก” จู่ ๆ จ้าวโม่ชิงก็ยื่นมือถือที่เปิดคลิปที่กำลังมาแรงให้เขาดู

มันเป็นหมีดำสวมสวมจีวรพระเล่นโรลเลอร์สเก็ต (น่าจะอันนี้) แถมมันยังเล่นได้ชิล ๆ เลยด้วย

“เจ้าหมีนี่เป็นไซอิ๋วกลับชาติมาเกิดเรอะ!”

“แต่ชีวิตกูไม่ได้ชิล ๆ เหมือนหมีมันว่ะ!”

“เด๋วกระรอกเด๋วหมีดำ  อะไรวะหนิ  สัตว์ในติ๊กต็อกเด๋วนี้มันฉลาดกันเกินปุยมุ้ย”

สัตว์น่ารัก ๆ เหล่านี้มันจะแพร่ระบาดบนอินเทอร์เน็ตได้ง่าย ๆ เสมอ  ทำให้แม่สาวขายาวที่พึ่งจะดึงกระแสในติ๊กต็อกกลับมาได้นั้นต้องตกกระป๋องอีกรอบเพราะโดนเจ้าสัตว์สองตัวนี่ทุบตี

เมื่อเข้าชื่อเหมาปรากฏตัวขึ้นมาบ้านไร่ก็มีชีวิตชีวามากขึ้น

ตลอดหลายวันหลังจากนั้นบรรดานักท่องเที่ยวต่างก็แห่แหนกันมาหมายจะถ่ายรูปชื่อเหมาโดยเฉพาะ

แล้วก็มีเรื่องตลกไร้สาระเกิดขึ้นในบ้านไร่ด้วยในช่วงสองวันมานี้

คือมีนักท่องเที่ยวคนหนึ่งมาที่มาเที่ยวเป็นเพื่อนกันเพื่อนในบริษัท  แต่แล้วกลับมาป๊ะเข้ากับแฟนสาวของตัวเอง  และแฟนสาวคนนั้นเพิ่มเติมคือมีไอ้หนุ่มคนหนึ่งมาด้วย  แล้วเจ้าหนุ่มก็จัดการทุบตีไอ้หนุ่มด้วยความโมโห

หลังจากทุบตีเสร็จแล้วผู้หญิงคนนั้นก็บอกว่าคนที่มึงพึ่งตีคือพี่ชายกู!  แล้วด้วยความโมโหบ้างเจ้าหล่อนก็เลยบอกเลิกเจ้าหนุ่มพร้อมพาไอ้หนุ่มที่เป็นพี่ชายกลับไปเลย  ส่วนคนก่อเรื่องก็ถูกหัวหน้าหงใส่กำไลเงินคู่สวยพาไปที่ดี ๆ ที่มีข้าวกินฟรีสามมื้อเป็นเวลาสามวัน

นอกจากนี้เงินกองทุนพิเศษแนะนำองค์กรได้โอนเข้าบัญชีบริษัทชิงหลินฟู้ดแล้วด้วย

สรุปคือแม้ฉินหลินจะจัดการหนี้ครัวเรือนของตนเรียบร้อยแล้วก็ตาม  แต่เขากลับเป็นหนี้อำเภอเพิ่มเป็น 50 ล้านซะอย่างนั้น

แต่ครั้งนี้แม้ตัวเลขหนี้จะเยอะทว่าเขากลับไม่รู้สึกเร่งด่วนเหมือนเมื่อก่อน  กลับเต็มไปด้วยความหวังในอนาคต

เพราะหนี้ก้อนนี้แตกต่างจากหนี้ก้อนที่แล้วอย่างสิ้นเชิง

.............................................................…

ตอนบ่าย

แดดร่มลมตกเหมาะแก่การท่องเที่ยวหน้าหนาว

บ้านไร่ชิงหลินยังคงมีชีวิตชีวามากขึ้น

หลังจากรับโทรศัพท์จากเติ้งกวงแล้วฉินหลินก็ขับรถ BMW Series 5 ไปที่โรงงานทันที

นอกโรงงานเห็นว่ามีคิวยาวสองคิวเรียงกันอยู่  และมีโต๊ะสองตัวตั้งอยู่ที่หน้าประตูโรงงาน  มีผู้จัดการสองคนที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งจากโรงงานเดิมกำลังลงทะเบียนข้อมูลบุคคล

นี่คือการรับสมัครงาน

เงินจากทางอำเภอได้มาแล้วทำให้การขยายโรงงานจะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้  ดังนั้นจึงต้องเริ่มรับสมัครพนักงานก่อนเลยล่วงหน้า

ทันทีที่เติ้งกวงขึ้นรถเขาก็บอกว่า “คุณฉิน  เราได้ติดต่อทุกคนแล้วไปดูโรงงานทีละแห่งได้เลยครับ”

“อืม!” ฉินหลินพยักหน้า

กองทุนแนะนำองค์กร 30 ล้านของอำเภอได้โอนเข้ามาแล้ว  ดังนั้นจึงไม่แปลกที่พวกเขาจะต้องเอาเงินออกมาใช้เพื่อขยายขนาดการผลิตซอสมะเขือเทศชิงหลินโดยเร็วที่สุด

เงินทั้งหมดนี้มีดอกเบี้ย

วิธีที่เร็วที่สุดในการขยายธุรกิจคือการซื้อโรงงานสำเร็จรูปที่เหมาะกับการผลิตอาหาร  แบบนั้นเรื่องที่ต้องทำก็แค่ซื้อไลน์การผลิตที่ยังขาดอยู่และปรับจูนข้อบกพร่องในไลน์การผลิตเท่านั้น

ฉินหลินได้ใช้เงินกว่า 30 ล้านดังกล่าวนั้นในการซื้อไลน์การผลิตไปแล้ว  โดยเงินที่ใช้ซื้อโรงงาน  วัตถุดิบ  จ่ายค่าจ้างพนักงาน  และอื่น ๆ นั้นไม่ได้รวมอยู่ในนี้

มีทั้งหมด 35 ไลน์การผลิต

มีบริษัทเพียงไม่กี่แห่งในอำเภอโหยวเฉิงที่มีโรงงานซึ่งสามารถรองรับไลน์การผลิตจำนวนมากขนาดนี้ได้  และบริษัทที่มีโรงงานขนาดนี้จะไม่ขายโรงงานของตนแน่นอน  ดังนั้นบริษัทชิงหลินฟู้ดจึงต้องซื้อโรงงานหลายแห่งแทน

ในเขตเล็ก ๆ เช่นโหยวเฉิงไม่มีทางที่จะพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว  ทำได้เพียงรอให้บริษัทชิงหลินฟู้ดพัฒนาได้ดีขึ้นในอนาคตแล้วลงทุนสร้างอาคารโรงงานขนาดใหญ่ด้วยตัวเอง

ฉินหลินและเติ้งกวงไปดูสถานที่ทีละแห่ง ๆ และรู้สึกพึงพอใจมาก  ดังนั้นพวกเขาจึงดำเนินตามขั้นตอนต่าง ๆ อย่างรวดเร็วและเซ็นสัญญา

โรงงานเหล่านี้ได้รับการติดต่อจากทางอำเภอจริงแล้ว  ซึ่งบรรดาเจ้าของโรงงานเหล่านั้นย่อมไม่กล้าตุกติกอะไร  ทางอำเภอกังวลเรื่องซอสมะเขือเทศชิงหลินของเถ้าแก่ฉินมาก  แถมโรงงานเหล่านี้ก็ตั้งอยู่บนเขตอุตสาหกรรมด้วยทำให้แต่ละแห่งไม่ได้ห่างกันมาก

ฉินหลินรับพนักงานเดิมของโรงงานเหล่านั้นเข้าทำงานอยู่แล้วตามที่ได้ตกลง  โดยขั้นแรกให้พนักงานเดิมเหล่านั้นไปยังโรงงานแรกของบริษัทเพื่อทำความคุ้นเคยกับไลน์การผลิตซอสมะเขือเทศชิงหลินก่อน  ไม่อย่างนั้นต่อให้มีแรงงานแต่ยังไม่คุ้นกับงานล่ะก็ช่วงที่ไลน์การผลิตมาติดตั้งเดี๋ยวจะเสียเวลาเพิ่ม

หากพนักงานคุ้นเคยแล้วเมื่อไลน์การผลิตทั้ง 35 มาติดตั้งก็จะสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพทันที  ซึ่งบริษัทชิงหลินฟู้ดก็จะมีไลน์การผลิตทั้งหมด 42 ไลน์  แต่ละไลน์สามารถผลิตซอสมะเขือเทศได้ชั่วโมงละ 1,000 ขวด

บริษัทชิงหลินฟู้ดทำงานวันละ 2 กะ  กะละ 10 ชั่วโมง  หากรับสมัครเต็มจำนวนล่ะก็พนักงานน่าจะมีเกิน 600 คน

ถึงตอนนั้นกำลังการผลิตสูงสุดของบริษัทชิงหลินฟู้ดจะสูงถึงวันละ 840,000 ขวดขนาด 200 กรัม  ซึ่งจะไม่ใช่แค่พอให้เฉิงเหอเอาไปกระจายในมณฑลฝูเจี้ยน  แต่ยังพอต่อการกระจายออกไปสู่มณฑลอื่นด้วย

และปัญหาที่จะตามมาหลังจากนั้นคือเรื่องวัตถุดิบ  อำเภอโหยวเฉิงไม่มีวัตถุดิบอย่างมะเขือเทศมากมายที่จะตอบสนองการผลิตประเภทนี้  ดังนั้นจึงต้องมีการซื้อมะเขือเทศจากที่อื่นซึ่งจะมีราคาสูงกว่าและทำให้ต้นทุนสูงขึ้นอย่างผิดหูผิดตา

กระนั้นมันก็เพราะการพัฒนาที่เร็วเกินไปทำให้เรื่องนี้ยังไม่สามารถแก้ไขได้

ฉินหลินไปกับเติ้งกวงกว่าครึ่งวัน  หลังจากจัดการเรื่องโรงงานเสร็จแล้วก็ส่งต่อให้เติ้งกวงส่วนตัวเองก็ขับรถกลับไปที่บ้านไร่

เมื่อมาถึงโถงต้อนรับเขาก็เห็นเจ้าวั่งไฉนอนอยู่กับพื้นโดยมีเจ้าชื่อเหมากระโดดโลดเต้นอยู่บนหลังมัน

ดูเจ้ากระรอกน้อยจะสนใจหลังของเจ้าหมามากจริง ๆ

หลังจากโดนไปหลายวันเจ้าวั่งไฉก็เหมือนจะได้เรียนรู้แล้วว่าจะทำอะไรไปก็ไม่มีประโยชน์มันเลยต้องยอมรับชะตากรรมของตน

ที่เคานท์เตอร์จ้าวโม่ชิงก็กำลังยุ่งอยู่กับการแนะนำการทำงานให้สาว ๆ อีก 4 คนอยู่หน้าคอมพิวเตอร์

เป็นนักการเงิน 1 คนกับนักบัญชีอีก 3 ที่พึ่งจะรับเข้ามา

ด้วยการพัฒนาของบ้านไร่และบริษัทชิงหลินฟู้ดทำให้จ้าวโม่ชิงไม่สามารถทำงานเหล่านี้ทั้งหมดด้วยตัวคนเดียวได้  ดังนั้นจึงต้องหาคนช่วยแต่ฉินหลินนั้นแม้จะวางแผนรับสมัครคนอยู่แล้วก็เถอะ  ทว่าก็ยังไม่พบคนที่เหมาะสมกับงานนี้เลยมาพักใหญ่แล้ว

แล้วเมื่อไม่กี่วันก่อนได้บังเอิญมีการสอบข้าราชการประจำอำเภอขึ้นพอดี  เนื่องจากจ้าวโม่ชิงได้ลาออกจากกรมสรรพากรทำให้ต้องมีการรับคนเข้าทำงานในตำแหน่งของเธอใหม่  เมื่อทางอำเภอมีการประกาศรับสมัครสอบก็ทำให้มีคนที่จบเอกไฟแนนซ์และบัญชีหลายคนมาลองสมัครดู  แน่นอนว่าผลสุดท้ายจะมีเพียงแค่คนเดียวเท่านั้นที่จะได้งาน

คนเหล่านี้ต่างก็ต้องทำงานอยู่ที่บ้านเกิดของตนแน่นอนอยู่แล้วถึงได้สมัครสอบข้าราชการ  จ้าวโม่ชิงเลยฉวยโอกาสนี้ใช้เส้นสายของอาเขยเพื่อให้ตนได้เข้าถึงตัวคนเหล่านี้และทำการคัดเลือกมาทำงาน

ฉินหลินไม่ได้รบกวนจ้าวโม่ชิง  เขาไปนั่งที่โต๊ะข้างหน้าต่างพร้อมกับเปิดจอนั่งเล่นเกมสั่งตัวละครไปหาขุดแร่ในเหมืองน้ำพุ

ตอนชั้นที่ 1 เขาขุดเจอแผ่นหินลึกลับซึ่งมีสูตรซอสมะเขือเทศบรรจุอยู่ภายในทำให้เขาตั้งตารอเหมืองนี่มาก ๆ

ตัวละครได้ไปยังเหมืองชั้น 2 และเริ่มขุด

สิ่งที่ขุดขึ้นมาได้นั้นก็มีทอง  เงิน  และทองแดงมากมาย  ส่วนแผ่นหินลึกลับนั้นไม่เจอ  จะเจอก็แต่แจ้งเตือนแบบใหม่

[ขอแสดงความยินดี  ได้รับแร่หยกม่วง: เลเวล 1]

แร่หยกม่วง?

ไม่ได้เป็นหินหยกม่วงหรอกเหรอ?

จบบทที่ บทที่ 111: การขยายโรงงาน! ขุดแร่หยก!

คัดลอกลิงก์แล้ว