เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 19 -- กลับบ้าน

ตอนที่ 19 -- กลับบ้าน

ตอนที่ 19 -- กลับบ้าน


ตอนที่ 19 -- กลับบ้าน

 

“เราทำได้~! เราทำได้~! เราทำได้~!”

 

มิลลี่ดีใจกระโดดโลดเต้น

 

ผมมองเห็นทั้งความประหม่าและดีใจภายในนัยน์ตาของเธอ

 

อืม ตอนนี้ที่ผมต้องทำก็คือลูบหัวเธอ และในตอนที่ผมลูบหัว ประกายในนัยน์ตาของเธอก็ค่อยๆสงบลง

 

ผมยังจำตอนที่ผมเอาชนะบอสครั้งแรกได้ ในตอนนั้นผมเป็นส่วนหนึ่งของคณะสำรวจ พวกเราดื่มฉลองกันข้ามวันข้ามคืน

 

ดังนั้นสิ่งที่มิลลี่กำลังรู้สึกในตอนนี้ ผมจึงเข้าใจเป็นอย่างดี

 

“เอาล่ะ งั้น…”

 

ผมหนีออกจากอ้อมกอดของมิลลี่และเดินไปยังที่ซึ่งราชาแห่งความตายสลายไป มีของสิ่งหนึ่งที่กำลังสะท้อนแสงอยู่ในกองไอเท็ม

 

มันคือแหวน

 

“แหวนกระดูกงูงั้นหรอ?”

 

บอสนั้นมีโอกาสที่จะดรอปไอเท็มหายาก ซึ่งพลังของไอเท็มหายากนั้นไม่อาจนำมาเทียบกับของที่ดรอปจากมอนสเตอร์ธรรมดาๆได้

 

ราคาเองก็เช่นกัน

 

แหวนกระดูกงูนั้นมีค่าเกือบเป็นสองเท่าของแหวนที่ผมได้มาจากไลเดียซะอีก

 

โชคดีชะมัด

 

“หวา! แหวนกระดูกงู!”

 

เมื่อเห็นแหวนกระดูกงูที่ผมหยิบขึ้นมา มิลลี่ก็ส่งเสียงดีใจออกมา

 

“นายจะทำยังไงกับมัน?”

 

“ผมจะเอามันไปขาย, ผมไม่ต้องการของสองอย่างที่เหมือนกัน”

 

ผมหยิบกระเป๋าเวทย์มนต์ออกมา และในตอนที่ผมกำลังจะใส่แหวนลงไป มิลลี่ก็จับมือผมด้วยสองมือของเธอ

 

“ฉะ-ฉันอยากได้มัน!”

 

ผมเองก็คิดว่าเธอจะต้องพูดแบบนั้น

 

ในตอนที่มองมัน ตาของเธอก็เป็นประกายตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว

 

“ตกลง แต่ว่าสิ่งนี้สามารถหาเงินให้เราได้มาโขเลยนะ เธอรู้ไหม?”

 

“งั้นชั้นจะให้เจ้านี่เป็นการแลกเปลี่ยน~!”

 

มิลลี่ยื่นไม้เท้าสั้นที่มีคริสตัลสีฟ้าติดอยู่ตรงปลายด้านบน

 

-มันคือคริสตัลร็อด (Crystal Rod)

 

ไม้เท้าอันนั้นสามารถขยายพลังของเวทย์มนต์สายสีฟ้าได้ มันจึงมีราคาสูงมาก

 

น่าจะเกือบสามเท่าของราคาแหวนกระดูกงู

 

“มิลลี่ เธอรู้ไหมว่าสิ่งนี้มีค่ามากขนาดไหน?”

 

“นะ-แน่นอนสิ ชั้นรู้!”

 

มิลลี่พูดออกมาพร้อมกับหน้าแดง และดันคริสตัลร็อดใส่อกของผม

 

ไม่ว่ายังไงก็จะทำเอาสิ่งที่อยากได้สินะ

 

โอ้ เด็กน้อยนี่จะน่ารักไปไหน

 

บางทีเธอคงจะกลัวเล็กน้อยหรือมีอะไรสักอย่าง แค่ดวงตาของเธอเริ่มเปียกชื้นแล้ว

 

ผมถอนหายใจออก แล้วยื่นไปกุมมือเธอ

 

เธอทำหน้างุนงงแล้วเบิกตากว้างพร้อมกับทำเสียง *พา~า~โตะ*

 

ผมสวมแหวนกระดูกงูลงบนนิ้วของเธอ แล้วสีหน้าของเธอก็เปลี่ยนเป็นดีใจในทันที, เธอเริ่มจ้องมาที่ผมจากมุมต่างๆ

 

ผมละแปลกใจว่าทำไมเธอถึงดีใจขนาดนั้น

 

“ผมเดาว่า การใส่อุปกรณ์ที่เข้าคู่กันน่าจะให้ความรู้สึกที่ดี แม้ว่าประสิทธิภาพของมันจะงั้นๆก็เถอะ”

 

“~♪”

 

เธอไม่ได้ฟังเลย….

 

เฮ้อ ยังไงก็ตาม

 

ผมรู้สึกราวกับเป็นปู่ที่กำลังให้ของเล่นชิ้นใหม่กับหลายเลยแฮะ

 

ผมไม่เคยมีลูกด้วยซ้ำ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหลานเลย แต่มันก็ไม่ได้รู้สึกแย่อะไรหรอกนะ

 

ผมเดินเข้าไปลูบหัวเธอ พร้อมกับหัวเราะด้วยใบหน้าที่มอมแมม *เฮะ เฮะ เฮะ*

 

-ตอนนี้เรามาดูกำไรที่ได้จากวันนี้กัน

 

พวกเราใช้โพชั่นฟื้นฟูพลังเวทย์(ใหญ่) ไปเก้าขวด แต่ละขวดใช้โพชั่นฟื้นฟูพลังเวทย์ห้าขวดในการเตรียม ซึ่งแต่ละขวดมีค่า 1000 รูปี ทั้งหมดก็ 45000 รูปี

 

ตอนนี้เหลือเพียงขวดเดียว…. อืม ผมว่าผมก็ทำได้ดีในการต่อสู้กับตัวแบบนั้นในเลเวลเท่านี้ล่ะนะ

 

ในเมื่อเราจะใช้สิ่งนี้ นั่นหมายความว่าเราไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว

 

ในเมื่อเอาแหวนกระดูกงูให้มิลลี่ รายได้ของพวกเราก็เป็น 0 รูปี….

 

รวมทั้งหมดก็คือ -45000 รูปี

 

ราชาแห่งความตายคือมอนส์เตอร์ที่ผมเคยเจอในดันเจี้ยนชั้นล่างๆที่ผมเคยพิชิตเมื่อนานมาแล้ว

 

พวกเราสามารถจัดการมันได้ง่ายกว่านี้ ถ้ามีคนที่สามน่ะนะ

 

หากไม่มีแรงกดดันที่ต้องหนีอยู่ตลอดเวลาล่ะก็ การจัดการบอสก็คงไม่มีเหงื่อออกแม้แต่หยดเดียว

 

ไทม์สแควร์ดูเหมือนจะนำมาประยุกต์ใช้ได้มากกว่าที่คิดแฮะ

 

พลังของเรดซีโร่ x 4 นั่นอันตรายจริงๆ

 

หากยิงด้วยพลังระดับนี้ หากผมมีเลเวล 90 ผมสามารถจัดการบอสระดับต่ำด้วยการยิงเพียงครั้งเดียวได้

 

อืม แต่ยังไงก็ตาม ผมยังต้องคำนวณความเข้ากันของคุณสมบัติ, ปริมาณพลังเวทย์ที่ใช้ และอื่นๆ

 

ผมตั้งตาคอยที่จะได้ใช้มันในอนาคต

 

เมื่อผมจินตนาการถึงพลังของตัวเองหลังจากที่ฝึกฝนอย่างเต็มที่ ผมก็หัวเราะแปลกๆออกมา

 

มิลลี่ที่จ้องแหวนกระดูกงูเองก็กำลังหัวเราะร่าเช่นกัน

 

เสียงหัวเราะที่น่าขยะแขยงของเด็กทั้งสองดังก้องไปทั่วสุสาน

 

หากมีคนอื่นมาเห็นพวกเราในตอนนี้ พวกเขาคงจะงุนงงกับภาพอันแปลกประหลาดที่ได้เห็น

 

หลังจากนั้นสักพัหนึ่ง พวกเราก็เดินออกจากโบสถ์แห่งความเสื่อม

 

-ระหว่างทางกลับบ้าน

 

ในเมื่อเราไม่มีอารมณ์ที่จะใช้เทเลพอร์ตกลับบ้าน พวกเราก็เดินคู่กันไปพร้อมกับคุยเรื่องการต่อสู้ก่อนหน้านี้

 

“นั่นมันสุดยอดไปเลย! สามารถสร้างเวทย์มนต์เฉพาะของตัวเองขึ้นมาได้นี่มันยอดจริงๆ! ถ้าหากนั่นไม่ได้ทำให้นายไร้เทียมทานล่ะก็ แล้วอะไรล่ะ?”

 

“ถ้าเธอพูดแบบนั้น… มันก็น่าจะป็นเวทย์ที่ดี แต่มันใช้พลังเวทย์ทั้งหมดที่มี ดังนั้นจึงใช้บ่อยๆไม่ได้”

 

*คุคุคุ* ผมหัวเราะออกมาในตอนที่มิลลี่เคาะไหล่ผม

 

“ไทม์สแควร์...สินะ? เวทย์นั้น ชั้นใช้ด้วยไม่ได้หรอ?”

 

ผมคิดไว้แล้วว่าเธอจะต้องพูดเรื่องนี้ออกมา….

 

“โชคร้ายที่ไม่มีใครใช้ไทม์สแควร์ได้นอกจากผม… มิลลี่ ไทม์สแควร์คือเวทย์เฉพาะตัวที่สามารถหยุดเวลาได้ชั่วเสี้ยววินาทีเท่านั้น, เวทย์เฉพาะตัวสามารถถ่ายทอดผ่านม้วนคัมภีร์ได้ แต่ว่าประสิทธิภาพของมันจะลดลง ถึงแม้ว่าเธอจะใช้ได้ แต่มันอาจจะอ่อนลงจนไม่มีประโยชน์อะไรที่จะฝึกก็ได้”

 

อีกอย่างผมไม่มีเวลาว่างมาทำม้วนคัมภีร์เวทย์ซะด้วยสิ

 

“อะไรนะ งั้นชั้นก็ไม่มีทางเลือกนอกจากสร้างไทม์สแควร์ของตัวเองขึ้นมาสินะ?”

 

“เวทย์เฉพาะตัวนั้นถูกสร้างขึ้นจากจินตนาการของผู้สร้าง ‘ความชื่นชอบ’ ที่ต่างกันเป็นสิ่งสำคัญในกระบวนการสร้าง, ไทม์สแควร์เป็นเวทย์เฉพาะตัวที่สร้างขึ้นโดยผมที่คิดแต่เรื่องของเวลาเท่านั้น, ดูยังไงบุคลิกของเธอก็ไม่สามารถเข้ากับมันได้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ดังนั้นมันจึงเป็นไปไม่ได้ที่เธอจะสร้างมันขึ้นมา, เธอควรจะจำเรื่องนี้ไว้ในอนาคตด้วย”

 

หวังว่าเธอจะเข้าใจเรื่องนี้นะ

 

มิลลี่พยักหน้าให้ผมพูดต่อ

 

“เพื่อที่จะสร้างเวทย์เฉพาะตัว ความเข้ากันได้กับคนนั้นกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเวลาในการพัฒนา, แทนที่จะลอกเลียนแบบผู้อื่น สู้สร้างอะไรสักอย่างที่เธอต้องการจะดีกว่า, ตอนนี้มันยังเร็วเกินไปสำหรับเธอที่จะสร้างเวทย์เฉพาะตัวของตัวเอง, เธอควรจะทำหลังจากโตกว่านี้สักหน่อย”

 

ผมพูดพร้อมกับลูบหัวมิลลี่

 

“มู~~ ไหงนายชอบทำเหมือนชั้นเป็นเด็กล่ะ? นายอายุเท่าไหร่กันแน่ เซฟ?”

 

เมื่อได้ยินคำถามของมิลลี่ มือของมก็หยุดทันที

 

ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ควรใช้มากเกินไปซะแล้ว

 

“ไม่ใช่ว่านายอายุเท่าๆกับชั้นหรอ? พวกเราเป็นใคร เด็กอายุ 13 ไม่ใช่หรอ? ถ้านายเริ่มสร้างเวทย์เฉพาะตัวของนายในไม่กี่ปี…. แล้วนายเริ่มฝึกเวทย์มนต์ตอนอายุเท่าไหร่กันแน่?”

 

“….ยังไงก็ตาม ผมต้องรีบกลับบ้านแล้ว ไม่งั้นแม่จะเป็นห่วงเอา…”

 

ผมวิ่งหนีมิลลี่ในตอนที่พูด

 

“อ๊ะ~! นี่~! รอฉันด้วยสิ!”

 

ผมได้ยินเสียงของมิลลี่ดังมาจากด้านหลัง เหมือนว่าเธอจะเทเลพอร์ตตามหลังผมมา

 

ในตอนที่ผมปัดมือเธอออก ผมก็ใช้เทเลพอร์ตทันที

 

หลังจากพูดเรื่องไม่จำเป็นมากเกินไป ผมก็ถูกไล่ตามจนกระทั่งพวกเรากลับมาถึงนานามิ

 

อืม อย่างน้อยดูเหมือนมิลลี่จะกลับเป็นตัวของตัวเองแล้ว

 

เธอกลับมามีสีหน้าที่สดใสอีกครั้ง

 

ตอนนี้ เป้าหมายของเราคือการหาเงิน

 

ผมอยากจะซื้ออุปกรณ์ราคาแพงบางอย่างถ้ามันมีขาย

 

และเรายังต้องการโพชั่นฟื้นพลังไม่จำกัดอีกด้วย

 

โชคดีที่ผมยังพอมีเครื่องประดับที่ได้จากกองคาราวาน เหลืออยู่บ้าง

 

ผมไม่จำเป็นต้องตั้งร้านแผงลอยอีก

 

ที่นั่นมีเด็กสาวช่างตีดาบอยู่… ไลเดียมั้ง? ผมรู้สึกได้ว่าเธอเป็นแม่ค้าที่ยอดเยี่ยม

 

เป็นทั้งผู้ให้และผู้รับ

 

เธอเป็นทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย

 

มันก็ไม่เลวที่จะไปพบเธออีกครั้ง

 

ผมสงสัยว่าเมื่อไหร่จะได้กลับไปที่เมืองแห่งการค้าเบริต้าอีก

 

ในตอนที่ผมคิดอะไรเพลินๆแบบนั้น ผมก็มาถึงนานามิ

 

ก่อนที่ผมจะถูกมิลลี่เจอตัว ผมรีบเทเลอร์ตกลับบ้าน

 

ผมแน่ใจว่าเธอไม่ตามผมมาไกลขนาดนี้แน่อ

 

“กลับมาแล้วครับ”

 

“โอ้ ยินดีต้อนรับจ้ะ เซฟ, มิลลี่จัง”

 

เดี๋ยวนะ แม่พึ่งพูดว่า… มิลลี่จังงั้นหรอ?

 

ผมหันกลับไปและมองเห็นมิลลี่ที่กำลังทำหน้าเหมือนจะพูดว่า ‘ชั้นชนะ!’

 

“หนูอยากจะมากินข้าวเย็นกับพวกเราไหมจ้ะ~?”

 

“ค่า~! ขอบคุณที่เลี้ยงค่า~!”

 

เฮ้ หยุดเลยนะยัยบ๊อง

 

พวกเรากินอาหารเย็นกันสามคนก่อน, ในขณะเดียวกันผมต้องเผชิญกับคำถามที่ถูกระดมยิงจนถึงดึกดื่น ซึ่งใครบางคนเข้ามาจู่โจมในห้องของผมโดยไม่ได้รับอนุญาตและ….

 

==========

 

อุทิศให้คุณพ่อยุทธนา ศิริพัฒนานันทกูร

 

==========

 

ติดตามข่าวสารและตอนใหม่ๆได้ก่อนใครที่ https://www.facebook.com/RachanTranslations/

จบบทที่ ตอนที่ 19 -- กลับบ้าน

คัดลอกลิงก์แล้ว