เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 54 ยินดีค่ะ

บทที่ 54 ยินดีค่ะ

บทที่ 54 ยินดีค่ะ


เมื่อครุ่นคิดถึงสิ่งที่ผู้อำนวยการพูด ฉันนั่งลง ดวงตาของฉันจ้องมองไปที่บางสิ่งในระยะไกล ดังที่เธอกล่าวมาเธอไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยที่จะจ้างฉันเป็นศาสตราจารย์ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมฉันจึงพบว่ามันน่าสงสัย มันฝังแน่นอยู่ในตัวฉันที่ฉันต้องคอยระวังแรงจูงใจของคนอื่นไม่ว่าพวกเขาจะเป็นใครก็ตาม ฉันเดาว่าในฐานะผู้ที่มีอำนาจคุณมักจะสงสัยทุกคนที่อยู่รอบตัวคุณซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงขอให้ฉันทำสิ่งนี้

การจัดการมานาเชิงปฏิบัติเป็นชั้นเรียนที่ไม่มีงานเพิ่มหลังชั้นเรียนก็จริงแถมมันยังช่วยทำให้ฉันได้ฝึกสอนในชั้นเรียนได้สะดวกขึ้น แม้ว่างานนี้อาจจะไม่ง่าย แต่มันจะช่วยสร้างฐานะที่ดีให้กับตัวเองและมันก็ดูน่าสนใจไม่เลว เมื่อเห็นว่าฉันคงไม่สามารถหลบหนีความเป็นที่สนใจจากนักเรียนได้อยู่แล้ว ฉันน่าจะทำสิ่งที่แตกต่างออกไปเล็กน้อย แน่นอนว่าฉันยังไม่ได้วางแผนที่จะเปิดเผยทักษะทั้งหมดของฉันให้ใครเห็น แต่ฉันไม่เห็นเหตุผลที่ต้องพยายามทำตัวเงียบๆอีกต่อไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากเรื่องในวันนี้

“…อาเธอร์?” ตื่นจากความคิดเมื่อเห็นว่าผู้กำกับกู๊ดสกี้กำลังมองมาที่ฉันด้วยสีหน้าที่ค่อนข้างเป็นกังวล

“อ่าพอดีผมคิดเพลินไปหน่อย ผมแค่ไม่แน่ใจว่าตัวผมเองจะมีความสามารถแค่ไหนในบทบาทแบบนั้น แต่ผมก็อยากลองเป็นศาสตราจารย์ดูนะครับ” ฉันดูเอกสารที่ระบุหน้าที่และความรับผิดชอบของฉันในฐานะครู

“ฉันแน่ใจว่าคุณจะทำได้ดีมากเลยละ” เธอยิ้ม

เมื่อมองไปที่เธอฉันถามว่า “มีชั้นเรียนอื่นที่ศาสตราจารย์ไกสต้องสอนนอกจากชั้นเรียนของผมบ้างไหม?”

“โชคดีที่ไม่มี เราเพิ่งจ้างเขาในปีนี้หลังจากที่เขาออกจากการเป็นนักผจญภัย ฉันและอาจารย์คนอื่นๆ ตัดสินใจให้เขาสอนเพียงชั้นเรียนเดียวเพื่อเป็นการทดลองงาน” เธอส่ายหัวให้กับผลลัพธ์ที่น่าสมเพชที่เขาก่อขึ้น

“ก่อนที่ผมจะเซ็นสัญญาผมมีคำถามสุดท้ายหนึ่งข้อ” ฉันพูดขณะอ่านย่อหน้าสุดท้ายของเอกสาร

“ว่ามาเลย” เธอกระตุ้นให้ถาม

“จะไม่เป็นการย้อนแย้งไปหน่อยหรือครับที่ผมจะไม่ได้รับอนุญาตให้ทำร้ายนักเรียนในขณะที่ผมก็เป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการวินัย” ฉันตอบคำถาม

“อ่าเป็นคำถามที่ดี กฎที่ว่า”ไม่ทำร้ายนักเรียน" มีไว้สำหรับในขั้นเรียนเท่านั้น สถานการณ์มักจะถูกตรวจสอบทุกกรณีตราบเท่าที่เป็นไปเพื่อความปลอดภัยของนักเรียนคนอื่นๆ เช่นการใช้กำลังในระดับหนึ่งเพื่อระงับการต่อสู้หรือการปราบปรามนักเรียนที่กำลังอาละวาด สำหรับนอกชั้นเรียนในระหว่างที่คุณทำหน้าที่ของคณะกรรมการวินัยฉันจะเชื่อมั่นในการตัดสินใจของคุณในเรื่องนั้น”

ด้วยเหตุนี้ฉันจึงพยักหน้าและลงนามในเอกสาร “ฉันคาดหวังสิ่งดีๆจากคุณนะอาเธอร์และฉันแน่ใจว่าไม่ใช่แค่ฉันเพียงคนเดียว” เธอตบไหล่ของฉันเบาๆ ก่อนจะพาฉันไปกินข้าวเที่ยง

มุมมองของซินเทียกู๊ดสกี้:

“ต๊ายจริง เด็กผู้ชายคนนั้นเป็นใครกันแน่นะ เขาทำฉันให้แปลกใจได้อยู่เสมอ? การเจรจากับเขานั้นยากกว่าการเจรจากับราชวงศ์เสียอีก คุณคิดยังไงกับเขาบ้างละอาเวียร์?” สัตว์มานาที่เป็นสายสัมพันธ์ของฉันค่อยๆร่อนลงบนแขนที่ฉันยื่นออกมาดวงตาอันชาญฉลาดของเขาครุ่นคิดว่าจะพูดอะไร

“เขา…แตกต่างจากที่คุณเห็น จงอย่ามองว่าอาเธอร์เลย์วินเป็นเด็ก ไม่ว่าจะเป็นจิตใจหรือวุฒิภาวะทางอารมณ์ เขามีอะไรมากกว่าที่ตาเห็น” คำพูดที่ชัดเจนที่ออกมาจากสัตว์มานาของฉันดูไม่เป็นธรรมชาติจากการขยับจะงอยปากของเขา

“อะไรที่ทำให้คุณมั่นใจได้ขนาดนี้?” ฉันเอนหลังพิงเบาะ

“สัตว์มานาที่ผูกพันกับเขายังไงละ ร่างที่แท้จริงของจิ้งจอกขาวนั้นน่าจะเป็นมังกร…”

ฉันลุกขึ้นจากที่นั่ง "อะไรนะ?! เป็นไปได้ยังไง? คุณรู้ได้ยังไง?"

“นั้นเป็นเพราะเราเป็นสัตว์มานาประเภทเดียวกัน ฉันอาจจะเป็นมังกรสายพันธุ์ที่ด้อยกว่า แต่ไวเวิร์นส์ยังคงเป็นลูกหลานของมังกร” อาเวียร์แต่งขนของตัวเองต่อ

“คุณกำลังบอกว่าสัตว์มานาที่ผูกพันของเขามีพลังมากกว่าคุณหรือเปล่า?” ฉันอดไม่ได้ที่จะรู้สึกงุนงงกับทั้งหมดนี้

“ไม่เด็กคนนั้นยังโตไม่เต็มวัย เธอไม่น่าจะฟักออกมานานกว่าสองสามปี อย่างไรก็ตามฉันสงสัยว่าเมื่อเธอพัฒนาขึ้นความแข็งแกร่งของฉันจะเทียบไม่ได้กับเธอเลย” เขากล่าวตามความเป็นจริง

ฉันนึกไม่ถึงว่าจะมีใครแข็งแกร่งไปกว่าอาเวียร์ ความจริงที่ว่าเขาเป็นเซ็นสัญญาผูกพันกับฉันเป็นเพียงเพราะเขาชอบฉันมากตอนที่เขาเจอฉันกำลังสำรวจลึกลงไปในบีสเกลด ปกติเขาจะทำอะไรด้วยตัวเองและฉันก็ไม่กล้าปฏิบัติกับเขาเหมือนกับสัตว์เลี้ยง แต่ความจริงที่ว่าความผูกพันของอาเธอร์นั้นเป็นมังกรและดูเหมือนว่าเธอจะอ่อนน้อมต่อเขามากจนทำให้ฉันสงสัยว่าจริงๆแล้วเด็กผู้ชายคนนั้นเป็นใคร

“อย่าทำให้เขากลายเป็นศัตรูของคุณนะซินเธีย หากปฏิบัติกับเขาด้วยความไว้วางใจและความเคารพเขาจะกลายเป็นพันธมิตรที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แต่หากถูกทรยศเขาอาจเป็นสาเหตุของการล่มสลายของทวีปนี้ได้” ด้วยคำเตือนนั้นอาเวียร์ก็บินออกไป

ฉันเอนตัวไปข้างหน้าในที่นั่งของฉัน ถูขมับที่สั่นระริกขณะที่ฉันนึกขึ้นได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นเมื่อสองสามชั่วโมงก่อน

___________________________________________

“ผู้อำนวยการกู๊ดสกี้ ผมขอให้คุณไล่เด็กที่ชื่ออาเธอร์เลย์วินออกจากชั้นเรียนของผมด้วย!” ศาสตราจารย์คนหนึ่งของฉันกระแทกประตูขณะที่เขาเดินเข้าไปข้างใน

“ศาสตราจารย์ไกสคุณดูหวั่นไหวนะ มีอะไรผิดปกติหรือเปล่า?” ฉันรู้สึกประหลาดใจกับการบุกรุกอย่างกะทันหัน

“เขาเป็นเด็กที่ไม่เคารพศาสตราจารย์ของเขาเลย! ได้โปรดอย่าไปฟังข่าวลือที่คุณอาจจะได้ยิน ผมกำลังถูกใส่ร้าย!” ใบหน้าของชายคนนั้นเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและความโกรธ

เสียงเคาะประตูสองครั้งดังขึ้นจากประตู

“กรุณาเข้ามา” ฉันพูด อย่างน้อยคนๆ นี้ก็มีความเหมาะสมพอที่จะเคาะ

“หนูขอโทษสำหรับการล่วงล้ำนะค่ะผู้อำนวยการ” แคธลีนน้อยโค้งคำนับเล็กน้อยก่อนที่จะเดินไปข้างๆศาสตราจารย์ที่กำลังหน้าซีดในตอนนี้

“มีอะไรหรือเปล่าแคธลีน?” ฉันชะโงกหน้าไปดูทั้งสองคน

“ศาสตราจารย์คนนี้ต้องถูกไล่ออกค่ะ” เธอกล่าวอย่างไร้ความรู้สึก

ศาสตราจารย์ไกสจับแขนของแคธลีนแล้วดึงเธอเข้ามาใกล้เขา "เธอกล้าดียังไง! ‘ขอโทษขอโทษ’? คือ"

“แกกล้าแตะต้องตัวฉันด้วยมือที่สกปรกของแกหรือ?” การแสดงออกของเธอไม่เปลี่ยนไปและดูเหมือนว่าเธอจะจิกตามองไปที่ศาสตราจารย์ไกส

“ศาสตราจารย์ฉันขอแนะนำให้คุณเอามือออกทันทีไม่เช่นนั้น ไม่ว่าจะเป็นกรณีใดก็ตามมันจะไม่เป็นเรื่องที่ดีสำหรับคุณ” ฉันลุกขึ้นต่อต้านกับการกระทำเช่นนี้ การใช้กำลังเพื่อเอาชนะประเด็นเป็นเรื่องที่น่าเศร้า

เขาปล่อยแขนของแคธลีนทันทีก่อนจะพูดต่อ “อะแฮ่ม…อย่างที่ผมพูด โปรดอย่าใส่ใจกับข่าวลือที่คุณอาจได้ยิน ผมสาบานได่ว่าทั้งหมดนี้เป็นความเข้าใจผิดและผมกำลังถูกใส่ร้าย”

“ฉันยังไม่เคยได้ยินข่าวลืออะไรเลย คุณรังเกียจที่จะเล่าให้ฉันฟังได้ไหมแคธลีน?”

“อาจารย์คนนี้กล้าที่จะแกล้งนักเรียนเพื่อให้ตัวเองรู้สึกดี แถมยังเพิกเฉยต่อความจริงที่ว่าเขาทำให้เฟย์ริธต้องอับอายอย่างที่สุด ถ้าหากอาเธอร์ไม่ก้าวเข้ามาหนูก็คงจะ…” โดยยังไม่พูดจบประโยคสุดท้ายเธอจ้องมองไปที่ศาสตราจารย์

ฉันหันไปหาศาสตราจารย์ไกสซึ่งปฏิเสธข้อกล่าวหานี้อย่างหมดหวัง “ผมกำลังบอกคุณว่ามันเป็นเรื่องเข้าใจผิด ผมแค่อยากจะแสดงต่อหน้าชั้นเรียนว่าคณะกรรมการวินัยอยู่ในระดับไหน คุณก็รู้เพื่อให้นักเรียนคนอื่นๆได้เรียนรู้”

“ถ้าเรื่องมันง่ายแค่นี้ก็ไม่มีเหตุผลที่คุณจะเข้ามาในห้องของฉันและยืนกรานให้ไล่อาเธอร์ออกจากชั้นเรียนของคุณ” ฉันอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจภายในเมื่อคิดว่าจะจัดการกับสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี้ยังไง

ฉันหันไปหาเลขาของฉันที่กำลังแอบดูเราอยู่เพื่อดูว่าพวกเราเอะอะอะไรกัน “ทริเซียได้โปช่วยรวบรวมข้อมูลจากชั้นเรียนของศาสตราจารย์ไกสเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ให้ฉันด้วย”

ผู้ช่วยผมสีน้ำตาลโค้งคำนับก่อนจะวิ่งออกไป

“ตอนนี้โปรดอดใจรอ ฉันจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อเป็นกลางในเรื่องนี้” ก่อนที่ฉันจะสามารถไล่พวกเขาทั้งสองออกไปได้ เจ้าหญิงแคธลีนเดินมาหาฉัน

“ฉันเชื่อว่าคุณจะจัดการเรื่องนี้อย่างยุติธรรม แต่รู้ไว้ว่าถ้าไม่ใช่เพราะอาเธอร์คุณคงไม่ต้องจัดการในกรณีจริยธรรมของศาสตราจารย์คนนี้ แต่เป็นกรณีการบาดเจ็บของนักเรียน กรณีบาดเจ็บของฉัน ฉันขอลาและขอให้มันเป็นวันที่ดีค่ะผู้อำนวยการ” เธอหันกลับไปโดยไม่สนใจศาสตราจารย์ไกสซึ่งรู้สึกตกใจกับคำพูดสุดท้ายของเธอ

_____________________________________________

เมื่อได้อ่านคำให้การที่ฉันได้รับดูเหมือนว่าอาเธอร์เล่นงานศาสตราจารย์ไกสและชนะแบบท่วมท้น แม้ว่าบุคลิกของศาสตราจารย์คนนี้ไม่เคยเข้ากับฉันได้ดีนัก แต่ทักษะของเขาก็มีมากเกินพอที่จะสอนคลาสการจัดการมานาขั้นพื้นฐานได้ แต่ขณะที่เขาเป็นออกเมนเตอร์ขั้นสีเหลืองอ่อนและมีความสามารถที่ไม่เลว เขากลับพ่ายแพ้ให้กับที่เด็กอายุเพียงสิบสองปีอย่างหมดจด

ฉันถอนหายใจด้วยความเสียดายที่ไม่ได้วัดระดับแกนกลางของอาเธอร์ในขณะที่เขาอยู่ที่นี่

เด็กอายุสิบสองปีที่เอาชนะนักผจญภัยที่มีประสบการณ์โดยใช้มานาของธาตุลมและธาตุดินซึ่งฉันจำได้ว่ามันเป็นสองธาตุที่อ่อนแอที่สุด แถมเขายังมีความผูกพันกับมังกรอีกด้วย เขายังมีอะไรปิดบังอีกบ้าง? ถ้าฉันถามเขา เขาจะบอกฉันไหมนะ?

มุมมองของอาเธอร์เลีย์วิน:

"อาร์ต! ตรงนี้!” ฉันเห็นอาไลจาห์โบกมือให้ฉันตรงข้ามห้องอาหาร

ฉันสังเกตเห็นว่าเขานั่งอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่งเมื่อฉันมาถึง

“นี่คือชาร์ล็อต์! ชาร์ล็อตนี่คือเพื่อนรักของฉันและยังเป็นเพื่อนร่วมห้องของฉันอีกด้วย อาเธอร์เลย์วิน” เขายืนขึ้นและทำท่าทางให้เราทั้งคู่จับมือกัน

“สวัสดีอาเธอร์ฉันได้ยินเกี่ยวกับคุณมามากแล้ว” เธอยิ้มตุ้งติ้งขณะที่ม้วนผม

“อืม…เป็นเรื่องที่น่ายินดี” ฉันตอบห้วนๆก่อนที่จะมุ่งความสนใจไปที่อาไลจาห์

“ชั้นเรียนของนายเป็นอย่างไรบ้าง?” ฉันถามเพื่อนของฉันในขณะที่ฉันป้อนบรอกโคลีให้ซิลวีชิ้นหนึ่ง

“คยู!” ‘ไม่เอา!’

“ว้าว ~ สัตว์มานาตัวน้อยของคุณน่ารักมาก! คุณรังเกียจไหมถ้าฉันขอจับเธอ” ชาร์ลอต์เข้ามาใกล้ฉันมากจนเกือบจะพิงฉันในขณะที่เธอเอื้อมมือไปที่ด้านบนของหัวของฉัน

แต่ก่อนที่เธอจะมีโอกาสจับ ซิลวีก็คำรามจนฉันต้องคว้าข้อมือเธอไว้

“ขอโทษด้วยพอดีเธอไม่ชอบให้คนแปลกหน้าสัมผัสเธอ” ฉันมองนิ่งไปที่ตาของเธอทำให้เธอหน้าแดงเพราะใบหน้าของเธออยู่ใกล้ฉันมาก

“โอ - โอฉันขอโทษ!” เธอหดตัวกลับโดยมุ่งเน้นที่อาหาร

ดูเหมือนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นอาไลจาห์ตอบกลับทั้งๆที่ปากของเขาเต็มไปด้วยอาหาร “ชั้นเรียนที่นี้เยี่ยมมาก! ฉันชอบคลาสเรียน”การร่ายอย่างต่อเนื้อง" และคลาส "การใช้มานาให้มีประสิทธิภาพ" แต่ฉันรู้สึกว่าอาจารย์ที่สอนชั้นเรียนเกี่ยวกับการใช้มานากำลังสอนแบบเดียวกับที่นายบอกให้ทำเลย ยังไงก็ตามฉันได้พบกับชาร์ล็อต์ในชั้นเรียนการร่ายอย่างต่อเนื้อง! เธอเก่งมาก!”

“ฮ่าฮ่า ขอร้องละนายกำลังทำให้ฉันอายไปหมดแล้ว” ชาร์ลอต์ทำหน้าเขินอายขณะที่เธอนั่ง

“…”

“แล้วชั้นเรียนของนายเป็นยังไงบ้าง! ฉันได้ยินมาว่านายเอาชนะศาสตราจารย์มานะ! เกิดอะไรขึ้นกับ”มีสติและใจเย็น" ที่นายบอกฉัน?” เขายิ้มเยาะฉันขณะที่เขาชี้ส้อมมาที่ฉัน

“ใช่เกี่ยวกับเรื่องนั้นฉันเลยต้องมาเป็นศาสตราจารย์ในชั้นเรียนนั้นแทน” ฉันตอบอย่างเย็นชาขณะที่ยัดเนื้อชิ้นหนึ่งเข้าปากและหลีกเลี่ยงความพยายามของซิลวีที่พยายามจะขโมยมัน

อาไลจาห์พ่นอาหารที่เขาเคี้ยวมาทางเราขณะที่ฉันเอนตัวไปข้างหลังโดยสัญชาตญาณเพื่อให้พ้นระยะ

หญิงสาวที่ชื่อชาร์ลอต์กรีดร้องเมื่อได้รับการโจมตีของเพื่อนของฉัน

“อาไลจาห์อุบาทว์มาก” ฉันเช็ดเศษอาหารเล็กๆน้อยๆที่ฉันไม่สามารถหลบได้ทันออก

“ขอโทษขอโทษ…อะไรนะ? นายจะกลายเป็นศาสตราจารย์หรือ?” เขาเช็ดปากก่อนที่จะพยายามเช็ดหน้าชาร์ล็อต แต่ชาร์ล็อตปฏิเสธข้อเสนอนั้น

“อืม…ฉันลงเอยด้วยการเป็นตัวแทนของศาสตราจารย์ที่สอนในชั้นเรียน ตอนนี้นายเรียกฉันว่าศาสตราจารย์เลย์วินได้เลยนะ” ฉันยิ้มเยาะให้เพื่อน

“ศาสตราจารย์เตี่ยเองดิ แต่บางทีฉันน่าจะโดดชั้นเรียนและไปดูนายแทน มันน่าสนใจนะที่จะได้เห็นนายสอน” เขาโต้กลับ

ในขณะที่เราคุยกัน ฉันก็เริ่มรู้สึกรำคาญชาร์ล็อต์ที่พยายามอ่อยฉันและยิ่งรู้สึกรำคาญเพิ่มขึ้นที่อาไลจาห์กลับไม่รู้เรื่องอะไรเลย

"โอ้ใช่! ชาร์ล็อต์กับฉันกำลังจะไปที่ตัวเมืองใกล้ๆสถาบันเพื่อช็อปปิ้ง นายอยากจะไปกับเรามั้ย?” เขาถามอย่างเมินเฉย

"ใช่! อาเธอร์คุณควรไปด้วยกันนะ“เธอโน้มตัวเข้าใกล้ฉันอีกครั้ง”มันมีซอยเล็กๆ ที่หัวมุมของสถาบันซึ่งมีร้านอาหารและร้านกาแฟสุดเก๋รวมถึงบูธช้อปปิ้งสำหรับขุนนางที่ร่ำรวยเพื่อสปอยตัวเอง อีกอย่างคุณจะได้จินตนาการได้ว่าสถาบันการศึกษานี้มีขนาดใหญ่แค่ไหน"

“พอดีฉันยังมีเรียนมีอีกตั้งสามคลาส จำได้ไหม? ฉันกำลังเข้าชั้นเรียนพิเศษหลังอาหารกลางวัน”

อาไลจาห์แค่ยักไหล่ “เออใช่ฉันลืมไปเลย ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร! ฉันเดาว่าคงมีแค่ฉันกับชาร์ล็อต์ละมั้ง”

ชาร์ลอต์ยิ้มอย่างเชื่องช้าในขณะที่ตอบไปยังใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความสุขของอาไลจาห์ “เออ..ขอโทษด้วยนะ ฉันลืมไปเลยว่าวันนี้ฉันมีแผนอื่นแล้ว ฉันขอโทษนะ! เอาคราวหน้าฉันจะไปแน่นอน! พร้อมกันทั้งสามคนนะ! บาย”

จากนั้นเธอก็เดินออกไปทิ้งเพื่อนของฉันและฉันไว้ที่โต๊ะอาหารเล็กๆ

“ฉันเดาว่าเธอคงจะยุ่งมาก” อาไลจาห์ดูผิดหวังเล็กน้อย

โธ่...อาไลจาห์

เขาถามฉันด้วยน้ำเสียงจริงจัง “แล้วนายคิดยังไงบ้างเกี่ยวกับชาร์ล็อต์? เธอสวยไหม?! นายคิดว่าฉันมีโอกาสไหมเพื่อน?”

โธ่...อาไลจาห์ผู้น่าสงสาร

“ฉันคิดว่านายทำได้ดีกว่านี้นะเพื่อน” ฉันตบหลังเพื่อนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวขณะที่เราเดินออกจากห้องอาหารด้วยกัน

อาไลจาห์ตัดสินใจว่าเขาต้องการไปที่ห้องสมุดหลังจากแผนการของเขาถูกทำลายไปอย่างกะทันหัน ดังนั้นหลังจากที่เดินไปกับเขาที่นั่นฉันจึงเดินทางไปยังชั้นเรียนระดับสูงของนักเรียนรุ้นพี่ กลศาสตร์การต่อสู้แบบทีม I

ห้องเรียนหรือควรจะพูดว่าสนามเพื่อให้แม่นยำ อยู่อีกด้านหนึ่งของสถาบันการศึกษาซึ่งเป็นที่ของชั้นเรียนระดับสูงแทบจะทั้งหมด

“ห้อง” ประกอบไปด้วยสนามหญ้าขนาดใหญ่ ที่มีสิ่งกีดขวางหลายอย่างวางแบบสุ่มๆล้อมรอบด้วยกำแพงสูงที่มีอักษรรูนสลักอยู่ ด้านบนของผนังด้านหนึ่งเป็นห้องเล็กๆ ที่แยกออกจากกันซึ่งได้รับการปกป้องด้วยกระจกหุ้ม ฉันคิดว่าห้องนี้ถูกใช้เป็นที่ที่นักเรียนที่เหลือใช้นั่งดู

ฉันเห็นนักเรียนบางคนมาถึงก่อนฉันกำลังพูดคุยกันและฉันก็สังเกตเห็นร่างของคนที่คุ้นเคยทันที

"อา! ฉันไม่รู้ว่านายจะอยู่ในห้องเรียนของรุ้นพี่ด้วยนะอาเธอร์” เคอร์ติสเกลย์เดอร์โบกมือให้ฉันทันทีที่เขารู้ว่าฉันเป็นใคร กราว์เดอร์พันธนาการของเคอร์ติสนอนหลับอยู่ข้างๆเขา

“ใช่ฉันไม่คิดว่าจะเรียนชั้นเดียวกับนาย ได้โปรดดูแลฉันด้วย” ฉันจับมือเขา

“ดีใจที่ได้พบนายอีกครั้งนะอาเธอร์!” แคลร์เบลดฮาร์ทโอบแขนของเธอไว้รอบคอของฉันขณะที่ยิ้มอย่างสดใส “พวกเราต้องทำมันให้ดีที่สุด จะได้ไม่ทำให้คณะกรรมการวินัยต้องอับอายใช่ไหม?”

“ฮ่าฮ่าผมจะทำให้ดีที่สุด คนที่นี่คือทั้งหมดที่เรียนอยู่ในชั้นเรียนนี้ใช่ไหม?” ฉันตอบกลับไปโดยหันกลับไปหาเคอร์ติส ฉันได้ยินมาว่าชั้นเรียนนี้มีนักเรียนค่อนข้างน้อยและเป็นชั้นเรียนที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

“อืมน่าจะมีอีกนิดนะ…อาพวกเขามากันแล้ว!” เมื่อมองย้อนกลับไปฉันเห็นนักเรียนอีกหลายคนและฉันก็อดยิ้มอย่างเหนื่อยใจไม่ได้

“เจ้าหญิงเทสเซียยังสวยเหมือนเดิมใช่ไหม?” ฉันได้ยินเสียงของนักเรียนคนหนึ่งกำลังนินทา

คนที่เดินมาทางนี้ท่ามกลางนักเรียนกลุ่มเล็กๆ คือ เทสเซียเอราลิธ เพื่อนสมัยเด็กของฉันและไคลฟ์เกรฟส์รองประธานนักเรียน

เธอสังเกตเห็นฉันและฉันสามารถบอกได้เลยว่าเธอกำลังจะทักทายฉัน แต่เธอสังเกตเห็นว่าฉันมีแขนของผู้หญิงที่มีอายุมากกว่าอยู่รอบคอของฉันเธอจึงจ้องมองอย่างไม่พอใจมาที่ฉันก่อนที่จะสะบัดหน้าหนี

ไคลฟ์ไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงโกรธ เขามองมาตรงฉันทำให้ฉันเห็นแววแห่งความอาฆาตขณะที่ดวงตาที่แคบของเขาคมชัดขึ้น

“สวัสดีตอนบ่ายนะเจ้าหญิงเทสเซีย!” แคลร์ไม่สนใจที่จะเอามือที่กำลังกอดคอฉันออก ยิ้มและโบกมือให้เทส

“ยินดีค่ะ” เธอตอบด้วยสีหน้าดุดัน

หลังจากที่เธอเดินผ่านพวกเราไปเธอก็แอบเข้ามาหยิกที่ข้างลำตัวฉันจนฉันสะดุ้ง

“อืมฉันสงสัยว่าวันนี้เธอคงอารมณ์ไม่ดีมาหรือเปล่า?” แคลร์ครุ่นคิด

ก็เป็นเพราะเธอไงละ!

ขณะที่แคลร์ปลดแขนออกจากคอของฉัน ฉันก็หันไปเห็นใครบางคนที่อยู่ข้างหลังเราที่ด้านหลังสุดของกลุ่ม ทันทีที่ฉันจำได้ว่าเป็นใครใบหน้าของฉันก็เริ่มร้อนไหม้ด้วยความโกรธขณะที่ฉันกำหมัดของฉันจนมันเปลี่ยนเป็นสีขาว

คนๆนั้นคือลูคัสไวค์ส

จบบทที่ บทที่ 54 ยินดีค่ะ

คัดลอกลิงก์แล้ว