เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4: วันละหมื่นหยวน!

บทที่ 4: วันละหมื่นหยวน!

บทที่ 4: วันละหมื่นหยวน!


เมื่อบุกเบิกทั้งสิบสองแปลงดังกล่าวเสร็จแล้วฉินหลินก็สั่งให้ตัวละครเอาเมล็ดแตงโมไปปลูกต่อ

ทว่าก็ต้องสะดุ้งโหยงเพราะมีการแจ้งเตือนขึ้นมาบอกว่า ‘เมล็ดไม่พอ!’

เขาถึงกับต้องตบหัวตัวเองเพราะลืมคำนึงถึงเรื่องนี้ไปซะสนิทเลย

การปลูกผักแม้จะเป็นในเกมก็ยังต้องใช้เมล็ด

เมล็ดมีจำกัด  เมื่อใช้หมดแล้วก็ต้องไปซื้อที่ร้านค้า  ทว่าก่อนหน้านี้ตอนที่เกมยังอยู่ในมือถือเขาได้ใช้เงินในเกมซื้อเมล็ดแตงโมไปหมดแล้วด้วย

ตามเนื้อหาของเกมปกติแล้วเมื่อปลูกผักได้จะต้องเอาผลผลิตไปขายในเกมเพื่อแลกเงินและนำไปซื้อเมล็ดพันธุ์ชุดใหม่มาปลูกต่อ

จากนั้นก็วนซ้ำ ๆ เดิมอยู่แบบนี้เพื่อสะสมเงินพัฒนาฟาร์มให้เจริญรุ่งเรืองยิ่ง ๆ ขึ้นไป

ดังนั้นการปลูกแตงโมในเกมแล้วเอาออกมาขายในโลกจริงถึงแม้จะหาเงินจริงได้  แต่ก็ไม่อาจหาเงินในเกมได้  เว้นแต่ว่าเขาจะเอาแตงโมล็อตใหม่ที่พึ่งเก็บเกี่ยวมาได้นี้ขายในเกมซะ  แบบนั้นถึงจะมีเงินซื้อเมล็ดพันธุ์ชุดใหม่

แต่จู่ ๆ เขาก็เกิดไอเดียใหม่ขึ้นมาอย่างหนึ่ง  นั่นคือหากเอาเมล็ดจากโลกจริงเข้าไปปลูกในเกมล่ะ?  ทำได้มั้ย?

แค่คิดอย่างเดียวมันไม่ได้ข้อสรุป  สิ่งเดียวที่จะทำให้ได้ข้อสรุปคือทดลองของจริง  เมื่อคิดได้ดังนั้นจึงปิดร้านและไปยังแหล่งรวมเมล็ดพันธุ์ของอำเภอโหยวเฉิงในทันที

เมื่อเดินเข้าร้านไปก็เห็นว่ามีผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งนั่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์เอ่ยปากทักทายอย่างกระตือรือร้นว่า “น้องชาย ๆ หาเมล็ดพันธุ์ไรอยู่เหรอ?  ถามเจ๊ได้เลยนะ!”

“มีเมล็ดแตงโมไร้เมล็ดขายมั้ยครับเจ๊?” ฉินหลินถามพลางสอดส่ายสายตามองดูเมล็ดพืชในร้าน

แม้ว่าพื้นที่เลเวลหนึ่งในเกมจะใช้ปลูกผักผลไม้อะไรต่อมิอะไรได้หลากหลายก็จริงอยู่  แต่การค้าแตงโมไร้เมล็ดของเขามันพึ่งจะเริ่มเท่านั้นเอง  จู่ ๆ จะตัดทิ้งแล้วเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นซะเฉย ๆ ก็ดูจะไม่เป็นชิ้นเป็นอันเกินไป  ดังนั้นเขาจึงต้องเดินหน้าในด้านแตงโมไร้เมล็ดต่อไปก่อน

“มีสิ” อาเจ๊ยิ้มและเสนอราคา “แตงโมไร้เมล็ดจินละแปดสิบหยวน  เอาเท่าไหร่ล่ะหืม?”

“ขอสองจินก่อนละกันครับเจ๊” ฉินหลินยังไม่มั่นใจว่าเมล็ดพันธุ์ชนิดนี้สามารถเอาไปปลูกในเกมได้หรือไม่  ดังนั้นจึงซื้อแค่กิโลเดียวก่อน  และหลังจากที่กลับไปที่ร้านเขาก็จัดการปิดประตูบานเลื่อนล็อคให้สนิทอีกรอบก่อนจะเข้าโลกในเกมและลองเอาเมล็ดที่ซื้อมาใส่ไว้ในช่องเก็บเมล็ดพันธุ์

เสร็จแล้วก็ออกเกม

พอลองเปิดจอเกมขึ้นมาดูก็พบว่าในกล่องเก็บเมล็ดพันธุ์มีเมล็ดแตงโมอยู่

[เมล็ดของแตงโมไร้เมล็ด: คุณภาพเลเวล 1]

[เมล็ดของแตงโมไร้เมล็ด  เมื่อปลูกแล้วจะได้แตงโมไร้เมล็ด!]

ช่างเป็นคำอธิบายที่โคตรหยาบแต่ก็เข้าใจง่าย

ฉินหลินสั่งให้ตัวละครเอาเมล็ดไปลงแปลงทั้งสิบสองแปลงที่พึ่งบุกเบิก

ครู่ต่อมาเขาก็เห็นว่ามีการแจ้งเตือนถึงการใช้งานแปลงปลูกทั้งสิบสองแปลงแล้วจึงได้ยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้

แปลว่าเมล็ดจากโลกจริงก็สามารถเอาไปปลูกในเกมได้นั่นเอง

เรื่องนี้ช่วยแก้ปัญหาไปได้เปลาะใหญ่เลยทีเดียว

ปัญหาต่อไปก็คือแตงโมที่ปลูกจากเมล็ดโลกจริงจะอร่อยเท่าแตงโมที่ปลูกจากเมล็ดในเกมรึเปล่า?

ช่วงบ่ายในกลุ่มวีแชทได้มีคนสั่งแตงโม  ฉินหลินจึงเอาแตงโมที่เหลืออีกสามสิบลูกไปส่ง

ฉินหลินยังขายผักผลไม้ทั้งหมดที่เขาซื้อเมื่อวานนี้ในราคาต่ำและไม่ได้วางแผนที่จะไปหาซื้อของมาเติมเนื่องจากปัจจุบันเขาได้ผันตัวไปเป็นพ่อค้าขายแตงโมอย่างเต็มตัวแล้ว

.....................................................

ยามสนธยามาถึงเขาก็จัดการปิดร้าน  ที่บ้านแม่ก็เตรียมข้าวเย็นไว้ให้เรียบร้อยแล้ว

กินข้าวเย็นเสร็จก็เปิดจอเกมดู

แตงโมสิบสองแปลงแรกมีแมลงรบกวน  ส่วนสิบสองแปลงหลังมีหญ้าขึ้นรบกวน  ฉินหลินจึงไม่รอช้าสั่งตัวละครจัดการพวกมันทั้งหมด

หลังจากที่จัดการกับพวกตัวรบกวนทั้งหลายเสร็จแล้วเสียงแจ้งเตือนวีแชทก็ดังขึ้น

โม่ชิงเมียพี่ “เสร็จซักที  ฉันจะกลับบ่ายพรุ่งนี้นะ  มารับที่ที่ทำงาน  เอ้อ  แล้วก็อยากกินแตงโมด้วย!”

เมื่อเห็นว่าเป็นจ้าวโม่ชิงส่งมาฉินหลินก็พิมพ์ตอบกลับไปทันที “เคจ้าเมียจ๋า”

โมชิงเองก็เหมือนเขา  คือหลังจากเรียนจบมหาลัยแล้วก็กลับมาที่อำเภอโหยวเฉิง  ต่างก็ตรงที่โม่ชิงมีญาติทำงานในสำนักงานจัดเก็บภาษีของทางอำเภอ  ดังนั้นเธอจึงสามารถเข้าทำงานเป็นข้าราชการในสำนักงานจัดเก็บภาษีได้

และช่วงไม่กี่วันมานี้ดูเหมือนว่ามีหลาย ๆ กลุ่มองค์กรรวย ๆ ในเมืองครอบครองทรัพย์สินที่มีพิรุธ  ว่ากันว่าผู้บริหารบริษัทแห่งหนึ่งดันถูกถ่ายภาพตอนที่ตัวเองกำลังกินข้าวนั่งโม้กันอยู่ที่บ้านพักตากอากาศแห่งหนึ่งเข้าและโดนโพสต์ภาพดังกล่าวนั้นลงโซเชียล  และมันได้ทำให้ดวงที่กำลังรุ่งของคนเหล่านั้นถึงขั้นร่วงตุ้บลงเหว

เบื้องบนจึงได้นำคณะผู้ตรวจสอบภาษีซึ่งมีโม่ชิงอยู่ด้วยเข้าตรวจสอบพวกมันอย่างละเอียด

ฉินหลินกับโม่ชิงคุยวีแชทกันจนดึกดื่น

...................................…

วันรุ่งขึ้น

ฉินหลินตื่นเช้าขึ้นมาก็ไม่รอช้ารีบเปิดจอเกม  ผลคือแตงโมทั้งยี่สิบสี่แปลงสุกหมดแล้ว

และที่เขาโฟกัสเป็นพิเศษคือแตงโมที่ปลูกจากเมล็ดโลกจริง  มองดูแล้วหน้าตาก็เหมือน ๆ กับลูกที่ปลูกจากเมล็ดในเกมเป๊ะ

เพื่อความชัวร์จึงให้ตัวละครไปเก็บมาดู  จากนั้นตัวเขาก็เข้าโลกในเกมไป

เมื่อเดินไปดูที่โกดังเก็บของก็เห็นว่ามีแตงโมที่เก็บมาก่อนหน้านี้วางอยู่สิบหกลูก  โดยแต่ละลูกดูจะหนักประมาณสิบกว่าจิน

เมื่อหยิบขึ้นมาดูก็เห็นข้อความ

[แตงโมไร้เมล็ด: คุณภาพเลเวล 1]

[คำแนะนำ: แม้จะไม่ใช่แตงโมที่วิเศษวิโสอะไรแต่ก็ปลูกโดยเกมจึงดีที่สุดในบรรดาแตงโมทั่วไป]

ดู ๆ แล้วก็เดิม ๆ

ฉินหลินยังคงกังวลอยู่หน่อย ๆ จึงเอามันกลับโลกจริงแล้วเอามันไปผ่าในครัว  จากนั้นก็หั่นชิ้นพอดีคำมากิน

รสชาติอร่อยที่ได้ทำให้เขาโล่งอก

แบบนี้ก็แปลว่าการเอาเมล็ดจากโลกจริงเข้าไปปลูกในเกมสามารถทำได้โดยไม่ต้องกลัวว่ารสชาติจะเพี้ยน

“เสี่ยวหลิน  ทำไมลูกกินแตงโมแต่เช้าล่ะเนี่ย?  เดี๋ยวก็ท้องเสียหรอก” หลินเฟินมาเห็นก็อดจู้จี้กับลูกตัวเองไม่ได้

ฉินหลินยิ้มและอธิบายว่า “แม่ครับ  ผมแค่ลองชิมแตงโมเอง  กะว่าจากนี้ไปจะเอาไปขาย”

หลินเฟินไม่ได้ว่าอะไรอีกแต่กลับกลับหยิบแตงโมขึ้นมาหนึ่งชิ้นและวางแผนที่จะช่วยให้คำแนะนำแก่ลูกชายซักหน่อย  และพอกัดเข้าไปคำเดียวก็ต้องอุทานอย่างตกใจ “โห  อร่อยมาก  แตงโมที่ร้านจะหารสชาติแบบนี้ถือว่ายากแสนยาก  ถ้าทุกลูกอร่อยแบบนี้ล่ะก็ยังไงก็ขายดีแน่นอน”

แม่ค้าที่เปิดร้านขายผักผลไม้มาทั้งชีวิตอย่างหลินเฟินย่อมรู้ดีว่าแตงโมที่กินอยู่นี้ของดีหรือไม่เป็นธรรมดา

ฉินหลินเปิดจอเกมแล้วสั่งให้ตัวละครไปเก็บแตงโมจากทั้งยี่สิบสี่แปลงให้เรียบร้อยจากนั้นก็ให้มันปลูกชุดใหม่เลย

และถ้าปลูกตอนนี้ชุดใหม่ก็จะสุกตอนเย็น

จากนั้นฉินหลินก็กินข้าวเช้ากับแม่  แล้วเขาก็ออกเดินทางไปยังโกดังที่เช่าไว้

เมื่อเขามาถึงโกดังก็ล็อคประตูและเข้าเกมเหมือนเดิม  เมื่อเดินเข้าไปในโกดังเก็บของในเกมก็เห็นกล่องข้อความแจ้งเตือนว่า

แตงโมไร้เมล็ด: 418 (เลเวล 1)

เป็นผลผลิตจากยี่สิบสี่อแปลง

ซึ่งก็ธรรมดาชินแล้ว  แต่ที่ไม่ชินคือมีแตงโมสามลูกวางแยกจากกองแตงโมก่อนหน้าโดยมีกล่องข้อความกำกับไว้ว่า:

แตงโมไร้เมล็ด: 3 (เลเวล 2)

‘เฮ่ย!  มีแตงโมเวลสูงด้วย?  ดูจากลายเส้นของมันแล้วเข้มลึกกว่าเวลหนึ่งชัดเจนเลย  แถมลูกยังดูกลมกว่าด้วย’

เมื่อหยิบขึ้นมาดูก็มีกล่องข้อความเด้งขึ้น

[แตงโมไร้เมล็ด: เลเวล 2]

[หมายเหตุ: แตงโมคุณภาพสูงที่ผลิตโดยเกม  ไม่ว่าจะเป็นรสชาติ  รสสัมผัส  หรือกลิ่น…  ล้วนสูงกว่าแตงโมเลเวล 1 เยอะ  อาจทำให้ไม่สามารถควบคุมต่อมรับรสได้ อร่อย +2, หวาน +2, รสสัมผัส +2, ติดปาก +2!]

เวลสองทำให้พวกรสชาติความหวานอะไรกลายเป็นบวกสองหมดเลย  แถมยังมีติดปากบวกสองด้วย

แล้วยังมีอะไรที่ฟังดูเกินจริงอยู่อีก

อาจไม่สามารถควบคุมต่อมรับรส?  อะไรจะปานนั้น

ไม่ใช่อาหารเลิศรสซักกะหน่อย

ฉินหลินเองก็อยากเทสต์ดูเหมือนกันว่าไอ้แตงโมเวลสองที่บวกสองเพียบนี่มันจะเจ๋งอย่างที่คำอธิบายโม้ไว้ซักแค่ไหน  ทว่าตอนนี้ยังไม่ได้  ต้องหาเงินก่อน

เขาทำการย้ายแตงโมทั้งสี่ร้อยสิบแปดลูกออกมายังโลกจริงแล้วถ่ายคลิปลงวีแชทพร้อมข้อความเหมือนเดิมคือขายส่งจินละหนึ่งจุดห้าหยวนส่งถึงหน้าบ้าน

ไม่นานหลังจากโพสต์ไปปแล้วฉินหลินก็ขนแตงโมทั้งหมดใส่เจ้ารถบุโรทั่ง  และเสียงแจ้งเตือนวีแชทก็ดังขึ้นมา  เป็นหลิวต้าเชิ่งที่เร็วสุดสั่งของก่อนเพื่อน

แม้จะแค่แตงโมเลเวลหนึ่ง  แต่มันก็ยังอร่อยกว่าแตงโมเดิม ๆ ที่มีอยู่ทั่วไปมาก  ยิ่งเป็นหน้าแตงโมแบบนี้ด้วยแล้วไม่ต้องห่วงเลยว่าจะขายไม่ออก  ลูกค้าที่ซื้อไปรอบหนึ่งต้องม้วนตัวกลับมาซื้ออีกรอบอย่างแน่นอน  ดังนั้นเถ้าแก่ที่เคยสั่งแตงโมกับเขาจึงประเมินว่าต้องสั่งของเข้าร้านเยอะกว่าเดิมซะแล้ว

ไม่เพียงแค่นั้น  เนื่องจากความขายดีของเหล่าเถ้าแก่จ้าวก่อน ๆ แพร่ออกไปทำให้มีเถ้าแก่จ้าวใหม่ ๆ ออเดอร์ผ่านทางวีแชทกันร้านละยี่สิบสามสิบลูก  โดยร้านเหล่านั้นถ้าไม่อยู่ฝั่งตะวันออกก็อยู่แถว ๆ ถนนสุ่ยซี

เขาขายแค่สองวันโดยมีผลลัพธ์คือเทน้ำเทท่าย่อมทำให้เถ้าแก่ทั้งหลายในกลุ่มวีแชทต้องรีบเอาด้วยเป็นธรรมดา

ฉินหลินคำนวณดูแล้วพบว่าจำนวนแตงโมที่เถ้าแก่ทั้งหลายออเดอร์มานั้นมีทั้งหมดสามร้อยเก้าสิบห้าลูกซึ่งเกือบหมดชุดแรก

พอรับออเดอร์เสร็จก็ขนแตงโมที่เหลือขึ้นรถต่อและขับกลับเข้าตัวอำเภอ

สาย ๆ เขาก็เอาแตงโมไปส่งให้พวกหลิวต้าเชิ่ง

“มาละเหรอเสี่ยวฉิน” เมื่อหลิวต้าเชิ่งเห็นเขาก็เข้ามาต้อนรับยิ้มแย้มแจ่มใส

“แตงโมขายดีมากวันนี้เลยกะจะสั่งเพิ่มอีกสิบลูก” เขาบอก

“ขอบคุณพี่หลิวที่ช่วยนะครับ” ฉินหลินยิ้มตอบและเริ่มขนแตงโมลงรถ  จ่ายเงินจ่ายไรเสร็จเขาก็ไปต่อที่ร้านของเฉินต้าเหอและอ้ายชือนีและอื่น ๆ จากนั้นก็กลับร้านไปพร้อมกับแตงโมที่เหลืออีกยี่สิบสามลูกในตอนเที่ยง

เมื่อคำนวณเงินดูแล้วสามร้อยเก้าสิบห้าลูกเป็นเงินสี่พันสี่ร้อยยี่สิบสี่หยวน  เงินในบัญชีตอนนี้มีหกพันหกร้อยสามสิบหกหยวน  และถ้าขายแตงโมอีกชุดที่กำลังจะสุกในตอนเย็นนี้ได้ล่ะก็เขาน่าจะหาเงินได้วันละหนึ่งหมื่นหยวน!

กลายเป็นว่าในวันเดียวเขากลับสามารถหาเงินได้เท่ากับที่เขาทำงานขายผักผลไม้อย่างหนักเดิม ๆ ตลอดหนึ่งเดือนเต็ม ๆ

จบบทที่ บทที่ 4: วันละหมื่นหยวน!

คัดลอกลิงก์แล้ว