เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25: เมื่อไม่มีหนี้จึงรู้สึกเบา! หลินเฟินกังวล!

บทที่ 25: เมื่อไม่มีหนี้จึงรู้สึกเบา! หลินเฟินกังวล!

บทที่ 25: เมื่อไม่มีหนี้จึงรู้สึกเบา! หลินเฟินกังวล!


หลังจากนั้นไม่นานนัก

ขบวนรถขนส่งได้มาถึงที่บ้านไร่

ขบวนรถขนส่งขนาดใหญ่เหล่านี้สามารถจอดได้แค่ตรงที่จอดรถของบ้านไร่เท่านั้น  ไม่อาจขับเข้าไปข้างในได้

ฉินหลินที่ขับมาพร้อมกันก็จอดรถสามล้อบรรทุกของตน  เจ้าวั่งไฉมันก็กระโดดลงจากรถและเดินตามไปติด ๆ

“จะให้เอาลงตรงนี้เลยมั้ยครับคุณฉิน?” จ้าวลี่หยวนถาม

“เอาลงตรงนี้เลยครับ” ฉินหลินพยักหน้า  จริง ๆ แล้วตรงนี้มันก็เป็นที่เดียวที่จะเอาลงได้ด้วยแหล่ะ

จ้าวลี่หยวนนำลูกน้องขนต้นเฟื่องฟ้าลงจากรถ  ส่วนค่าแรงคิดแยกต่างหากกับสัญญาที่ตกลงกันทางออนไลน์

คนก็ขนต้นไม้ไป  ส่วนฉินหลินนั้นเดินเข้าไปในบ้านไร่

เจ้าวั่งไฉร้องงี้ด ๆ รีบวิ่งตามไป  มันมองซ้ายมองขวาไปมาพลางเห่านู่นเห่านี่ไปทั่วเหมือนอยากจะออกไปสำรวจโลกใหม่

เมื่อฉินหลินเห็นท่าทีของมันก็ยิ้มให้ “วั่งไฉเอ๊ย  จากนี้ไปที่นี่จะเป็นดินแดนของแกนะ  มีฟามสุขมั้ยล่าหืม~?”

วั่งไฉดูเหมือนจะเข้าใจคำพูดของเจ้านาย  มันเห่ารับสองทีแล้วออกวิ่งสุดตัว  ทำจมูกฟุดฟิดไปทั่วก่อนจะเจอที่เหมาะ ๆ แล้วยกขาฉี่อย่างฟิน ๆ

ฉินหลินมองพฤติกรรมเจ้าหมาอย่างอึ้ง ๆ ‘ไอ้หมานี่มาถึงก็กั้นอาณาเขตของตัวเองเลยเรอะ?’

ในบ้านไร่

นอกจากเกาเหยาเหยาแล้วยังมีคนอื่นอีกสองสามคน  ซึ่งทั้งหมดต่างเป็นพนักงานที่มีอยู่เดิม  พอได้คุยแชทกับเกาเหยาเหยาเมื่อวานนี้ทั้งหมดก็ตัดสินใจมารอตั้งแต่เช้า

ในยุคสมัยที่อะไร ๆ ก็ออนไลน์อิเล็กทรอนิกส์แบบนี้มันหางานไม่ง่ายเลย  สำหรับอำเภอโหยวเฉิงแล้วเงินเดือนที่บ้านไร่ถือว่าไม่เลว  พนักงานทุก ๆ คนจะได้เงินเดือนกันคนละสามสี่พัน  แน่นอนว่าไม่มีใครอยากเสียงานนี้ไป

“นี่เถ้าแก่คนใหม่!” เมื่อเกาเหยาเหยาเห็นฉินหลินมาถึงเธอก็แนะนำเขาให้รู้จักกับคนอื่น ๆ ทันที

คนอื่น ๆ ต่างก็มองไปที่เถ้าแก่คนใหม่นี้ด้วยความอยากรู้อยากเห็น

ชายหนุ่มอายุน้อยที่เดินมาพร้อมกับหมาดำตัวหนึ่ง

นี่คือภาพแรกที่ทุก ๆ คนเห็นและจดจำไว้ในใจ

“เถ้าแก่คะ!” เกาเหยาเหยาวิ่งเข้ามาหาฉินหลินและทักทายเขา

“เกาเหยาเหยา  คนไหนคืออาจารย์หลิน?” ฉินหลินถาม

“จารย์หลินนนนนน  เถ้าแก่เรียกกกกกกกกกก” เกาเหยาเหยาตะโกนใส่ชายผิวคล้ำในวัย 50 ปีทันที

อาจารย์หลินเดินเข้ามาหาและเอ่ยปากพูดก่อนโดยฉินหลินยังไม่ทันทำอะไร “ผมจะทำงานให้เถ้าแก่ก็ได้  แต่เถ้าแก่ต้องให้ผมดูแลต้นแปะก๊วยสองต้นนั่น  ห้ามตัดมันทิ้งเด็ดขาด”

คำขอนี้ทำเอาฉินหลินตะลึงงัน

ถ้าเป็นคนอื่นคงจะขอขึ้นเงินเดือนไปแล้ว  นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินคนร้องขอเรื่องแบบนี้

เกาเหยาเหยารีบอธิบายให้ฟังว่า “เมื่อก่อนมันเป็นยุคสงครามน่ะค่ะ  แล้วบ้านของจารย์หลินก็โดนลูกหลงไปด้วย  ปู่ของแกเลยพาครอบครัวหนีมาที่นี่แล้วก็อาศัยอยู่ใต้ต้นแปะก๊วยสองต้นนั่นน้านนานเลยล่ะ  แล้วปู่ของจารย์หลินท่านก็ตายใต้ต้นแปะก๊วยทั้งสองนั่นด้วยค่ะ”

“หลังจากที่มีการก่อตั้งประเทศและจัดระบบทะเบียนราษฎร์ใหม่แล้ว  พ่อของจารย์หลินก็พาครอบครัวกลับไปอยู่ที่เดิม  เพราะงั้นก่อนหน้านี้จารย์หลินจึงพยายามช่วยต้นแปะก๊วยทั้งสองนั่นอย่างหนักเลยน่ะค่ะ”

“ผมยอมรับคำขอของคุณ  ส่วนสัญญาจ้างงานเอาไว้เซ็นต์ทีหลัง  ไปที่ลานจอดรถด้วยกันก่อน  มีเรื่องอยากให้คุณช่วย” ฉินหลินไม่ได้คิดจะตัดต้นไม้ทั้งสองต้นนั่นอยู่แล้ว  และในที่สุดเขาก็รู้ว่าทำไมคนเก่ง ๆ ที่ทำได้ทุกอย่างอย่างอาจารย์หลินถึงต้องยอมทำงานในที่เฮ็งซวยนี่ก่อนหน้านี้  ที่ทำไปทั้งหมดก็เพื่อต้นไม้ทั้งสองนั่นเอง

นี่เป็นอารมณ์ความอาลัยอาวรณ์อันยากจะลืมเลือนของคนรุ่นก่อน

ซึ่งคนประเภทนี้มักให้ความสำคัญกับความรู้สึกและเป็นคนที่ไว้ใจได้

ฉินหลินพาอาจารย์หลินไปที่ลานจอดรถ

เกาเหยาเหยาและพนักงานคนอื่น ๆ ก็ติดตามมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น

และเมื่อพวกเขามาถึงที่จอดรถจ้าวลี่หยวนได้นำลูกน้องขนต้นเฟื่องฟ้าลงมาได้หลายต้นแล้ว

“เถ้าแก่เป็นคนซื้อเฟื่องฟ้าพวกนี้มาเหรอคะ!  สวยสุด ๆ ไปเลยอะ!” เกาเหยาเหยาอุทาน  เห็นได้ชัดว่าสนใจเฟื่องฟ้าพวกนี้มาก

พนักงานคนอื่น ๆ ก็เหมือนกัน  ทุกค้นต่างเหม่อมองอย่างอดไม่ไหว  เพราะเฟื่องฟ้าพวกนี้มันช่างสวยเหลือเกิน

อาจารย์หลินก็สนใจต้นเฟื่องฟ้าเหล่านั้นเช่นกัน  คนอายุเท่าเขาต่างชื่นชอบความงามแบบนี้อยู่แล้ว  แต่จะว่าไปการชอบความงามมันไม่ได้เกี่ยวกับอายุซักหน่อยนี่เนอะ

“เถ้าแก่จะทำทะเลเฟื่องฟ้าที่บ้านไร่นี่เหรอครับ?” อาจารย์หลินถาม

ฉินหลินพยักหน้า “ครับ  ผมจะทำทะเลเฟื่องฟ้าซักสามสิบหมู่  ให้เฟื่องฟ้าซักหมื่นห้าพันต้น  เกาเหยาเหยาบอกว่าอาจารย์หลินรู้วิธีทำสวนผมเลยกะว่าจะให้คุณดูแลเรื่องนี้ให้น่ะ”

อาจารย์หลินได้ยินก็ตกใจสะดุ้งโหยงสุดตัวทันที “เถ้าแก่คิดว่าผมเป็นหุ่นยนต์เหรอครับ?  สามสิบหมู่  หมื่นห้าพันต้น  โอย  ผมคนเดียวไม่ไหวหรอกครับ  ขอแรงงานเพิ่มด่วน ๆ เลย!”

ฉินหลินรู้อยู่แล้วว่างานหนักขนาดนี้มันทำคนเดียวไม่ได้  แผนเขาคือจะไปจ้างนักจัดสวนมืออาชีพที่มีประสบการณ์ในการปลูกต้นเฟื่องฟ้าโดยเฉพาะมา  เขาไม่ได้จะให้อาจารย์หลินปลูกทั้งหมดคนเดียวแต่จะให้อาจารย์หลินที่เป็นผู้มีความรู้คอยคุมงานให้อีกต่อหนึ่งต่างหากเล่า

แต่อาจารย์หลินกลับเข้าใจผิดคิดไปว่าหรือตัวเองจะโดนเถ้าแก่คนใหม่เอาเปรียบซะแล้ว?

“เด๋วผมจะหาคนมาช่วยปลูกเพิ่ม” ฉินหลินอธิบาย

“ถึงตอนนั้นให้คุณช่วยคุมงานให้หน่อย  พอทะเลเฟื่องฟ้าเสร็จแล้วผมจะจ้างคนสวนซักสองคนมาคอยดูแลทุกวัน ๆ”

เมื่ออาจารย์หลินได้ยินก็เลิกเข้าใจผิดและพยักหน้าสัญญาว่าจะช่วยจับตาดูให้

ต้นเฟื่องฟ้า 178 ต้นถูกขนลงมาหมดแล้วอย่างรวดเร็ว

ฉินหลินจ่ายส่วนที่เหลืออย่างมีความสุขและไม่ลืมที่จะบอกไปว่าว่า “เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมต้องรบกวนหัวหน้าจ้าวอีกนะครับ  จะว่าไปอาจต้องรบกวนคุณทั้งเดือนเลยก็เป็นได้”

“โทรมาได้ทุกเมื่อเลยครับ” จ้าวลี่หยวนพูดอย่างเต็มใจ

สมัยนี้แม้แต่งานขนส่งเองจะหางานทำก็ยังยากแสนยาก  ยิ่งเป็นหัวหน้าคนด้วยแล้วยิ่งแต่จะยากลำบากไปกันใหญ่  ดังนั้นเมื่อมีงานดี ๆ มาป้อนถึงปากมีหรือเขาจะไม่กระโดดงับไว้

แม้เขาจะงงว่าทำไมเถ้าแก่ฉินถึงต้องเอาของไปลงที่โกดังนั่นก่อนทั้ง ๆ ที่เอามาลงที่นี่โดยตรงเลยก็ได้แท้ ๆ ก็ตาม  แต่ถ้ามันทำให้ตัวเองหาเงินได้จะไปสงสัยเรื่องคนอื่นเขาทำไมกัน

ยังไงพวกคนมีตังค์ก็มักจะมีนิสัยแปลก ๆ กันอยู่แล้ว

เหมือนเจ้านายเขา  ตัวเองก็มีบ้านอยู่แท้ ๆ แต่กลับแอบซื้อบ้านไว้อีกหลัง  เมียนอนอยู่บ้านกลับไม่ยอมนอนด้วย  หาแต่ข้ออ้างว่ามีธุระ ๆ แล้วไปนอนบ้านอีกหลังคนเดียวทำไมก็ม่ายรุ!

คนนรวยนี่อิสระเสรีดีจังเลยเนอะ?

หลังจากที่จ้าวลี่หยวนและขบวนกลับไปแล้ว  ฉินหลินก็ได้สัมภาษณ์พนักงานเก่าที่เหลือในบ้านไร่  ถือเป็นเฟิร์สอิมเพรสชันที่ดีทีเดียว  ไม่มีความรู้สึกรังเกียจเป็นศัตรูอะไรตั้งแต่แรกเห็น

ทว่าปัญหาก็ยังมีคือเรื่องสัญญาจ้าง  เขาไม่มีประสบการณ์ในด้านนี้เลย  สุดท้ายแล้วก็ได้แต่ต้องเอาสัญญาเดิมที่ทางบ้านไร่นี่เคยทำไว้มาเป็นตัวอย่าง  โดยกะว่าจะกลับไปก็อปปี้เนื้อหาจากสัญญาเดิมแล้วเอามาให้พวกเกาเหยเหยาเซ็นต์กันในวันพรุ่งนี้

หลังจากนั้นเขาเดินตามอาจารย์หลินไปรอบ ๆ ที่ดิน 500 หมู่  ถ้าเขาต้องการสร้างทะเลเฟื่องฟ้าในพื้นที่ 30 หมู่ล่ะก็มันต้องเลือกสถานที่ที่เหมาะสม

หลังจากเสียเวลาไปเป็นชั่วโมงในที่สุดเขาก็ตัดสินใจได้แล้วว่าตกลงจะสร้างทะเลเฟื่องฟ้าในพื้นที่ทางเหนือของตัวโถง

เพราะทะเลเฟื่องฟ้าขนาด 30 หมู่นั้นจะต้องเป็นพื่นที่เปิดกว้าง  ระดับของพื้นไม่ควรต่างกันมากเกินไป  ไม่งั้นอาจเกิดข้อผิดพลาดทำให้เอฟเฟคต์ของทะเลดอกไม้ไม่สำฤทธิ์ผล

หลังจากตัดสินใจแล้วฉินหลินก็กลับไปที่เมืองไปติดต่อบริษัทก่อสร้างที่มีชื่อเสียงที่สุด

บริษัทก่อสร้างในอำเภอโหยวเฉิงนี่ก็ซับซ้อนและหลากหลายจริง ๆ เพราะมันครอบคลุมไปถึงการจัดสวนด้วย  สามารถหาจ้างคนงานที่เป็นเกษตรกรผู้มากประสบการณ์ได้ด้วย  แถมค่าแรงก็ไม่กระจอก  วันละ 400 หยวน (ประมาณ 2,000 บาท)

หลังจากเซ็นสัญญาและจ่ายเงินมัดจำเสร็จแล้วคนของบริษัทก็เข้าไปตรวจสอบเบื้องต้นในบ้านไร่ทันทีและกลับกันในตอนเย็น

ที่นี้ปัญหาอีกอย่างก็ตามมา  ตกดึกต้นเฟื่องฟ้าที่อยู่เต็มลานจอดรถนี่แหล่ะปัญหา

เฟื่องฟ้าเหล่านี้ไม่ใช่ถูก ๆ และตอนนี้ก็ทำได้เพียงให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนก่อนอย่างเฉินต้าเป่ยอยู่เฝ้าให้ทั้งคืน  และก็เป็นโอกาสดีที่จะได้เห็นธาตุแท้ชายคนนี้ด้วยว่าเป็นยังไง

เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จแล้วฉินหลินก็กลับเมืองไป  ตอนนี้ทะเลเฟื่องฟ้าก็เริ่มดำเนินการแล้ว  ได้เวลาชำระหนี้สินที่ค้างไว้ซักที

ยังไง ๆ คนจำนวนมากก็ต้องรู้ว่าเขาทำธุรกิจบ้านไร่  โดยเฉพาะเหล่าเจ้าหนี้ทั้งหลาย  หากพวกเขารู้ก่อนที่ฉินหลินจะจ่ายหนี้ล่ะก็อาจเกิดอคติขึ้นมาว่ามีเงินไปทำบ้านไร่ซะใหญ่โตแต่หนี้สินเล็กน้อยกลับไม่จ่ายก็เป็นได้

แม้เจ้าหนี้ทั้งหลายจะเป็นญาติ ๆ และเพื่อน ๆ ของพ่อแม่ของเขาทั้งหมด  การที่ให้ครอบครัวของเขายืมเงินนั้นแปลว่าต้องมีความรักใคร่สามัคคีต่อกันเป็นอย่างยิ่ง  และฉินหลินรู้ดีว่าเจ้าหนี้เหล่านั้นจะไม่คิดอติแบบนั้นอยู่แล้ว  แต่พวกที่ไม่ใช่เจ้าหนี้แต่ขี้เสือกนี่สิ  พวกนี้ไม่รู้เป็นอะไรเห็นคนเขารักใคร่กลมเกลียวเมตตากรุณาต่อกันไม่ได้  ชอบจุดไฟเผาแล้วเอาน้ำมันก๊าดราดซ้ำกันให้วายวอดกันซะจริงเชียว

ดังนั้นหากฉินหลินเอาเงินไปคืนทีหลังล่ะก็  แม้ว่าจะหนี้คืนไปแล้วแต่ความสัมพันธ์อันดีกลับแย่ลงก็ไม่ใช่เรื่องดี

มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ซับซ้อน

เขาเลยต้องรีบจ่ายหนี้ให้หมดก่อน  แม้ภายหลังเหล่าเจ้าหนี้จะรู้ว่าเขาทำบ้านไร่  แต่ความรู้สึกที่ได้มันไม่เหมือนกัน

เขาคิดเรื่องนี้พลางหยิบมือถือขึ้นมาเปิดดูรายชื่อผู้ติดต่อ  โดยเขาได้เม็มชื่อเจ้าหนี้ทุกคนไว้ในมือถือหมดแล้ว  นอกจากเงินห้าหมื่นที่คืนครอบครัวของฉินเหรินไปแล้วกับที่ทยอยจ่ายเดือนละนิดเดือนละหน่อย  เขายังเหลือหนี้โดยรวมประมาณ 330,000 หยวน

ฉินหลินโทรเบอร์แรกและปลายสายก็รับสายทันที “หวัดดีครับลุงเอ้อเกิน  กินข้าวยังครับ…  กินแล้วเหรอ…  คืนนี้ผมขอเชิญลุงมาที่บ้านหน่อยได้มั้ยครับ...  ครับ  บังเอิญหาเงินมาได้ก้อนนึงก็เลยจะจ่ายหนี้ที่พ่อยืมไปน่ะครับ...  คร้าบ ๆ หวัดดีคร้าบ”

พอวางสายเสร็จก็โทรเบอร์ต่อไปจนครบทุกคน  ซึ่งทั้งหมดต่างก็เป็นผู้อาวุโสจากหมู่บ้านเดียวกันทั้งนั้น

การรีบคืนเงินก็ถือเป็นเรื่องดีจริง ๆ นั่นแหล่ะ

ส่วนหนึ่งเพราะอยากช่วยให้แม่คลายกังวล  เพราะแม่มักจะตัดพ้อต่อหน้ารูปของพ่อ  บอกว่าถ้าไม่คืนเงินที่ยืมมาและยังไม่ได้เห็นเขาแต่งงานมีลูกล่ะก็พ่อคงตายตาไม่หลับใช่มั้ย  อะไรประมาณนี้

หลังจากวางสายสุดท้ายเขาก็ไปที่โกดังเช่าแล้วเอาจับปลาป่าธรรมดา ๆ จากในเกมมาใส่ถังที่อยู่หลังกระบะสามล้อบรรทุกแล้วเอาผ้าปิดไว้ก่อนจะขับกลับบ้าน

วันนี้พวกลุงเอ้อเกินต่างก็กินข้าวกันเสร็จแล้ว  ฉินหลินเลยเลี้ยงข้าวตอบแทนไม่ได้  ดังนั้นเขาจึงเตรียมของขวัญให้พวกลุง ๆ เพื่อแสดงความมีมารยาทที่เชิญพวกเขามาที่บ้านเอาตอนกลางค่ำกลางคืนแบบนี้

ปลาป่าธรรมดาเหล่านี้แม้จะบอกว่าธรรมดาแต่จริง ๆ แล้วไม่ธรรมดาเลย  เป็นของขวัญที่ดีมากเลยด้วยซ้ำ

เมื่อกลับถึงบ้านหลินเฟินได้เตรียมข้าวรเย็นรออยู่แล้ว

“มากินข้าวได้แล้วลูก~” หลินเฟินตะโกน

หลังจากที่ฉินหลินนั่งลงเธอก็ถามว่า “นี่เสี่ยวหลิน  ทำไมวันนี้ลูกกลับช้าจังล่ะ  หรือที่บ้านไร่มีปัญหาอะไร?”

“ไม่มีปัญหาอะไรหรอกครับ  จะว่ามาถูกทางแล้วก็ไม่ผิด  ช่วงนี้เลยยุ่ง ๆ กว่าเดิมนิดหน่อย” ฉินหลินตอบ

หลินเฟินเตือนว่า “ลูกห้ามละเลยโม่ชิงเชียวนะ  โม่ชิงน่ะเป็นเด็กดีมะ...”

แล้วหลินเฟินก็หยุดไปไม่ได้พูดอะไรอีก  เธอกังวลแน่นอนอยู่แล้วว่าถ้าผู้หญิงดี ๆ คนนี้ต้องกลายไปเป็นลูกสะใภ้ของคนอื่นเข้าล่ะก็ลูกชายตัวเองคงหาผู้หญิงแบบนั้นไม่ได้อีกแล้ว

และยิ่งคิดก็ยิ่งแต่จะตอกย้ำว่าตัวเองเป็นแม่ที่ไร้ประโยชน์  ครอบครัวมีแต่ล้มลุกคลุกคลาน  หนี้สินท่วมหัว  เงินจะซื้อรถซื้อบ้านให้ลูกยังไม่มี  แล้วเรื่องอะไรพ่อแม่ของโม่ชิงจะต้องยอมให้ลูกสาวพวกเขามาแต่งกับลูกชายของเธอให้ลำบากด้วยล่ะ?

จบบทที่ บทที่ 25: เมื่อไม่มีหนี้จึงรู้สึกเบา! หลินเฟินกังวล!

คัดลอกลิงก์แล้ว