เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 96 จะฆ่าพวกมันทั้งหมดดีไหม?

บทที่ 96 จะฆ่าพวกมันทั้งหมดดีไหม?

บทที่ 96 จะฆ่าพวกมันทั้งหมดดีไหม?


บทที่ 96 จะฆ่าพวกมันทั้งหมดดีไหม?

หลังจากครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง จางอี้ก็ได้คำตอบที่น่าพอใจ

นั่นก็คือ ตราบใดที่เขายังคงอยู่ในตึก 25 และไม่ยอมออกไปข้างนอก จากนั้นใช้ประโยชน์จากอาวุธในมือและความแข็งแกร่งของห้องนิรภัยเซพเฮาส์ แม้แต่คนจากทั้ง 29 ตึกมารวมตัวกัน ก็ไม่สามารถทำอะไรเขาได้

พูดตรงๆ ในสถานการณ์ที่อาหารขาดแคลนและอากาศหนาวเย็นแบบนี้ การที่คนๆ หนึ่งจะฝ่าลมหนาวออกไปเดินเล่นสองก้าวก็เป็นเรื่องทรมานมาก

คนยี่สิบคนก็ทำงานได้ไม่เท่าคนหนึ่งคนในสมัยก่อน

“ความปลอดภัยของฉันไม่มีปัญหา แย่ที่สุดก็แค่ขี่สโนว์โมบิลฝ่าวงล้อม ใช้ประโยชน์จากอาวุธในมือ สู้แบบกองโจร ค่อยๆ กัดกินพวกมัน”

“แต่การทำแบบนี้มันยุ่งยากเกินไป คนทั้ง 29 ตึก ฉันต้องฆ่าไปถึงเมื่อไหร่?”

“แต่ถ้าฉันไม่ฆ่าพวกมัน พวกมันก็ต้องมาโจมตีฉันแน่ๆ”

จางอี้ครุ่นคิดอย่างรอบคอบ

เขาควรจะเสียเวลาและพลังงานไปกับการกำจัดคนที่เป็นภัยคุกคามในหมู่บ้าน หรือควรจะหาวิธีอื่นดี?

ในช่วงเวลาสั้นๆ จางอี้ยังตัดสินใจไม่ได้

เขามองโทรศัพท์มือถือ เลยตัดสินใจคุยกับหลี่เจี้ยนก่อน

เขาต้องดูว่าเจ้าของตึกคนอื่นๆ คิดแบบเดียวกันหรือเปล่า?

จางอี้เปิดหน้าต่างแชทของหลี่เจี้ยน

เขาไม่ได้ทักหลี่เจี้ยน แต่หลี่เจี้ยนกลับแนะนำสถานการณ์ของพวกเขาให้จางอี้ฟังอย่างกระตือรือร้น

“คุณจาง ครั้งนี้ผมมาด้วยความจริงใจ หวังว่าจะร่วมมือกับคุณ สร้างบ้านที่กลมเกลียวกัน ยูโทเปียในโลกหลังหายนะ”

“ตึก 18 ของพวกเรา จนถึงตอนนี้มีแค่ผู้สูงอายุห้าคนที่เสียชีวิต เพราะโรคแทรกซ้อนจากอากาศหนาวเย็น”

“ทุกคนแบ่งปันเสบียงกันอย่างเหมาะสม อยู่ร่วมกันอย่างกลมเกลียว”

“ผมคิดว่านี่คือวิธีเอาตัวรอดที่ดีที่สุดในโลกหลังหายนะ เป็นการรักษาเปลวไฟแห่งอารยธรรมของมนุษย์เอาไว้ และยังเป็นประโยชน์ต่อการฟื้นฟูหลังจากภัยพิบัติหิมะตกหนัก”

“ตอนนี้ พวกเราขาดแคลนแหล่งอาหารที่มีประสิทธิภาพ เพราะหวังว่าจะร่วมมือกับคุณ ในฐานะค่าตอบแทน พวกเราสามารถจัดหาแรงงานและทรัพยากร เพื่อตอบสนองความต้องการของคุณให้มากที่สุด”

“และยังสามารถประสานความสัมพันธ์กับตึกอื่นๆ ให้คุณ ป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้ง”

หลังจากที่จางอี้เห็นคำแนะนำของหลี่เจี้ยน เขาก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาก

สมกับเป็น CFO ของบริษัทใหญ่ EQ ของเขามันสูงกว่าเฉินหลิงอวี้ที่ขายของออนไลน์เยอะ

มีเหตุผล ชัดเจน พูดถึงผลประโยชน์และความเสียหายอย่างกระชับ และน้ำเสียงก็ไม่ต่ำต้อยหรือโอหัง

แต่สิ่งที่จางอี้สนใจมากที่สุดก็คือ เรื่องบ้านที่กลมเกลียวกันที่เขาพูดถึง

โลกหลังหายนะมาถึงเกือบเดือนแล้ว พวกเขากลับไม่มีใครตายเพราะความขัดแย้ง!

จางอี้มองโจวเข่อเอ๋อที่กำลังนวดเท้าให้เขาอย่างตั้งใจ “เข่อเอ๋อ เธอรู้เรื่องตึก 18 บ้างไหม?”

โจวเข่อเอ๋อคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า “ฉันเคยได้ยินมาบ้าง ว่ากันว่าหัวหน้าตึกของพวกเขาเป็นคนที่มีบารมีมาก หลังจากที่โลกหลังหายนะมาถึง เขารวมตัวผู้พักอาศัยทั้งหมด แบ่งปันเสบียงกัน ทำให้คนส่วนใหญ่มีชีวิตรอดมาได้จนถึงตอนนี้”

จางอี้ถอนหายใจ “สมกับเป็น CFO การจัดการบัญชีไม่เพียงแต่ต้องรู้วิธีจัดการ แต่ยังต้องรู้วิธีเพิ่มผลกำไรให้มากที่สุด”

(CFO หรือ Chief Financial Officers ตำแหน่งหัวใจสำคัญผู้รับผิดชอบการบริหารกิจการให้เป็นไปตามแผนธุรกิจ (Business Plan ) จัดทำ และควบคุมรายงานทางบัญชี พร้อมเสนอทางเลือก และความเสี่ยงต่างๆ แก่ CEO เพื่อให้สามารถวางแผนและตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง)

จริงๆ แล้ว วิธีการของหลี่เจี้ยนคือวิธีที่สมเหตุสมผลที่สุด

ตึกอื่นๆ อย่างเช่น ตึก 25 ที่จางอี้อยู่ เกิดความขัดแย้งและการแก่งแย่งกันภายใน ทำให้เสบียงจำนวนมากสูญเปล่า

ในทางทฤษฎี ถ้าคนๆ หนึ่งไม่เคลื่อนไหว (รวมถึงการใช้สมอง) พลังงานที่ใช้ไปในแต่ละวันก็น้อยมาก กินแค่มื้อเดียวก็เพียงพอ

“หลี่เจี้ยน เป็นคนมีความสามารถ”

จางอี้ถอนหายใจ แต่ก็พูดต่อว่า “แต่ถ้าคิดจะเอาตัวรอดในโลกหลังหายนะด้วยวิธีนี้ มันเป็นไปไม่ได้”

ความสามารถของหลี่เจี้ยนอยู่ที่การสร้างระเบียบ ผ่านอิทธิพลของเขาในตึก 18 ทำให้ทุกคนรวมตัวกันตั้งแต่เนิ่นๆ

แต่ถ้าต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีจากภายนอกล่ะ?

คนพวกนั้นที่เคยชินกับความสุขสบาย ถ้าเจอกับพวกแก๊งเทียนเหอหรือเฉินเจิ้งหาว พวกเขาก็คงจะถูกฆ่าตายจนหมด!

มันก็เหมือนกับที่อารยธรรมจีนโบราณพ่ายแพ้ต่ออารยธรรมเร่ร่อนหลายครั้ง

ถ้าไม่มีกำลังทหารคอยปกป้อง ความสงบสุขทั้งหมดก็เป็นเรื่องหลอกลวง

จางอี้ถามว่า “ถ้าฉันไม่เห็นด้วย นายจะทำยังไง?”

หลี่เจี้ยนครุ่นคิดอยู่นาน แล้วจึงตอบกลับมา

“พวกเราจะยึดมั่นในจิตวิญญาณแห่งความร่วมมือฉันมิตร ขอเสนอคำเชิญให้คุณร่วมมือ”

“ถ้าคุณปฏิเสธ ผมก็รู้สึกเสียใจมาก แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าความคิดของคุณจะไม่เปลี่ยนแปลงในอนาคต ผมยังคงรอคอยโอกาสในการร่วมมือครั้งต่อไป”

จางอี้ยิ้ม วิธีการตอบกลับแบบเป็นทางการแบบนี้ ดูแล้วสบายใจ

“งั้นเหรอ? พวกนายไม่คิดจะโจมตีตึก 25 ของพวกเรา? หรือตอนที่ตึกอื่นๆ โจมตี พวกนายจะไม่เข้าร่วม?”

คำตอบของหลี่เจี้ยนก็ตรงไปตรงมา

“กำลังทหารของพวกเราใช้สำหรับป้องกันตัวเองเท่านั้น จะไม่ไปโจมตีคนอื่นก่อน”

“ไม่ใช่ว่าพวกเราไม่มีความสามารถ แต่การแก่งแย่งกันภายในแบบไร้ประโยชน์ สุดท้ายก็มีแต่จะแพ้ทั้งสองฝ่าย”

จางอี้แทบอยากจะปรบมือให้เขา

ดูสิ คนแบบนี้ ขี้ขลาดแท้ๆ แต่กลับพูดได้อย่างองอาจ

พูดอีกอย่างก็คือ บ้านที่กลมเกลียวกันของตึก 18 ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในโลกหลังหายนะมาครึ่งเดือน พวกเขาไม่มีความกล้าที่จะต่อสู้กับคนอื่น

หลี่เจี้ยนเป็นคนฉลาด

เขาก็รู้ดีว่า ถ้าจางอี้สู้กับคนอื่นจริงๆ ต่อให้พวกเขาเข้าร่วม เขาก็คงไม่ได้ผลประโยชน์อะไรมากมาย

สู้รอดูสถานการณ์ดีกว่า

ถ้าจางอี้แพ้ สโนว์โมบิลตกไปอยู่ในมือคนอื่น เขาก็ยังสามารถไปร่วมมือกับคนอื่นได้

“รอคำตอบจากฉันก่อนก็แล้วกัน”

หลังจากที่จางอี้ส่งข้อความนี้ เขาก็ไปดูรายชื่อคำขอเป็นเพื่อน

ก่อนหน้านี้ เพราะมีคนจำนวนมากที่อยากเป็นเพื่อนกับเขาเพื่อขอเสบียง เขาเลยเพิกเฉยต่อคำขอเป็นเพื่อนทั้งหมด

แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า ทุกคนในหมู่บ้าน ทุกตึก ต่างก็อยากคุยกับเขา แล้วให้เขาช่วยหาเสบียง

แน่นอนว่า จางอี้เพิ่มเพื่อนที่เป็นหัวหน้าตึกอีกหลายคน

สิ่งที่พวกเขาพูดก็เหมือนกับเฉินหลิงอวี้และหลี่เจี้ยน

ต่างก็อยากร่วมมือกับจางอี้ แล้วขอให้จางอี้ช่วยหาเสบียง เพื่อให้พวกเขามีชีวิตรอด

แต่เงื่อนไขที่พวกเขาเสนอมีจำกัดมาก

มีแค่แรงงาน ผู้หญิง และคำสัญญาว่าจะไม่ซ้ำเติมตอนที่เกิดความขัดแย้ง

ต่างกันแค่ทัศนคติ ดีหรือไม่ดี แค่นั้นเอง

จางอี้นอนอยู่บนโซฟา เงยหน้ามองเพดาน พึมพำเบาๆ “ตอนนี้มีแค่สองทางเลือก สู้หรือร่วมมือ”

“สู้ งั้นก็ต้องฆ่าคนที่เป็นภัยคุกคามฉันทั้งหมด เรื่องนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ แค่มันเสียเวลาและกระสุน”

“ฆ่าคนในหมู่บ้านทั้ง 30 ตึกให้หมด กระสุนที่ฉันเก็บไว้ก็คงจะหมดพอดี กระสุนที่ฉันเอามาจากสถานีตำรวจก็ไม่ได้เยอะมาก แค่พันกว่านัดเท่านยั้น”

“นี่ก็ยังเป็นการคิดในแง่ดี ถ้าพวกมันมาโจมตี ฉันก็ฆ่าพวกมันได้ แต่ถ้าพวกมันซ่อนตัวอยู่ในตึก ฉันก็ไม่กล้าเสี่ยงเข้าไป”

“ยิ่งไปกว่านั้น แม้ว่าฉันจะไม่มีปัญหาทางจิตใจในการฆ่าคน แต่ฉันก็ไม่ใช่ฆาตกรโรคจิต”

“คนส่วนใหญ่ในหมู่บ้านไม่ได้มีเรื่องบาดหมางกับฉัน ถ้าฆ่าพวกมันทั้งหมด ฉันก็รู้สึกไม่สบายใจ”

“เชี่ยเอ๊ย ไม่แน่ว่าตอนนั้นฉันอาจจะกลายเป็นบ้า!”

จางอี้ขยี้ขมับ เขารู้สึกว่าการฆ่าคนทั้งหมู่บ้านไม่ใช่ทางเลือกที่ดี

มันยุ่งยากเกินไป

จบบทที่ บทที่ 96 จะฆ่าพวกมันทั้งหมดดีไหม?

คัดลอกลิงก์แล้ว