เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 96: ปลูกเฟื่องฟ้ากระถางสำเร็จ! สูตรจากนอกเกมเลเวล 1!

บทที่ 96: ปลูกเฟื่องฟ้ากระถางสำเร็จ! สูตรจากนอกเกมเลเวล 1!

บทที่ 96: ปลูกเฟื่องฟ้ากระถางสำเร็จ! สูตรจากนอกเกมเลเวล 1!


โรงพยาบาลโหยวเฉิง

จ้าวโม่ชิงนั่งรออยู่กับหลินเฟินในพื้นที่รอเรียก

ฉินหลินเดินมาพร้อมกับใบรายงานผลการตรวจของหลินเฟิน “ปะ  ไปพบหมอกัน”

หลังจากที่พ่อเสียแม่ก็สุขภาพไม่ดีต้องกินยา  พักฟื้น  และมาตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลเป็นประจำ

ซึ่งวันนี้เป็นวันที่หมอนัดพอดี

ทั้งสามได้มาถึงที่หน้าห้องตรวจของหัวหน้าแพทย์

โรงพยาบาลในอำเภอเล็ก ๆ ไม่เป็นที่นิยมดังนั้นเลยไม่มีการมานั่งรอคิวยาวเหยียดเหมือนในเขตเมืองซึ่งเป็นเขตปกครองใหญ่กว่า  แถวที่รอนั้นไม่ได้มีคนไข้มากนักจึงใช้เวลาไม่นานก็ถึงคิวของทั้งสามคน

“คุณหมอซู  นี่เป็นผลตรวจของแม่ผมครับ  ช่วยดูให้หน่อย” ฉินหลินส่งรายงานให้หมอทันที

หมอซูจำหลินเฟินได้  เป็นเคสเข้ารับการตรวจร่างกายตามปกติ

“คุณหมอซู  สถานการณ์ของฉันตอนนี้เป็นยังไงบ้างคะ?” หลินเฟินรู้สึกได้ว่าตัวเองมีสุขภาพดีขึ้นมากในช่วงนี้  แต่เมื่อนึกถึงอาการที่ผ่าน ๆ มาแล้วมันก็ยังเป็นกังวลจนต้องเข้ามาเช็คให้แน่ใจ

“เฮ่ย!” หมอซูอ่านผลการตรวจของหลินเฟินอย่างประหลาดใจ

“หายแล้วหนิ!  เดี๋ยว ๆ ๆ ๆ ช่วงนี้คุณพักฟื้นยังไงกันเนี่ย?”

“แม่ผมก็ดูแลตัวเองอย่างดีและกินยาตรงตามที่หมอบอกอะครับ” ฉินหลินชมเชยหมอด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า  ทว่าในใจนั้นรู้ชัดอยู่แล้วว่าเพราะอะไร

ฉันให้แม่กินปลาตะเพียนป่าเลเวล 2 กับข้าวหลวงเสียงสุ่ยเลเวล 2 ซึ่งมีคุณค่าทางโภชนาการ +2 มากมายต่อเนื่องหลายวันติดต่อกัน  ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจอะไรที่สุขภาพของแม่จะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  แถมข้าวหลวงเสียงสุ่ยยังมีคุณสมบัติวิตามินวีพีพี +2 ซึ่งช่วยชะลอความแก่ทำให้ตอนนี้ผมขาวบนหัวของแม่หายไปบางส่วนแล้วด้วย

ทางด้านหมอซูที่ได้ยินคำตอบของฉินหลินก็หัวเราะดีใจ  เพราะเข้าใจไปว่าใบสั่งยาของตัวเองล่าสุดนี่ดูจะได้ผลดีอย่างน่าตกใจจริง ๆ ดังนั้นเลยกะจะทำการศึกษามันอย่างละเอียดอีกรอบ

เพราะจากผลตรวจตรงหน้านี้เมื่อเทียบกับผลตรวจจากครั้งก่อนแล้วผลการรักษานั้นน่าทึ่งเป็นที่สุด

ดังนั้นหลังจากที่พวกฉินหลินทั้งสามออกจากห้องตรวจแล้วหมอซูก็ใช้คอมพิวเตอร์เปิดดูประวัติการรักษาของหลินเฟินเพื่อหาใบสั่งยาที่เขาสั่งให้หลินเฟินและเริ่มศึกษามันอย่างละเอียด

ฉินหลินพาคู่แม่ผัวลูกสะใภ้เดินไปยังลานจอดรถโรงพยาบาล  หลินเฟินนั้นมีรอยยิ้มเต็มใบหน้า  เพราะก่อนหน้านี่สุขภาพของเธอย่ำแย่เหลือเกิน  ทว่าตอนนี้กลับหายดีและไม่ต้องกินยาอีกต่อไปแล้ว

ก่อนที่ทั้งสามจะเดินไปถึงที่รถของตนก็เห็นคู่รักวัยกลางคนคู่หนึ่งลงจากรถคันหนึ่งมาพอดี

“เอ้อฮุย!” หลินเฟินร้องทักชายวัยกลางคนด้วยสีหน้าลำบากใจ

“น้องพี่  เธอมาตรวจร่างกายอีกงั้นเหรอ?” หลินเอ้อฮุยเห็นว่าเป็นหลินเฟินที่ร้องทักก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย

และหลังจากที่พูดจบก็ดูเหมือนจะกลัวจนไม่ให้โอกาสหลินเฟินพูดตอบและรีบตัดบทว่า “ลูกฉันไม่สบายเข้าโรงบาลน่ะ  ฉันต้องรีบไปดูก่อน”

พูดเสร็จก็เดินจากไปเลย  เมื่อเดินห่างออกไปแล้วก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกและเดินเข้าตึกโรงพยาบาลไป

เจ้าหมอนี่มันไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับครอบครัวของน้องสาวตัวเองเลย  เพราะมันกับพี่ชายเคยบอกไปแล้วว่าถ้าได้แต่งกับคนขายผักแล้วชีวิตจะลำบาก  ก็พิสูจน์แล้วมั้ยว่าที่บอกตอนนั้นน่ะเรื่องจริง?

ญาติแบบนี้จะทำอะไรได้อีกนอกจากมาขอยืมเงินจนส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของครอบครัว?  ไม่ดีเท่าลูกค้าในมือถือด้วยซ้ำ  เพราะอย่างน้อย ๆ เวลาลูกค้าสั่งซื้อของเงินส่วนนั้นก็ยังมีปันมาเป็นค่าคอมมิชชั่นได้บ้าง

ในลานจอดรถ

“เฮ่อ~” หลินเฟินถอนหายใจ

ตอนนี้เธอกับพี่ชายทั้งสองนั้นทำได้แค่ทักทายเมื่อเจอหน้ากันโดยบังเอิญเท่านั้น

จ้าวโม่ชิงเห็นได้ชัดว่ารู้สึกได้ถึงอารมณ์หดหู่ของหลินเฟินดังนั้นจึงจับแขนและปลอบใจว่า “แม่คะ  เดี๋ยวเราไปอาข้าวเช้าอร่อย ๆ กินกันเนอะ  เห็นแม่หนูบอกว่าจะมาชวนแม่ไปช้อปปิ้งที่ RT-Mart ตอนบ่ายด้วย”

“งั้นตอนบ่ายเดี๋ยวแม่โทรหาทางนั้นละกัน” หลินเฟินได้ยินก็อารมณ์เปลี่ยนเป็นพยักหน้ายิ้ม

เมื่อเห็นแบบนี้จ้าวโม่ชิงก็โล่งใจเช่นกัน

สิ่งที่เสียไปไม่มีวันได้คืนมา  หรือต่อให้ได้กลับมาก็ไม่มีวันเหมือนเดิม  หากยังยึดติดกับสิ่งเหล่านี้ก็รังแต่จะเสียเวลาไปเปล่า ๆ สู้เอาเวลามาทะนุถนอมสิ่งที่ยังมีอยู่จะดีซะกว่า

ตั้งแต่วินาทีที่ฉินหลินเห็นหลินเอ้อฮุยจนถึงตอนนี้เขายังคงมีใบหน้าสงบนิ่งเฉยเมยไม่ได้พูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว  ก็นะ  เวลาเจอกับ ‘คนแปลกหน้า’ จะให้ทำหน้ายังไงล่ะหืม?

“วันนี้แม่อยากกินอะไรเป็นพิเศษมั้ย?” ฉินหลินถามหลังจากขึ้นรถแล้ว  ก่อนตรวจร่างกายจำเป็นต้องงดอาหารตามเวลาซึ่งทำให้ตอนนี้แม่ท้องว่าง

หลินเฟินกล่าวว่า “เอาเปี่ยนโร่วก็พอละ” (扁肉)

“มีร้านนึงที่สุ่ยหนาน  เปี่ยนโร่วที่นั่นจ้าวเด็ดเลยเชียวล่ะ  แถมยังเป็นทางผ่านไปบ้านไร่พอดีด้วย” จ้าวโม่ชิงแนะนำ

“โอเค!” ฉินหลินพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม

ร้านเด็ดที่จ้าวโม่ชิงว่านั้นเป็นร้านสแน็คบาร์เล็ก ๆ ที่เปิดโดยคู่สามีภรรยาสูงวัยซึ่งเธอเคยพาเขาไปโดนมาก่อนแล้ว

เมื่อถึงสุ่ยหนานฉินหลินก็หาที่จอดรถและพาครอบครัวไปยังร้านสแน็คบาร์ที่ดูเก่า ๆ หน่อยร้านหนึ่ง

ในช่วงสิบกว่าปีมานี้ความก้าวหน้าของสแน็คบาร์ชาเฉิงถูกตัดขาดไปแล้วและแทนที่ด้วยการแปรรูปอาหารจากเครื่องจักรกล  ทำให้ของแท้ค่อย ๆ น้อยลงไปเรื่อย ๆ

คู่สามีภรรยาสูงอายุคู่นี้สามารถเปิดร้านมาได้หลายสิบปีได้ก็เพราะคำร่ำลือแบบปากต่อปากและซอสประจำตระกูลที่คู่สามีภรรยาสูงวัยทำเองซึ่งนี่แหล่ะของเด็ด

“สามท่านสั่งอะไรดีครับ?” ชายชราเดินออกมาถาม

“เอาเปี่ยนโร่วสามกับเกี๊ยวนึ่งหนึ่งค่ะ” จ้าวโม่ชิงรู้ว่าฉินหลินต้องสั่งเกี๊ยวนึ่งทุกครั้งที่มาที่นี่และเขาก็มักจะพูดอยู่เสมอว่าซอสนี่เด็ดจริง

ฉินหลินจึงยิ้มให้ภรรยา  เธอจำได้ตลอดว่าเขาชอบกินอะไร  ถึงขนาดจำเบอร์เสื้อผ้าเขาได้ด้วยซ้ำ

ไม่นานอาหารที่ทั้งสามสั่งก็มาเสิร์ฟ

ฉินหลินเทซอสลงในชามใบเล็กแล้วหยิบเกี๊ยวนึ่งมาจิ้มใส่ปากเคี้ยวกลืนอย่างสุขสม

เฮ่อ~  กินทีไรก็เด็ดทุกที

ถ้าให้เขาที่กินวัตถุดิบจากเกมเป็นประจำประเมินล่ะก็  ซอสนี่ไม่เกือบ ๆ เลเวล 1 ก็ถึงเลเวล 1 แล้วล่ะ

เมื่อก่อนมากินกับจ้าวโม่ชิงก็คิดแค่ว่ามันอร่อยและไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่านั้น  ตอนนี้เขาเห็นน้ำจิ้มนี้แล้วก็มีความคิดบางอย่างผุดขึ้นมากเลยเอ่ยปากถามชายชราไปโดยไม่รู้ตัว “เถ้าแก่  สูตรน้ำจิ้มนี่ขายมั้ย?”

ชายชราส่ายหัวอย่างแน่วแน่ “ไม่ขาย  งานฝีมือที่สืบทอดกันเฉพาะในครอบครัวไม่ได้ส่งต่อจากชายสู่หญิงและคนภายนอก”

“โห!” ฉินหลินตกตะลึงเพราะชายชราค่อนข้างจะหัวโบราณ

ภรรยาของชายชราพูดติดตลกว่า “แล้วแกจะไปส่งต่อให้ใครได้ล่ะตาเฒ่าเอ๊ย  ลูกชายก็กะลังปรับปรุงบ้าน  หลานชายก็กะลังเข้ามหาลัย  จะมีใครมาเปิดสแน็คบาร์ต่อจากเราเล่า”

“งั้นฉันก็จะเอามันลงโลงไปด้วย” ชายชราพึมพำ

เมื่อได้ยินแบบนี้ฉินหลินก็ส่ายหัวอย่างอดไม่ได้

ประเทศของพวกเขามีที่ดินที่กว้างใหญ่และทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์  มีหลายสิ่งหลายอย่างที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยโบราณ  แต่หลายสิ่งหลายดังกล่าวกลับลบเลือนหายไป  ซึ่งสาเหตุบางส่วนก็นี่เลยใช่มั้ย?

ทุกวันนี้การทำร้านสแน็คบาร์นั้นเป็นเรื่องที่ยากมากแถมครอบครัวของชายชราก็ไม่เต็มใจที่จะสานต่อธุรกิจนี้ด้วย  ดังนั้นเมื่อชายชราไม่สามารถไหวแล้วล่ะก็จะแปลว่าสูตรของน้ำจิ้มนี้จะสูญหายไปจริง ๆ

“น้ำจิ้มเถ้าแก่อร่อยจริง ๆ ผมซื้อสองขวดนะ” ฉินหลินพูดอีก  ที่ซื้อสองขวดกลับบ้านไม่ใช่แค่จะเอาไปกินเท่านั้น  แต่เขาจะเอามันเข้าไปในโลกแห่งเกมเพื่อเช็คดูว่ามันจะเป็นซอสเลเวล 1 อย่างที่เขาประเมินจริง ๆ หรือไม่

ชายชราไม่ปฏิเสธและขายให้เขา 2 ขวดในราคา 5 หยวน  โดยขวดละประมาณ 100 กรัมซึ่งถูกเกินไปกับรสชาติขนาดนี้

ฉินหลินไม่อยากจะเห็นซอสนี่ต้องสูญหายไปจริง ๆ ดังนั้นเขาเลยหยิบนามบัตรของตนออกมาวางไว้บนโต๊ะ  เผื่อว่าหากชายชราเปลี่ยนใจก็มีเบอร์ติดต่อเขาอยู่

เติ้งกวงได้เตรียมนามบัตรให้เขาโดยเขียนชื่อเขาและตำแหน่งประธานชิงหลินฟู้ดคอร์เปอร์เรชั่น

ที่ได้แต่ทำแบบนี้ก็เพราะเห็นความแน่วแน่ของชายชราเขาเลยไม่ตื๊อต่อ  เขามีระบบเกมซึ่งตอนนี้ซอสมะเขือเทศสูตรลับกำลังไปได้สวย  ซึ่งนี่ยังแค่สูตรเปรี้ยวหวานเท่านั้น  สูตรเผ็ดยังไม่ได้ทำขายเลย

และในเกมจะมีสูตรลับอื่น ๆ ตามมาอีกเรื่อย ๆ ในอนาคต

ฉินหลินพาแม่กับจ้าวโม่ชิงไปที่บ้านไร่  และเมื่อเขามาถึงบ้านไร่เขาเห็นพนักงานคนหนึ่งวิ่งมา “เถ้าแก่ครับ  เราตัดเรือนยอดต้นเฟื่องฟ้าพวกนั้นแล้ว” (ตัดเรือนยอดคือตัดแต่งกิ่งเพื่อคุมความสูงและกระตุ้นให้แตกพุ่ม)

ชายคนนี้ชื่ออวี้สุ่ยเป็นหนึ่งในคนสวนที่ทางบ้านไร่จ้างให้มาคอยดูแลทะเลเฟื่องฟ้า

“เข้าไปดูซิ” ฉินหลินตามอวี้สุ่ยไปที่ลานหลังโถงต้อนรับซึ่งตอนนี้กลายเป็นสวนไปแล้ว  ที่นั่นมีกระถางเฟื่องฟ้าที่เขาปักชำไว้ประมาณโหลหนึ่งตั้งวางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยเมื่อมีการตัดเรือนยอดแล้วยิ่งดูสวยงาม

เพราะไม้กระถางเหล่านี้มีดอกตูมชุดใหม่ผุดขึ้นมาบ้างแล้ว  แปลว่าการปักชำประสบความสำเร็จ  มันสามารถงอกรากออกมาใหม่และอยู่รอดจนออกดอกต่อไปได้

ต้นเฟื่องฟ้าจากเกมมีคุณสมบัติปลูกถ่ายง่ายและอัตราการรอดชีวิตอยู่ที่ 100% อย่างเห็นได้ชัด  ทว่าแม้ไม้กระถางนี่จะสวยก็จริง

แต่สุดท้ายแล้วเมื่อเห็นแค่แวบแรกก็สามารถจับความแตกต่างได้อย่างง่ายดาย

ฉินหลินไปหยิบกระถางที่สองกับสามออกมา

ต้นเฟื่องฟ้าเหล่านี้เขาเอากิ่งจากต้นเลเวล 2 กับ 3 มาชำซึ่งได้ทำเครื่องหมายกำกับไว้หมดแล้ว  และที่หยิบมาคืออย่างละหนึ่ง

จากนั้นเขาก็ไปหาที่ที่ไม่มีคนเห็นแล้วเข้าโลกในเกมไปพร้อมกับกระถางต้นไม้ทั้งสองใบและซอสจากชายชราเพื่อจะหาอ่านคุณสมบัติ

[ซอส: เลเวล 1!]

[เป็นหนึ่งในซอสที่สืบทอดของอำเภอโหยวเฉิง  ซอสตระกูลกัวซึ่งอร่อยเพราะฝีมือที่ประณีต  และยังมีคุณสมบัติความอยากอาหาร +1]

นั่นปะไรซอสนี่เลเวล 1 จริง ๆ ด้วย  ทว่าคุณสมบัติน้อยไปหน่อยเพราะมีแค่ความอยากอาหาร +1 เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

ทว่ามันก็เป็นหน้าที่ของซอสแต่เดิมอยู่แล้วมั้ย?

ซึ่งน่าเสียดายมากเพราะตอนนี้สูตรมันได้เก่าจนฝุ่นจับไปหมดแล้ว  ถ้ามีใครเอาสูตรนี้ไปพัฒนาต่อล่ะก็ต่อให้ไปไม่ถึงระดับเหล่ากันมา (老干妈) แต่ก็ยังไปได้ไกลกว่านี้อีกเยอะ

ประวัติศาสตร์ 5,000 ปีมานี้น่าจะมีสิ่งที่สูญหายไปมากมายนับไม่ถ้วน

ต่อมาฉินหลินได้อ่านรายละเอียดของกระถางเฟื่องฟ้าทั้งสอง

[เฟื่องฟ้ากระถาง: เลเวล 1]

[เฟื่องฟ้ากระถางชนิดพิเศษ 7 สี, สวยงาม +1, ไม้ประดับ +1]

[เฟื่องฟ้ากระถาง: เลเวล 2]

[เฟื่องฟ้ากระถางชนิดพิเศษ 7 สี สวยงาม +2, ไม้ประดับ +2, ขึ้นกล้อง +1!]

จบบทที่ บทที่ 96: ปลูกเฟื่องฟ้ากระถางสำเร็จ! สูตรจากนอกเกมเลเวล 1!

คัดลอกลิงก์แล้ว