เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 34: จูบที่มีกระรอกยืนดู! ลูกค้ารายแรก!

บทที่ 34: จูบที่มีกระรอกยืนดู! ลูกค้ารายแรก!

บทที่ 34: จูบที่มีกระรอกยืนดู! ลูกค้ารายแรก!


“หวัดดีครับเถ้าแก่!” เมื่อเฉินต้าเป่ยเห็นฉินหลินพาหลินเฟินและจ้าวโม่ชิงเข้ามาในห้องโถงเขาก็เดินออกมาต้อนรับ

เมื่อหลินเฟินเห็นว่ามีคนเรียกลูกชายว่าเถ้าแก่ก็ยิ่งแต่จะยิ้มหน้าบานเป็นจานเรดาห์  ในสายตาของเธอคือลูกชายได้ประสบความสำเร็จแล้ว  เพราะงั้นถึงได้มีความสุข

“เสี่ยวหลิน  ลูกรีบ ๆ พาโม่ชิงไปดูทะเลดอกไม้เร็ว ๆ เข้า  เดี๋ยวแม่เดินดูคนเดียวได้” หลินเฟินรู้ว่าคนหนุ่มสาวสมัยนี้ชอบความโรแมนติก  ดังนั้นเธอจึงกระทุ้งเขาให้รีบ ๆ จัดการซะ

เธออยากให้เด็กทั้งสองนี่รีบ ๆ แต่งงานกันเร็ว ๆ จึงผลักให้ทั้งคู่ไปอยู่กันสองต่อสอง

ฉินหลินเลยต้องพาโม่ชิงไปที่ทะเลเฟื่องฟ้าอย่างไม่มีทางเลือก

ในช่องขายตั๋วที่ทางเข้า  เกาเหยาเหยากับพนักงานเตรียมตัวพร้อมอยู่แล้ว

วันนี้เปิดทำการแล้ว  นักท่องเที่ยวจะมาเมื่อไหร่ก็ได้

“หวัดดีค่ะเถ้าแก่!” เกาเหยาเหยากับพนักงานขายตั๋วทักทาทันทีที่เห็นฉินหลิน

ฉินหลินพยักหน้าให้พวกเธอและจูงมือจ้าวโม่ชิงเข้าไปในโซนทะเลเฟื่องฟ้า

ในไม่ช้าจ้าวโม่ชิงก็ได้ตื่นตาตื่นใจกับทิวทัศน์ที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า

เมื่อได้มาเห็นด้วยตาเนื้อตัวเองตรง ๆ แล้วมันช่างสวยงามกว่าที่เห็นในคลิปโฆษณาซะอีก

และเมื่อเธอเดินไปถึงโซนกลางก็ได้เห็นฉากที่เกินจะเชื่อ  เพราะต้นเฟื่องฟ้าเจ็ดสี่ขั้นสุดเลเวล 3 มีหมู่ผีเสื้อสีสันสวยบินอยู่รอบ ๆ เต็มไปหมด  ทำให้เธอต้องหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายอย่างอดรนทนไม่ไหว

“เป็นไงจ๊ะ?  ถูกใจมั้ยเอ่ย?” ฉินหลินกอดจ้าวโม่ชิงจากด้านหลังพลางกระซิบข้างหู

“ในโรงแรมคืนนั้นเธอพูดเรื่องเฟื่องฟ้าขึ้นมาฉันเลยจำเอาไว้แล้วก็เอามาทำให้เธอโดยเฉพาะเลยน้า~”

แน่นอนว่านี่เป็นสิ่งที่ทำให้เจ้าวโม่ชิงซึ้งใจมาก ๆ เป็นสิ่งที่คนที่เธอรักทำให้  แต่เธอก็ยังไม่ลืมเรื่องสำคัญและถามเขาทันทีว่า “ฉินหลิน  เกิดอะไรขึ้นกันแน่?  ถึงเธอจะขายปลาอะไรนั่นได้หกแสนกว่าก็เถอะ  แต่มันก็ไม่พอที่จะเอามาซื้อบ้านไร่กับทะเลเฟื่องฟ้านี่อยู่ดี  สารภาพมาซะว่าเธอไปเอาเงินมาจากไหน!”

ฉินหลินรู้ว่าจ้าวม่อชิงนั้นไม่ง่ายเหมือนแม่ของเขา  ดังนั้นเขาจึงต้องปั้นเรื่องให้เนียนกริ๊บว่า “ฉันขายปลาให้เถ้าแก่รวย ๆ คนนั้นได้ใช้ปะ?  เถ้าแก่คนนั้นแกมีเงินใช้ไม่หมด  ตอนที่ทำความรู้จักกันฉันก็เลยเปรย ๆ แผนบ้านไร่ให้แกฟัง  จากนั้นแกก็เลยให้ฉันยืมเงินมา”

“ในโลกเรามีคนที่ให้เธอยืมเงินก้อนใหญ่ขนาดนี้โดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ด้วยเหรอ?” จ้าวโม่ชิงงงงวย

“มีเงื่อนไขสิ  อีกฝ่ายรักปลาเท่าชีวิตเลยอยากให้ฉันช่วยหาปลาไปขายให้อีกถ้ามีโอกาส  แล้วฉันก็ต้องจ่ายดอกเบี้ยให้เค้าด้วยนา  ตอนนี้เลยมีหนี้เพิ่มเป็นสองสามล้านแล้วอะ” ฉินหลินยังคงตอแหลกันสด ๆ ไม่ใส่ถั่วงอกอยู่

“ฮึ่ยยยยยยยย!” จ้าวโม่ชิงได้ยินก็โมโห  เธอหยิกเอวฉินหลินอย่างแรงเพื่อระบายอารมณ์

“ไอ้บ้า  ไอ้โง่นี่...  เรื่องใหญ่ขนาดนี้ทำไมไม่คุยกันก่อนเล่า!  ไม่กลัวว่าจะหาเงินมาใช้หนี้ไม่ได้บ้างรึไงกัน!?”

ก็ไม่กลัวไง  ฉินหลินไม่ได้กลัวเรื่องไม่หาเงินมาใช้หนี้ไม่ได้อยู่แล้ว  ก็หนี้ที่ว่ามันไม่ได้มีอยู่จริงนี่นาจะให้กลัวทำไมล่ะ?

เมื่อเห็นว่าข้อแก้ตัวนี้เนียนกริ๊บใช้ได้ผลจริง ๆ เขาก็รีบตีเหล็กตอนยังร้อน ๆ “ฉันก็อยากลองเสี่ยงดูอะ  อยากจะหาเงินให้ได้เร็ว ๆ จะได้พาเธอเข้าบ้านได้อย่างเปิดเผยซักที”

เมื่อจ้าวโม่ชิงได้ยินแบบนี้ก็อ่อนยวบสอบสวนต่อไม่ได้  ทำแค่ขึ้นเสียงใส่ว่า “ตั้งแต่นี้ไปห้าเธอสูบบุหรี่  ดื่มเหล้า  ทำเรื่องอันตรายโดยเด็ดขาด  เธอต้องสุขภาพแข็งแรงห้ามเจ็บห้ามป่วย  พวกเราจดทะเบียนสมรสกันแล้ว  เกิดเธอเป็นอะไรไปล่ะก็ฉันจะเอาเงินตั้งหลายล้านจากไหนมาใช้หนี้ให้”

“เธอก็รู้ไม่ใช่เหรอ  ว่าฉันน่ะไม่สูบบุหรี่  ไม่ดื่มเหล้า  ไม่เคยทำเรื่องอันตราย” ฉินหลินโน้มตัวเข้าไปใกล้และจูบปากเธอ

จ้าวโม่ชิงก็กอดเอวฉินหลินอย่างที่ทำเป็นประจำ

“วี้ดวิ้ว~”

สองผัวเมียกำลังดื่มด่ำกับความโรแมนติกส่วนตัวจู่ ๆ ก็ต้องแยกออกอย่างเร็วชนิดหายใจหายคอไม่ทัน  เหตุเพราะดันมีเสียงร้องแหลม ๆ ดังเข้าหู  เมื่อมองตามเสียงก็พบว่ามาจากด้านบนหัว  เป็นเจ้ากระรอกน้อยสามตัวยืนหน้ากระดานเรียงหนึ่งปิดระยะตรงคาคบไม้ยืดคอมองคนทั้งสองด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“พวกนี้มัน…” เมื่อจ้าวโม่ชิงเห็นแบบนี้ก็ไม่รู้ทำไมมันถึงรู้สึกเขิน ๆ ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก  ประมาณว่าเธอกับฉินหลินไม่ได้ถูกกระรอกมองแต่ถูกคนมองอยู่มากกว่า

............................…

บ้านไร่ชิงหลินตั้งอยู่นอกตัวเมืองอำเภอโหยวเฉิง  ตรงแยกถนนที่เชื่อมระหว่างเมืองโหยวเฉิงกับเมืองชาเฉิง

รถมายบัค (Maybach) 62S ได้หยุดกึกเอาตรงสี่แยกอย่างกะทันหัน

คนขับลงจากรถมาตรวจสอบก่อนจะพูดกับคนที่นั่งอยู่เบาะหลังด้วยความเคารพว่า “ท่านประธานครับ  ล้อด้านขวาแฟบไปแล้วครับ  คงโดยเหล็กเส้นเอาตอนวิ่งผ่านถนนที่ยังสร้าไม่เสร็จก่อนหน้านี้  คงต้องหาที่เปลี่ยนยางใกล้ ๆ นี้ก่อน  กว่าจะเสร็จน่าจะประมาณเที่ยงครับ”

ประธานเงยหน้าไปเห็นป้ายโฆษณาของบ้านไร่ชิงหลินและถูกมันดึงดูดอย่างบอกไม่ถูก “บ้านไร่นี่ดูดีไม่เลว  ส่งฉันไปที่นั่นก่อนแล้วนายค่อยเอารถไปซ่อมละกัน”

รูปโปรโมตนี้สวยมาก  อย่างกับภาพตามงานแสดงศิลปะ

หรือว่าจะให้ช่างภาพระดับปรมาจารย์มาถ่ายให้?

เขาเคยไปเที่ยวบ้านพักมาแล้วหลายแห่ง  และแม้แต่บ้านไร่ระดับสุดยอดก็ไปเหยียบมาแล้ว  ทว่าที่เหล่านั้นก็ไม่มีที่ไหนสิ้นเปลืองขนาดเอาภาพของปรมาจารย์ช่างภาพมาติดโฆษณาริมถนนแบบนี้

“ครับท่านประธาน” คนขับรถพยักหน้าและขับไปที่บ้านไร่ชิงหลิน

พอเห็นป้ายโฆษณาตรงทางเข้าก็รู้สึกถูกดึงดูดอีกแล้ว  ยิ่งแต่จะทำให้เขามั่นใจว่าคนที่ถ่ายภาพนี้ต้องเป็นปรมาจารย์ช่างภาพระดับแนวหน้าชัวร์ ๆ

ฉินหลินพาจ้าวโม่ชิงกลับไปที่ห้องโถงและเห็นว่ามีชายในชุดสูทคนหนึ่งเดินเข้ามา

ดูก็รู้แล้วว่าเป็นลูกค้า

เมื่อเข้ามาในโถงต้อนรับเฉินเชิ่งเฟยก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย

เพราะภาพถ่ายโฆษณาทะเลเฟื่องฟ้านั้นอย่างกับงานศิลปะของแท้  เขายังไม่ได้เข้าไปที่ทะเลเฟื่องฟ้าแต่ระหว่างทางมาเขาได้เจอกับโถงต้อนรับนี้ก่อนเลยลองเข้ามาดู  ซึ่งมันก็ช่างแตกต่างจากที่หวังไว้ไปไกลโข

ห้องโถงไม่ใหญ่  มีโต๊ะอาหารตั้งเรียงรายและชั้นวางผลไม้ตรงกลาง  โล่งโจ้งว่างเปล่าจนเหงาขึ้นมาเลย

เมื่อเกาเหยาเหยาเห็นว่ามีแขกมาแล้วเธอก็เข้าไปทักทายด้วยรอยยิ้ม “สวัสดีค่ะคุณลูกค้า  ยินดีต้อนรับนะค้า  ทางเรามีบริการชมทะเลเฟื่องฟ้า  ผจญภัยในป่า  สไลด์เดอร์หญ้าสีรุ้ง...”

เกาเหยาเหยานำเสนอด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างโปรเฟสชันแนล

ตอนนี้เฉินเชิ่งเฟยยืนมองรอบ ๆ โดยไม่ได้ตั้งใจฟังซักเท่าไหร่  และเมื่อเห็นราคาที่ติดที่แผงมันก็ทำเอาเขาประหลาดใจ

เขาเห็นสตรอว์เบอร์รี่แดงราคาจินละ 25 หยวนกับ 50 หยวน  แตงโมมีราคาจินละ 2 หยวนกับ 10 หยวนนั่นน่ะช่างหัวมันเถอะของกาก ๆ ไม่สนใจ  แต่ไอ้สตรอว์เบอร์รี่จินละ 200 หยวน  แตงโมจินละ 100 หยวน  กับกระเจี๊ยบเขียวจินละ 400 หยวนนี่เหลือจะเชื่อเลยจริง ๆ

ไม่ใช่ว่าเขาไม่เชื่องว่าของราคาขนาดนี้จะมีอยู่จริง  เขาเคยกินของดี ๆ ราคาแพง ๆ เป็นสินค้านำเข้าคัดพิเศษมามากมายแล้วด้วยซ้ำ  แต่เขาตะลึงตรงที่ว่าของเหล่านั้นกลับดูไม่น่าจะปรากฏอยู่ในบ้านไร่ซอมซ่อนี่ได้เลยต่างหาก

ดูก็รู้แล้วว่าบ้านไร่แห่งนี้ไม่ได้เลเวลสูงพอที่จะจัดหาของพวกนั้นมาได้

“เฮ่ย!” ทันใดนั้นเฉินเชิ่งเฟยก็หันไปเห็นบ่อปลาเล็ก ๆ ที่อยู่ข้าง ๆ กันซึ่งเป็นบ่อปลาที่ไว้ตักขายเผื่อมีลูกค้ามาซื้อ

“ทั้งบ่อนั่นปลาป่าหมดเลยรึเปล่า?”

เขาเห็นปลาขนาดใหญ่มาก ๆ ว่ายอยู่ในบ่อ 6 ตัวและจำได้ว่าเป็นปลาตะเพียนป่า  ปลาเฉาป่า  และปลาคาร์ปดำป่า  ที่จำได้ก็เพราะว่าเขาเป็นคนชอบตกปลาจึงมีความรู้เรื่องปลาอยู่บ้าง

และรู้ดีด้วยว่าตัวใหญ่ขนาดนี้มันหายากขนาดไหน  เป็นของที่ต่อให้เอาเงินมากองไว้ก็หาซื้อไม่ได้  ไม่คิดเลยว่าจะได้มาเจอทีเดียวหกตัว!

“คุณลูกค้าตาแหลมมากเลยค่า  ทั้งปลาตะเพียน  ปลาเฉา  และปลาคาร์ปดำนี้ล้วนเป็นปลาป่า  เป็นปลาจากธรรมชาติล้วน ๆ เลยค่ะ” เกาเหยาเหยาตอบทันที

“เอาปลาตัวนึง” เฉินเชิ่งเฟยพูดทันทีโดยไม่ถามราคาเลยว่าตัวเท่าไหร่

ราคาอะไรไร้สาระ  เขามีเงินจ่ายอยู่แล้ว

รีบ ๆ เอาเจ้าปลานี่มาซักทีซิ

“คุณลูกค้าคะ  เรามีบ่อตกปลาที่มีปลาป่าอีกเพียบแถมยังมีตัวสั่มนี่ด้วยนะคะ!  ถ้าคุณลูกค้าสนใจล่ะก็สามารถเช่าเบ็ดไปตกได้ค่ะจะได้สนุกหน่อย  ไม่แน่คุณลูกค้าอาจจับเจ้าตัวสั่มนี่ได้ก็เป็นได้น้า~” เกาเหยาเหยาทำมือทำไม้บอกขนาดเจ้าพวกปลาเลเวล 2 พร้อมนำเสนอบริการอย่างเหมาะเจาะ

“มีแบบไอ้หกตัวนี่อีกเพียบ?  แถมยังมีไอ้ตัวสั่มนี่อีกด้วยเรอะ?” เฉินเชิ่งเฟยถามพลางทำไม้ทำมือตามทันที

‘แม่เด็กกะโปโลนี่โกหกป่าวนิ?’

เขาเชื่ออยู่ว่าน่าจะมีปลาป่าอีกเพียบ  แต่ไอ้ปลาตัวสั่มนี่นี่มันก็...?  ‘หรือหล่อนจะคิดว่าเราโง่วะ?’

ขนาดตลาดสัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในเมืองยังไม่กล้าพูดเลย!

ในความคิดของเขาแค่เถ้าแก่บ้านไร่แห่งนี้หาเจ้าหกตัวนี่มาลงบ่อได้ก็ถือว่าเก่งมากแล้ว

และพอจ้องดูดี ๆ ก็เห็นว่าแม่เด็กคนนี้ก็ท่าทางจริงจังไม่ได้ล้อเล่น  เมื่องมองลงไปก็เห็นเจ้าหกตัวแหวกว่ายไปมา

‘อืม~  เอาก็เอาวะ!  ลองดู!’

ในฐานะผู้ที่รักการตกปลาแล้วมีใครบ้างที่ไม่อยากเย่อปลาตัวใหญ่ ๆ แล้วลากมันขึ้นจากน้ำ?

“งั้นก็สาวน้อย  พาฉันไปเช่าเบ็ดซักสองคันซิ!” เฉินเชิ่งเฟยกล่าวทันที

จากนั้นเขาก็ชี้ไปที่สตรอว์เบอร์รี่เลเวล 2 ราคาจินละ 200 หยวน “แล้วก็ชั่งสตรอว์เบอร์รี่นั่นมาสองจินด้วย  จะเอาไว้กินตอนตกปลาใหญ่  ขอลอหน่อยซิว่าเมื่อเทียบกับบ้านไร่หรู ๆ แล้วจะเป็นยังไง  หึหึ”

“โอเคค่า~” เกาเหยาเหยาที่เห็นว่าตัวเองขายของออกก็ยิ้มอย่างสดใส  เธอเรียกให้พนักงานอีกคนมาชั่งสตรอว์เบอร์รี่ส่วนตัวเธอไปทำเรื่องเช่าเบ็ดตกปลาให้เฉินเชิ่งเฟยซึ่งราคาก็ไม่แพง  คันหนึ่ง 20 หยวน  สองคันก็ 40 หยวน  และเหยื่องอีก 45 หยวน

ทว่าเฉินเชิ่งเฟยก็ต้องรู้สึกผิดหวังอีกรอบ

เพราะไม่ว่าจะคันเบ็ดหรือเหยื่อมันก็...  อุบาทว์เกิ๊น!

นี่ถ้าคนขับยังไม่เอารถไปซ่อมล่ะก็เขาจะเรียกให้คนขับเอาเบ็ดจากหลังรถมาให้แล้ว!

แถมสิ่งอำนวยความสะดวกก็แย่เกิ๊น  มีแค่เก้าอี้กับโต๊ะตัวจิ๊ดเดียวหันหน้าเข้าบ่อตกปลา

ช่างเป็นคนละโลกกับบ่อตกปลาที่เขาเคยไปมาโดยสิ้นเชิง

ตุ๋มมม...

กระนั้นเฉินเชิ่งเฟยก็ยังคงเล่นกับเบ็ดตกปลาอย่างชำนาญ  ตีวงสวิงอย่างสวยแล้วก็รอ...

เมื่อเหลือบเห็นสตรอว์เบอร์รี่ที่เอามาด้วยก็เดินไปล้างมือจากนั้นก็มาจกสตรอว์เบอร์รี่ใส่ปากรอให้ปลามาติดเบ็ด

แล้ว...  เมื่อสตรอว์เบอร์รี่เข้าไปอยู่ในปากปุ๊บเฉินเชิ่งเฟยก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ! “รสชาตินี่มัน…!”

จบบทที่ บทที่ 34: จูบที่มีกระรอกยืนดู! ลูกค้ารายแรก!

คัดลอกลิงก์แล้ว