- หน้าแรก
- ฉันมีเซฟเฮาส์ในยุคน้ำแข็ง
- บทที่ 109 แรงกดดันจากทั้งหมู่บ้าน
บทที่ 109 แรงกดดันจากทั้งหมู่บ้าน
บทที่ 109 แรงกดดันจากทั้งหมู่บ้าน
บทที่ 109 แรงกดดันจากทั้งหมู่บ้าน
เผชิญหน้ากับความหวาดกลัวจากความสิ้นหวัง เหล่าเจ้าของบ้านก็เริ่มคิดถึงความดีของจางอี้
เมื่อมีคนเริ่มต้นขึ้น และในยุคที่วุ่นวายแบบนี้ คนอื่นๆ ย่อมถูกปลุกปั่นได้ง่าย
โดยเฉพาะตอนนี้พวกเขากำลังหิวโหย ยิ่งคิดถึงอาหารอร่อยๆ ที่จางอี้เคยให้
“ลองคิดดูดีๆ พวกเราเรียกร้องจากจางอี้มากเกินไปหรือเปล่า?”
“เขาทั้งฝ่าพายุหิมะ ออกไปหาอาหารคนเดียว มันก็ไม่ง่ายเลยนะ แถมยังต้องหาอาหารสำหรับคนหลายสิบคน”
“ใช่ วันนี้เขาหาอาหารไม่ได้ พวกเราก็ไม่ได้อดตายสักหน่อย ทนหน่อยก็ได้!”
“พวกที่โดนยิงตาย ก็สมควรตายแล้ว พูดอะไรไม่คิด!”
“ใช่ พวกมันเป็นใคร ถึงกล้าคิดจะเอารถลุยหิมะของเขา สมควรตายจริงๆ!”
“เออ พูดถึงเรื่องนี้ ฉันนึกขึ้นได้ ไอ้หลวนเฉียงนั่นมันเลวที่สุด เมื่อก่อนมันปล่อยหมาไม่ใส่สายจูง จนหมาเกือบกัดฉัน!”
“จริงเหรอ? โอ้โห งั้นมันก็สมควรตายจริงๆ ก่อนตายยังมาทำให้พวกเราเดือดร้อนอีก”
“ไม่พูดเรื่องอื่นแล้ว สรุปคือ พวกเราต้องโน้มน้าวจางอี้ ให้เขาช่วยหาอาหารให้พวกเรา!”
“ใช่ๆๆ ตอนนี้มีแค่วิธีนี้เท่านั้น พวกเราถึงจะอยู่รอด”
“พูดถูก บ้านของเขาเป็นโลหะทั้งหมด บุกเข้าไปไม่ได้ ทำได้แค่ขอร้องให้เขาสงสารพวกเรา!”
…
เป็นอย่างที่จางอี้คิดไว้จริงๆ พวกเพื่อนบ้านเหล่านี้ ถ้าคุณดีกับพวกเขานิดหน่อย พวกเขาก็จะได้คืบจะเอาศอก
แต่ถ้าคุณปฏิบัติกับพวกเขาเหมือนหมูเหมือนหมา พวกเขาก็จะมาเลียแข้งเลียขาคุณ
ขงจื๊อพูดได้ดี ผู้หญิงกับคนชั้นต่ำเลี้ยงยาก ใกล้ชิดก็ไม่เคารพ ไกลห่างก็เคียดแค้น
หลังจากที่จางอี้กลับบ้านไม่นาน ก็มีคนแท็กหาเขาในกลุ่มแชทของเจ้าของบ้านตึก 25 แล้วขอโทษเขา
“จางอี้ เรื่องวันนี้พวกเราผิดไปเอง พวกเราขอโทษนายอย่างจริงใจ”
“หวังว่านายจะเห็นแก่ที่พวกเราเป็นเพื่อนบ้านกันมานานหลายปี อย่าถือสาพวกเราเลยนะ”
“จางอี้ ไอ้หลวนเฉียงนั่นมันยุยงพวกเรา! พวกเราไม่ได้คิดแบบนั้นจริงๆ นายต้องเข้าใจนะ!”
“ต่อไปนี้พวกเราจะเชื่อฟังนาย นายพูดอะไรก็คืออย่างนั้น”
“เอ่อ… พรุ่งนี้นายออกไปหาอาหารอีกหน่อยได้ไหม? ทุกคนหิวมากจริงๆ”
พอจางอี้เห็นข้อความพวกนี้ มุมปากก็ยิ้มเยาะ และไม่คิดจะตอบกลับ
ปล่อยให้พวกมันทรมานไปแบบนี้แหละ!
“อือ… ให้พวกมันทำประโยชน์ครั้งสุดท้าย เป็นหน่วยกล้าตายดีไหมนะ?”
จางอี้ลูบคาง ครุ่นคิดอย่างจริงจัง
“ฉันแค่โยนขนมปังขึ้นราไปสองสามก้อน พวกมันก็น่าจะแย่งกันทำแล้วมั้ง!”
ในตอนนั้นเอง เสียงแจ้งเตือน “ติ๊ง!” “ติ๊ง!” ก็ดังขึ้น
จางอี้สงสัยเล็กน้อย เขาปิดเสียงแจ้งเตือนกลุ่มแชทเกือบทั้งหมด ทำไมยังมีเสียงแจ้งเตือนอีก?
เขามองดู เขาก็เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
เฉินหลิงอวี้ หัวหน้าตึก 9 ดึงเขาเข้าไปในกลุ่มแชทใหม่
เขามองดูดีๆ ก็พบว่ากลุ่มแชทนี้ไม่ธรรมดา
คนในกลุ่มแชทมี 30 คนพอดี รวมเขาด้วย
เขาเห็นชื่อที่คุ้นเคยหลายชื่อ
ตึก 18 หลี่เจี้ยน ตึก 26 หวงเทียนฟาง ตึก 21 หวังเฉียง ตึก 5 จางหยุ่นเหนียน…
คนพวกนี้ ล้วนเป็นหัวหน้าของตึกทั้ง 30 ตึก
ดวงตาของจางอี้เป็นประกาย พึมพำกับตัวเอง “ดูท่าว่าพวกมันจะมาเปิดไพ่กับฉันแล้วสินะ?”
จางอี้รู้ว่าวันนี้ต้องมาถึง เขาไม่แปลกใจเลย
เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะมีเสบียงใช้ไม่หมดแบบเขา
คนอื่นๆ ต่างก็ใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก รอไม่ได้แม้แต่วันเดียว
พอเห็นจางอี้เข้ามา เฉินหลิงอวี้ก็พูดว่า “ฉันดึงจางอี้เข้ามาแล้ว ทุกคนมาคุยเรื่องนั้นกันเถอะ!”
จางอี้เงียบ ไม่พูดอะไร เขาอยากดูว่าคนพวกนี้จะคุยกันยังไง
หวังเฉียง หัวหน้าแก๊งหมาป่าคลั่งที่เป็นศัตรูของจางอี้ พูดขึ้นเป็นคนแรก น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
“จางอี้ ได้ยินมาว่าช่วงนี้พวกแกที่อยู่ตึก 25 ใช้ชีวิตสบายดีนี่! กินข้าวทุกวัน ใช้ชีวิตสบายแล้ว แกก็ควรคิดถึงพวกเราที่เป็นเพื่อนบ้านยากจนบ้าง!”
จางอี้หัวเราะเยาะ ไม่คิดจะโต้เถียงกับพวกมัน
ปากเดียวสู้ปาก 29 ปากไม่ได้ โดยเฉพาะตอนที่คุยกันแบบนี้
“ถ้าพวกแกดึงฉันเข้ามา แค่ให้ฉันมาฟังพวกแกพูดไร้สาระ งั้นฉันไปละนะ”
หวงเทียนฟางรีบพูดว่า “จางอี้ อย่าเพิ่งใจร้อน ถ้าแกไปตอนนี้ จะเกิดอะไรขึ้น พวกเราก็ไม่รับประกันนะ!”
จางอี้หัวเราะเยาะ “แกกำลังขู่ฉันเหรอ? หวงเทียนฟาง ฉันฆ่าหมาของแก๊งเทียนเหอไปตั้งเยอะ แกยังกล้ามาเห่าอีกเหรอ?”
“ไม่เชื่อ พรุ่งนี้ฉันจะไปฆ่าพวกแกให้หมด!”
หวงเทียนฟางที่อยู่หลังโทรศัพท์มือถือ รู้สึกหนาวสันหลัง รีบส่งข้อความเสียง “อย่ามาขู่ฉัน! ตอนนี้พวกเราหัวหน้าตึกทั้ง 29 ตึก รวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียวแล้ว ถ้าแกคิดจะโจมตีพวกเราตึกไหน ก็เท่ากับโจมตีทุกตึก!”
“แกเก่งแค่ไหน? สู้กับพวกเราหลายคนได้เหรอ?”
ดวงตาของจางอี้เป็นประกาย
ในที่สุด พวกมันก็รวมตัวกันแล้ว แถมยังเป็นหนึ่งเดียวกันอีกสินะ?
หลี่เจี้ยน คนดีที่ไม่เคยทำร้ายใคร พูดขึ้นว่า “พอได้แล้ว พูดน้อยๆ หน่อย พวกเราสร้างกลุ่มแชทนี้ขึ้นมา ก็เพื่อเจรจาหาทางร่วมมือ ไม่ใช่เพื่อฆ่ากันเอง”
หวังเฉียงแค่นเสียงเย็น พูดอย่างเฉื่อยชา “หลี่เจี้ยน นายพูดเก่ง บอกเรื่องที่พวกเราคุยกันให้มันฟังหน่อยสิ!”
หลี่เจี้ยนพูดว่า “โอเค จางอี้ งั้นฉันจะอธิบายสถานการณ์ตอนนี้ให้นายฟังนะ”
หลี่เจี้ยนพูดเก่งจริงๆ ไม่นานก็อธิบายเรื่องที่ตึก 29 ตึกตกลงกันให้จางอี้ฟัง
อย่างแรก พวกเขารวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียว กดดันจางอี้ที่อยู่ตึก 25
ถ้าตอนนี้จางอี้โจมตีตึกไหน ตึกอื่นๆ ต้องช่วยเหลือ
อย่างที่สอง พวกเขาเรียกร้องให้จางอี้จัดหาเสบียงให้พวกเขา เพื่อความอยู่รอดขั้นพื้นฐาน
ส่วนสิ่งที่พวกเขาจะให้เป็นการตอบแทน ก็คือไม่โจมตีตึก 25
อย่างที่สาม เพื่อให้แน่ใจว่าจางอี้จะทำตามสัญญา พวกเขาเรียกร้องให้ทุกคนผลัดกันใช้สโนว์โมบิลของจางอี้ ไม่ให้จางอี้เก็บไว้คนเดียว
อย่างที่สี่ จางอี้ต้องบอกแหล่งเสบียงที่เขารู้
เพราะข้างนอกหิมะตกหนัก แม้ว่าจะมีพาหนะ ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะหาเสบียงเจอ
หลี่เจี้ยน “จางอี้ เป็นแบบนี้แหละ นายฟังจบแล้วใช่ไหม?”
มุมปากของจางอี้ยิ้มเยาะ
คนพวกนี้มันหน้าด้านจริงๆ อยากจะแย่งสโนว์โมบิลของเขา แถมยังอยากให้เขาพาไปหาเสบียง ดูแลคนทั้งหมู่บ้าน
ส่วนสิ่งที่พวกมันจะให้ ก็คือไม่โจมตีตึก 25 เนี้ยนะ?
พวกมันคู่ควรเหรอ?
จางอี้ไม่ได้โกรธ
แม้ว่าข้อเสนอพวกนี้จะน่าขันมาก ในสายตาของเขา มันตลกจริงๆ แต่ถ้ามองจากมุมมองของพวกเขา มันก็มีเหตุผลอยู่บ้าง
การเจรจา ก็คือการแย่งชิงผลประโยชน์ทีละนิดทีละหน่อย การเรียกร้องมากเกินไป นั่นก็เพื่อต่อรองราคากันในภายหลัง
แต่จางอี้ยังคงสามารถหัวเราะเยาะพวกมันได้
เพราะข้อเสนอพวกนี้ มันตั้งอยู่บนพื้นฐานที่พวกมันประเมินกำลังรบของตึก 25 ผิดพลาดอย่างร้ายแรง
พวกมันคิดว่า ตราบใดที่พวกมันรวมตัวกัน ฆ่าคนในตึก 25 ให้หมดก็ไม่ใช่เรื่องยาก
แต่พวกมันจะรู้ได้ยังไงว่า ตอนนี้จางอี้มีอาวุธและกระสุนมากมาย
ถ้าสู้กันจริงๆ ความต่างชั้นระหว่างสองฝ่าย มันคนละระดับ
คนเยอะ ไม่ได้หมายความว่าจะชนะเสมอไป
หยดน้ำเพียงหนึ่งหยดของชาว Trisolaris ก็สามารถทำลายกองยานอวกาศของโลกได้ทั้งหมด
(ชาว Trisolaris คือมนุษย์ต่างดาวจากนิยายเรื่อง Three Body Problem หรือ
ดาวซานถี่ อุบัติการณ์สงครามล้างโลก)